อีกไม่กี่เดือนหรือปี ราคาบิตคอยน์จะสูงขึ้นจนทำให้การเก็บออมแบบออนเชนมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น สำหรับคนที่งบน้อยหน่อยจะกระทบมาก
ผมคิดว่าช่องทาง non kyc p2p ผ่าน lightning เป็นสิ่งจำเป็นมาก
ณ ปัจจุบันที่รู้จักมี
- robosats ; ต้องเชื่อมกับ tor ใช้งานยากสำหรับคนทั่วไป
- lnp2pbot บน telegram ; ใช้งานง่าย ซึ่งก็ไม่ nonkyc ซะทีเดียว แต่ก็ยังมีคนรู้จักน้อยอยู่
ผู้ที่ได้รับผลกระทบกับการมีอยู่ของบิตคอยน์จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อยับยั้งไม่ให้ผู้คนเข้าถึงบิตคอยน์ได้ (โดยที่พวกเค้าไม่รู้)
ในฐานะที่ไม่มีความรู้เชิงเทคนิค เป็นแค่ผู้ใช้งาน ก็ได้แต่หวังว่า พัฒนาการด้านนี้จะแพร่หลายมากขึ้น ให้รองรับกับผู้ที่ได้กินยาส้มใหม่ๆที่จะเข้ามาอีกเพียบบ
ปล. ปัจจุบันผมก็ยังต้องพึ่ง exchange อยู่ เพราะมันถูกกว่ามาก ซึ่งก็แน่นอนว่าแลกมาด้วย privacy นั่นเอง
โหลดแบบปกติที่ไม่ใช่ testflight หลังจากกดลิ้งด้านบน แล้วปิดเปิดแอพใหม่ สามารถกด zap ได้แล้วครับ!
Mealprep for tmr lunch
อยากจะขอสารภาพว่าหลังๆมานี้ทดลองใช้ หม้ออบลมร้อนทอดสเต็ก แทนกระทะ เพราะควันมันอบอวนเกินไป
พบว่าผลลัพธ์ที่ได้ พอใช้ได้เลยนะ จะขาดก็แค่คลัสกรอบๆด้านนอกแค่นั้น ส่วนเนื้อด้านใน มีเดียมกำลังดี
ปกติผมใช้ไฟประมาณ 200 c พรีฮีทก่อนให้เตาระอุสัก 5 นาที แล้วอบด้านละ 4 นาที แล้วพัก 4 นาที ได้เนื้อหนา 1 นิ้วที่สุกกำลังดี ไม่แย่เลย
#siamstr
https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_3583116703840906221700138911.webp
https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_2990881490391046961700139170.webp
บิตคอยน์ทำให้เราตระหนักได้ว่าชีวิตยังมีเรื่องที่เราไม่รู้อีกเยอะ ยิ่งลงหลุมลึกยิ่งรู้ว่าเราไม่มีวันรู้ได้หมดทุกอย่างในชีวิตนี้
ถ้าสมัยที่ยังไม่เข้าใจบิตคอยน์มาฟังคลิปนี้ ก็คงรู้สึกปลงๆ เบาๆกับชีวิต แต่ตอนนี้คือตรงข้าม 555 คงมาจากแรงโกรธระบบเฟียตที่อยู่ในจิตใต้สำนึกมั้ง
#siamstr
ออสเตรียน มั้งครับ แต่นึกไม่ออกว่าอะไรจะมาฆ่ามันได้
iris ใน ios อัพเดทใหม่แล้ว สวยงามน่าใช้มาก
#siamstr
เหมือนปลาโลมาบอกว่า ชั้นเป็นห่วงทะเลจะมีพายุหนัก พวกกุ้งฝอยก็เชื่อว่าโลมาจะทำอะไรได้สักอย่าง เพื่อให้พวกมันรอดพ้นจากหายนะ nostr:nevent1qqs8mc5aheqv0yfy0ezlny0nxsc6kg9dlt2yhsu0rq4efg4neclvntczyqjjrau3ksc4jm4nz3nzaedwvkmgd4mz8aqerx932cjj5ygvly9nw9djyaf
เข้าใจว่าเป็นเลข block ล่าสุด ณ เวลาที่ live ครับ
use case ที่มีแน่นอนคือ top up lightning ด้วยเงินสด
พอได้ลองศึกษากลไกการทำงานของร่างกาย ผมพบว่ามันคล้ายกับกลไกการทำงานของระบบเศรษฐกิจมากๆ
แปลว่า ถ้าเรามีแนวคิดในการดูแลร่างกายให้มีสุขภาพแข็งแรง ทำงานได้ดี เราน่าจะสามารถนำแนวคิดเดียวกันนั้น ไปปรับใช้กับระบบเศรษฐกิจได้
หนึ่งในแนวคิดนั้นคือ low time preference
รู้สึกตื่นเต้นและประหลาดใจที่ยิ่งได้ศึกษาลงลึก มันยิ่งค้นพบสิ่งที่น่าสนใจขึ้นเรื่อยๆเลย ไว้ตกผลึกมากกว่านี้จะมาลองขยายความอีกทีครับ
#siamstr
ทำไมเรามีอาการ yoyo ที่เมื่อลดน้ำหนักไปได้ระยะหนึ่งแล้ว มันจะเด้งกลับขึ้นมาเท่าเดิม หรือเพิ่มมากกว่าเดิมอีก??
https://www.youtube.com/live/Xe6ok0GigVQ?si=Fn5thXFiH8zpDGiv
ขอสรุปจากคลิปหมอป๊อบไว้ทบทวนความรู้ครับ
โดยปกติร่างกายเราจะมีตัวกำหนดน้ำหนักตัวหรือ weight set point อยู่แล้ว ซึ่งจะเป็นตัวที่กำหนดว่าเราควรจะมี % fat เท่าไหร่ และมันจะไปควบคุมการเข้าออกของ calorie ในร่างกายอีกที (การกินและการเผาผลาญ)
ปัญหาคือ หลายคนเข้าใจผิดว่าเราสามารถควบคุม calorie in-out ได้ แต่ในความเป็นจริงเราทำไม่ได้ ตัวควบคุมที่แท้จริงคือ weight set point ของร่างกายเราต่างหาก
ในภาวะที่เราพยายามลดน้ำหนักโดยการจำกัด calorie จากการกินอาหาร น้ำหนักเราจะลดลงในระยะหนึ่ง แต่สักพักจะหยุดลงและกลับขึ้นมาจุดเดิมหรือเพิ่มขึ้น เป็นเพราะว่า ร่างกายมองว่า จากที่เคยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์มาเป็นสิบๆปี แต่ทำไมจู่ๆในช่วง 6 เดือนนี้เราเกิดภัยพิบัติขาดแคลนอาหารขึ้น ดังนั้นเมื่อมีอาหารเข้ามา เราควรเก็บตุนไว้ให้เยอะๆ โดย ร่างกายจะสั่งให้เรารู้สึกหิวบ่อย และเมื่อกินอาหารก็จะไม่ค่อยเผาผลาญมากเท่าเดิม เพื่อนำไปเก็บสำรองฉุกเฉินไว้ในรูปแบบของไขมันนั่นเอง
การกำหนด weight set point เหมือนกับการ กดรีโมตแอร์เพื่อปรับอุณหภูมิที่เราต้องการ โดยคอมเพลสเซอร์แอร์จะไปคำนวณอัตรา heat in-out เองอัตโนมัติ เช่นเดียวกับร่างกาย เราสามารถกำหนด weight set point ได้ด้วยการ เลี่ยงการกินอาหารที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งคือ
1. คาร์บแปรรูป
2. น้ำตาลแปรรูป (ฟรุกโตส ในรูปแบบ High fructose corn syrup)
3. น้ำมันแปรรูป เช่น น้ำมันพืช ที่มีอัตรา omega 6 : 3 สูงมากๆ
เพราะว่าอาหาร 3 อย่างนี้ จะไปทำลายสมดุลของฮอร์โมนที่กำหนดว่าเราจะหิวและอิ่มเมื่อไหร่ ทำให้ระบบเผาผลาญเพี้ยนและเป็นต้นเหตุของโรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน ได้
ตัวอย่างเช่น
ในสภาวะที่เซลล์ไขมันกักเก็บไขมันได้มากขึ้นและขยายขนาดขึ้น มันจะหลั่งฮอร์โมน leptin ออกมาเพื่อ สื่อสารกับสมองว่า “กูมีพลังงานแล้ว ไม่ต้องเขียมแล้ว ใช้ได้เต็มที่” สมองก็จะสั่งการไปที่ต่อมไทรอยด์ให้เหยียบคันเร่งการเผาผลาญได้เต็มที่
ปัญหามันเกิดขึ้นเมื่อ เรากินอาหารแปรรูป 3 อย่างข้างบน ที่ทำให้น่ำตาลในเลือดสูงขึ้นและกระตุ้นฮอร์โมน insulin ให้สูงขึ้น เพื่อดึงน้ำตาลไปเก็บเป็นไขมัน
แต่ในขณะที่เซลล์ไขมันกำลังพองตัวเต็มที่และกำลังจะหลั่งฮอร์โมน leptin ออกมาเพื่อส่งไปยังสมอง มะนไม่สามารถสื่อสารได้ เพราะ ช่องทางสื่อสาร มันดันใช้ช่องทางเดียวกับฮอร์โมน insulin
ดังนั้น insulin ต้องลดลงก่อน leptin ถึงจะสื่อสารกับสมองได้
สุดท้ายก็กลายเป็นว่า ทั้ง leptin และ insulin สูงทั้งคู่ และ insulin จะลดลงได้ก็ต่อเมื่อเราหยุดกิน แต่เราดันกินอาหารแปรรูปที่มันมีแต่พลังงานแต่ไร้สารอาหาร ทำให้เราไม่รู้สึกอิ่มสักทีและก็หิวบ่อยมากขึ้น นี่จึฝเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคอ้วน และ NCDs อื่นๆอีกมากมาย
สรุปคือ เลี่ยงอาหารแปรรูปและกินอาหารที่มีคุณภาพ อย่างเช่น สเต็กเนื้อ จะทำให้เราอิ่มไวและอิ่มนาน เพราะร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอแล้ว จึงเห็นบางคนที่กินวันละมื้อได้โดยที่ไม่รู้สึกหิว เป็นเพราะเค้ากินอาหารคุณภาพสูงที่มีสารอาหารอัดแน่นอยู่นั่นเอง
eat real food, feel real good
#siamstr
ผมก็กำลังไล่ย้อนฟัง อารมณ์เดียวกับตอนอินบิตคอยน์ใหม่ๆ นั่งไล่ฟัง bitcointalk เก้่ๆหมดเลยครับ 555
ถ้านับเป็นมื้อก็น่าจะ 2 มื้อ ปกติผมก็ทำเหมือนกันครับ แต่ถ้าบางวันไม่รู้สึกหิวมากก็เหลือมื้อเดียว
เป็นเหมือนกันครับ บางทีจะสกิมๆแต่ละย่อหน้าก่อน พอให้รู้โครงคร่าวๆ แล้วค่อยเลือกอ่านตอนที่สนใจคับ
https://www.youtube.com/live/2kzQAil0h_4?si=_EWUju0p-u0qB9gN
หมอป็อบอธิบายกระบวนการที่ร่างกายมีการรีไซเคิลเซลล์ได้เข้าใจง่ายมาก ขอเอามาสรุปคร่าวๆทบทวนความรู้ครับ ใครสนใจรายละอียดเพิ่มเติมดูในคลิปได้เลยครับ
เมื่อร่างกายได้รับสารอาหาร จะเกิดกระบวนการเผาผลาญในโหมด Anabolism กระตุ้นให้เซลล์แบ่งตัวและเติบโต(growth) ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีในวัยเด็ก แต่เมื่อถึงวัยที่เติบโตเต็มที่แล้ว กระบวนการแบ่งตัวของเซลล์ก็จะยังมีอยู่ แต่ประสิทธิภาพในการนำสารอาหารมาใช้จะลดน้อยลง ทำให้เกิดเซลล์ที่เสื่อมสภาพมากขึ้น
ดังนั้น จึงต้องมีกระบวนเผาผลาญในโหมด Catabolism เข้ามาช่วยเคลียของเสียที่เกิดจากกระบวนการ Anabolism โดยการนำเซลล์เก่าๆที่เสื่อมสภาพแล้ว กลับมารีไซเคิลใหม่ ซึ่งเรียกกระบวนการนี้ว่า Autophagy (แปลว่า กลืนกินตัวเอง)
โดยคุณหมอใช้วิธีเปรียบเทียบง่ายๆคือ ในการมีชีวิตอยู่ จะเหมือนกับการวิ่งให้ถึงเส้นชัย ซึ่งมีกฎธรรมชาติ 2 ข้อ คือ
ถ้าเราหยุดวิ่ง เราจะตาย และ ถ้าเราวิ่งถึงเส้นชัย เราก็จะตาย
ถ้าเรากินมากไป กระตุ้นให้ร่างกายแบ่งเซลล์มากไป เราก็จะแก่ไว และตายไว เหมือนกับการจี้ให้วิ่งไวๆเพื่อให้ถึงเส้นชัย
แต่ถ้าเราไม่กินอะไรเลย ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารเลย สักพักเราก็จะตายอยู่ดี เหมือนกับการหยุดวิ่ง
ดังนั้นวิธีที่จะยืดอายุขัยก็คือ วิ่งแบบช้าๆ คือ กินให้พออิ่ม และหยุดกินให้ร่างกายได้ใช้พลังงานในปริมาณที่พอดี และให้เวลาฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์
การทำ IF (ที่อดไม่ต่ำกว่า 16ชม) ควบคู่ไปกับการออกกำลังในช่วงฟาส เป็นวิธีที่ค่อนข้างได้ผลในการกระตุ้นให้เกิดกระบวนการ Autophagy
บางคนบอกว่า มีผิวพรรณดีขึ้น หน้าเด็กลง รู้สึกไม่ค่อยล้าง่าย
ผมได้ลองทำดูแล้ว แม้จะลองในระยะเวลาไม่นาน ก็รู้สึกได้ว่าร่างกายทำงานดีขึ้นจริงๆครับ
ปล.ช่วงนี้กำลังอินกับเรื่องสุขภาพ เลยอยากจะทำสรุปแต่ละเรื่องที่สนใจไว้เรื่อยๆเพื่อทบทวนความรู้กับแบ่งปันให้คนอื่นที่สนใจด้วยครับ
GM #siamstr
