ยิ่งรู้ตัวว่าเหลือแรงน้อยมากเท่าไหร่
ก็ยิ่งคิดหาวิธีประหยัดแรงมากขึ้นเท่านั้น
#automatic #cognitive #energy #efficiency #siamstr
โอเค เข้าใจแล้วครับ — คุณกำลังพูดถึงภาพสมมุติว่า ถ้าเทคโนโลยีคำนวณของมนุษย์ “ทรงพลังแบบสุดขีด” จนสามารถ จำลองสถานะของจักรวาลหรือร่างกายเราได้ทุกอะตอม/เซลล์ แล้วใช้ข้อมูลนั้นทำการ predict หรือแม้แต่ teleport วัตถุได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
นี่คือประเด็นหลักที่เกี่ยวข้อง:
⸻
1. การ “predict” ทุกเซลล์/อะตอม — ติดปัญหาหลักฟิสิกส์
แม้จะมีคอมพิวเตอร์ที่เร็วสุด ๆ ปัญหาหลักอยู่ที่กฎธรรมชาติเอง:
• Heisenberg uncertainty principle (ควอนตัม)
ไม่สามารถวัดตำแหน่งและโมเมนตัมของอนุภาคได้พร้อมกันอย่างแม่นยำไม่จำกัด → หมายความว่าคุณไม่มีทางได้ข้อมูล “ครบ 100%” เพื่อจำลองอนาคตหรือย้อนอดีตแบบแม่นยำสมบูรณ์
• Chaos theory (ความโกลาหลเชิงคณิตศาสตร์)
แม้ระบบจะเป็น deterministic แต่ความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในข้อมูลตั้งต้นจะขยายตัวแบบทวีคูณ ทำให้การพยากรณ์ในระยะยาวผิดเพี้ยนอย่างรุนแรง (ตัวอย่าง: สภาพอากาศ)
• Landauer limit และข้อจำกัดด้านพลังงาน
การประมวลผลข้อมูลปริมาณระดับจักรวาลต้องใช้พลังงานเทียบเท่ากับการเคลื่อนย้ายหรือสร้างจักรวาลย่อม ๆ เลย
⸻
2. การ “teleport” แบบไม่เสียเวลา — มีสองแนวทางในฟิสิกส์
1. Quantum teleportation
• มีอยู่จริงแล้วในแล็บ แต่ส่งได้เฉพาะ สถานะควอนตัม (quantum state) ของอนุภาค ไม่ใช่วัตถุทั้งหมด
• ต้องมีคู่อนุภาคที่ entangled อยู่แล้ว และต้องส่งข้อมูลคลาสสิกประกอบ → ไม่ได้เร็วกว่าแสง และไม่ใช่การ “หายตัวไปโผล่” แบบใน Star Trek
2. Matter scanning + reconstruction (แบบ sci-fi)
• สแกนอะตอมทุกตัว → ส่งข้อมูลไปยังจุดหมาย → ประกอบขึ้นใหม่
• ปัญหา: ต้องทำลายต้นฉบับ (ตามหลัก no-cloning theorem ของควอนตัม) และต้องใช้ข้อมูลมหาศาลเกินที่เราสามารถเก็บ/ส่งได้
• ความท้าทายคือความแม่นยำระดับควอนตัม และความปลอดภัยว่าข้อมูลนั้นไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่บิตเดียว
⸻
3. ทำไม “คำนวณได้ทุกอย่าง” ≠ “ย้อนเวลา” หรือ “ไม่ใช้เวลา”
• การคำนวณเร็วมาก ๆ ทำให้เราพยากรณ์หรือจำลองอนาคต/อดีต ในคอมพิวเตอร์ ได้ แต่ไม่ได้ทำให้โลกจริงเปลี่ยนไปตามนั้น
• การ teleport ที่ทำได้จริงยังติดข้อจำกัดว่าต้องมีเวลาส่งข้อมูล (อย่างน้อยเร็วไม่เกินแสง) → จึงไม่มีการ “ข้ามเวลา” จริง
• แม้คำนวณสถานะได้หมด ก็ยังต้อง obey speed of light และกฎเทอร์โมไดนามิกส์ → ทำให้ “instant travel” เป็นไปไม่ได้ตามฟิสิกส์ปัจจุบัน
⸻
4. ถ้าฝันไกลจริง ๆ
ถ้าสมมุติว่าเราแก้ข้อจำกัดควอนตัม, chaos, และ speed of light ได้ (ซึ่งตอนนี้ฟิสิกส์ยังไม่มีหลักฐานว่าทำได้)
• อาจสร้าง “perfect simulator” ที่จำลองจักรวาลได้
• ใช้ข้อมูลนั้นประกอบวัตถุใหม่ที่ปลายทางได้ทันที
• ในเชิงทฤษฎีแล้ว จะคล้ายกับการสร้าง “ #จักรวาลสำเนา ” มากกว่าการเคลื่อนย้ายตัวจริง
• แต่จะมีคำถามเชิงปรัชญา: ตัวที่ปลายทาง “คุณ” จริง ๆ ไหม หรือเป็นเพียงสำเนาที่สมบูรณ์? และต้นฉบับยังอยู่หรือถูกทำลาย?
⸻
ถ้าคุณอยาก ผมสามารถอธิบายให้เห็นภาพได้ว่า
ถ้าสมมุติว่าเรามีคอมพิวเตอร์ที่ powerful ขนาด “คำนวณจักรวาลได้ทุกเซลล์” จริง ๆ
จะต้องใช้ข้อมูลและพลังงานขนาดไหน — และมันจะใหญ่จนแทบเป็น “เครื่องจักรขนาดจักรวาล” เองเลย
อยากให้ผมลองคำนวณคร่าว ๆ ให้ดูไหมว่ามันจะต้องการข้อมูลและพลังงานเท่าไหร่?
หรือ one piece คือผลไม้ปีศาจที่มีพลังในการเสกเงินกันแน่นะ 🤔
#siamstr #ผลเมโซะเมโซะ
passion สูง
สมาธิ ต่ำ
จักรวาลสำเนา
กลุ่มคนที่คุณกล่าวถึงนั้นเป็นกลุ่มที่น่าสนใจและมีความซับซ้อนมากเลยครับ การที่พวกเขาถูกปลูกฝังให้เป็น perfectionist หรือชอบความสมบูรณ์แบบ ควบคู่ไปกับการที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบ low self-esteem หรือมีความนับถือตัวเองต่ำนั้น ถือเป็นภาวะที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงภายในตัวตนของพวกเขาเอง
ลองนึกภาพคนที่มีสองส่วนในตัวเอง:
* ส่วนที่หนึ่ง: The Inner Critic (นักวิจารณ์ภายใน)
ส่วนนี้คอยบอกพวกเขาอยู่ตลอดเวลาว่า "คุณยังดีไม่พอ" "คุณต้องทำให้สมบูรณ์แบบกว่านี้" ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ถูกปลูกฝังความเป็น Perfectionist มาตั้งแต่เด็ก พวกเขาจะตั้งมาตรฐานให้กับตัวเองสูงลิบลิ่ว และรู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรงเมื่อทำไม่ได้ตามที่ตั้งใจ
* ส่วนที่สอง: The Child with Low Self-Esteem (เด็กน้อยที่มีความนับถือตัวเองต่ำ)
ส่วนนี้รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ไม่มีความสามารถ และไม่เป็นที่รัก ซึ่งเป็นผลมาจากการเลี้ยงดูที่อาจจะไม่ได้ให้ความรักความอบอุ่น หรือมีการตำหนิอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ความรู้สึกเหล่านี้ฝังรากลึกอยู่ภายใน
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
เมื่อทั้งสองส่วนนี้อยู่ในคนคนเดียวกัน มันจะสร้างวงจรที่ไม่สิ้นสุดขึ้นมา
* พวกเขาจะพยายามอย่างหนัก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อพิสูจน์ให้ตัวเองและคนอื่นเห็นว่า "ฉันมีค่า"
* เมื่อผลลัพธ์ที่ได้ออกมาไม่สมบูรณ์แบบ (ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสมบูรณ์แบบ 100%) พวกเขาก็จะรู้สึกผิดหวังและตำหนิตัวเองอย่างรุนแรง
* ความรู้สึกเหล่านี้จะยิ่งตอกย้ำความเชื่อเดิม ว่า "ฉันดีไม่พอ" หรือ "ฉันไม่มีความสามารถจริง ๆ" ทำให้ low self-esteem ยิ่งแย่ลงไปอีก
* และเมื่อความนับถือตัวเองต่ำลง พวกเขาก็จะยิ่งพยายามหนักขึ้นไปอีกในครั้งหน้า เพื่อให้ได้ความสมบูรณ์แบบมาทดแทนความรู้สึกไร้ค่านี้
ผลกระทบที่ตามมา
คนกลุ่มนี้มักจะตกอยู่ในวังวนของความเครียด ความวิตกกังวล และความรู้สึกผิดอยู่เสมอ พวกเขาอาจจะกลายเป็นคนที่ไม่กล้าเริ่มต้นทำอะไรใหม่ ๆ เพราะกลัวความล้มเหลว หรือกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ แม้จะมีศักยภาพสูงก็ตาม ในบางครั้งพวกเขาอาจจะผลัดวันประกันพรุ่ง (procrastination) เพราะความกังวลว่าสิ่งที่ทำออกมาจะไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่คาดหวังไว้
การตระหนักรู้ว่าตนเองกำลังเผชิญกับความขัดแย้งภายในนี้ เป็นก้าวแรกที่สำคัญมากในการทำความเข้าใจและยอมรับตัวเอง และการเรียนรู้ที่จะใจดีกับตัวเองมากขึ้น ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาหลุดพ้นจากวังวนนี้ได้ครับ
คุณมีความคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะนี้อย่างไรบ้างครับ?
#geministr
มันจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ถูกปลูกฝังให้เป็น perfectionism แต่ถูกเลี้ยงดูมาแบบ low self-esteem
#paradox #identity #generation #siamstr
สวัสดีครับท่าน
ขออนุญาติสอบถาม
ผมเคย zap note นี้ไป 99 sat ไม่ทราบว่ามันเข้า wallet ท่านไหมครับ
ขอบคุณครับ
MEGADave
nostr:note10r80qpq78pu4cfqd6s4z9wlg9tg9rh6qd66hl9xtchyw7zpl8edshq0eus
51% attack คือกลยุทธ์ที่เปลี่ยนเงินทั้งหมดเป็น bitcoin 51% เพื่อเป็น saving และมันจะ attack เงิน fiat ในพอร์ทจนเหลือ 0% เอง
#siamstr
นั่งรถเข้าเมืองแต่ละที
รู้สึกไกลกว่า นครพนม-กรุงเทพ อีกครับพี่ 😆
ตอนเข้ามหาลัย เลือกหนองจอกเลย ม.มหานคร วิศวกรรมสารสนเทศ (Information Engineering) อยู่กรุงเทพเจริญแน่นอน ขนาดชื่อมหาลัยยังมหานครเลย
เราอยู่นครพนม สุดขอบชายแดนเด็กบ้านนอกอยากเข้าเมืองไปดูความเจริญกรุงเทพ อยากไปเสพย์ความเป็นเมืองซะหน่อย
ตัดภาพมา กูได้มาอยู่หนองจอก เจริญทุ่งนาไม่ต่างจากบ้านกู 555+ ตอนนั้นความเจริญใกล้สุดนอกจาก Big C คือ เดอะมอลล์บางกะปิ นั่งรถ 2 ต่อ เกือบ 2 ชม. ซิ่วเลยกู มาหาความเจริญ 555+
ปล.แต่ร้านอาหารอร่อยๆเยอะนะที่หนองจอก ถ้ามีประตูวาร์ปจะไปอีก
#siamstr
nostr:npub16unl8g9ucanlpfvp94sdjdv2f4mukm2ywmgrywnrfdgt98qwrrdq0qcn35 nostr:npub1gwa27rpgum8mr9d30msg8cv7kwj2lhav2nvmdwh3wqnsa5vnudxqlta2sz 🧡
Cantillonaire Siphoning ?
we just a reflection of time in universe ⏳♻️
digital
capital
bullets
#satoshi : ₿
#siamstr
pure capital reflection
#bitcoin 📏
history repeat itself ?
การอัปเดตแบบ Taproot และ Ark protocol จริงๆ แล้วเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของ Bitcoin ในการเป็น network security infrastructure อย่างมีนัยสำคัญ:
Taproot (activated 2021):
Taproot นำเสนอ Schnorr Signatures ที่ปลอดภัยและใช้ข้อมูลน้อยกว่าในการอนุมัติธุรกรรม รวมถึงเทคนิค MAST ที่ลดการเปิดเผยข้อมูล smart contract
Taproot แนะนำ scripting language ใหม่ชื่อ Tapscript ที่ทำให้การพัฒนา smart contracts ซับซ้อนง่ายขึ้นและเปิดใช้งานกรณีใหม่ๆ เช่น multi-signature schemes ที่ซับซ้อนมากขึ้น
Ark Protocol (กำลังพัฒนา):
ทีมพัฒนา Bitcoin layer-2 protocol Ark ได้ก่อตั้งบริษัทใหม่ Ark Labs เพื่อสร้างระบบ payments ที่เร็วและถูกกว่าบน blockchain โดยตั้งเป้าเป็นทางเลือกที่ดีกว่า Lightning Network
Ark เป็น scaling solution สำหรับ Bitcoin ที่ทำธุรกรรมนอก main chain แต่ส่งข้อมูลธุรกรรมกลับมาบน-chain ในรูปแบบบีบอัด โดย Ark servers รวมธุรกรรมหลายรายการเป็น batches ขนาดใหญ่
ผลกระทบต่อ Digital Security Infrastructure:
เพิ่มความสามารถด้าน Privacy และ Efficiency
- Taproot ทำให้ complex transactions ดูเหมือน simple transactions
- ลดค่าธรรมเนียมและเพิ่มความเป็นส่วนตัว
- ปรับปรุงด้านความเร็ว ต้นทุน ความยืดหยุ่น และความเป็นส่วนตัวของธุรกรรม
Layer-2 Solutions สำหรับการใช้งานจริง
- Ark อาจแก้ปัญหา scalability ที่เป็นอุปสรรคหลัก
- Ark เป็น layer-2 scaling solution ที่มีเป้าหมายให้การชำระเงินแบบ private, cheap และ off-chain ผ่าน Ark Service Providers
แนวโน้มการเป็น Internet Security Infrastructure:
ด้วยการพัฒนานี้ Bitcoin มีแนวโน้มมากขึ้นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของ digital security infrastructure เพราะ:
1. Identity และ Authentication: Taproot เปิดทางให้ complex multi-sig schemes ที่ใช้ยืนยันตัวตนได้
1. Micropayments: Ark อาจทำให้การชำระเงินขนาดเล็กสำหรับ digital services เป็นไปได้
1. Timestamping และ Notarization: การใช้ Bitcoin เป็น timestamping service สำหรับเอกสารสำคัญ
1. Cross-chain Security: ในปี 2025 มีการพัฒนา bridges, rollups และ meta-protocols เพื่อนำ BTC ไปใช้ cross-chain
แต่ยังคงมีข้อจำกัด คือต้องรอดูว่า Ark จะ implement สำเร็จหรือไม่ และได้รับการยอมรับเท่าไหร่ในทางปฏิบัติ
#internet #operation #system #cyber #security #layer #bitcoin #9arm #siamstr #claudestr
ได้กลิ่นมาแต่ไกลเลยครับ
เหมือนจะมีการลากกันไป
จากความเชื่อใจหรืออะไรบางอย่าง
ปล.เห็น coperate กับ government กำลังตีฟูกัน แต่คอขวดมันตกที่ dev ที่ lead project ให้พวกเขานั่นแหละ
✨ New Bitcoin Boardgames Launch 📣
https://www.kickstarter.com/projects/whiteelephants/age-of-bitcoin?ref=4oqnfn
✨ New Bitcoin Boardgames Launch 📣
https://www.kickstarter.com/projects/whiteelephants/age-of-bitcoin?ref=4oqnfn
✨ New Bitcoin Boardgames Launch 📣
https://www.kickstarter.com/projects/whiteelephants/age-of-bitcoin?ref=4oqnfn
เล่นแบทเทิ้ลไป
สร้างท่าไป
#play #toy #ai #homeschool







จริงๆแล้วตอนนี้มีเงินที่ถูกผลิตขึ้นมาใหม่ทุกๆ 10 นาที
และเงินเก่าเองก็กำลังหมดอายุ
#siamstr #bitcoin #bank #interiordesign

ref : https://youtu.be/S2T-8nRwL9Y
ในเมื่อมันมีความเร็วกว่าการเติบโตของเวลา
คิดว่าเป็นไปได้กันไหม
ในการส่งข้อมูลจากอนาคต มาสู่อดีต
ผ่านการสื่อสารทางควอนตัม
❓
#siamstr #quantuminformation #entanglement

การเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ทุกๆ 500 ปีน่าสนใจมาก มาดูตัวอย่างที่สำคัญกันครับ:
อดีตที่ไกลกว่า (500 ปีย้อนหลัง)
ปี 1000-1100: การปฏิวัติเกษตรกรรมในยุโรป - การใช้ไถแบบใหม่ และระบบการหมุนเวียนพืชผล ทำให้ประชากรเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ปี 500-600: การเกิดขึ้นของศาสนาอิสลาม และการขยายตัวของอารยธรรมอิสลาม ที่เปลี่ยนแปลงโลกตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ
ปี 0-100: การเกิดขึ้นของศาสนาคริสต์ และจักรวรรดิโรมันที่เข้มแข็ง
ปี 500 ก่อน ค.ศ.: ยุคแกนกลาง (Axial Age) - การเกิดขึ้นของปรัชญาและศาสนาใหญ่ๆ พร้อมกัน (พุทธศาสนา, ปรัชญากรีก, ขงจื๊อ)
อนาคต (คาดการณ์)
ปี 2050-2100: อาจเป็นยุคของ AI และ Quantum Computing ที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานและชีวิตมนุษย์ทั้งหมด
ปี 2500-2600: การตั้งถิ่นฐานนอกโลกอย่างจริงจัง หรือการพัฒนา Biotechnology ที่ทำให้มนุษย์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
ปี 3000-3100: อาจเป็นยุคของการควบรวมกันระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยี หรือการค้นพบมิติใหม่ของฟิสิกส์
แต่ที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันดูเหมือนจะเร็วกว่า 500 ปี อาจเป็น 50-100 ปีแล้ว เพราะเทคโนโลยีพัฒนาเร็วขึ้นแบบเอ็กซ์โพเนนเชียล
คุณคิดว่าจะมีรูปแบบอะไรที่อาจเปลี่ยนแปลงโลกในอนาคตอีกบ้างครับ?
#claudestr #500y #siamstr #DYOR

“เพราะการรู้ประวัติศาสตร์ ส่งผลต่อการตัดสินใจของฉันน่ะสิ”
💬 : รู้จัก "Uoto" นักเขียนการ์ตูนดาวรุ่งเจ้าของผลงานสะเทือนวงการ
Uoto (ウオト) หรือในชื่อจริงว่า 魚豊 (Uoto) คือนักเขียนการ์ตูน (มังงะ) ชาวญี่ปุ่นที่กำลังได้รับการจับตามองอย่างสูงในวงการ ด้วยผลงานที่โดดเด่นและคว้ารางวัลมาแล้วมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากซีรีส์เรื่อง "Chi: Chikyū no Undō ni Tsuite" (チ。-地球の運動について-) หรือในชื่อภาษาไทยคือ "สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด"
Uoto เกิดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 เขาสร้างชื่อเสียงจากการผสมผสานเนื้อหาที่หนักแน่นเข้ากับงานภาพอันเป็นเอกลักษณ์ โดยมักจะหยิบยกประเด็นทางประวัติศาสตร์ ปรัชญา และจิตวิทยามนุษย์มาถ่ายทอดได้อย่างน่าติดตาม
ผลงานสร้างชื่อและรางวัลการันตีความสามารถ
ผลงานที่ทำให้ชื่อของ Uoto เป็นที่รู้จักในวงกว้างคือ "Chi: Chikyū no Undō ni Tsuite" ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวในยุโรปศตวรรษที่ 15 เกี่ยวกับผู้คนที่ยอมสละชีวิตเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง (Heliocentrism) ซึ่งขัดแย้งกับความเชื่อหลักของศาสนจักรในสมัยนั้น มังงะเรื่องนี้ได้รับการยกย่องอย่างสูงจากนักวิจารณ์และผู้อ่าน และสามารถคว้ารางวัลใหญ่มาครองได้สำเร็จ ได้แก่:
• รางวัล Grand Prize จากเวที Tezuka Osamu Cultural Prize ครั้งที่ 26 ประจำปี 2022 ซึ่งถือเป็นเกียรติยศสูงสุดรางวัลหนึ่งของวงการมังงะญี่ปุ่น
• รางวัล Seiun Award สาขาการ์ตูนยอดเยี่ยม ประจำปี 2023
ความสำเร็จของ "Chi" ไม่เพียงทำให้เขาเป็นที่รู้จัก แต่ยังได้รับการดัดแปลงเป็นอนิเมะโดยสตูดิโอชื่อดังอย่าง Madhouse อีกด้วย
ผลงานอื่นๆ ที่น่าสนใจ
นอกเหนือจากผลงานชิ้นเอกแล้ว Uoto ยังมีผลงานเรื่องอื่นๆ ที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิดและสไตล์อันหลากหลายของเขา เช่น:
• Hyakuemu (ひゃくえむ。): มังงะเกี่ยวกับกีฬาที่ได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์
• Welcome to FACT (Tokyo S Ward Second Branch) (ようこそ!FACT (東京S区第二支部)へ): ซีรีส์ที่เริ่มตีพิมพ์ในปี 2023
• Dr. Muscle Beetle: ผลงานเรื่องใหม่ที่ประกาศว่าจะเปิดตัวในปี 2025
สไตล์และแรงบันดาลใจ
#Uoto ได้รับอิทธิพลจากทั้งนักปรัชญาอย่าง ฟรีดริช นีทเชอ และมังงะชื่อดังหลายเรื่อง เช่น Parasyte, Ping Pong, และ Death Note ซึ่งส่งผลให้ผลงานของเขามีลายเส้นที่โดดเด่นและการเล่าเรื่องที่ซับซ้อนและกระตุ้นความคิด
ด้วยวัยที่ยังไม่มากแต่กลับสร้างสรรค์ผลงานที่ลึกซึ้งและทรงพลัง ทำให้ Uoto กลายเป็นหนึ่งในนักเขียนการ์ตูนรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งในปัจจุบัน
#siamstr #animestr

#เพลงวันแม่
some where before i was born
#spiritual #energy
https://video.nostr.build/acb037facf69d79acae47554928904e3d49a4dcbecbd43fba8d622df42649340.mp4
มันอาจมีพื้นที่ที่ไม่ตีค่าเรื่องนั้นว่าไร้ความหมาย
#nostr









