Avatar
satuser
c95981694faa52bd48cc225f96b63da55679945313dfeb96bbdbbf607c19e7c4
satoshi is in the word 🌳 / technical dreamer / do note

ยิ่งรู้ตัวว่าเหลือแรงน้อยมากเท่าไหร่

ก็ยิ่งคิดหาวิธีประหยัดแรงมากขึ้นเท่านั้น

#automatic #cognitive #energy #efficiency #siamstr

โอเค เข้าใจแล้วครับ — คุณกำลังพูดถึงภาพสมมุติว่า ถ้าเทคโนโลยีคำนวณของมนุษย์ “ทรงพลังแบบสุดขีด” จนสามารถ จำลองสถานะของจักรวาลหรือร่างกายเราได้ทุกอะตอม/เซลล์ แล้วใช้ข้อมูลนั้นทำการ predict หรือแม้แต่ teleport วัตถุได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง

นี่คือประเด็นหลักที่เกี่ยวข้อง:

1. การ “predict” ทุกเซลล์/อะตอม — ติดปัญหาหลักฟิสิกส์

แม้จะมีคอมพิวเตอร์ที่เร็วสุด ๆ ปัญหาหลักอยู่ที่กฎธรรมชาติเอง:

• Heisenberg uncertainty principle (ควอนตัม)

ไม่สามารถวัดตำแหน่งและโมเมนตัมของอนุภาคได้พร้อมกันอย่างแม่นยำไม่จำกัด → หมายความว่าคุณไม่มีทางได้ข้อมูล “ครบ 100%” เพื่อจำลองอนาคตหรือย้อนอดีตแบบแม่นยำสมบูรณ์

• Chaos theory (ความโกลาหลเชิงคณิตศาสตร์)

แม้ระบบจะเป็น deterministic แต่ความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในข้อมูลตั้งต้นจะขยายตัวแบบทวีคูณ ทำให้การพยากรณ์ในระยะยาวผิดเพี้ยนอย่างรุนแรง (ตัวอย่าง: สภาพอากาศ)

• Landauer limit และข้อจำกัดด้านพลังงาน

การประมวลผลข้อมูลปริมาณระดับจักรวาลต้องใช้พลังงานเทียบเท่ากับการเคลื่อนย้ายหรือสร้างจักรวาลย่อม ๆ เลย

2. การ “teleport” แบบไม่เสียเวลา — มีสองแนวทางในฟิสิกส์

1. Quantum teleportation

• มีอยู่จริงแล้วในแล็บ แต่ส่งได้เฉพาะ สถานะควอนตัม (quantum state) ของอนุภาค ไม่ใช่วัตถุทั้งหมด

• ต้องมีคู่อนุภาคที่ entangled อยู่แล้ว และต้องส่งข้อมูลคลาสสิกประกอบ → ไม่ได้เร็วกว่าแสง และไม่ใช่การ “หายตัวไปโผล่” แบบใน Star Trek

2. Matter scanning + reconstruction (แบบ sci-fi)

• สแกนอะตอมทุกตัว → ส่งข้อมูลไปยังจุดหมาย → ประกอบขึ้นใหม่

• ปัญหา: ต้องทำลายต้นฉบับ (ตามหลัก no-cloning theorem ของควอนตัม) และต้องใช้ข้อมูลมหาศาลเกินที่เราสามารถเก็บ/ส่งได้

• ความท้าทายคือความแม่นยำระดับควอนตัม และความปลอดภัยว่าข้อมูลนั้นไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่บิตเดียว

3. ทำไม “คำนวณได้ทุกอย่าง” ≠ “ย้อนเวลา” หรือ “ไม่ใช้เวลา”

• การคำนวณเร็วมาก ๆ ทำให้เราพยากรณ์หรือจำลองอนาคต/อดีต ในคอมพิวเตอร์ ได้ แต่ไม่ได้ทำให้โลกจริงเปลี่ยนไปตามนั้น

• การ teleport ที่ทำได้จริงยังติดข้อจำกัดว่าต้องมีเวลาส่งข้อมูล (อย่างน้อยเร็วไม่เกินแสง) → จึงไม่มีการ “ข้ามเวลา” จริง

• แม้คำนวณสถานะได้หมด ก็ยังต้อง obey speed of light และกฎเทอร์โมไดนามิกส์ → ทำให้ “instant travel” เป็นไปไม่ได้ตามฟิสิกส์ปัจจุบัน

4. ถ้าฝันไกลจริง ๆ

ถ้าสมมุติว่าเราแก้ข้อจำกัดควอนตัม, chaos, และ speed of light ได้ (ซึ่งตอนนี้ฟิสิกส์ยังไม่มีหลักฐานว่าทำได้)

• อาจสร้าง “perfect simulator” ที่จำลองจักรวาลได้

• ใช้ข้อมูลนั้นประกอบวัตถุใหม่ที่ปลายทางได้ทันที

• ในเชิงทฤษฎีแล้ว จะคล้ายกับการสร้าง “ #จักรวาลสำเนา ” มากกว่าการเคลื่อนย้ายตัวจริง

• แต่จะมีคำถามเชิงปรัชญา: ตัวที่ปลายทาง “คุณ” จริง ๆ ไหม หรือเป็นเพียงสำเนาที่สมบูรณ์? และต้นฉบับยังอยู่หรือถูกทำลาย?

ถ้าคุณอยาก ผมสามารถอธิบายให้เห็นภาพได้ว่า

ถ้าสมมุติว่าเรามีคอมพิวเตอร์ที่ powerful ขนาด “คำนวณจักรวาลได้ทุกเซลล์” จริง ๆ

จะต้องใช้ข้อมูลและพลังงานขนาดไหน — และมันจะใหญ่จนแทบเป็น “เครื่องจักรขนาดจักรวาล” เองเลย

อยากให้ผมลองคำนวณคร่าว ๆ ให้ดูไหมว่ามันจะต้องการข้อมูลและพลังงานเท่าไหร่?

หรือ one piece คือผลไม้ปีศาจที่มีพลังในการเสกเงินกันแน่นะ 🤔

#siamstr #ผลเมโซะเมโซะ

passion สูง

สมาธิ ต่ำ

จักรวาลสำเนา

กลุ่มคนที่คุณกล่าวถึงนั้นเป็นกลุ่มที่น่าสนใจและมีความซับซ้อนมากเลยครับ การที่พวกเขาถูกปลูกฝังให้เป็น perfectionist หรือชอบความสมบูรณ์แบบ ควบคู่ไปกับการที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบ low self-esteem หรือมีความนับถือตัวเองต่ำนั้น ถือเป็นภาวะที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงภายในตัวตนของพวกเขาเอง

ลองนึกภาพคนที่มีสองส่วนในตัวเอง:

* ส่วนที่หนึ่ง: The Inner Critic (นักวิจารณ์ภายใน)

ส่วนนี้คอยบอกพวกเขาอยู่ตลอดเวลาว่า "คุณยังดีไม่พอ" "คุณต้องทำให้สมบูรณ์แบบกว่านี้" ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ถูกปลูกฝังความเป็น Perfectionist มาตั้งแต่เด็ก พวกเขาจะตั้งมาตรฐานให้กับตัวเองสูงลิบลิ่ว และรู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรงเมื่อทำไม่ได้ตามที่ตั้งใจ

* ส่วนที่สอง: The Child with Low Self-Esteem (เด็กน้อยที่มีความนับถือตัวเองต่ำ)

ส่วนนี้รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ไม่มีความสามารถ และไม่เป็นที่รัก ซึ่งเป็นผลมาจากการเลี้ยงดูที่อาจจะไม่ได้ให้ความรักความอบอุ่น หรือมีการตำหนิอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ความรู้สึกเหล่านี้ฝังรากลึกอยู่ภายใน

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

เมื่อทั้งสองส่วนนี้อยู่ในคนคนเดียวกัน มันจะสร้างวงจรที่ไม่สิ้นสุดขึ้นมา

* พวกเขาจะพยายามอย่างหนัก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อพิสูจน์ให้ตัวเองและคนอื่นเห็นว่า "ฉันมีค่า"

* เมื่อผลลัพธ์ที่ได้ออกมาไม่สมบูรณ์แบบ (ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสมบูรณ์แบบ 100%) พวกเขาก็จะรู้สึกผิดหวังและตำหนิตัวเองอย่างรุนแรง

* ความรู้สึกเหล่านี้จะยิ่งตอกย้ำความเชื่อเดิม ว่า "ฉันดีไม่พอ" หรือ "ฉันไม่มีความสามารถจริง ๆ" ทำให้ low self-esteem ยิ่งแย่ลงไปอีก

* และเมื่อความนับถือตัวเองต่ำลง พวกเขาก็จะยิ่งพยายามหนักขึ้นไปอีกในครั้งหน้า เพื่อให้ได้ความสมบูรณ์แบบมาทดแทนความรู้สึกไร้ค่านี้

ผลกระทบที่ตามมา

คนกลุ่มนี้มักจะตกอยู่ในวังวนของความเครียด ความวิตกกังวล และความรู้สึกผิดอยู่เสมอ พวกเขาอาจจะกลายเป็นคนที่ไม่กล้าเริ่มต้นทำอะไรใหม่ ๆ เพราะกลัวความล้มเหลว หรือกลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอ แม้จะมีศักยภาพสูงก็ตาม ในบางครั้งพวกเขาอาจจะผลัดวันประกันพรุ่ง (procrastination) เพราะความกังวลว่าสิ่งที่ทำออกมาจะไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่คาดหวังไว้

การตระหนักรู้ว่าตนเองกำลังเผชิญกับความขัดแย้งภายในนี้ เป็นก้าวแรกที่สำคัญมากในการทำความเข้าใจและยอมรับตัวเอง และการเรียนรู้ที่จะใจดีกับตัวเองมากขึ้น ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาหลุดพ้นจากวังวนนี้ได้ครับ

คุณมีความคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะนี้อย่างไรบ้างครับ?

#geministr

มันจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ถูกปลูกฝังให้เป็น perfectionism แต่ถูกเลี้ยงดูมาแบบ low self-esteem

#paradox #identity #generation #siamstr

https://youtu.be/45S3O3vUjpk

ซับไตเติ้ลศึกษา

#cinefile #salmonpodcast #siamstr

สวัสดีครับท่าน

ขออนุญาติสอบถาม

ผมเคย zap note นี้ไป 99 sat ไม่ทราบว่ามันเข้า wallet ท่านไหมครับ

ขอบคุณครับ

Universal Intelligent 💡

https://youtu.be/C8NLSPDgu2c

#siamstr #predidiobitcoin #21in21 #AlexPruden

MEGADave

nostr:note10r80qpq78pu4cfqd6s4z9wlg9tg9rh6qd66hl9xtchyw7zpl8edshq0eus

51% attack คือกลยุทธ์ที่เปลี่ยนเงินทั้งหมดเป็น bitcoin 51% เพื่อเป็น saving และมันจะ attack เงิน fiat ในพอร์ทจนเหลือ 0% เอง

#siamstr

นั่งรถเข้าเมืองแต่ละที

รู้สึกไกลกว่า นครพนม-กรุงเทพ อีกครับพี่ 😆

ตอนเข้ามหาลัย เลือกหนองจอกเลย ม.มหานคร วิศวกรรมสารสนเทศ (Information Engineering) อยู่กรุงเทพเจริญแน่นอน ขนาดชื่อมหาลัยยังมหานครเลย

เราอยู่นครพนม สุดขอบชายแดนเด็กบ้านนอกอยากเข้าเมืองไปดูความเจริญกรุงเทพ อยากไปเสพย์ความเป็นเมืองซะหน่อย

ตัดภาพมา กูได้มาอยู่หนองจอก เจริญทุ่งนาไม่ต่างจากบ้านกู 555+ ตอนนั้นความเจริญใกล้สุดนอกจาก Big C คือ เดอะมอลล์บางกะปิ นั่งรถ 2 ต่อ เกือบ 2 ชม. ซิ่วเลยกู มาหาความเจริญ 555+

ปล.แต่ร้านอาหารอร่อยๆเยอะนะที่หนองจอก ถ้ามีประตูวาร์ปจะไปอีก

https://youtu.be/eRI7wwBAiKo

#siamstr

แซะเจ็บดี HFSP

เวอร์ชั่น TVC

https://youtu.be/l0bmJlrhRg4

#coinbase #bitcoin #advertising

we just a reflection of time in universe ⏳♻️

มีใครผ่อน bitcoin อยู่บ้าง

สารภาพมา 🙋🏻‍♀️🙋🏾🙋‍♂️

https://youtu.be/SW5eu92f1G8

#siamstr #BNPL

digital

capital

bullets

#satoshi : ₿

#siamstr

pure capital reflection

#bitcoin 📏

history repeat itself ?

การอัปเดตแบบ Taproot และ Ark protocol จริงๆ แล้วเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของ Bitcoin ในการเป็น network security infrastructure อย่างมีนัยสำคัญ:

Taproot (activated 2021):

Taproot นำเสนอ Schnorr Signatures ที่ปลอดภัยและใช้ข้อมูลน้อยกว่าในการอนุมัติธุรกรรม รวมถึงเทคนิค MAST ที่ลดการเปิดเผยข้อมูล smart contract

Taproot แนะนำ scripting language ใหม่ชื่อ Tapscript ที่ทำให้การพัฒนา smart contracts ซับซ้อนง่ายขึ้นและเปิดใช้งานกรณีใหม่ๆ เช่น multi-signature schemes ที่ซับซ้อนมากขึ้น

Ark Protocol (กำลังพัฒนา):

ทีมพัฒนา Bitcoin layer-2 protocol Ark ได้ก่อตั้งบริษัทใหม่ Ark Labs เพื่อสร้างระบบ payments ที่เร็วและถูกกว่าบน blockchain โดยตั้งเป้าเป็นทางเลือกที่ดีกว่า Lightning Network

Ark เป็น scaling solution สำหรับ Bitcoin ที่ทำธุรกรรมนอก main chain แต่ส่งข้อมูลธุรกรรมกลับมาบน-chain ในรูปแบบบีบอัด โดย Ark servers รวมธุรกรรมหลายรายการเป็น batches ขนาดใหญ่

ผลกระทบต่อ Digital Security Infrastructure:

เพิ่มความสามารถด้าน Privacy และ Efficiency

- Taproot ทำให้ complex transactions ดูเหมือน simple transactions

- ลดค่าธรรมเนียมและเพิ่มความเป็นส่วนตัว

- ปรับปรุงด้านความเร็ว ต้นทุน ความยืดหยุ่น และความเป็นส่วนตัวของธุรกรรม

Layer-2 Solutions สำหรับการใช้งานจริง

- Ark อาจแก้ปัญหา scalability ที่เป็นอุปสรรคหลัก

- Ark เป็น layer-2 scaling solution ที่มีเป้าหมายให้การชำระเงินแบบ private, cheap และ off-chain ผ่าน Ark Service Providers

แนวโน้มการเป็น Internet Security Infrastructure:

ด้วยการพัฒนานี้ Bitcoin มีแนวโน้มมากขึ้นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของ digital security infrastructure เพราะ:

1. Identity และ Authentication: Taproot เปิดทางให้ complex multi-sig schemes ที่ใช้ยืนยันตัวตนได้

1. Micropayments: Ark อาจทำให้การชำระเงินขนาดเล็กสำหรับ digital services เป็นไปได้

1. Timestamping และ Notarization: การใช้ Bitcoin เป็น timestamping service สำหรับเอกสารสำคัญ

1. Cross-chain Security: ในปี 2025 มีการพัฒนา bridges, rollups และ meta-protocols เพื่อนำ BTC ไปใช้ cross-chain

แต่ยังคงมีข้อจำกัด คือต้องรอดูว่า Ark จะ implement สำเร็จหรือไม่ และได้รับการยอมรับเท่าไหร่ในทางปฏิบัติ

https://youtu.be/h7lRTVd6FeA

#internet #operation #system #cyber #security #layer #bitcoin #9arm #siamstr #claudestr

https://youtu.be/MrGro7gvUcE

กฎหมายเก่า

พฤติกรรมใหม่

เอาอะไรมาแฟร์

Replying to Avatar mcshane

full report for friends asking:

Freak accident last night, slipped and fell at a BBQ, and a fillet knife sliced my peroneal nerve and a major artery, all the way into my shin bone. I didn’t feel anything, but I looked down and saw my bone and the wound pouring.

I was bleeding out fast. I applied pressure with my hand directly on the exposed artery and bone and hopped over to my friends. My friends and I tied a tank top around the wound, jammed in a pen for a makeshift tourniquet, wound it up tight to stop the bloodflow, then made two more above and below the wound with our shirts. That quick response bought me enough time for my friend to get me to the ER.

We waited in the ER for about an hour before getting seen by a nurse. She opened the tourniquet, took pressure off, and she got sprayed, shin exposed, artery wide open. She tried to clean it a bit the we out the pressure back on. Then we sat in the hallway to wait for a doctor.

The ER doc said they weren’t equipped to stop the bleeding. At this point I’m getting dizzy and shaky cause the shock was wearing off. Very nervous. They said they weren’t outfitted to handle that kind of bleeding, so they didn’t want to dress it. They spent some time debating whether to gamble and try to close it themselves, or spend hours transferring me to a severe trauma surgeon in another hospital.

Finally, one doctor made the call. He joked I was holding up the patient line. He opened the tourniquet, cleaned the wound, and stitched the artery, deep tissue, fascia, and everything back together, inside and out. Two hours and several injections of antibiotics and pain killers later, I was stitched up and stable.

I’m home now. Stuck in bed, leg elevated. Can’t walk or move much. The pain didn’t hit until this morning and it’s unbearable to be honest. Never had anything like it. The doctors said I’m incredibly lucky.

Still waiting to see if I’ll need surgery, depending in how the nerves and tissues heal, and how bad the nerve damage is. Had a nice house call today to reassess and clean and get more pain killers and antibiotic injections. They said fortunately it was a very sharp knife, so the nerves may reconnect smooth. There’s a lot of parts of my leg that numb out randomly, and some drop foot when I try to move, but I’m optimistic it will heal well. Not too much bleeding so the artery seems good. Just monitoring for infection and trying to manage pain and inflammation now.

No swimming, no jiu-jitsu, no walking for a while. But I’m really grateful for the helpful visitors, my neighbors, the support, and especially the friends who stayed calm under pressure and saved my life.

Anyway, accidents happen. Going as well as can be. I’m definitely going to invest some more time into emergency prep, and I think it's worthwhile for everyone to consider learning some basics too. If you have any suggested material on this please send it 🤙

get well soon bro 🥩

ได้กลิ่นมาแต่ไกลเลยครับ

เหมือนจะมีการลากกันไป

จากความเชื่อใจหรืออะไรบางอย่าง

ปล.เห็น coperate กับ government กำลังตีฟูกัน แต่คอขวดมันตกที่ dev ที่ lead project ให้พวกเขานั่นแหละ

เล่นแบทเทิ้ลไป

สร้างท่าไป

#play #toy #ai #homeschool

จริงๆแล้วตอนนี้มีเงินที่ถูกผลิตขึ้นมาใหม่ทุกๆ 10 นาที

และเงินเก่าเองก็กำลังหมดอายุ

#siamstr #bitcoin #bank #interiordesign

คิดว่าเป็นไปได้กันไหม

ในการส่งข้อมูลจากอนาคต มาสู่อดีต

ผ่านการสื่อสารทางควอนตัม

#siamstr #quantuminformation #entanglement

การเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ทุกๆ 500 ปีน่าสนใจมาก มาดูตัวอย่างที่สำคัญกันครับ:

อดีตที่ไกลกว่า (500 ปีย้อนหลัง)

ปี 1000-1100: การปฏิวัติเกษตรกรรมในยุโรป - การใช้ไถแบบใหม่ และระบบการหมุนเวียนพืชผล ทำให้ประชากรเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ปี 500-600: การเกิดขึ้นของศาสนาอิสลาม และการขยายตัวของอารยธรรมอิสลาม ที่เปลี่ยนแปลงโลกตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ

ปี 0-100: การเกิดขึ้นของศาสนาคริสต์ และจักรวรรดิโรมันที่เข้มแข็ง

ปี 500 ก่อน ค.ศ.: ยุคแกนกลาง (Axial Age) - การเกิดขึ้นของปรัชญาและศาสนาใหญ่ๆ พร้อมกัน (พุทธศาสนา, ปรัชญากรีก, ขงจื๊อ)

อนาคต (คาดการณ์)

ปี 2050-2100: อาจเป็นยุคของ AI และ Quantum Computing ที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานและชีวิตมนุษย์ทั้งหมด

ปี 2500-2600: การตั้งถิ่นฐานนอกโลกอย่างจริงจัง หรือการพัฒนา Biotechnology ที่ทำให้มนุษย์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ปี 3000-3100: อาจเป็นยุคของการควบรวมกันระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยี หรือการค้นพบมิติใหม่ของฟิสิกส์

แต่ที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันดูเหมือนจะเร็วกว่า 500 ปี อาจเป็น 50-100 ปีแล้ว เพราะเทคโนโลยีพัฒนาเร็วขึ้นแบบเอ็กซ์โพเนนเชียล

คุณคิดว่าจะมีรูปแบบอะไรที่อาจเปลี่ยนแปลงโลกในอนาคตอีกบ้างครับ?​​​​​​​​​​​​​​​​

#claudestr #500y #siamstr #DYOR

“เพราะการรู้ประวัติศาสตร์ ส่งผลต่อการตัดสินใจของฉันน่ะสิ”

💬 : รู้จัก "Uoto" นักเขียนการ์ตูนดาวรุ่งเจ้าของผลงานสะเทือนวงการ

Uoto (ウオト) หรือในชื่อจริงว่า 魚豊 (Uoto) คือนักเขียนการ์ตูน (มังงะ) ชาวญี่ปุ่นที่กำลังได้รับการจับตามองอย่างสูงในวงการ ด้วยผลงานที่โดดเด่นและคว้ารางวัลมาแล้วมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากซีรีส์เรื่อง "Chi: Chikyū no Undō ni Tsuite" (チ。-地球の運動について-) หรือในชื่อภาษาไทยคือ "สุริยะปราชญ์ ทฤษฎีสีเลือด"

Uoto เกิดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 เขาสร้างชื่อเสียงจากการผสมผสานเนื้อหาที่หนักแน่นเข้ากับงานภาพอันเป็นเอกลักษณ์ โดยมักจะหยิบยกประเด็นทางประวัติศาสตร์ ปรัชญา และจิตวิทยามนุษย์มาถ่ายทอดได้อย่างน่าติดตาม

ผลงานสร้างชื่อและรางวัลการันตีความสามารถ

ผลงานที่ทำให้ชื่อของ Uoto เป็นที่รู้จักในวงกว้างคือ "Chi: Chikyū no Undō ni Tsuite" ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวในยุโรปศตวรรษที่ 15 เกี่ยวกับผู้คนที่ยอมสละชีวิตเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง (Heliocentrism) ซึ่งขัดแย้งกับความเชื่อหลักของศาสนจักรในสมัยนั้น มังงะเรื่องนี้ได้รับการยกย่องอย่างสูงจากนักวิจารณ์และผู้อ่าน และสามารถคว้ารางวัลใหญ่มาครองได้สำเร็จ ได้แก่:

• รางวัล Grand Prize จากเวที Tezuka Osamu Cultural Prize ครั้งที่ 26 ประจำปี 2022 ซึ่งถือเป็นเกียรติยศสูงสุดรางวัลหนึ่งของวงการมังงะญี่ปุ่น

• รางวัล Seiun Award สาขาการ์ตูนยอดเยี่ยม ประจำปี 2023

ความสำเร็จของ "Chi" ไม่เพียงทำให้เขาเป็นที่รู้จัก แต่ยังได้รับการดัดแปลงเป็นอนิเมะโดยสตูดิโอชื่อดังอย่าง Madhouse อีกด้วย

ผลงานอื่นๆ ที่น่าสนใจ

นอกเหนือจากผลงานชิ้นเอกแล้ว Uoto ยังมีผลงานเรื่องอื่นๆ ที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิดและสไตล์อันหลากหลายของเขา เช่น:

• Hyakuemu (ひゃくえむ。): มังงะเกี่ยวกับกีฬาที่ได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์

• Welcome to FACT (Tokyo S Ward Second Branch) (ようこそ!FACT (東京S区第二支部)へ): ซีรีส์ที่เริ่มตีพิมพ์ในปี 2023

• Dr. Muscle Beetle: ผลงานเรื่องใหม่ที่ประกาศว่าจะเปิดตัวในปี 2025

สไตล์และแรงบันดาลใจ

#Uoto ได้รับอิทธิพลจากทั้งนักปรัชญาอย่าง ฟรีดริช นีทเชอ และมังงะชื่อดังหลายเรื่อง เช่น Parasyte, Ping Pong, และ Death Note ซึ่งส่งผลให้ผลงานของเขามีลายเส้นที่โดดเด่นและการเล่าเรื่องที่ซับซ้อนและกระตุ้นความคิด

ด้วยวัยที่ยังไม่มากแต่กลับสร้างสรรค์ผลงานที่ลึกซึ้งและทรงพลัง ทำให้ Uoto กลายเป็นหนึ่งในนักเขียนการ์ตูนรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งในปัจจุบัน

#siamstr #animestr

มันอาจมีพื้นที่ที่ไม่ตีค่าเรื่องนั้นว่าไร้ความหมาย

#nostr