Avatar
Toni Nattapat
c9642d86afc5c9c3b48499a784bdfa45801ba720910a813d8e74b093a2d8a032
Replying to Avatar satuser

เรากำลังเข้าสู่ยุคของ “Bitcoin-backed Token Economy” จริงๆ ?

แนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้น:

1. Corporate & Brand Tokens: บริษัทใหญ่สามารถออก branded tokens ที่มี Bitcoin backing ผ่าน Cashu/Taproot Assets - คิดง่ายๆ เหมือน loyalty points แต่มีคุณค่าจริงและสามารถโอนได้

2. Creator Economy: YouTuber, นักเขียน, ศิลปิน สามารถออก creator tokens ของตัวเองที่มี Bitcoin backing และให้แฟนๆ ซื้อขายได้แบบ peer-to-peer

3. Community Currencies: ชุมชนต่างๆ สามารถสร้างเงินหมุนเวียนในท้องถิ่นที่มี Bitcoin รองรับ

ข้อดีของระบบนี้:

- ปลอดภัย: มี Bitcoin backing

- โปร่งใส: Proof of reserves ตรวจสอบได้

- เป็นส่วนตัว: ใช้ Blind signature

- ไม่ต้องพึ่งพา blockchain: รวดเร็ว ค่าธรรมเนียมต่ำ

- Interoperable: เชื่อมต่อกันได้ผ่าน Lightning Network

สิ่งที่ขาดไปตอนนี้คือ:

- User experience ที่ง่ายพอสำหรับคนทั่วไป

- Infrastructure ที่พร้อมใช้งาน scale ใหญ่

- Regulatory framework ที่ชัดเจน

- การยอมรับจากสถาบันการเงินหลัก

ตอนนี้เราอยู่ในช่วง “ก่อนการ adoption ใหญ่” เหมือนกับ internet ในยุค 90s ที่เทคโนโลยีพร้อมแล้ว แต่ยังรอ killer application และการยอมรับจากมวลชน

#siamstr

nostr:note1y88rserg8agk75aywfg44nx6fy3j0fqw0jyhyj5przjevsyp3zcshuyelv

Replying to Avatar Jakk Goodday

"ปริศนาธรรมไฟแช็ค"

เปลวไฟที่สร้างโลก หรือจะเผามันให้มอดไหม้?

"ไฟแช็คอันเดียว จุดประกายแสงสว่างได้ทั้งโลก หรือจะเผาทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าก็ย่อมได้"

ในมือของแต่ละคน..

ไฟแช็คสามารถเป็นได้ทั้ง แสงสว่างนำทาง และ ไฟที่เผาผลาญทุกสิ่ง

มันไม่ใช่แค่เครื่องมือให้กำเนิดเปลวไฟ แต่มันสะท้อนแนวคิด วิธีคิด และเส้นทางชีวิตของเราเอง

1. "มิติของไฟ" ปัญญาเป็นได้ทั้งแสงสว่างและเปลวเพลิง

- จุดไฟในความมืด >> เราส่องทางให้ตนเองและผู้อื่น

- จุดไฟเผาทำลาย >> เราเผาสะพานที่ควรจะข้าม

"ปัญญา" ก็เช่นกัน..

มันมีพลังที่จะสร้างและทำลายได้พอ ๆ กัน

ยังไงน่ะหรอ?

- ผู้นำที่สร้างสรรค์ >> ใช้ปัญญาคิดค้นสิ่งใหม่ สร้างนวัตกรรม เปลี่ยนโลก

- ผู้นำที่ทำลายล้าง >> ใช้ปัญญาเพื่อล้มล้าง ทำลายโอกาส และบ่อนทำลายคนรอบข้าง

"ปัญญาไม่เคยเป็นกลาง มันขึ้นอยู่กับว่าเราใช้มันยังไง"

2. "ปัญหากับไฟแช็ค" เรื่องใหญ่หรือเล็ก อยู่ที่ว่าเรามองจากตรงไหน

- ไฟแช็คอันเล็ก ๆ เมื่อวางข้างมือถือ ดูเล็กนิดเดียว

- ไฟแช็คอันเดิม เทียบกับมหาสมุทร มันยิ่งเล็กจนไร้ค่า

"ปัญหา" ก็เช่นกัน..

ลองถามตัวเองแบบนี้..

เรากำลังมองปัญหานี้ด้วย "เลนส์ขยาย" หรือ "เลนส์มุมกว้าง"?

- ถ้าเทียบกับเป้าหมาย 10 ปีข้างหน้า ปัญหานี้ยังสำคัญอยู่ไหม?

- เรากำลังจ้องมันใกล้เกินไป จนมองไม่เห็นสิ่งที่สำคัญกว่าหรือเปล่า?

"อย่าให้ไฟแช็คอันเล็ก ๆ บดบังทัศนียภาพของมหาสมุทรของคุณ"

3. "Zoom In - Zoom Out" ความจริงที่คุณอาจมองไม่เห็น

ลองนึกภาพไฟแช็ควางอยู่บนโต๊ะ...

ถ้าคุณจ้องมันใกล้ ๆ จนละสายตาจากทุกอย่างรอบตัว.. คุณจะไม่เห็นว่า บนโต๊ะนั้นมีแก้วน้ำ ขวดเบียร์ หรือกระเป๋าสตางค์

ชีวิตก็เหมือนกัน..

ถ้าเราจมอยู่กับ "ปัญหาหนึ่ง" เราอาจมองไม่เห็นโอกาสที่อยู่รอบข้าง

ตัวอย่างเช่นแบบนี้..

- คุณถูกปฏิเสธจากงานหนึ่ง >> แต่งานที่ใช่อาจอยู่ตรงหน้าแล้ว

- คุณพลาดโอกาสหนึ่ง >> แต่โอกาสใหม่อาจรอคุณอยู่ข้าง ๆ

"อย่าหมกมุ่นกับปัญหา จนพลาดโอกาสที่ใหญ่กว่า"

4. "ผู้สร้าง" จุดไฟให้ทั้งโลก ด้วยไฟแช็คเพียงอันเดียว

- คนที่ "คิดเล็ก" มองว่าไฟแช็คเป็นแค่เครื่องมือจุดบุหรี่

- คนที่ "คิดใหญ่" มองว่าไฟแช็คเป็นจุดเริ่มต้นของเปลวไฟที่เปลี่ยนโลก

"ผู้สร้าง" ไม่ได้สนใจว่าตัวเองมีทรัพยากรมากแค่ไหน แต่เขาจะคิดว่า "ฉันจะใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากมันได้ยังไง?"

ตัวอย่างนะ..

- มีเงินน้อย >> ลงทุนในสิ่งที่ให้ผลลัพธ์มากที่สุด

- มีคนน้อย >> ใช้ระบบอัตโนมัติให้ทำงานแทน ไม่ก็สร้างคนที่ใช่ขึ้นมาเอง

- มีแต่ไอเดีย >> ใช้พลังแห่งเครือข่ายช่วยสร้างกระแส ก่อนลงทุนจริง

"ไม่ว่าคุณมีไฟแช็คอันเดียว หรือกองไฟขนาดใหญ่ มันขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้มันอย่างไรเสียมากกว่า"

5. "เล่นกับไฟ" การเรียนรู้จากความผิดพลาด

- ถ้าห้ามเด็กเล่นไฟแช็คตลอดไป เขาจะไม่รู้ว่ามันร้อน

- ถ้าปล่อยให้เด็กเล่นไฟแช็คโดยไม่มีการควบคุม เขาอาจเผาบ้านคุณจนวอด

แทนที่จะห้าม ควรสอนให้เข้าใจ..

- เด็กที่เคยโดนไฟร้อน ๆ >> จะเข้าใจความร้อนโดยไม่ต้องมีใครบอก

- นักธุรกิจที่เคยล้มเหลว >> จะรู้วิธีรับมือกับความเสี่ยง

- คนที่เคยถูกทรยศ >> จะเลือกคบคนอย่างระมัดระวังขึ้น

"บางครั้ง เราต้องให้คนเจ็บตัวบ้างสักเล็กน้อย เพื่อให้เขารอดได้จากการเจ็บตัวที่ใหญ่กว่าในอนาคต"

ปริศนาธรรมไฟแช็ค สะท้อนอะไรกับชีวิตเรา?

- ปัญญาเป็นได้ทั้งแสงสว่างและเปลวเพลิง >> ใช้มันอย่างชาญฉลาด

- ปัญหาจะใหญ่หรือเล็ก อยู่ที่ว่าเรามองมันจากไหน >> เปรียบเทียบกับเป้าหมายที่ใหญ่กว่า

- อย่าหมกมุ่นกับจุดเล็ก ๆ จนพลาดโอกาสรอบตัว >> Zoom Out และมองโลกให้กว้างขึ้น

- อย่าหมดหวังเพียงเพราะมีทรัพยากรน้อย >> ใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด, ออกไปหามาเพิ่ม

>> ความผิดพลาดเป็นครูที่ดีที่สุด >> อย่ากลัวที่จะเรียนรู้จากมัน

"อย่าให้ไฟแช็คเป็นแค่ไฟแช็ค... แต่จงใช้มันเป็นเครื่องมือจุดประกายการเปลี่ยนแปลง"

คำถามให้ลองคิด?

1️⃣ ตอนนี้คุณมี "ไฟแช็ค" อะไรในมือที่คุณยังไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์?

2️⃣ ปัญหาที่คุณกำลังเจอ... มันใหญ่จริง ๆ หรือคุณแค่โฟกัสกับมันมากเกินไป?

3️⃣ คุณกำลังใช้ปัญญาเพื่อสร้างสรรค์ หรือเพื่อทำลายตัวเอง?

4️⃣ คุณกำลังป้องกันตัวเองจาก "เปลวไฟเล็ก ๆ" แต่กลับเสี่ยงให้เกิด "ไฟไหม้ครั้งใหญ่" ?

คำถามสุดท้าย..

"วันนี้คุณจะใช้ไฟแช็คของคุณเพื่อส่องสว่าง หรือจะปล่อยให้มันเผาผลาญ?"

#ปริศนาธรรมไฟแช็ค #Mindset #BeTheCause #LifeShift #Siamstr

หลายคนคงจะคุ้นเคยกับคำว่า people pleaser เป็นอย่างดี

.

คำๆนี้หมายถึงคนที่ให้ความสำคัญ

กับความรู้สึกและความต้องการของคนอื่น

มากจนถึงขั้นที่ละเลยความรู้สึกและความต้องการของตนเอง

.

ท่านผู้อ่านอ่านย่อหน้าในข้างต้นแล้วรู้สึกคุ้นๆไหมครับ?

.

ท่านผู้อ่านอาจจะพบว่า สิ่งที่ผมเขียนไว้ในย่อหน้าข้างต้น

มันเป็นคำอธิบายที่ตรงกับหลายๆคนที่ท่านรู้จักในชีวิตของท่านได้

.

มันอาจจะเป็นเพื่อนสนิทของท่าน แฟนของท่าน พี่น้องของท่าน

.

…หรือแม้กระทั่งตัวท่านเอง

.

สำหรับกรณีที่ท่านผู้อ่านพบว่า

คนใกล้ตัวของท่านดูจะเข้าข่าย people pleaser นั้น

ท่านอาจจะสงสัยอยู่เหมือนกันนะครับว่า

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้พวกเขาแคร์คนอื่นมากถึงขนาดนี้?

.

เหตุผลข้อหนึ่งที่ทำให้ people pleaser หลายคน

แคร์คนอื่นมากจนถึงขั้นละเลยตัวเองนั้น

เป็นเพราะ people pleaser จำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า

หากพวกเขาใส่ใจและตามใจความรู้สึกและความต้องการของคนอื่นได้มากพอ พวกเขาจะได้รับความรัก การยอมรับ และความเคารพจากคนอื่นกลับมา

.

มันคล้ายๆกับการ “ยื่นหมูยื่นแมว” เลยครับ

.

เราแคร์ความรู้สึกและความต้องการของคนอื่น (ยื่นหมู)

คนอื่นก็จะรัก ยอมรับ เคารพ สนใจ แคร์เรากลับ (ยื่นแมว)

.

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ people pleaser จำนวนไม่น้อยค้นพบก็คือ…

.

ประการแรก

พวกเขาค้นพบว่า แม้พวกเขาจะแคร์คนอื่นมากๆๆๆๆๆๆ

แต่หลายครั้ง มันก็ยังดูจะ “ไม่เพียงพอ” ที่จะเหนี่ยวนำให้

คนอื่นหันมารัก ยอมรับ เคารพ สนใจ แคร์พวกเขาอยู่ดี

.

ประการต่อมา

พวกเขาค้นพบว่า

ต่อให้คนอื่นจะหันมารัก ยอมรับ เคารพ สนใจพวกเขา

พวกเขาก็จะเกิดคำถามในใจอยู่ดีว่า

.

“ตกลงแล้ว คนอื่นรัก ยอมรับ เคารพ สนใจ แคร์ฉันจริงๆไหมนะ?

หรือคนอื่นเพียงแค่รัก ยอมรับ เคารพ สนใจ แคร์ฉัน

เพราะฉันคือคนที่คอย “ยื่นหมู” ไปให้พวกเขาเท่านั้น?”

.

และเมื่อ people pleaser เจอปัญหาเหล่านี้

ทางออกของพวกเขามักจะเป็นการทุ่มเท

เวลาและพลังงานไปกับการ “ยื่นหมู” ให้มากขึ้นไปอีก

.

แต่แม้ people pleaser จะทุ่มเทมากขึ้น

ผลลัพธ์ที่ตามมาก็มักจะเป็นแบบเดิม

.

กล่าวคือ พวกเขาก็ยังรู้สึกว่าคนอื่นยังคงไม่ได้

รัก ยอมรับ เคารพ สนใจ แคร์พวกเขาอยู่ดี

.

นั่นเป็นเพราะว่า…

.

การยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจ

ที่เราจะรู้สึก “เต็มอิ่ม” เวลาได้รับนั้น

มันไม่ใช่การยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจ

ที่สามารถ “ซื้อ” หรือ “แลกเปลี่ยน” ด้วยการ “ยื่นหมู” ได้

.

การยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจ

ที่เราจะรู้สึก “เต็มอิ่ม” เวลาได้รับนั้น

มันคือการยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจ

ที่อีกฝ่ายมอบให้อย่างไม่มีเงื่อนไข

.

แน่นอนครับว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะมอบ

การยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจ

ให้กับเราอย่างไม่มีเงื่อนไข

.

สำหรับหลายๆคน

คนที่มอบการยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจ

ให้กับพวกเขาอย่างไม่มีเงื่อนไขคือคนในครอบครัว

.

แต่สำหรับ people pleaser จำนวนไม่น้อย

พวกเขาแทบจะไม่เจอกับคนที่พร้อมจะมอบ

การยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจ

ให้พวกเขาอย่างไม่มีเงื่อนไขเลย

(ต่อให้จะเป็นคนในครอบครัวก็ตาม)

.

นี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พวกเขา

เริ่มต้นกลายเป็น people pleaser

.

เพราะประสบการณ์ชีวิตของพวกเขามันสอนพวกเขาว่า

มันไม่มีหรอกที่จะมีใครสักคนที่มามอบการยอมรับ

ความเคารพ ความรัก ความสนใจให้พวกเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข

.

จริงอยู่ครับว่า

การยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจ

ที่ people pleaser ได้รับจากการที่พวกเขา “ยื่นหมู” ไปก่อนนั้น

มันอาจจะไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึก “เต็มอิ่ม” นัก

.

แต่ในสายตาของ people pleaser หลายๆคน

อย่างน้อย การ “กำขี้”

(ได้รับการยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจแบบมีเงื่อนไข)

ก็ยังดีกว่าการ “กำตด”

(ไม่ได้รับการยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจใดใด)

.

พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ people pleaser หลายคนหมดหวัง

กับการที่ตัวเองจะได้รับการยอมรับ ความเคารพ ความรัก

ความสนใจอย่างไม่มีเงื่อนไขจากคนอื่นเป็นที่เรียบร้อย

.

พวกเขาหวังเพียงแค่การยอมรับ ความเคารพ ความรัก

ความสนใจอย่างมีเงื่อนไขจากคนอื่นเท่านั้น

.

แม้การยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจอย่างมีเงื่อนไขนั้น

มันจะไม่ได้รู้สึก “เต็มอิ่ม” สำหรับพวกเขาเลยก็ตาม

.

ผมหวังว่าทั้งหมดที่ผมนำเสนอในวันนี้

จะช่วยให้ท่านผู้อ่านเข้าใจคนที่เป็น people pleaser ได้มากขึ้นนะครับ

(แม้เพียงนิดเดียวก็ยังดี)

#จิตวิทยา #siamstr

หลายคนคงจะคุ้นเคยกับคำว่า people pleaser เป็นอย่างดี

.

คำๆนี้หมายถึงคนที่ให้ความสำคัญ

กับความรู้สึกและความต้องการของคนอื่น

มากจนถึงขั้นที่ละเลยความรู้สึกและความต้องการของตนเอง

.

ท่านผู้อ่านอ่านย่อหน้าในข้างต้นแล้วรู้สึกคุ้นๆไหมครับ?

.

ท่านผู้อ่านอาจจะพบว่า สิ่งที่ผมเขียนไว้ในย่อหน้าข้างต้น

มันเป็นคำอธิบายที่ตรงกับหลายๆคนที่ท่านรู้จักในชีวิตของท่านได้

.

มันอาจจะเป็นเพื่อนสนิทของท่าน แฟนของท่าน พี่น้องของท่าน

.

…หรือแม้กระทั่งตัวท่านเอง

.

สำหรับกรณีที่ท่านผู้อ่านพบว่า

คนใกล้ตัวของท่านดูจะเข้าข่าย people pleaser นั้น

ท่านอาจจะสงสัยอยู่เหมือนกันนะครับว่า

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้พวกเขาแคร์คนอื่นมากถึงขนาดนี้?

.

เหตุผลข้อหนึ่งที่ทำให้ people pleaser หลายคน

แคร์คนอื่นมากจนถึงขั้นละเลยตัวเองนั้น

เป็นเพราะ people pleaser จำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า

หากพวกเขาใส่ใจและตามใจความรู้สึกและความต้องการของคนอื่นได้มากพอ พวกเขาจะได้รับความรัก การยอมรับ และความเคารพจากคนอื่นกลับมา

.

มันคล้ายๆกับการ “ยื่นหมูยื่นแมว” เลยครับ

.

เราแคร์ความรู้สึกและความต้องการของคนอื่น (ยื่นหมู)

คนอื่นก็จะรัก ยอมรับ เคารพ สนใจ แคร์เรากลับ (ยื่นแมว)

.

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ people pleaser จำนวนไม่น้อยค้นพบก็คือ…

.

ประการแรก

พวกเขาค้นพบว่า แม้พวกเขาจะแคร์คนอื่นมากๆๆๆๆๆๆ

แต่หลายครั้ง มันก็ยังดูจะ “ไม่เพียงพอ” ที่จะเหนี่ยวนำให้

คนอื่นหันมารัก ยอมรับ เคารพ สนใจ แคร์พวกเขาอยู่ดี

.

ประการต่อมา

พวกเขาค้นพบว่า

ต่อให้คนอื่นจะหันมารัก ยอมรับ เคารพ สนใจพวกเขา

พวกเขาก็จะเกิดคำถามในใจอยู่ดีว่า

.

“ตกลงแล้ว คนอื่นรัก ยอมรับ เคารพ สนใจ แคร์ฉันจริงๆไหมนะ?

หรือคนอื่นเพียงแค่รัก ยอมรับ เคารพ สนใจ แคร์ฉัน

เพราะฉันคือคนที่คอย “ยื่นหมู” ไปให้พวกเขาเท่านั้น?”

.

และเมื่อ people pleaser เจอปัญหาเหล่านี้

ทางออกของพวกเขามักจะเป็นการทุ่มเท

เวลาและพลังงานไปกับการ “ยื่นหมู” ให้มากขึ้นไปอีก

.

แต่แม้ people pleaser จะทุ่มเทมากขึ้น

ผลลัพธ์ที่ตามมาก็มักจะเป็นแบบเดิม

.

กล่าวคือ พวกเขาก็ยังรู้สึกว่าคนอื่นยังคงไม่ได้

รัก ยอมรับ เคารพ สนใจ แคร์พวกเขาอยู่ดี

.

นั่นเป็นเพราะว่า…

.

การยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจ

ที่เราจะรู้สึก “เต็มอิ่ม” เวลาได้รับนั้น

มันไม่ใช่การยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจ

ที่สามารถ “ซื้อ” หรือ “แลกเปลี่ยน” ด้วยการ “ยื่นหมู” ได้

.

การยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจ

ที่เราจะรู้สึก “เต็มอิ่ม” เวลาได้รับนั้น

มันคือการยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจ

ที่อีกฝ่ายมอบให้อย่างไม่มีเงื่อนไข

.

แน่นอนครับว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะมอบ

การยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจ

ให้กับเราอย่างไม่มีเงื่อนไข

.

สำหรับหลายๆคน

คนที่มอบการยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจ

ให้กับพวกเขาอย่างไม่มีเงื่อนไขคือคนในครอบครัว

.

แต่สำหรับ people pleaser จำนวนไม่น้อย

พวกเขาแทบจะไม่เจอกับคนที่พร้อมจะมอบ

การยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจ

ให้พวกเขาอย่างไม่มีเงื่อนไขเลย

(ต่อให้จะเป็นคนในครอบครัวก็ตาม)

.

นี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พวกเขา

เริ่มต้นกลายเป็น people pleaser

.

เพราะประสบการณ์ชีวิตของพวกเขามันสอนพวกเขาว่า

มันไม่มีหรอกที่จะมีใครสักคนที่มามอบการยอมรับ

ความเคารพ ความรัก ความสนใจให้พวกเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข

.

จริงอยู่ครับว่า

การยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจ

ที่ people pleaser ได้รับจากการที่พวกเขา “ยื่นหมู” ไปก่อนนั้น

มันอาจจะไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึก “เต็มอิ่ม” นัก

.

แต่ในสายตาของ people pleaser หลายๆคน

อย่างน้อย การ “กำขี้”

(ได้รับการยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจแบบมีเงื่อนไข)

ก็ยังดีกว่าการ “กำตด”

(ไม่ได้รับการยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจใดใด)

.

พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ people pleaser หลายคนหมดหวัง

กับการที่ตัวเองจะได้รับการยอมรับ ความเคารพ ความรัก

ความสนใจอย่างไม่มีเงื่อนไขจากคนอื่นเป็นที่เรียบร้อย

.

พวกเขาหวังเพียงแค่การยอมรับ ความเคารพ ความรัก

ความสนใจอย่างมีเงื่อนไขจากคนอื่นเท่านั้น

.

แม้การยอมรับ ความเคารพ ความรัก ความสนใจอย่างมีเงื่อนไขนั้น

มันจะไม่ได้รู้สึก “เต็มอิ่ม” สำหรับพวกเขาเลยก็ตาม

.

ผมหวังว่าทั้งหมดที่ผมนำเสนอในวันนี้

จะช่วยให้ท่านผู้อ่านเข้าใจคนที่เป็น people pleaser ได้มากขึ้นนะครับ

(แม้เพียงนิดเดียวก็ยังดี)

#จิตวิทยา #siamstr

Happy Valentine day ❤️

Late Happy New Year 5555

Unfollow # ที่ตามไว้ไม่ได้ครับ App มัน bug หรอ #Amethyst #Thainostrich

Replying to Avatar Piriya ⚡🟧

Nostr มันแค่ปลอมตัวมาเป็น decentralized twitter clone เท่านั้นแหละ

พอเข้าใจแล้วจะเห็นอะไรอีกหลายอย่าง

มันคือ web3 ในมุมมองของการกลับสู่ web1 ที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง

Social graph ที่เป็นของเรา ไม่มีใครเอาไปทำอะไรได้โดยที่เราไม่ยินยอมนั้นืมีมูลค่ามหาศาล

และในโลกที่ผู้คนกำลังสร้าง social graph อย่าง organic กันอย่างสนุกสนานนี้ พวกเขายังสามารถรับส่งเงินได้โดยไม่ต้องมีตัวกลาง สามารถเผยแพร่ content type ได้หลากหลายตามจินตนาการ

สามารถทำได้ทุกอย่างโดยมั่นใจได้ว่าจะไม่มีใครมาเอามันไปจากพวกเขาได้

ช่วงนี้แจกยาม่วงเยอะอย่าว่ากันแต่ยิ่งใช้ยิ่งเห็นภาพ แล้วภาพมันน่าสนุกมาก ๆ เลย

ในอนาคตอันใกล้เราอาจสามารถใช้งานมันร่วมกับ local second brain อย่าง obsidian/logseq แล้วยังสามารถเชื่อมต่อ collaborate กันได้สด ๆ เหมือน Notion

เราสามารถ hilight หนังสือหรือ audiobook เพื่อเก็บส่วนที่น่าสนใจ แล้วยังสามารถท่องดู notes ของคนอื่น ๆ เมื่อต้องการได้ผ่าน hilighter

เราอาจสามารถ host file ขนาดใหญ่และ stream ผ่านกันได้ผ่าน hyperdrive/holepunch integration

เราสามารถ stream live video ให้กับผู้คนใน social graph ของเราและรับ sats ได้โดยตรงแล้วผ่าน zapstreamer เราสามารถสร้างได้แม้กระทั่ง dating app ที่สามารถใช้ข้อมูล metadata ของ npub ในการกรองผู้ใช้งานผ่าน web of trust ที่แท้จริง ฯลฯ

และที่สำคัญที่สุด เราจะทำให้คนรู้จักและเข้าใจบิตคอยน์ได้ง่ายขึ้นผ่าน Nostr + LN

เราสามารถสร้าง marketplace ของบริการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบริการแบบทั่วไป หรือ task ที่สามารถมอบหมายให้ ai agents (eg. Langchain) จัดการได้โดยไม่มีตัวกลาง เราสามารถสร้างโลกการค้าเสรีที่ไร้พรมแดน ไร้เส้นแบ่งระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์ขึ้นได้

นี่คือสิ่งที่เหนือกว่า everything app ที่ Musk พยายามสร้างขึ้นมา

และนี่มันแค่เพิ่งเริ่มต้น

เรารู้สึกเหมือนกับตอนพบบิตคอยน์แรก ๆ เราคิดว่ามันอาจไม่รอดหรอก แต่มนุษย์ได้ลิ้มรสมันแล้ว และจะผลักดันมันหรืออะไรคล้าย ๆ กับมันต่อไป

เหมือนกับที่เคยบอกว่า บิตคอยน์คือหนทางปลดแอกมนุษย์ให้หลุดพ้นจากอำนาจรัฐทรราชย์ ที่ปลอมตัวมาเป็นหนทางรวยลัด

Nostr คือหนทางปลดแอกมนุษยชาจิจากการควบคุมของกลุ่มมาเฟียข้อมูลที่ปลอมตัวมาเป็นแอปเลียนแบบทวิตเตอร์นั่นเอง

ชอบใช้ Application Bitcoin Lightning Network ของอะไรกันครับ? #Thainostrich

Read!!!

nostr:naddr1qqxnzd3exyerqv3jxymrxv3cqgsvefl02swmsd5fgy7ewhz0dg67fmrnj9dzt9k8wpqjmy5xuuerzasrqsqqqa288styk2

ขอบคุณครับ เจอทางออกแล้ว แต่ทำไมถึงค้นหาไม่เจอครับ