Avatar
DevilJak
ce49aef2ac889e33fcd9a35a51e0151f2ceafb70f3635b8b93ac66023911c484

รู้สึกว่าปรับการใช้ชีวิต อะไรหลายๆอย่างที่ฟังหมอเอกมาเกือบ2ปี ร่างกายเริ่มตอบแทนแล้ว

ปกตินอนแล้วต้องอาศัยนาฬิกาปลุก 5.45

ทุกวันนี้ ตื่นตี4แบบชิวๆและก้อไม่ง่วง

จากคนที่เคยเชื่อ

อาหารเช้าสำคัญที่สุด ทุกวันนี้วันทำงานกิน11โมงครึ่ง กับเย็น วันพักผ่อน3มื้อแบบชิวๆ lowcarb เน้นกับไม่เน้นข้าว กินแปรรูปให้น้อยๆ

เมื่อก่อนคิดว่าวิ่งเยอะดี ฝืนวิ่งจนร่างกายล้า ทุกวันนี้วิ่งชิวๆอาทิตย์ละ2-3ครั้ง เน้นเคลื่อนไหวร่างกายระหว่างวัน

นวดทุกอาทิตย์ก้อยังไม่หายปวด ทุกวันนี้ไม่ต้องเสียตังนวดและไม่ปวด

ยังมีอีกเยอะ

และที่สำคัญ รับแสงแดด

Replying to Avatar Jakk Goodday

### ชีวิตมีขึ้นมีลง

ภาพนี้ผ่านมาแล้ว 14 ปี...

หลังจากผมพึ่งเปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเองแบบหน้ามือเป็นหลังมือ..

จากชีวิตโลดโผน ฟุ้งเฟ้อ ในยุคนำมันลิตละ 52 บาท ยุคที่กาแฟสดแบรนด์ดังๆ ยังราคาเพียง 30-40 บาท แท่งมรณะยี่ห้อดังยังซองละ 35-38 บาท เงินกระดาษสีแดงใบเดียวก็เฟี้ยวได้ทั้งวัน

ผมเดินทางท่องไปทั่วประเทศในวัยยังไม่ใกล้เบญจเพศเลยด้วยซ้ำ ผมมีแบคกราวด์ที่แสนล้าหลัง ทุกประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาจึงกลายเป็นเรื่องใหม่แทบทั้งหมด.. มีไม่ครู ไม่อ่านตำรา ไปตายเอาดาบหน้าเพียงเดียว..

ผมควรจะมีเงินเก็บเป็นตัวเลขหลายหลักด้วยลำแข้งของตัวเองล้วนๆ ตั้งแต่ช่วงชีวิตวัยรุ่น แต่ผมไม่เคยสะสมความมั่งคั่งอะไรเลย ผมไม่รู้จักการลงทุน นอกเหนือไปจากการถลุงเงิน ผมถนัดในการเอาเงินมาละลายเล่น..

ทุกวันนี้ผมยังนั่งถามตัวเองอยู่เลย ว่าผมทำเครื่องเสียงรถยนต์หมดไปหลายแสนเพื่ออะไรกัน..?

มันไม่มีใครสอนเราเรื่องเงิน เราอยู่ใกลจากความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ เราไม่ได้อยู่ในสังคมที่จะมอบสิ่งนี้ให้กับเรา.. เราก็แค่คนบ้านๆ คนหนึ่งที่ขยันทำมาหากิน..

ชะตาฟ้าลิขิตไม่อาจฝืน ผมป่วยประหลาดหนักขั้นที่ว่าทำงานต่อไปไม่ได้ ในวันที่ชีวิตกำลังรุ่งแบบสุดๆ ผมไม่มีทางเลือกนอกจากต้องกลับมาพักรักษาตัวที่บ้านเกิด..

บ้านของเรา คือที่เดียวที่ยังคงต้อนรับเราเสมอ วันนั้นผมยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจความรักอันล้นเอ่อที่เคยได้รับจากครอบครัวเสียด้วยซ้ำ

ผมพักฟื้นอยู่เกือบปี จากหนุ่มอัจฉริยะผู้มีหนทางอนาคตอันยาวไกล กลายมาเป็นหนุ่มไทบ้านใช้ชีวิตตามบ้านนอกคอกนาเหมือนคนเรียนไม่จบ ไม่มีงานทำ เพราะอาการป่วยยังกำเริบบ่อยๆ ไม่ยอมหาย ผมยังไม่พร้อมจะกลับไปทำงานใดๆ

เงินที่เก็บสะสมที่ยังพอเหลือเป็นก้อนติดตัวอยู่บ้างก็ค่อยๆ มลายหายไปทีละเล็ก ทีละน้อย

ผมนึกถึงการใช้ชีวิตเป็นเกษตรไปแล้วในวันนั้น

มันใช้เวลาหลายเดือนมากๆ กับการทำใจให้ยอมรับสภาพอันตกต่ำของตัวเอง ผมกลายเป็นคนความรู้ท่วมหัวแต่กลับเอาตัวไปรอด ไม่แข็งแรงพอจะกลับไปหางานทำ ผมหาสาเหตุอาการป่วยไม่เจอ นึกอยากจะไมเกรนขึ้นตอนไหนมันก็มา.. เราไม่รู้เลยว่า พรุ่งนี้เราจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกไหม..

ผมมักขับมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านไปคนเดียว ไปหาที่สงบๆ กลางทุ่งนา นั่งปล่อยอารมณ์เหงาๆ ทอดสายตาอย่างเหม่อลอยนึกถึงชีวิตที่เคยคึกคักของตัวเอง นึกถึงบรรยากาศของการเดินทาง การพบปะสังสรรค์ ความท้าทายในงาน ความสนุกสนานของรูป รส กลิ่น เสียงที่เคยได้สัมผัส

ช่วงเวลานั้น คลื่นโทรศัพท์เป็นของหายากแถวบ้านผม ผมติดต่อหรือส่งข่าวให้ใครไม่ค่อยได้เลย เพื่อนๆ ไม่รู้ว่าผมหายไปไหน แฟนที่รบกัรมาหลายปีก็คงกระวนกระวาย เราจะได้คุยกันบ้างก็ตอนที่ผมมีธุระเข้าเมือง

ถ้าชีวิตของคุณต้องเป็นแบบนั้นคุณจะทำยังไง?

ผมคงจะพอมีโชคหลงเหลืออยู่บ้าง.. ต่อมาผมก็ได้งานประจำทำไม่ไกลจากบ้านมากนัก.. ซึ่งผมก็อยู่กับมันจนยาวมาถึงทุกวันนี้

ผมยังคงป่วยออดๆ แอดๆ ใช้ชีวิตไปวันๆ ทำงานหมุนเดือนชนเดือน เคยหนักถึงขั้นผ่าตัดติดกัน 4 ครั้งใน 2-3 วันจนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ขนตาบอดสนิทไปข้างหนึ่ง

ผมคิดว่า.. วาสนาผมคงมาได้เพียงแค่นี้ เราตาบอดเราจะทำงานต่อได้ยังไง.. เราจะอยู่ได้นานแค่ไหน.. (แต่สุดท้ายผมก็รอดและรักษาจนตากลับมามองเห็น)

ผมแค่เจอภาพนี้ในวันที่กำลังจะบันทึกทุกอย่างที่เคยเก็บไว้บน FB มาสำรองด้วยตัวเอง ผมกำลังจะลบข้อมูลทั้งหมดของตัวเองทิ้งและไม่ต้องการจะฝากมันไว้ในการคุ้มครองของแอปสีน้ำเงินอีกต่อไป..

มันทำให้ผมนึกถึงเรื่องราวในอดีต.. ผมออกไปตกปลากับเพื่อน ในต่างจังหวัดเราไม่มีที่ให้ไปแฮงค์เอาท์ได้เหมือนชีวิตในกรุง การออกเดทกับสาว ก็คือการหาที่บรรยากาศดีๆ พาสาวไปตกปลา

ผู้หญิงที่เป็นแม่ของลูกชายผม เป็นคนกดชัตเตอร์ภาพนี้ไว้ให้ คุณเชื่อไหมว่า ผมต้องใช้เวลาราว 3-4 ปีกว่าจะปรับตัวให้ชินกับการใล้ชีวิตในต่างจังหวัดได้ (แม้จะเป็นบ้านเกิดก็เถอะ) มันโหยหาความสำเร็จ มันคิดถึงชีวิตที่เคยสะดวกสบาย..

ผมไม่เคยจินตนการออกเลยว่า อีก 14 ปีต่อมาผมจะมาอยู่ตรงนี้ เป็น Jakk Goodday บน Nostr

ไม่มีอะไรครับ ในภาพมักมีเรื่องราวเสมอ ผมแค่อยากจะเล่าให้ฟังผ่านๆ

#siamstr

เข้าใจความรู้สึกเลยคับ ว่าแต่บ้านพี่อยู่จังหวัดไหนคับ

Replying to Avatar Naphat09

ไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้

วันที่โดนหมอด่าแบบแรงๆ

วันนี้พาแม่ไปหาหมอครับ และแน่นอนชาวเราที่ติดตามวิทยาการของโลก fiat เราย่อมมีมุมมองและคำถามไม่เหมือนคนส่วนใหญ่หรือคนที่สมาทาน AHA american health associates

1 คำถามของผมดูเหมือนทริกเกอร์อะไรบางอย่างในตัวเขา เขามองจ้องหน้าผมเกิน 10วิ และเป็นสายตาที่หากมองด้วยตาแบบนี้ในสถานการณ์อื่น เขาอาจโดนยิงได้

คำถามของผมนั้นเรียบง่ายมาก “ในเมื่อตับสร้างไขมัน เราต้องกินยาลดไขมัน(statin)มั้ย”

นอกจากสายนั้นทุกสิ่งที่เขาพูด คือคำดูถูกมากมายเท่าที่จะนึกออก “ความรู้หางอึ่ง ความรู้เท่าจิ๋ม โง่ มึงกำลังฆ่าแม่มึงทางอ้อม อย่างมึงจะมีปัญญาเป็นหมอได้มั้ย ตอน ม ปลายมึงทำอะไรอยู่ทำไมไม่สอบหมอล่ะ” และอีกสารพัด

พร้อมกับบรรยายความสามารถมากมายของเขา ประสบการณ์มากมาย เหตุผลที่มาเป็นหมอ ความยากลำบากของการเป็นผู้เชี่ยวชาญ อ่านเปเปอร์วันนึงเป็นร้อยๆหน้า ครอบครัวของเขา

ท้าทายให้ผมไปสอบหมอแล้วมาเป็นศาตราจารย์เพื่อมาสอนเขา และความวิเศษวิโสของจรรยาบรรณแพทย์อันสูงส่งที่เขามีให้กับคนไข้(ซึ่งเขาเคลมว่ามากกว่าความรักที่ผมมีให้แม่)

ระหว่างที่ฟังไปเรื่อยๆผมกลับไม่รู้สึกโกรธขนาดนั้น กลับกันผมกลับแอบสงสาร ตอนเขาพูดถึงครอบครัวว่าเมียเขาพูดว่าเขาเป็นพ่อที่ดี แต่อาจไม่ใช่สามีที่ดี พูดว่าเขารักลูกมากแค่ไหน

ตอนนั้นในหัวแอบคิดลึกๆว่าทำไม ประโยคสั้นๆของญาติคนไข้โง่ๆที่มีความรู้แค่หางอึ่งหรือจิ๋มมดตามที่เขาพูด ถึงได้ไปทริคเกอร์เขาได้ขนาดนี้

แอบคิดว่าความรู้วิชาแพทย์อาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่ในชีวิตแล้วก็เป็นได้

มีหลายช่วงหลายจังหวะอยากจะตอบกลับ แต่คิดว่าเขาไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะรับฟังอะไรได้ง่ายนัก

บางจังหวะเขาพูดว่าเขารักษาแม่ผมมา 5 ปีทำไมเขาจะไม่รู้ว่าควรอะไร

ในช่วงนั้นผมแอบอยากตอบกลับ แม่ผมค่าน้ำตาลดีขึ้น ค่าไตดีขึ้น หลังจากผมเอาความรู้จากหมอเอกมาปรับใช้คุมพฤติกรรมแม่ แล้ว 5ปี ที่ผ่านมายาของหมอทำให้แม่ผมดีขึ้นมั้ย

อีกจังหวะตอนที่เขาท้าผมว่าลองไปถามหมอทุกคนในประเทศนี้ดู ว่าถ้า LDL สูงยังไงก็ต้องกิน statin แล้วผมเอาความรู้ที่ไหนมาบอกเขา เอาแต่อ่านจาก google เขาเป็นหมอศิริราช เขาจบแพทย์จุฬามา

สิ่งอยากตอบคือ ไอ้ที่ผมเอามาพูดก็มาจาก หมอในโรงพยาบาล นั่นแหละ ไม่ได้คิดเองพูดเอง และหมอหัวใจที่ดูแลแม่ ผมก็เคยพูดแบบนี้กับเขาแล้ว และเขาก็อธิบายได้อย่างใช้เหตุผล แถมยังแอบพูดกับผมเองเลยว่า เขายอมรับว่ามันมีบริษัทยาซื้อตัวหมอจริงๆ และมีการล็อบบี้เปเปอร์เขาข้างยาบางตัว แต่เขาจำเป็นต้องทำเพราะมันเป็นมาตฐานโรงพยาบาล

มันน่าเสียใจอยู่นะ ที่เขาคิดว่าผมรักแม่ผมน้อยกว่าเขา แต่ผมก็แอบเข้าใจว่าจรรยาบรรณแพทย์ของเขากำลังถูกท้าทายเขาจึงต้องปกป้องมัน

และเข้าใจโรงพยาบาลด้วยว่าถ้าลูกค้าหายโรคหมด หรือตายหมด โรงพยาบาลนี้คงไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้นหรือติดอันดับ forbes นั้นจึงเป็นเหตุให้ในโรงพยาบาลมีร้านค้าขนมfiatๆ อยู่ภายในอาคารตั้ง2ร้าน นอกอาคาร 1 ร้าน และร้านอาหารของโรงพยาบาลก็มีแต่เมนู NDC(โรงเรื้อรัง) อีกตังหาก

สุดท้ายแล้วเหตุผลที่ทำให้ผมต้องพูดประนั้นออกไป ก็เพราะว่าค่าตับของแม่ผมสูงกว่าปกติ 3 เท่า หมอหัวใจ(ไม่ใช่คนที่ด่าผม) จึงสั่งงด statin ไป 2 อาทิตย์ และระหว่างนั้นก็ได้ตามหาสาเหตุอื่นๆคู่กันไป เช่น ไวรัสตับอักเสพประเภทต่างๆ

จนปัจจุบัน ค่าตับแม่ผมดีขึ้น 1 เท่าตัว และไม่เจอสาเหตุอื่นใด หมอทางเดินอาหารจึงสรุปว่าเป็นเพราะ statin จึงควรหยุดยาสักระยะหนึ่ง

#siamstr

เหมือนกันเลยคับหมอจ่ายstatin ดีที่พ่อผมเข้าใจที่ผมอธิบายแกไม่กิน

พ่อผม ก้อโดนstatin10mg โรงบาลบอกกินแค่ครึ่งเม็ดก่อนนอนนะ ldl200นิดๆ

ผมเลยพาแกไปตรวจขอตรวจ a1c ค่า6.0 พอดี เลยบอกแกไม่ต้องกินโยนลงถังขยะ ให้คุมอาหาร ทำกับข้าวกินเอง ไม่กินอาหารแปรรูป ออกกำลังกายตอนเช้า พ่ออยู่บ้านนอก พ่ออายุ64ไม่มีโรคประจำตัว

แกตื่นมาวิ่งทุกเช้า รอติดตามผลอีกที