Avatar
ช.ชรา ศิลป์สมุทร
ce6fb8236eb7986827d1817aff6037cd93336db9cccc9dbf6912b483526c57c4
กวีนอนนาผู้ไม่หิวแสงแต่ชอบแสดงกล้ามดาก

กินเป็นกับข้าว หนึ่งชิ้นก็เกินพอ

แต่ถ้ากินเป็นกับแกล้ม…..

กินได้อีกแปดชิ้นครับ

"เป้าหมายสูงสุดของเกษตรกรรม

ไม่ใช่แค่การเพาะปลูกพืชผล

แต่คือการบ่มเพาะความสมบูรณ์

แห่งการเป็นมนุษย์"

ความตอนหนึ่งของหนังสือ

“ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว”

สำหรับผมก็คงเหมือนกับหลายๆท่าน

เกษตรกรรมสำหรับผมแล้วไม่ใช่อาชีพ

แต่มันคือวิถีชีวิต มันคือจิตวิญญาณ

แห่งความเป็นมนุษย์

โน้มตัวลงคำนับต่อผืนดินและสายน้ำ

โอมกอดต้นไม้และพืชพันธุ์ธัญญาหาร

เริ่งระบำไปกับกิจกรรมตามแต่ฤดูกาล

ทำงานบ้างพักผ่อนบ้างท่องเที่ยวบ้าง

สังสรรบ้างเป็นประจำ แฮ๊ะ!!!

ไม่หมกมุ่นอยู่กับการสร้างพันธนาการ

ก็ไม่ต้องหมกมุ่นอยู่กับการแก้พันธนาการ

หากอยู่กับความพอประมาณ มีเหตุผล

เรียบง่ายเป็น ธรรมดาเป็น พึ่งตนเองได้บ้างชีวิตก็ย่อมง่ายเบาสบาย

ก่อนที่มนุษย์เราจะรู้จักการเพาะปลูกและการปศุสัตว์ แรกเริ่มเดิมที่มุนษย์เราก็พึ่งพาอาศัยอาหารจากธรรมชาติเพื่อการดำรงชีวิต หลังๆมามนุษย์เราจึงเริ่มหลงลืมวิธีการเพาะปลูกและการปศุสัตว์ แล้วหันมาใช้เงินแลกเปลี่ยนกับสิ่งต่างๆเพื่อการดำรงชีวิต

เดิมทีมนุษย์เรานั้นมิได้รู้จักการเพาะปลูก

ไม่รู้จักการปศุสัตว์

เพียงพึ่งพาอาศัยจากธรรมชาติ

ก็มีอิสรภาพในการใช้ชีวิตได้

“แล้วไฉนเลยเมื่อมนุษย์เริ่มรู้จักการเพาะปลูก

และการปศุสัตว์ อิสรภาพในการใช้ชีวิตของมนุษย์ กลับเริ่มขาดหายไป”

ความตอนหนึ่งจากหนังสือ

“sapiens ประวัติย่อมนุษยชาติ”

เมื่อเริ่มเพาะปลูกหรือเลี้ยงปศุสัตว์

จงเพาะปลูกและเลี้ยงปศุสัตว์ด้วยหลักเกษตรกรรมธรรมชาติ เพราะเกษตรกรรมธรรมชาตินั้น คือรากฐานสำคัญอันจะนำพาให้เรากลับไปสู่ การมีอิสรภาพในการใช้ชีวิตเฉกเช่นกาลอดีต

แล้วธรรมชาติจะทำงานแทนเรา.....

#กวีนอนนา ผู้ไม่หิวแสงแต่ชอบ

แสดงกล้ามดาก

#เกษตรกรรมธรรมชาติ

#siamstr

สายเนื้อเช่นกันครับ…..

“แล้วโลกก็หมุนช้าลง"

โลกยังคงหมุนไป

ใจกลับไม่หมุนตาม

เวลาก็ยังคงผ่านเลย

ไม่เคยหยุดรอคอย…

ผมยังจำกองไฟกองแรก ในช่วงฤดูหนาวของต้นปี พ.ศ 2555 ที่ผมก่อได้ดี เป็นช่วงเวลาที่ชีวิตของผมกำลังจะก้าวผ่านปัญหาและอุปสรรคต่างๆนาๆ เพื่อที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

ระหว่างที่ผมนั่งมองกองไฟเล่นเพลินๆ แล้วเสียงน้ำในกาต้มน้ำร้อนก็เดือดพล่านขึ้น ส่งกลิ่นมะตูมให้หอมฟุ้งไปทั่ว ปะปนกันกับกลิ่นของควันไฟ

มันไม่ได้ทำให้ผมคิดอะไรออกได้เท่าไหร่หรอกตอนนั้น

แต่มันทำให้ผมรู้สึกว่า….

โลก ของ ผม ได้ หมุน ช้า ลง

ย้อนมาสู่เรื่องราวในยุคปัจจุบัน วันนี้สายฝนกระหน่ำโปรยปรายลงมาตั้งแต่ตีสี่ จวบจนรุ่งสางสายฝนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เพียงแต่เปลี่ยนจากสายฝนที่กระหน่ำโครมๆ มาเป็นสายฝนที่ร่วงหล่นเป็นละอองพร้อมกับม่านหมอกและความหนาวเหน็บของฤดูกาล

บรรยายกาศในวันนี้มันทำให้ผมคิดถึงอดีตซะเหลือเกิน อดีตที่ผ่านมาเร็วเหมือนโกหก อดีตที่เปรียบได้ดั่งเป็นบทเรียนแห่งชีวิต อดีตที่กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ อดีตที่ทำได้แค่เพียง

เก็บไว้ในความทรงจำ

พอดึงสติที่กำลังจะหลุดลอยไปกับม่านหมอกและเสียงนกเสียงไก่ในยามเช้ากลับมาได้ เลยตัดสินใจก่อไฟผิงให้ความอบอุ่น จัดแจงหากาต้มน้ำร้อนพร้อมด้วยใบเตยที่ปลูกเองกับมือ มาต้มทำน้ำใบเตยดื่ม

นั่งมองเปลวไฟในกองไฟไปพลาง

ฟังเสียงน้ำในกาต้มน้ำร้อนเดือดไปพลาง

สูดกลิ่นหอมของน้ำต้มใบเตยไปพลาง

แล้วใจก็พร่ำเพ้อไปเรื่อยเปลื่อย

นี่ก็ผ่านมา 11 ปีแล้วสินะที่เราได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ในโลกแห่งความเป็นจริง

2 ปีแห่งการรอคอยและการศึกษาหาความรู้เพื่อตกผลึกทางความคิด กับ 9 ปีแห่งการเริ่มต้นการเดินทางตามความฝัน

ถึงแม้ว่าผมจะรู้สึกว่าโลกของผมได้หมุนช้าลง แต่ช่วงเวลาดีๆในชีวิตมันช่างผ่านไปรวดเร็ว

ซะเหลือเกิน

ว่าแล้วสาดน้ำใบเตยลงคอ….

#กวีนอนนา ผู้ไม่หิวแสงแต่ชอบ

แสดงกล้ามดาก

#siamstr

Replying to Avatar Jakk Goodday

ผมชอบอ่านโน้ตของคุณ nostr:npub1eehmsgmwk7vxsf73s9a07cphekfnxmdeenxfm0mfz26gx5nv2lzqtsmwjr นะครับ (แต่ไม่ค่อยมีเวลาได้คอมเม้นตอบ)

ขอบคุณครับ

ในอ้อมกอดของ ต้นไม้

ในอ้อมกอดของ ผืนป่า

ในอ้อมกอดของ ขุนเขา

ในอ้อมกอดของ สายน้ำ

ในอ้อมกอดของ สายลม

ในอ้อมกอดของ ไอหมอก

ในอ้อมกอดของ ละอองฝน

ในอ้อมกอดของ สองเรา

ในอ้อมกอดของ กันและกัน

ในอ้อมกอดของ ฉันและเธอ

ในอ้อมกอดของ ธรรมชาติ

ว่าแล้วก็เพ้อไปคนเดียว เหอะๆๆๆ

#เมืองทะเลแห่งภูเขา

#กวีนอนนา ผู้ไม่หิวแสงแต่ชอบ

แสดงกล้ามดาก

#siamstr

"หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข"

ทุกชีวิตดิ้นรนค้นหาแต่จุดหมาย

ใจในร่างกายกลับไม่เจอ

ทุกข์ที่เกิดซ้ำเพราะใจนำพร่ำเพ้อ

หาหัวใจให้เจอก็เป็นสูข

แว่วเสียงเพลง "ทะเลใจ" ขึ้นมาคราใด

มันทำให้ผมนึกถึงภาพของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง

ที่พยายามค้นหาตัวเอง ว่าแท้จริงแล้วตัวเองชอบอะไร ต้องการมีชีวิตแบบใดและจะมีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งใด

ย้อนเวลากลับไปในวัยเด็ก ครูประจำชั้นชอบจะถามเด็กๆเสมอว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร

พอเรียนมัธยมก็ถูกอาจารย์ที่ปรึกษาถามอีก

โตขึ้นอยากเป็นอะไร

พอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็หนีไม่พ้นคำถามเดิมๆอีก ทำไมเลือกเรียนสาขานี้ จบไปอยากเป็นอะไรอยากทำงานอะไร

จวบจนกระทั่งผมเรียนจบ ดีจังไม่มีใครคอยถามแล้ว จะเป็นอะไร จะทำงานอะไร

แต่กลับเกิดคำถามขึ้นในใจตัวเองว่า แท้จริงแล้ว เราอยากเป็นอะไร อยากทำงานอะไร อยากมีชีวิตในแบบใด ตัวเองถามตัวเองซะงั้น

คิดเท่าไหร่ก็ยังคิดไม่ออก

ถามเท่าไหร่ก็ยังไม่ได้คำตอบ

ค้นหาเท่าไรก็ยังค้นหาไม่เจอ

จนชีวิตของผมย่างเข้าสู่ ปีที่ 25 ในขณะที่ชีวิตของผมกำลังจะก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ เพื่อที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

พ่อครับผมจะกลับมาอยู่บ้าน เพื่อทำการเกษตรนะครับ ผมอยากปลูกต้นไม้ ผมอยากมีอาณาจักรส่วนตัวที่เต็มไปด้วยต้นไม้และพืชพันธุ์ธัญญาหาร ผมรู้สึกว่าผมอยู่กับต้นไม้อยู่กับธรรมชาติแล้วชีวิตผมมีความสูข

นั่นคือประโยคแรกที่ผมเล่าให้พ่อผมฟัง เกี่ยวกับความฝันของผม

#กวีนอนนา ผู้ไม่หิวแสงแต่ชอบ

แสดงกล้ามดาก

#siamstr

ต้นไม้

หยาดน้ำฝน

ละอองเมฆ

แสงแดด

ถักทอ

เรื่องราว

ใช่นิรมิต

เสกสรร

งดงาม

ชั่วข้ามคืน

หากแต่

หยาดเหงื่อ

แรงกาย

สองมือ

ตรากตรำ

วิริยะ

บันไดรุ้ง

จึงปรากฏ

ดั่งเชื้อเชิญ

ให้ปีนไต่

สู่แดนสรวง

ฉันจะปีนไต่บันไดรุ้งไปหาเธอ.....

#กวีนอนนา ผู้ไม่หิวแสงแต่ชอบ

แสดงกล้ามดาก

GM #siamstr

เมื่อนกนางนวลผู้เฒ่าเอ่ยปากตำหนิโจนาธาน ทำไมจะต้องบินให้สูง ทำไมจะต้องบินให้ไกล ในเมื่อเราบินเพียงเพื่อจะจับปลาในท้องทะเลมากินเป็นอาหาร

โจนาธาน(นกนางนวล)ผู้ มีความคิดผิดแปลกไปจากสังคมนกนางนวล กลับรู้สึกว่า....

ในเมื่อเราเป็นนก เรามีความสามารถที่จะโบยบิน การบินของนกนั้นคงไม่ใช่แค่เพียง บินโฉบเฉี่ยวเพื่อจะจับปลากินเป็นอาหารไปวันๆ

ความตอนหนึ่งจากหนังสือ 1 ใน 1000 เล่ม

ที่ควรค่าแก่การอ่าน โจนาทาน ลิฟวิงสตัน #นางนวล

บินสูงในที่นี้คงไม่ใช่เพื่อตัวเองเสียทั้งหมด

บินไกลในที่นี้ก็ไม่ใช่เพื่อตัวเองเสียทั้งหมด

ชีวิตมนุษย์เราก็คงเหมือนกัน มันมีอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้น มากกว่าการหมกมุ่นแต่เรื่องกินเที่ยวไปวันๆ มากกว่าการหมกมุ่นแต่เรื่องเพศเรื่องสืบพันธุ์ไปวันๆ มากกว่าการหมกมุ่นแต่เรื่องความงามเพียงแค่เปลือกนอกไปวันๆ มากกว่าการหมกมุ่นแต่เรื่องต่างๆนาๆอันไร้สาระของตัวเองไปวันๆ

แล้วก็ล้มหายตายจากโลกใบนี้ไป

อย่างไร้คุณค่า

แล้วโจนาธานก็เอ่ยปากถามเหล่านกนางนวล ในเมื่อเราท่านต่างก็มีปีกที่พร้อมจะโบยบิน แล้วท่านพร้อมที่จะโบยบินไปในเส้นทางบินเดียวกันกับเราไหม

แต่จงโบยบินในแบบของท่าน.......

#กวีนอนนา ผู้ไม่หิวแสงแต่ชอบ

แสดงกล้ามดาก

#siamstr GN ครับ

บางครั้งแนวคิด passive income อาจจะไม่ได้น่าสะอิดสะเอียนเสมอไปก็เป็นได้ครับ

bitcoiner หลายคนก็มีรายได้บางส่วนมาจาก ทรัพย์สินที่ทำงานสร้างดอกผลได้ด้วยตัวของมันเอง และมันก็สร้าง productivity ให้แก่สังคมด้วย

แต่ก่อนที่จะมีทรัพย์สินที่ทำงานแทนเราได้นั้น แน่นอน เราก็ Proof of work มาก่อน แต่เป็น pow ที่สร้างเสร็จแล้วมันสามารถทำงาน สร้าง productivity ได้ด้วยตัวของมันเอง

ในมุมมองของผม ผมคิดว่า รายได้แบบ passive income มันมีมากมายหลากหลายรูปแบบมาก ไม่ได้หมายถึงแค่ให้เงินไปทำงาน แล้วได้ดอกผล เหมือนอย่างที่หลายๆคนเข้าใจกัน

ผมขอใช้คำว่า เป็นการสร้างทรัพย์สินบางอย่าง อาจใช้แรงของเราสร้างเองก็ได้ หรือจะเป็นการเปลี่ยนเงินที่เราทำมาหาได้ ให้กลายเป็นทรัพย์สินบางอย่างก็ได้

ซึ่งทรัพย์สินในที่นี้ มีมากมายหลายอย่างที่สามารถทำงานแทนเราได้ และมันก็สร้าง productivity ให้แก่สังคมได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ทรัพย์สินทางการเกษตร ต้นไม้บางชนิด ผลไม้บางชนิด พืชพันธุ์บางชนิด ฝูงปศุสัตว์บางชนิด สังหาริมทรัพย์บางชนิด อสังหาริมทรัพย์บางชนิด ลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาในผลงานต่างๆ ธุรกิจบางประเภท รวมทั้งสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของร่วมในบริษัทต่างๆ(ผู้ถือหุ้น)

แม้แต่ในตลาดหุ้น ที่ใครหลายๆคนคิดว่า การลงทุนในตลาดหุ้นนั้นไม่สร้าง productivity หลายคนคิดว่าทำไมต้องลงทุน เพียงเพื่อจะเอาชนะเงินเฟ้อ แต่จริงๆแล้วบริษัทต่างๆ ที่เราไปถือหุ้น มันก็สร้าง productivity เมื่อเราซื้อหุ้นของบริษัทนั้นๆ เราก็กลายเป็นผู้ถือหุ้น และถ้าบริษัทนั่นๆ มีธรรมาภิบาล สร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคม ไม่ดีหรอกหรือหากเราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเจ้าของบริษัทนั่นด้วย เมือถึงเวลาเขาก็จ่ายส่วนแบ่งปันผลจากผลการประกอบกิจการตามสัดส่วนให้เรา

หลายคนลุงทุนไม่ใช่เพื่อจะเอาชนะเงินเฟ้อ แต่เป็นการเปลี่ยนเงินที่มาจากการ pow ให้กลายเป็นสิทธิ์ในความเป็นเจ้าร่วมในบริษัทบางบริษัท เพื่อรับปันผลจากผลประกอบการของกิจการนั้นๆ

มันขึ้นอยู่กับว่าเราซื้อหุ้นหรือถือหุ้นนั่นๆแบบใด การพนัน เกร็งกำไร หรือร่วมเป็นเจ้าของกิจการ

จริงอยู่ อย่างที่เราๆคิดกันว่า ทำไม ไม่แค่ทำงาน แล้วเก็บเงินก็พอ (ถ้าเรามีเงินที่ดี)

ทุกคนจะได้ทำในสิ่งที่เราชอบ ทำไมต้องไปลงทุนด้วย

แต่ก็มีหลายคนที่เขาชอบและถนัดเรื่องการลงทุน

จริงอยู่ หลายคนอาจคิดกันว่า ทำไมต้องแสวงหารายได้แบบ passive income ด้วย มันดู ไม่สร้างประประยชน์ต่อสังคม

แต่รายได้แบบ passive income หลายแบบก็มาจากการสร้างคุณค่า สร้างประโยชน์ให้สังคม บางอย่างแม้ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

เราอาจจะไม่ได้ขับอะพอลโลลงไปจอดบนดวงจันทร์ด้วยตัวเอง แต่เราร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภาระกิจได้

ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ

ผมอาจจะผิดก็ได้….

❤️Proof of work.

Proof of work.

Proof of work.

จะดีมากเลยถ้าสิ่งที่เรา pow นั้น

มันทำแล้วมีวันจบ แล้วมัน Pow และ

สร้าง productivity ต่อไปได้ด้วยตัวของมันเองได้

❤️สร้างความมั่นคงขั้นพื้นฐานด้านต่างๆ

ของชีวิต

❤️และสุดท้าย stack sats.

Fix the money fix the world.

Replying to Avatar teemie ⚡

เราสนใจอะไรใน bitcoin

Bitcoin มีหลายอย่างที่ทำให้ผมสนใจศึกษา หรืออย่างที่ทุกคนเรียกสิ่งนี้ว่าลงหลุมกระต่าย สำหรับผมนั้น มันมีหลายมุม น่าจะแบ่งออกเป็น 3 เรื่องใหญ่ๆครับ

1. เรื่องการเงิน 💰 ถ้าถามเหล่า bitcoiner ว่า bitcoin คืออะไร พวกเราน่าจะตอบคล้ายๆกัน bitcoin คือเงิน เป็นเครื่องมือสำหรับเก็บออม เป็น store of value ที่ยอดเยี่ยมแห่งยุคสมัย หรือเป็นเครื่องมือที่ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ใช่ครับสำหรับผม bitcoin มันเป็นสิ่งเหล่านั้นเลย ผมใช้ bitcoin เป็นการออมเงินในช่วง 2 ปีมานี้ โดยใช้วิธี dca ครับ ผมวิเคราะห์กราฟไม่เป็น ลองอ่านหนังสือ technical trading แล้วทำตามไม่ได้ เอาวิธีที่เราถนัดคือ dca เนี่ยง่ายที่สุด แม้จะทำให้ผมไม่สามารถได้ bitcoin ในราคาต่ำที่สุด แต่เราทำตามได้ง่าย ไม่ต้องใช้การตัดสินใจ ทำตามแผน dca ซึ่งเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน และเมื่อผมเก็บออมใน bitcoin ผมจึงยังไม่เคยขาย bitcoin ออกไปเลยแม้แต่ sat เดียวทุกวันนี้ก็ยังคงซื้อแบบ dca ในทุกวันเสาร์ สัปดาห์ละหนึ่งครั้งครับ #satsday

2. เรื่องเทคโนโลยี 🛠️ bitcoin มีเทคโนโลยีอยู่เบื้องหลังเยอะมากๆ เช่น cryptography, sha256, diff adjustment, distributed ledger, ecdsa, schnorr, taproot, lightning network ฯลฯ มันเป็นเครื่องมือการเงินที่ไม่เหมือนที่เคยมีมา ทุกคนผู้ใช้ระบบนี้สามารถมีส่วนร่วมในเทคโนโลยีต่างๆได้ ทั้งในแง่การใช้งานและการพัฒนาระบบ ตัวผมเองเริ่มศึกษาจากคลิปของอาจารย์ตั๊ม และมาลงหลุมกระต่ายจริงจังในเรื่อง lightning network จากอาจารย์เดชา ความรู้ทางด้านนี้สามารถศึกษาได้จากหลากหลายช่องทางมากๆ ทั้งจาก github ของนักพัฒนา, จาก youtube สอนต่างๆ, จากงาน conference หรือ workshop, จาก podcast พูดง่ายๆ ว่ามีเวลามากแค่ไหนก็ศึกษาได้ไม่หมดสักที ผมยอมรับว่าตัวเองก็ไม่ได้เก่งหรือเชี่ยวชาญอะไรมากนักหรอกครับ แค่อยากลองทดสอบอะไรไปเรื่อยๆ และอยากเห็นเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง ยังมีทำผิดทำถูกอยู่เสมอ และมันก็เป็นการเรียนรู้เเละพัฒนาให้ดีขึ้นๆครับ

3. เรื่องปรัชญาและเศรษฐศาสตร์ 📚 เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมไม่ถนัดที่สุด ผมได้เข้าใจวิธีคิดเหล่านี้มาจากอาจารย์ตั๊มและ community ของพวกเรานี่แหละครับ ผมนั่งฟังจากสภายาส้ม อ่านบทความของ rightshift อ่านจาก note ใน nostr จึงพอเข้าใจหลักคิดปรัชญาใน bitcoin มากขึ้น ถามว่าปรัชญาของ bitcoin มีอะไรบ้าง เท่าที่ผมพอเข้าใจก็อย่างเช่น don’t trust but verify, proof of work, asset ownership, value 4 value, low time preference, free market and freedom เป็นต้น สิ่งเหล่านี้มันสามารถปรับมาใช้ในการดำเนินชีวิต ทั้งการทำงาน ความสัมพันธ์ การลงทุน การใช้จ่าย และอื่นๆ ผมคงนำมันมาใช้ได้บางส่วน อาจไม่ได้ลึกซึ้งหรือเชี่ยวชาญอะไรนัก บางอย่างมันค่อนข้างตรงกับนิสัยของผมอยู่แล้ว เช่น เวลาลงทุนเราจะมองระยะยาว เช่นเดียวกับความสัมพันธ์กับคนใกล้ตัวที่ควรให้เวลาที่เหมาะสม หรือการให้คุณค่ากับความสามารถในการทำงานทั้ง skill knowledge & experience พยายามผลักดันน้องๆในทีมจากจุดนั้นให้แข็งแรง เพื่อต่อยอดต่อไปได้

เรื่องราวความรู้ต่างๆ ของ bitcoin ยังคงมีอีกหลายอย่างที่ผมยังไม่ทราบ และคงต้องให้เวลากับมันต่อไป ไม่ต้องเร่งรีบ แต่อย่าหยุด ทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป และให้ความสำคัญกับความเข้าใจและความเป็นเหตุเป็นผล ถ้ามีเวลาจงศึกษา bitcoin อย่างที่คุณจิงโจ้คอยบอกอยู่เสมอครับ

#siamstr

อยากให้อธิบายเรื่อง don’t trust but verify, proof of work, asset ownership, value 4 value, low time preference, free market and freedom ทั้งหกเรื่องนี้ ในเชิงปรัชญาและเศรษฐศาสตร์เพิ่มเติมหน่อยครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์เพิ่มเติมไม่มากก็น้อย ให้ใครต่อใครอีกหลายคนครับ

เข้าป่าจึงเห็นความงามของดอกไม้ป่า

งดงามตามธรรมไร้สิ่งปรุงแต่งเติมเจือ

เพียงน้ำฝนชโลมดินก็มากพอจะงอกงาม

ไม่ต้องคอยรดน้ำใส่ปุ๋ยหรือพรวนดิน

กระถางใบงามเพื่อยกระดับก็ไม่จำเป็น

ถึงเวลาเหมาะสมก็ผลิดอกบานสะพรั่ง

ไปทั่วทั้งผืนป่า.....

ดอกไม้ป่า ดอกไม้บ้าน ดอกไม้เมือง

แรกเริ่มเดิมทีดอกไม้ทุกชนิดในโลกใบนี้นั้น

เป็นดอกไม้ป่า เกิดขึ้นเองและดำรงตน

ตามธรรมชาติ

เมื่อวันเวลาผ่านไปดอกไม้ป่าหลายชนิด

ถูกจับยัดลงกระถางใบงามด้วยปรุงแต่ง

ว่าอาภรแห่งยุคสมัย แล้วนำไปปลูกผิดที่

ผิดทางผิดฤดูกาลผิดวิสัยที่ควรจะเป็น

ของดอกไม้ป่าชนิดนั้นๆ

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ดอกไม้ป่าหลายชนิด

ก็สูญสิ้นอิสรภาพที่จะงอกงามและเติบโต

ตามธรรมชาติ ไปชั่วนิจนิรันดิ์กาล

ไม่ต่างจากคน….

#กวีนอนนา ผู้ไม่หิวแสงแต่ชอบ

แสดงกล้ามดาก 😂😂😂

#Siamstr

กินอาหารธรรมดาๆ

ใส่เสื้อผ้าธรรมดาๆ

อยู่บ้านหลังธรรมดาๆ

ขับรถธรรมดาๆ

ใส่รองเท้าธรรมดาๆ

ใช้ชีวิตอย่างธรรมดาๆ

ชีวิตคนธรรมดาๆคนนึง

เพียงความรู้สึกจากคนรอบข้าง

อย่างธรรมดาๆก็เพียงพอแล้ว

บุคคลผู้ยังหิวแสงกระหายในชื่อเสียงความโด่งดัง ลาภยศสรรเสริญและการยอมรับจากสังคมนั้น อีกล้านปีแสงก็คงจะยังไม่เข้าใจ ในความเรียบง่ายและธรรมดา

เรียบง่ายเป็นธรรมดาเป็น

พึ่งตนเองได้บ้าง

ชีวิตก็ง่ายเบาสบาย

ชีวิตที่ไม่พะรุงพะรังพันธนาตน

ไปด้วยสัมภาระอันเกินจำเป็น

จะไปไหนมาไหนก็ย่อมเคลื่อนไหว

คล่องตัวและรวดเร็ว

ว่าจะจิบชาดอกกาแฟร้อนๆ

ลวกปากเสย…

#กวีนอนนา ผู้ไม่หิวแสงแต่ชอบ

แสดงกล้ามดาก 😂😂😂

#Siamstr

กองไฟ

ตะเกียง

หิ่งห้อย

ดาวน้อย

แสงจันทร์

ลมหนาว

กลิ่นควัน

เคล้าเสียง

หรีดหริ่งเรไร

ระงมครวญ…

ในบางดินแดนเพียงไม้ฟืนจะใช้ก่อกองไฟไว้คลายหนาวและสร้างบรรยากาศให้ค่ำคืน ก็กลายเป็นสิ่งของหายาก

เหลือแมกไม้ไว้ไม่ต้องวิตกว่าไร้ฟืนไฟ

ฟืนเปียกยังเหลือถ่าน ถ่านหมดยังเหลือแก๊ส แก๊สหมดยังเหลือกระทะไฟฟ้า ไฟฟ้าดับยังเหลือไม้ฟืน….

ความมั่นคงทางด้านอาหารนั้นสร้างได้

#การเลี้ยงไก่แบบธรรมชาติ

ปราชญ์แห่งยุคสมัยผู้ล่วงลับท่านหนึ่ง

ได้กล่าวเอาไว้ว่า…

“ตำรานั้นอยู่ในธรรมชาติ ผู้ใดค้นหาเจอผู้นั้นย่อมเป็นผู้ชนะ “

ปลาในแม่น้ำไม่มีใครให้อาหารเม็ดมัน มันก็ยังเติบโต หมูป่าที่อยู่ในป่า ก็ไม่มีใครให้อาหารมัน มันก็ยังเติบโต ไก่ป่าก็เช่นกัน

ถ้าเราเข้าใจและตีโจทย์ข้อนี้ออก

การเลี้ยงไก่ไว้เป็นแหล่งอาหารเพื่อความมั่นคง

ขั้นพื้นฐานของชีวิต จะเป็นเรื่องง่ายทันที

- ที่อยู่อาศัย

- แหล่งน้ำ

- แหล่งอาหาร

สามปัจจัยหลักๆ ในการที่จะทำให้การเลี้ยงไก่แบบธรรมชาติ กลายเป็นเรื่องง่าย

* ไก่ที่สวน ไม่มีเล้า ไม่มีโรง ไก่ที่สวนใช้ต้นไม้เป็นที่หลับนอนหลบแดดหลบฝน ออกไข่ฟักไข่ตามก่อกล้วย ก่อไผ่ พุ่มไม้ กอหญ้า

* ไก่ที่สวนเน้นให้หาอาหารกินเองตามธรรมชาติ เมื่อเรามีป่า มีต้นไม้ ไม่ใช้สารเคมี ในสวนเราจะมีแมลงต่างๆมากมาย เป็นแหล่งอาหารให้ไก่ได้คุ้ยเขี่ยหากินตามธรรมชาติ ทั้งผลไม้บ้าน ผลไม้ป่าที่ร่วงหล่นและเมล็ดหญ้า ก็เป็นแหล่งอาหารของไก่เช่นกัน

* มีปัญหา สุนัขมากัดไก่ไหม ไม่มีเลย เพราะไก่ที่เลี้ยงเป็นสายพันธุ์ที่บินขึ้นต้นไม่เก่ง นอนบนต้นไม้อยู่แล้ว และที่สวนเลี้ยงสุนัขไว้เฝ้าสวนด้วย สุนัขข้างนอกจะไม่กล้าเข้ามาในสวน

* ให้อาหารเสริมบางเล็กน้อย พวกเมล็ดข้าวโพด อาจให้วันละครั้งช่วงเย็นก็ได้ พอได้ให้มันเชื่อง จะได้จับมาย่างได้ง่ายๆหน่อย แต่ส่วนใหญาไก่ในสวนไม่ค่อยได้ให้อาหารเสริมเลย พื้นที่แหล่งอาหารเพียงพอกับจำนวนไก่

* ถ้าต้นไม้ไม่เหมาะสมให้ไก่หลับนอน ก็สร้างโรงเรือนง่ายๆก็ได้ บังแดดบังฝน แต่ไม่ควรปิดทึบ ควรปล่อยโล่งๆ เผื่อเวลามีงูเหลือม มีตัวเงินตัวทองเข้ามา ไก่จะได้บินหนีได้

* เมื่อคิดจะเลี้ยงไก่ อย่าคิดถึงกรงตับ อย่ากักขังไก่ ควรปล่อยให้เขาให้วิ่งเล่นคุ้ยเขี่ยหากินตามธรรมชาติ

* หากพื้นที่ไม่กว้างมาก ก็ลดจำนวนไก่ลง และเพิ่มอาหารเสริมให้ไก่ได้ตามความเหมาะสม

* ไข่ไก่ที่เลี้ยงแบบธรรมชาติกับไข่ไก่ที่เลี้ยงกรงตับแบบแออัด คุณภาพต่างกันมากมาย คุณภาพของเนื้อไก่ก็เช่นกัน

เมื่อเข้าใจหลักเกษตรกรรมธรรมชาติ

แล้วธรรมชาติจะทำงานแทนเรา

ว่าแล้วก็ขอตัวไปย่างไก่ทำกับแกล้มก่อนดีกว่า

อยากเป็นนักย่างไก่ในตำนาน….

#siamstr