ค่อยๆตะล่อมไป มีคนถามว่า #Nostr แจก Airdrop มั้ย โอ้ยยยย🤣 จะเครซี่
https://www.facebook.com/share/p/Cav8JzfNhF8h4Mad/?mibextid=WC7FNe
#Siamstr 
แจกแต่ Zap อิอิ
พระศิวะเป็นคนใจดี
ใครมาขอพรก็ประทานพรให้หมดครั้งหนึ่งพระศิวะประทานพรให้แก่พฤกาสูรอันเป็นลูกของพระกัศยปะ โดยให้พฤกาสูรมีมือหนึ่งที่มีฤทธิ์เดชดุจเพลิงกรด เมื่อแตะบนหัวใครผู้นั้นจะไหม้เป็นจุล พฤกาสูรสงสัยว่าพรนั้นจะศักดิ์สิทธิ์จริงหรือไม่ อยากลองของดู แต่พิเรนจำเพาะจะลองของกับผู้ให้พร พระศิวะก็เลยต้องเผ่น พฤกาสูรก็วิ่งไล่ตาม ร้อนถึงพระนารายณ์ต้องแปลงเป็นมาณพแล้วก็บอกว่า พฤกาสูรนี่โง่จริงๆ พรนั้นจะเป็นจริงได้อย่างไร อยากลองก็ลองกับตนเองได้นี่นา พฤกาสูรก็งี่เง่าจริงๆ เหมือนกัน ก็ทดลองกับตนเองเอามือแตะบนหัวของตน ปรากฎว่าได้ผล คือตายสนิท.
เฟสล่มหลัง Bitcoin All Time High กระจอกแท้มาร์ค
อย่างที่ อ. ต๊ำเคยบอกว่าถ้าขายบางส่วนแล้ว
เอาไปใช้หนี้ถ้าหนี้นั้นหมดแล้วมันทำให้คุณมีอิสระภาพละมันคุ้ม ก็ขายไปเถอะครับ
Bitcoin มันมีหลายแง่มุมถ้าไม่ใช้ให้มันเกิดประโยชน์มันก็ไม่มีประโยชน์
อย่าไปยอม สนับสนุน 100 Sat
ไม่แก้ครับ
#GM kub

nostr:npub15l5mxmljftnnqur8gf2nkjj2yuemqy2kuly7yc29lx7x598svx5s447rgk 🤣 ผมนึกถึงโพสในเฟสของพี่เลย
หลังอ่านจบ
สวัสดีครับ เนื้องจาก nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85 ให้สร้างห้องใหม่
เพราะเรื่องของการพัฒนายังไม่เสร็จดี การยกสิทธิ์จึงติดขัดนิดหน่อย
เพื่อนๆน้องๆ เข้ามากองหันได้ที่ห้องนี้นะครับ
มันคือห้องอะไรพี่
GM Nostr, #Siamstr
Ukulele cry for this.
https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_4876971801171318441708391480.webp
หนูน้อยของฉัน
yes แล้วทำไมผมกด Zap ให้ไม่ได้ 555
ในเฟสเขาเขียนย่อมาแบบนี้*
บทความนี้ TODAY Bizview จะพาไปรู้จักกับ M2 หรือปริมาณเงินที่ไหลเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ ซึ่ง (อาจ) เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการเพิ่มขึ้นของราคา 'บิตคอยน์' (Bitcoin) นอกเหนือจากปรากฏการณ์ลดปริมาณเหรียญ (Bitcoin Halving)
.
ปริมาณเงินในระบบ (Money Supply) แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ M1 M2 และ M3
.
- M1 คือ เงินในระบบที่อยู่ในรูปแบบของธนบัตร เหรียญกษาปณ์ และเงินฝากกระแสรายวัน
- M2 คือ เงินในระบบที่ครอบคลุม M1 เงินฝากออมทรัพย์ และเงินฝากประจำ
- M3 คือ เงินในระบบที่ครอบคลุม M2 เงินฝากในสถาบันการเงินทุกประเภท เงินฝากที่เป็นเงินตราต่างประเทศ และตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทเงินทุนและบริษัทหลักทรัพย์
.
'ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน' ผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษา FWX (อดีต Forward) แพลตฟอร์ม DeFi และอาจารย์ภาควิชาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ในบัญชี X (Twitter) ส่วนตัว โดยชี้ให้เห็นว่า
.
จากสถิติในอดีต ปริมาณเงินในระบบประเภท M2 มีรอบวัฎจักรทุก 4 ปี ซึ่งเป็นวัฏจักรที่ตรงกับ Bitcoin Halving พอดี ทำให้ M2 เป็นหนึ่งในดัชนีที่น่าจับตามองสำหรับราคาบิตคอยน์
.
อาจารย์มองว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นความตั้งใจของ 'ซาโตชิ นากาโมโตะ' (Satoshi Nakamoto) ผู้ก่อตั้งบิตคอยน์ ที่ต้องการให้รอบการ Halving ล้อไปกับสภาพคล่องในระบบ
.
นอกจากนี้ บิตคอยน์ยังถูกออกแบบโดยคำนึงถึงปัญหา 'ความเฟ้อ' ด้วยการจำกัดปริมาณอุปทานไว้ สะท้อนว่า บุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่แทนตัวเองว่า ซาโตชิ นากาโมโตะ มีความเข้าใจระบบเศรษฐกิจและการเงินเป็นอย่างดี
.
ทำให้เกิดทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy Theory) ว่า หรือแท้แล้ว ซาโตชิ นากาโมโตะ จะเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในสถาบันการเงิน หรือธนาคารกลาง ที่มองว่าระบบการเงินปัจจุบันจะไม่ตอบโจทย์การเงินในยุคต่อไป จึงสร้างระบบการเงินใหม่อย่างบิตคอยน์ขึ้นมา
.
#TODAYBizview
#MakeTomorrowTODAY
#GM ครับ
#Siamstr
เป็นนักเศรษฐศาสตร์การเงินที่เขียนโค้ดได้นิดหน่อย
เกือบถูกละ แต่ผมมองว่าปัญหาเงินเฟ้อไม่จำเป็นต้องเป็นคนวงในที่ได้ผลประโยชน์จากธนาคารก็อาจเป็น Satoshi Nakamoto ก็ได้นะแค่มองออกถึงความเลวร้ายจากประวัติศาตร์ที่ผ่านมาก็มีให้เห็น ส่วนหนึ่งที่ผมไม่ค่อยเชื่อว่า Hal Finney หรือ Adam Beck คือ Satoshi Nakamoto เพราะแต่ละคน Dev. จ๋าา เกินนี่แหละต่อให้ Satoshi Nakamoto จะมีมากกว่า 1คนแต่คนที่เป็นคนคิด Concept และรวมเทคโนโลยีของหลายๆคนเข้าด้วยกันผมว่าต้องมีคนต้นคิดแค่คนเดียวและคนนั้นต้องมีความรู้เรื่องการเงินที่พอเขียนโปรแกรมได้แต่ไม่ใช่ Dev. จ๋าแน่นอน สุดท้ายถ้า Satoshi Nakamoto เป็นคนวงในธนาคารจริงทำไมเขาต้องทำลายตัวเองทั้งๆที่เขาได้ประโยชน์จากระบบนี้ เพราะอยากรวยเองคงไม่ใช่เพราะดูจากแผนที่เขาวางไว้กว่าคนส่วนใหญ่จะใช้จ่าย Bitcoin เป็นเงินนี่ หนทางยาวไกลระยะยาวมาก ถ้าอยากรวยเร็วคง Premine เหรียญให้ตัวเองแบบ Vitalik แล้ว
แถมไม่พอยังตอกย้ำด้วยการฝังโค้ดด่าธนาคารอีกว่าดูสิมันพิมพ์เงินอีกแล้ว. จะบอกว่าโกรธเจ้านายเลยคิดอะไรแผงๆ อย่าง Bitcoin มาเพื่อกลืนธนาคารพวกนี้เข้าไปอันนี้พอฟังขึ้นอยู่ แต่ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่ Bitcoin คือของจริงที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นเสียงกระซิบของปีศาจเพื่อชี้ให้เห็นว่าหยุดพิมพ์เงินได้แล้ว ไม่งั้นเราจะเป็นทางเลือกใหม่ให้คุณเอง









