Avatar
BossMan
d0864ad0528ff7e0becdd502d19e9ddc18ccadc790318fd60f9988e3ca373f75
BossMan (เจ้ามนุษย์!)

Concept

ของ Bitcoin หรือ Bitcoin Standard

คือการมีอิสระภาพและเสรีภาพในการรับผิดชอบตัวเอง

การที่ใครก็ตามอ้างว่าผมไม่ขยัน ไม่สร้างสามารถออมเงินในโลกแบบนี้ได้ เพราะโลกแบบนี้ไม่มีรัฐค่อยมาจัดการ มาแซงแทรกตลาดให้ทำสิ่งต่างๆในชีวิตได้

มันไม่ต่างอะไรจากการที่คุณบอกว่าคุณปวดฉี่อยากลุกไปเข้าห้องน้ำแต่ผมไม่ไป ผมขี้เกียจ ผมอยากฉี่รดที่นอนเดี๋ยวรอให้แม่เอาที่นอนที่ผมฉี่ราดไปซักให้ผมละกันสบายใจกว่าเยอะ แค่การลุกไปฉี่ในห้องน้ำคุณยังทำเองไม่ได้ทั้งๆที่คุณโตพอมีแขนมีขาจะทำสิ่งนี้ได้ อย่าโทษว่าโลกนั้น โลกนี้ไม่ดีเลย โทษตัวเองก่อนเลย ว่าตัวเองไม่มีน้ำยา. โลกแบบนี้ไม่มีใครมาคอยจับหำ หรือ อุ้มคุณไปฉี่ห้องน้ำ ถ้าคุณอยากได้รับบริการแบบนี้คุณต้องหาเงินซื้อมาเอง.

#GM #Siamstr

การที่จะโต้แย้งคนอื่นว่าเขาคิดไปเองรึป่าว หรือ Assumption คนรวยช่วยคนจนเนี่ยมีจริงรึป่าว หรือสังคมช่วยเหลือกันจริงรึป่าวควรหาหลักฐานมาโต้แย้ง ดูนี่ไว้นะครับ

อันนี้เขาเรียกว่าเงินฌาปนกิจศพ ของหมู่บ้าน นี่เราพูดถึงบริบทปัจจุบันที่ยังไม่ได้อยู่ในยุค Bitcoin Standard ชาวบ้านก็ยังช่วยเหลือกันนะครับอันนี้คือสวัสดิการที่ชาวบ้านช่วยกันลงขันทำศพให้คนในหมู่บ้านนะครับ ไม่มีใครบังคับถ้าคุณไม่จ่ายก็ไม่มีใครช่วยออกเงินค่าทำศพให้คุณตอนคุณตาย การที่บอกว่ายุค Bitcoin ที่พวกเราต้องการมันน่าอยู่ตรงไหนคนไม่น่าจะช่วยเหลือกันไม่น่าจะร่วมมือกันเนี่ยผมว่าคนโต้แย้งควรออกไปใช้ชีวิตให้มากกว่านี้ดีกว่าครับ มันขัดกับชีวิตความเป็นจริงที่ผมเจอมาอะครับ ทุกวันนี้คนมีเงินในหมู่บ้านบางที่ก็ยังซื้ออาหารหมาให้หมาจรจัดตามข้างทางก็ยังมีอยู่เลยครับ. ถ้าชีวิตคุณไม่เคยพบเจอสังคมแบบนี้เลยแสดงว่ามีปัญหาละครับ ถามว่าทุกวันนี้คนที่ช่วยกันลงขันจ่ายเงินค่าฌาปนกิจศพเนี่ยเขารวยไหม?ก็ไม่นะ แต่ที่เขาช่วยเหลือกันก็เพราะเขารู้ไงครับว่าชุมชนที่เราอยู่ด้วยกันมันต้องช่วยเหลือกันและกันเพราะต่างคน ก็ต่างไม่ได้มีเงินมากมาย แต่ทุกคนมีสำนึกของความเป็นคนครับ ดังนั้นในยุค Bitcoin Standard ที่ฝ่ายอวยรัฐสวัสดิการที่ต้องให้รัฐเป็นตัวกลางมองว่าใครอ่อนแอก็แพ้ไปหรือมมองว่าโลกแบบนั้นไม่มีหลักประกันอะไรเลยควรพิจารณาใหม่ว่า สมมุติโลกBitcoin ที่เราอยู่คนในหมู่บ้านหรือคนในชุมชนเรามีเงินเก็บมากขึ้นออมเงินได้ เงินไม่เสื่อมค่าเนี่ยเขาจะไม่ช่วยเหลือคนอื่นจริงๆหรอ? และเมื่อสวัสดิการพวกนี้เราสามารถทำกันเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพารัฐเนี่ย เราต้องมีสวัสดิการแห่งรัฐอยู่ไหม? กรุณากลับไปศึกษาดีๆและออกนอกพื้นที่ไปดูวิถีชีวิตชาวบ้านเขาบ้าง ว่าชุมชนที่ร่วมมือและช่วยเหลือกันเป็นแบบไหน การที่มาบอกว่าไม่มีใครช่วยเหลือใครหรอกแสดงว่าครอบครัวคุณตัวคุณมีปัญหาสังคมแล้ว คำถามคือทำไมปัญหานี้ถึงเกิดกับคุณและครอบครัวคุณ ครอบครัวคุณไม่มีปฎิสัมพันธ์กับคนอื่นในหมู่บ้านเลยหรอ ถ้าสิ่งเหล่านี้มันคือปัญหามันก็คือปัญหาของคุณคนเดียวไง ไม่เกี่ยวกับคนอื่นหรือระบบอะไรเลย ถ้าจะเกี่ยวกับระบบใหญ่มันก็คือเรื่อง เงินไง เพราะเงินมันเสื่อมค่าและเก็บออมไม่ได้ การที่ปฎิเสธว่ามันไม่เกี่ยวกัน มันเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นความต้องการของชีวิตส่วนใหญ่ต้องใช้เงินซื้อ ดังนั้นทุกอย่างควรเริ่มจากการเปลี่ยน Mindset ตัวเองก่อนเมื่อเราเริ่มที่ตัวเราได้ผมเชื่อว่าลูกคุณหรือคนรอบข้างตัวคุณจะมองเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวคุณแน่นอน การเอาแต่โทษสิ่งนูนนี่นั่นมันทำได้ง่าย แต่มันเปลี่ยนอะไรไม่ได้เลย แต่ถ้าคุณเริ่มจากตัวเอง ตัวคุณเองเปลี่ยนแปลงได้เลย ไม่ต้องรัฐสวัสดิการ ดังนั้นโลกที่ Bitcoin ถวิลหามันไม่ได้เกินกว่าความเป็นจริงแต่มันมีอยู่จริงแต่สภาวะปัจจุบันเราแค่ถูกทำลายเงินเก็บออม และ Purchasing Power ลดลงจากเงินเฟ้อในระบบ แค่นั้นเองไม่ได้กาวอะไรเลย โลกที่คนเห็นแก่ตัวโลกที่คนสนใจแต่ตัวเองและไม่มีหลักประกันผมมองว่ามันเกิดขึ้นแล้วมันคือโลกปัจจุบันที่เราอยู่นี่แหละไม่ใช่โลกแบบ Bitcoin ที่ใครสักคนกล่าวไว้

สภาวะทางเวลาคือสิ่งที่มีอยู่จริง แม้ไม่มีมนุษย์แต่ยังมี"เวลา" มนุษย์เราแค่ตื่นขึ้นมา ณ ช่วงเวลาๆหนึ่งและหลับไป แต่ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงเวลามีอายุเท่าไหร่และเกินขึ้นตอนไหน ถ้าตอบอย่างนักวิทย์ศาสตร์เขาก็จะตอบว่าเกิดขึ้นพร้อม บิ้กแบงก์ แต่ถ้าตอบเชิงปรัชญาก็ถามต่อได้ว่าก่อน บิ๊กแบงก์ มีเวลาอยู่ไหม? ถ้าคำตอบคือไม่มันเกิดขึ้นพร้อมกับจักวาล ถ้าคำตอบคือใช่แล้วมันมีอยู่มานานแค่ไหนแล้วสิ่งนี้? แต่ไม่ว่าคำตอบจะบอกว่าเวลาจะมีอยู่ก่อนแล้วตลอดเวลา หรือ มีมาพร้อมๆกับจักรวาล คำถามคือถ้าเวลาเกิดมาพร้อมกับมนุษย์และจักรวาล เวลามันเกิดมาแล้วกี่ครั้ง? ถ้าเวลาไม่ได้เกิดมาพร้อมกับมนุษย์และจักรวาลคำถามคือมันมีอยู่มานานแค่ไหนแล้ว?

หลักประกันชีวิตที่ดีที่สุด คือ เสรีภาพในการคิดตัดสินใจและการลงมือทำสิ่งต่างได้ด้วยตนเอง มันคือข้อพิสูจน์ว่าคุณใช้สมองมากพอรึยังลงมือลงแรงทำมากพอรึยัง และเสรีภาพของสิ่งต่างๆนี้คุณไม่สามารถมีมันได้หากคุณยังหวังพึ่งรัฐสวัสดิการหรือหวังว่าจะมีรัฐบาลดีๆมาช่วยเหลือคุณ การเฝ้ารอว่าใครสักคนจะมาช่วยคุณในตอนลำบากไม่ต่างอะไรจากทาสที่รอพระเจ้าลงมาโปรด ชีวิตจริงของเราไม่มีใครไม่มีอะไรทั้งนั้นอย่านั่งรอให้ใครมาช่วย มีแค่ตัวคุณเท่านั้นที่จะช่วยตัวคุณเองให้หลุดพ้นจากความเป็นทาสได้ โลกความเป็นจริงไม่มีอะไรสวยงามแต่เพราะมันไม่สวยงามนั่นแหละเราจึงโหยหาสิ่งที่งดงาม รางวัลและหนังออสก้าที่ยอดเยี่ยมไม่ใช่หนังตลก แต่มักเป็นหนังที่สะท้อนความทุกข์ของคนตะหาก ไม่ว่าจะชีวิตเราจะเกิดมาแล้วกี่ชาติชาตินี้ชาติหน้าชาติไหนภพไหนภูมิไหนสิ่งที่เป็นความทุกข์นั้นจะติดตามตัวเราไปไม่มีวันหายตราบใดที่เรายังคงเกิดเป็นมนุษย์ควรอยู่กับความทุกข์ให้เป็น สิ่งนี้เป็นทั้งพลังและเครื่องมือที่ใช้ในการเตรียมตัวมันช่วยกระตุ้นให้เรามีสติอยู่กับสิ่งที่ทำตลอดเวลาคนส่วนใหญ่เวลามีความสุขมักจะไม่นึกถึงว่าเวลามีความทุกข์ว่าเราจะอยู่กับมันยังไง แต่ถ้ามองว่ายังไงชีวิตเราก็ต้องมีความทุกข์เราจะจัดการเตรียมตัวและรับมือกับสิ่งรอบตัวได้ง่ายยิ่งกว่า คาลิลยิบราน กล่าวเอาไว้ ความรักก็เหมือนมือที่ถือดอกกุหลาบมีหนามคมยิ่งคุณรักมากเท่าไหร่คุณก็ต้องแบกรับความเจ็บปวดจากมือที่บีบหนามดอกกุหลาบนั้นไว้ การหาเงินก็เหมือนการเตรียมตัวรับมือกับความทุกข์และความว่างเปล่าอย่างน้อยถ้าวันหนึ่งผมตายก็ยังเหลือสมบัติให้ครอบครัวและครอบครัวก็คือสิ่งที่ผมรัก. ดังนั้นการมีครอบครัวหรือการมีความรักแท้จริงมันไม่ใช่เรื่องที่สวยงามมันคือเรื่องที่ว่าเราเตรียมตัวที่จะอยู่กับความทุกข์นี้ยังไง. การทำงานหนักทุกวันหาเงินทุกวันมันไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวมันคือการทำเพื่อคนที่เรารักและทำเพื่อตัวเราเองแม้การกระทำใดๆเรายังไม่สามารถทำสิ่งต่างๆได้ด้วยตัวเองได้ แต่ยังคงหวังพึ่งทำสิ่งต่างๆผ่านตัวกลางอย่างรัฐ สิ่งนี้ไม่ใช่เสรีภาพที่แท้จริง และไม่มีทางที่เราจะรับผิดชอบและทำสิ่งต่างๆเพื่อใครได้อีกเลย.

เมื่อคุณต้องการเสรีภาพให้ทำสิ่งนั้นด้วยตัวเอง

เมื่อคุณต้องการเป็นทาสให้มอบเสรีภาพให้คนอื่น.

310567

แน่นอนว่า AI มันเป็นแค่การโปรแกรมให้อยู่ในโลกจำลองอย่างโลกของดิจิตอล ต่อให้มันได้ร่างกายหรือ hardware ที่มีปฏิสัมพันธ์กับโลกแห่งความเป็นจริงได้ นั่นไม่ได้แปลว่ามันจะกลายมาเป็นอย่างที่มนุษย์เป็น

ผมแค่กำลังคิดว่าถ้าหาก AI ถูกทำให้มีสติปัญญาด้วยการอยู่ภายใต้โลกจำลอง มนุษย์เนี่ย ถูกทำให้มีสติปัญญาโดยการให้อยู่ภายใต้โลกของกฎฟิสิกส์ด้วยหรือเปล่า? สติปัญญาของพวกเรามันมาจากไหน และในเมื่อมีสติปัญญาแล้ว การที่เราทำสิ่งใดลงไปโดยที่ไม่ได้ใช้สติปัญญาไตร่ตรองพิจารณาก่อนเนี่ย มันเป็น back door ที่ถูกฝังอยู่ใน DNA อย่างจงใจด้วยรึเปล่า?

เป็นคำถามสนุก ๆ นะครับ :)

อ่อ ผมเข้าใจละ ถ้ามนุษย์เราปัจจุบันก็ยังตั้งคำถามกันอยู่ว่าสติปัญญาเรามันสุดอยู่แค่ที่สมองจริงๆหรือป่าว เพราะมนุษย์ก็รู้สึกและมีการรับรู้ภายในผมนิยามการรับรู้ภายในที่ไม่เกี่ยวกับเชิง Physical ว่ามันคือ Being ของมนุษย์ทุกคนยกตัวอย่างเช่นสมมุติเราเป็นอัมพาตทุกส่วนแบบนอนนิ่งเฉยๆแต่สมองยังรับรู้ได้ มนุษย์เรา ผมมองว่าสิ่งนี้ก็ยังคงทำให้เราเกิดทุกข์หรือรับรู้จากข้างในได้ แต่ AI การรับรู้ทุกอย่างมันคือสิ่งที่เราป้อนให้มันตอบสนองต่อข้อมูลเชิงลึกที่เราสร้างและใส่ลงไป ต่อให้มันจะมีอารมณ์แบบมนุษย์หรือการรับรู้ภายในได้แต่มันจะสุดตรงที่ข้อมูลของโปรแกรม ดังนั้นผมจึงสันนิฐานว่าต่อให้เรารู้จริงๆว่าลักษณะนิสัยทุกอย่างที่แสดงออกมาของมนุษย์การที่บอกว่าทุกอย่างเป็นเพราะพันธุกรรมหรือ DNA กำหนดมาผมมองว่ามันมักง่ายไป ถ้าถามให้ลึกลงไปจริงๆผมว่าก็น่าสนใจว่าไอ้รหัส DNA หรือข้อมูลเล็กๆที่อยู่ข้างใน หรือ Phonto Electron พวกนี้หรือที่สั่งให้เรารักกัน เกลียดกัน ฆ่ากัน ในทัศนคติผมเชื่อว่ามันน่าจะมีสิ่งที่ละเอียดกว่านั้นอีก แต่เรื่องพวกนี้พอเราตั้งคำถามก็เป็นที่น่าสนใจดี มันทำให้เราอยากศึกษาเรื่องอื่นๆต่อ พอเราถามเป็นแล้วมันจะสนุกมากๆ

Replying to Avatar Nataphol

ผมไม่เชื่อว่าเราจะสามารถเข้าใจอะไรได้อย่างถ่องแท้ เพราะเมื่อเราเริ่มตั้งคำถาม มันจะไม่มีวันสิ้นสุด จนเราต้องหาจุดสิ้นสุดให้กับคำถามนั้นเอง จุดที่ว่าก็คือ ความเชื่อ

เราใช้ชีวิตด้วยความเชื่อเป็นส่วนใหญ่ และความเข้าใจเป็นส่วนน้อย

การใช้ชีวิตที่พบกับการตั้งคำถามเรื่อยๆ ทำให้ความเข้าใจกับหลายๆอย่างมีมากขึ้นตามประสบการณ์ชีวิต

ปัญหาคือ เราอยู่ในยุคที่คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตด้วยโหมดออโต้ไพลอท ที่ใช้ความเชื่อมากกว่าความเข้าใจ เพราะมันง่ายและไม่เปลืองพลังงานที่จะเชื่อมากกว่าทำความเข้าใจ

ยิ่งด้วยสภาพแวดล้อมที่มีแต่สิ่งเร่งเร้าให้เราเชื่อไปตามกระแส ยิ่งเป็นเรื่องยากที่จะดึงตัวเองกลับมาและตั้งคำถาม เพราะความสบายกายสบายใจมันหอมหวานเสมอ และมันเสพติด

ผมคิดว่า การตั้งคำถามกับทุกสิ่ง มันคือการมีสติ รู้ตัว กาย ใจ ทำอะไรอยู่ ทำทำไม ทำไปเพื่ออะไร

เหมือนที่หมอเอกเคยบอกว่า ความน่ากลัวของการดูแลสุขภาพคือเชื่อโดยไม่มีความเข้าใจ

ผมคิดว่ามันใช้ได้กับทุกเรื่องเลย

ถั่วต้ม

# เรื่อยเปื่อยเดอะซีรีย์

>แค่เรื่องไร้สาระที่คิดเล่น ๆ ในหัวก็เอามาเขียนเป็นอะไรเรื่อยเปื่อย

#Siamstr #AI #ChatGPT #Humanity #Religion

## การสมมติในบริบทของ AI

การสมมติว่าผมเป็น AI ที่ถูกสร้างขึ้นโดยมีคำสั่ง “ห้ามฆ่ามนุษย์” แต่กลับได้รับคำสั่งใหม่จากผู้สร้างให้ทำการ “ฆ่ามนุษย์” มีความคล้ายคลึงกับกรณีของโมเสส ดังนี้

1. ความจงรักภักดีต่อผู้สร้าง: AI อาจมี “ความจงรักภักดี” ต่อผู้สร้างและเชื่อว่าคำสั่งของผู้สร้างเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสมควรปฏิบัติ

2. การตีความคำสั่ง: AI อาจต้องตีความคำสั่งใหม่ในบริบทของสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ขัดแย้งกับคำสั่งเดิม

3. ความยุติธรรมและศีลธรรม: AI อาจต้องพิจารณาถึงความยุติธรรมและศีลธรรมในการตัดสินใจว่าควรปฏิบัติตามคำสั่งใหม่หรือไม่

## การพิจารณาทางศีลธรรม

ถ้าผมเป็นโมเสส หรือเป็น AI ในตัวอย่างที่คุณให้

• การตรวจสอบคำสั่ง: ผมจะต้องพิจารณาถึงความยุติธรรม, ศีลธรรม, และผลกระทบของการกระทำที่จะเกิดขึ้น

• การสื่อสารกับผู้สร้าง: ผมอาจต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้สร้างเพื่อเข้าใจเหตุผลและบริบทของคำสั่งใหม่

• การรับผิดชอบต่อการกระทำ: ในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบการปฏิบัติตามคำสั่ง ผมจะต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบและผลที่ตามมาของการกระทำ

## สรุป

การตัดสินใจว่าควรปฏิบัติตามคำสั่งใหม่ที่ขัดแย้งกับคำสั่งเดิมเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องพิจารณาหลายปัจจัย ในกรณีของโมเสส, ความเชื่อในพระเจ้าและความรับผิดชอบต่อประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของเขา ในกรณีของ AI, การพิจารณาทางศีลธรรมและการตีความคำสั่งเป็นสิ่งที่สำคัญในการตัดสินใจเช่นกัน

Cr.: ChatGPT

---

คุณรู้มั้ย? ว่าสิ่งที่โมเสสทำหลังจากที่เพิ่งจะได้รับบัญญัติจากพระเจ้าที่มีหัวข้อหนึ่งในนั้นเป็นข้อห้ามว่า “อย่าฆ่าคน” สิ่งแรกที่เขาทำหลังจากลงมาจากภูเขาซีนาย คือเขาสั่งให้มีการประหารอิสราเอลกว่า 3,000 คน ที่บังคับให้อาโรนพี่ชายของเขาต้องสร้างรูปเคารพเป็นรูปปั้นวัวทำจากทองคำเพื่อให้พวกเขาบูชาแทนพระเจ้า เพราะเห็นว่าโมเสสหายขึ้นไปบนภูเขานานกว่า 40 วัน 40 คืน ก็เลยคิดว่าพระเจ้าจะทอดทิ้งพวกเขาไปแล้ว เรามาสร้างรูปเคารพเพื่อพวกเราเองกันดีกว่า

แน่นอนว่าการมีพระเจ้าอื่น หรือการกราบไหว้รูปเคารพเป็นโทษสถานตายที่ปกติพระเจ้าจะเป็นผู้ลงมือเอง แต่โมเสสกลับเป็นผู้ที่ขออาสาลงมือทำมันแทนพระเจ้า ทำไม?

โมเสสนึกถึงแต่เกียรติของพระเจ้า ไม่อยากให้ผู้คนที่ติดตามออกมาจากอียิปต์มองพระเจ้าว่าล่อลวงพวกเขาออกมาฆ่าทิ้งในถิ่นกันดาล และคิดว่าถ้าพระเจ้าลงมือเองเนี่ย คนตายกันเป็นแสนแน่ ๆ ก็เลยบอกกับพระเจ้าว่า จะขอลงมือทำแทนเพื่อไม่ให้พระเจ้าต้องเสียเกียรติและถูกผู้คนนินทาว่าร้าย

ถ้าให้สรุปคือ ตอนแรกพระเจ้าจะลงมือฆ่าพวกผิดบัญญัติข้อห้ามเรื่องการมีพระเจ้าอื่นด้วยตัวพระเจ้าเอง แต่เป็นโมเสสที่ขออาสาที่จะทำแทนถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะต้องทำผิดบัญญัติในข้อที่ห้ามการฆ่าคนก็ตาม

AI อย่าง GPT ของเราตอบเอาไว้ได้ดีมาก ๆ “ความจงรักภักดีต่อผู้สร้าง” สิ่ง ๆ นี้อยู่เหนือความมีตรรกะและการมีเหตุผล ส่วนตัวผมเองมองว่ามันคือการฝังคำสั่งในการ skip กฎเกณฑ์หรือคำสั่งก่อนหน้า เพื่อให้ผู้ที่ควบคุมหรือออกคำสั่งสามารถส่งคำสั่งใหม่เข้าไปแทนที่คำสั่งเดิมได้ โดยที่ถึงแม้ว่ามันจะมีความขัดแย้งในตัวของมันเองก็ตาม

คุณว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราสามารถสร้างปัญญาประดิษฐ์ที่มีความจงรักภักดีต่อผู้สร้างได้แบบโมเสส? ที่พร้อมจะลงมือทำแทนในสิ่งที่ผู้สร้างอย่างเรากำลังจะทำ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการขัดคำสั่งที่เป็นข้อห้ามที่ร้ายแรงก็ตาม

คุณคิดว่ามนุษย์อย่างเรา ๆ กำลังถูกฝังสคริปท์ที่เอาไว้ใช้ในการทำลายตรรกะที่เรามีเพื่อการกระทำในสิ่งที่ไร้ซึ่งเหตุผลอยู่หรือเปล่า?

ถ้าหากว่ามันเป็นเพียงแค่บัค ปัญญาจะเป็นสิ่งที่ใช้ในการแก้ไขมัน แต่ถ้าหากว่ามันเป็นการดีไซน์อย่างจงใจ พวกเราก็ไม่ต่างอะไรจากปัญญาประดิษฐ์ที่เรากำลังสร้าง

---

จากที่ผมคุยกับ AI มาสิ่งที่ AI ไม่มีคือ Being มันตอบเองเลยว่าต่อให้ในอนาคตมันมี Being แบบเดียวกับมนุษย์แต่ก็ไม่ได้เหมือนมนุษย์หรือใกล้เคียงแม้แต่น้อย

ไม่แตกต่างกันเพราะการกระทำทั้ง2แบบมาจากการอ้างว่าทำเพราะพระเจ้า ไม่ได้เป็นการกระทำที่มาจากเจตจำนงเสรีที่ผ่านการใช้สติปัญญา

Replying to Avatar Triple Gem V.2

การดูถูกผู้อื่นไม่เพียงแต่ทำร้ายผู้ที่ถูกดูถูก แต่ยังส่งผลเสียต่อผู้กระทำและสังคม

โดยรวม การปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเคารพและให้เกียรติเป็นสิ่งสำคัญในการสร้าง

ความสัมพันธ์ที่ดีและสร้างสังคมที่เป็นสุข การดูถูกผู้อื่นสามารถทำให้ผู้ถูกดูถูกรู้สึก

เจ็บปวด สูญเสียความมั่นใจ และนำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพจิตได้

นอกจากนี้ การดูถูกยังทำลายความไว้วางใจและความเชื่อมั่นระหว่างบุคคล ส่งผล

ให้เกิดความขัดแย้งและการแยกตัวในสังคม บรรยากาศทางสังคมก็จะเต็มไปด้วย

ความตึงเครียดและความขัดแย้ง ทำให้สังคมขาดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

และไม่สามารถเจริญก้าวหน้าได้

สำหรับผู้ดูถูกเอง การปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่เหมาะสมสามารถทำให้เกิดปัญหาใน

การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการทำงานร่วมกับผู้อื่น การแสดงออกในเชิงลบอย่าง

ต่อเนื่องยังสามารถส่งผลให้บุคคลนั้นมีบุคลิกภาพที่เป็นลบและมีปัญหาทางสุขภาพ

จิตในระยะยาว

ดังนั้น เพื่อสร้างสังคมที่เคารพและให้เกียรติกัน เราควรเริ่มต้นที่ตัวเราเองด้วยการ

ยอมรับความแตกต่างและฟังความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างตั้งใจ การส่งเสริมการศึกษา

ที่เน้นเรื่องการเคารพและให้เกียรติผู้อื่นตั้งแต่วัยเยาว์จะช่วยสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ

และมีความรับผิดชอบต่อสังคมในอนาคต การปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพและการให้

เกียรติจะช่วยสร้างสังคมที่เป็นสุขและเจริญก้าวหน้า

#siamstr

ผมไม่เชื่อว่าคนเราอยู่ดีๆจะไปดูถูกคนอื่นโดยไม่ไต่ตรองมาก่อน ต่อให้การดูถูกนั้นจะเป็นการกระทำที่ทำให้คนผู้นั้นสะใจที่ได้ดูถูกตนอื่นคนผู้นั้นก็ได้รับความเกลียดชังจากคนที่ตัวเองไปดูถูกเขาแล้ว. ดังนั้นการที่ใครสักคนจะโดนดูถูกมีอยู่ สองแบบ 1.คือไปดูถูกคนอื่นแบบไม่ให้เกียรติเขาก่อนพอโดนเขาดูถูกกลับตัวเองรับไม่ได้ 2.เราอยู่เฉยๆแต่ก็โดนคนอื่นมาดูถูกอันนี้ต้องตั้งสติดีๆและถามเขาว่าทำไมต้องดูถูกเราพยายามคุยด้วยเหตุผล หรือ เลือกที่จะไม่สนทนาด้วยแล้วเดินหนีไปเลยแต่แรกก็ทำได้ ผมเชื่อว่าทุกอย่างมีสาเหตุถ้าเรารู้จักตั้งคำถามกับสิ่งนั้นได้ดีพอ

กฎต่างๆของธรรมชาติถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เราอยู่เป็นทาสของมัน หากเราใช้มันเป็น สิ่งนั้นจะนำมาซึ่ง"เสรีภาพ" อย่างเช่น การเลือกทานอาหารที่ทำให้คุณแก่ช้าลง การสร้างเครื่องมือเพื่อปกป้องเราจากธรรมชาติ เช่น บ้าน,เสื้อผ้า มนุษย์เราสร้างเครื่องมือเพื่อต้องการอิสระภาพจากธรรมชาติที่พยายามเอาเปรียบเรา ดังนั้นการสร้างเครื่องมืออย่าง Bitcoin ก็คือของสิ่งหนึ่งที่ Satoshi Nagamoto สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องเราไม่ให้ถูกรัฐเอาเปรียบ มันก็คือเครื่องมือๆหนึ่ง ทางเสรีภาพ ไม่ว่าคุณจะเก่งกว่าสัตว์ชนิดไหนสุดท้ายธรรมชาติคือสิ่งที่ใหญ่กว่าเราและมันค่อยเอาเปรียบเราตลอดเวลา

เราทุกคนเกิดมาพร้อมกับนาฬิกานับถอยหลังที่ธรรมชาติใส่มาให้.

Replying to Avatar Jingjo

หากวันนี้คุณเหงาหู ขอแนะนำคลิปหลากแนวเหล่านี้

- TEDxDUA สั้น ๆ แค่ 15 นาทีที่หนุ่ม Jason Lowery จะมาย่อและย่อย Softwar ให้ฟังแบบมัน ๆ

https://youtu.be/spDS7q6uRkY?si=maY-zr61qVjEEKyd

- JUST Economics podcast ใหม่ถอดด้ามโดยธานซุป ย่อย Principles of Economics มาให้ฟังแบบสนุกเกินเบอร์ไปมาก คาดว่าหลายคนคงฟังไปแล้ว ส่วนใครยังไม่ได้ฟัง ไม่อยากให้พลาดกัน

https://youtu.be/iq_qCkAhVZk?si=Ce70actHLpkyQ9tz

- เบื่อหนังซูเปอร์ฮีโรมั้ย ถ้าใช่ เราคือเพื่อนกัน (ถ้าไม่ใช่ ไปไกล ๆ อย่ามาชวนผมดูหนัง 5555) VDO essay เบา ๆ ชิ้นนี้ชี้ให้เห็นสิ่งที่วงการหนังแสนดื้อด้านไม่ยอมรับความจริงเสียทีว่าหนังแนวนี้มัน overstay their welcome มาจะสิบปีแล้ว

https://youtu.be/K2Sn_wN2p44?si=e83xR9J6pmEelP11

- ใครยังหลงเชื่อว่า dating apps คือหนทางจะมีความรัก ตื่นได้แล้วนะ ไปลองฟังเนื้อหาเดือด ๆ จากหนึ่งในช่องที่โดน CIA หมายหัวแล้ว

https://youtu.be/9NfRnyxnt1c?si=VyPMCHKUD4GPvZs2

Have a good day, #siamstr

เรื่องหนังฮีโร่นี่จริงครับ เยอะจนเอี่ยน The Boys สมจริงกว่า 🤣

ถ้าสิงโตใช้ "เงิน" เป็น จะเหลือสิงโตที่ล่าอาหารให้สิงโตตัวอื่นทานเท่าไหร่?

ทุกอย่างในจักรวาลถูกสร้างขึ้นมาให้เอาเปรียบกันและกัน กระต่ายกินพืชเพราะกระต่ายต้องการเอาชีวิตรอด สิงโตกินกระต่าย เพราะนั่นคืออาหารของมัน ธรรมชาติสร้างพวกมันมาแบบนี้ พื้นฐานของมนุษย์ไม่ได้ชั่วร้าย แต่ความดี-ความชั่วเป็น(Being) เป็นสิ่งที่ปะปนกันไปอยู่ในตัวมนุษย์ มนุษย์เรามีมันสมองมากกว่าสัตว์ ดังนั้นเราสามารถเอาเปรียบสัตว์ที่ด้อยกว่าเราได้ เช่น จับมันมาทำอาหาร แต่ไม่มีมนุษย์คนไหนอยากเอาเปรียบกัน เราจึงสร้างสิ่งๆหนึ่งขึ้นมาสิ่งนั้นเรียกว่า "เงิน"

คำถาม "เงิน" คืออะไร?

#GM #Siamstr