ถูกต้องครับ
ความรู้ คือ Having
สติปัญญา คือ Being
GM ครับ
Concept
ของ Bitcoin หรือ Bitcoin Standard
คือการมีอิสระภาพและเสรีภาพในการรับผิดชอบตัวเอง
การที่ใครก็ตามอ้างว่าผมไม่ขยัน ไม่สร้างสามารถออมเงินในโลกแบบนี้ได้ เพราะโลกแบบนี้ไม่มีรัฐค่อยมาจัดการ มาแซงแทรกตลาดให้ทำสิ่งต่างๆในชีวิตได้
มันไม่ต่างอะไรจากการที่คุณบอกว่าคุณปวดฉี่อยากลุกไปเข้าห้องน้ำแต่ผมไม่ไป ผมขี้เกียจ ผมอยากฉี่รดที่นอนเดี๋ยวรอให้แม่เอาที่นอนที่ผมฉี่ราดไปซักให้ผมละกันสบายใจกว่าเยอะ แค่การลุกไปฉี่ในห้องน้ำคุณยังทำเองไม่ได้ทั้งๆที่คุณโตพอมีแขนมีขาจะทำสิ่งนี้ได้ อย่าโทษว่าโลกนั้น โลกนี้ไม่ดีเลย โทษตัวเองก่อนเลย ว่าตัวเองไม่มีน้ำยา. โลกแบบนี้ไม่มีใครมาคอยจับหำ หรือ อุ้มคุณไปฉี่ห้องน้ำ ถ้าคุณอยากได้รับบริการแบบนี้คุณต้องหาเงินซื้อมาเอง.
#GM #Siamstr
การที่จะโต้แย้งคนอื่นว่าเขาคิดไปเองรึป่าว หรือ Assumption คนรวยช่วยคนจนเนี่ยมีจริงรึป่าว หรือสังคมช่วยเหลือกันจริงรึป่าวควรหาหลักฐานมาโต้แย้ง ดูนี่ไว้นะครับ

อันนี้เขาเรียกว่าเงินฌาปนกิจศพ ของหมู่บ้าน นี่เราพูดถึงบริบทปัจจุบันที่ยังไม่ได้อยู่ในยุค Bitcoin Standard ชาวบ้านก็ยังช่วยเหลือกันนะครับอันนี้คือสวัสดิการที่ชาวบ้านช่วยกันลงขันทำศพให้คนในหมู่บ้านนะครับ ไม่มีใครบังคับถ้าคุณไม่จ่ายก็ไม่มีใครช่วยออกเงินค่าทำศพให้คุณตอนคุณตาย การที่บอกว่ายุค Bitcoin ที่พวกเราต้องการมันน่าอยู่ตรงไหนคนไม่น่าจะช่วยเหลือกันไม่น่าจะร่วมมือกันเนี่ยผมว่าคนโต้แย้งควรออกไปใช้ชีวิตให้มากกว่านี้ดีกว่าครับ มันขัดกับชีวิตความเป็นจริงที่ผมเจอมาอะครับ ทุกวันนี้คนมีเงินในหมู่บ้านบางที่ก็ยังซื้ออาหารหมาให้หมาจรจัดตามข้างทางก็ยังมีอยู่เลยครับ. ถ้าชีวิตคุณไม่เคยพบเจอสังคมแบบนี้เลยแสดงว่ามีปัญหาละครับ ถามว่าทุกวันนี้คนที่ช่วยกันลงขันจ่ายเงินค่าฌาปนกิจศพเนี่ยเขารวยไหม?ก็ไม่นะ แต่ที่เขาช่วยเหลือกันก็เพราะเขารู้ไงครับว่าชุมชนที่เราอยู่ด้วยกันมันต้องช่วยเหลือกันและกันเพราะต่างคน ก็ต่างไม่ได้มีเงินมากมาย แต่ทุกคนมีสำนึกของความเป็นคนครับ ดังนั้นในยุค Bitcoin Standard ที่ฝ่ายอวยรัฐสวัสดิการที่ต้องให้รัฐเป็นตัวกลางมองว่าใครอ่อนแอก็แพ้ไปหรือมมองว่าโลกแบบนั้นไม่มีหลักประกันอะไรเลยควรพิจารณาใหม่ว่า สมมุติโลกBitcoin ที่เราอยู่คนในหมู่บ้านหรือคนในชุมชนเรามีเงินเก็บมากขึ้นออมเงินได้ เงินไม่เสื่อมค่าเนี่ยเขาจะไม่ช่วยเหลือคนอื่นจริงๆหรอ? และเมื่อสวัสดิการพวกนี้เราสามารถทำกันเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพารัฐเนี่ย เราต้องมีสวัสดิการแห่งรัฐอยู่ไหม? กรุณากลับไปศึกษาดีๆและออกนอกพื้นที่ไปดูวิถีชีวิตชาวบ้านเขาบ้าง ว่าชุมชนที่ร่วมมือและช่วยเหลือกันเป็นแบบไหน การที่มาบอกว่าไม่มีใครช่วยเหลือใครหรอกแสดงว่าครอบครัวคุณตัวคุณมีปัญหาสังคมแล้ว คำถามคือทำไมปัญหานี้ถึงเกิดกับคุณและครอบครัวคุณ ครอบครัวคุณไม่มีปฎิสัมพันธ์กับคนอื่นในหมู่บ้านเลยหรอ ถ้าสิ่งเหล่านี้มันคือปัญหามันก็คือปัญหาของคุณคนเดียวไง ไม่เกี่ยวกับคนอื่นหรือระบบอะไรเลย ถ้าจะเกี่ยวกับระบบใหญ่มันก็คือเรื่อง เงินไง เพราะเงินมันเสื่อมค่าและเก็บออมไม่ได้ การที่ปฎิเสธว่ามันไม่เกี่ยวกัน มันเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นความต้องการของชีวิตส่วนใหญ่ต้องใช้เงินซื้อ ดังนั้นทุกอย่างควรเริ่มจากการเปลี่ยน Mindset ตัวเองก่อนเมื่อเราเริ่มที่ตัวเราได้ผมเชื่อว่าลูกคุณหรือคนรอบข้างตัวคุณจะมองเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวคุณแน่นอน การเอาแต่โทษสิ่งนูนนี่นั่นมันทำได้ง่าย แต่มันเปลี่ยนอะไรไม่ได้เลย แต่ถ้าคุณเริ่มจากตัวเอง ตัวคุณเองเปลี่ยนแปลงได้เลย ไม่ต้องรัฐสวัสดิการ ดังนั้นโลกที่ Bitcoin ถวิลหามันไม่ได้เกินกว่าความเป็นจริงแต่มันมีอยู่จริงแต่สภาวะปัจจุบันเราแค่ถูกทำลายเงินเก็บออม และ Purchasing Power ลดลงจากเงินเฟ้อในระบบ แค่นั้นเองไม่ได้กาวอะไรเลย โลกที่คนเห็นแก่ตัวโลกที่คนสนใจแต่ตัวเองและไม่มีหลักประกันผมมองว่ามันเกิดขึ้นแล้วมันคือโลกปัจจุบันที่เราอยู่นี่แหละไม่ใช่โลกแบบ Bitcoin ที่ใครสักคนกล่าวไว้
สภาวะทางเวลาคือสิ่งที่มีอยู่จริง แม้ไม่มีมนุษย์แต่ยังมี"เวลา" มนุษย์เราแค่ตื่นขึ้นมา ณ ช่วงเวลาๆหนึ่งและหลับไป แต่ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงเวลามีอายุเท่าไหร่และเกินขึ้นตอนไหน ถ้าตอบอย่างนักวิทย์ศาสตร์เขาก็จะตอบว่าเกิดขึ้นพร้อม บิ้กแบงก์ แต่ถ้าตอบเชิงปรัชญาก็ถามต่อได้ว่าก่อน บิ๊กแบงก์ มีเวลาอยู่ไหม? ถ้าคำตอบคือไม่มันเกิดขึ้นพร้อมกับจักวาล ถ้าคำตอบคือใช่แล้วมันมีอยู่มานานแค่ไหนแล้วสิ่งนี้? แต่ไม่ว่าคำตอบจะบอกว่าเวลาจะมีอยู่ก่อนแล้วตลอดเวลา หรือ มีมาพร้อมๆกับจักรวาล คำถามคือถ้าเวลาเกิดมาพร้อมกับมนุษย์และจักรวาล เวลามันเกิดมาแล้วกี่ครั้ง? ถ้าเวลาไม่ได้เกิดมาพร้อมกับมนุษย์และจักรวาลคำถามคือมันมีอยู่มานานแค่ไหนแล้ว?
หลักประกันชีวิตที่ดีที่สุด คือ เสรีภาพในการคิดตัดสินใจและการลงมือทำสิ่งต่างได้ด้วยตนเอง มันคือข้อพิสูจน์ว่าคุณใช้สมองมากพอรึยังลงมือลงแรงทำมากพอรึยัง และเสรีภาพของสิ่งต่างๆนี้คุณไม่สามารถมีมันได้หากคุณยังหวังพึ่งรัฐสวัสดิการหรือหวังว่าจะมีรัฐบาลดีๆมาช่วยเหลือคุณ การเฝ้ารอว่าใครสักคนจะมาช่วยคุณในตอนลำบากไม่ต่างอะไรจากทาสที่รอพระเจ้าลงมาโปรด ชีวิตจริงของเราไม่มีใครไม่มีอะไรทั้งนั้นอย่านั่งรอให้ใครมาช่วย มีแค่ตัวคุณเท่านั้นที่จะช่วยตัวคุณเองให้หลุดพ้นจากความเป็นทาสได้ โลกความเป็นจริงไม่มีอะไรสวยงามแต่เพราะมันไม่สวยงามนั่นแหละเราจึงโหยหาสิ่งที่งดงาม รางวัลและหนังออสก้าที่ยอดเยี่ยมไม่ใช่หนังตลก แต่มักเป็นหนังที่สะท้อนความทุกข์ของคนตะหาก ไม่ว่าจะชีวิตเราจะเกิดมาแล้วกี่ชาติชาตินี้ชาติหน้าชาติไหนภพไหนภูมิไหนสิ่งที่เป็นความทุกข์นั้นจะติดตามตัวเราไปไม่มีวันหายตราบใดที่เรายังคงเกิดเป็นมนุษย์ควรอยู่กับความทุกข์ให้เป็น สิ่งนี้เป็นทั้งพลังและเครื่องมือที่ใช้ในการเตรียมตัวมันช่วยกระตุ้นให้เรามีสติอยู่กับสิ่งที่ทำตลอดเวลาคนส่วนใหญ่เวลามีความสุขมักจะไม่นึกถึงว่าเวลามีความทุกข์ว่าเราจะอยู่กับมันยังไง แต่ถ้ามองว่ายังไงชีวิตเราก็ต้องมีความทุกข์เราจะจัดการเตรียมตัวและรับมือกับสิ่งรอบตัวได้ง่ายยิ่งกว่า คาลิลยิบราน กล่าวเอาไว้ ความรักก็เหมือนมือที่ถือดอกกุหลาบมีหนามคมยิ่งคุณรักมากเท่าไหร่คุณก็ต้องแบกรับความเจ็บปวดจากมือที่บีบหนามดอกกุหลาบนั้นไว้ การหาเงินก็เหมือนการเตรียมตัวรับมือกับความทุกข์และความว่างเปล่าอย่างน้อยถ้าวันหนึ่งผมตายก็ยังเหลือสมบัติให้ครอบครัวและครอบครัวก็คือสิ่งที่ผมรัก. ดังนั้นการมีครอบครัวหรือการมีความรักแท้จริงมันไม่ใช่เรื่องที่สวยงามมันคือเรื่องที่ว่าเราเตรียมตัวที่จะอยู่กับความทุกข์นี้ยังไง. การทำงานหนักทุกวันหาเงินทุกวันมันไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวมันคือการทำเพื่อคนที่เรารักและทำเพื่อตัวเราเองแม้การกระทำใดๆเรายังไม่สามารถทำสิ่งต่างๆได้ด้วยตัวเองได้ แต่ยังคงหวังพึ่งทำสิ่งต่างๆผ่านตัวกลางอย่างรัฐ สิ่งนี้ไม่ใช่เสรีภาพที่แท้จริง และไม่มีทางที่เราจะรับผิดชอบและทำสิ่งต่างๆเพื่อใครได้อีกเลย.
เมื่อคุณต้องการเสรีภาพให้ทำสิ่งนั้นด้วยตัวเอง
เมื่อคุณต้องการเป็นทาสให้มอบเสรีภาพให้คนอื่น.
310567
อ่อ ผมเข้าใจละ ถ้ามนุษย์เราปัจจุบันก็ยังตั้งคำถามกันอยู่ว่าสติปัญญาเรามันสุดอยู่แค่ที่สมองจริงๆหรือป่าว เพราะมนุษย์ก็รู้สึกและมีการรับรู้ภายในผมนิยามการรับรู้ภายในที่ไม่เกี่ยวกับเชิง Physical ว่ามันคือ Being ของมนุษย์ทุกคนยกตัวอย่างเช่นสมมุติเราเป็นอัมพาตทุกส่วนแบบนอนนิ่งเฉยๆแต่สมองยังรับรู้ได้ มนุษย์เรา ผมมองว่าสิ่งนี้ก็ยังคงทำให้เราเกิดทุกข์หรือรับรู้จากข้างในได้ แต่ AI การรับรู้ทุกอย่างมันคือสิ่งที่เราป้อนให้มันตอบสนองต่อข้อมูลเชิงลึกที่เราสร้างและใส่ลงไป ต่อให้มันจะมีอารมณ์แบบมนุษย์หรือการรับรู้ภายในได้แต่มันจะสุดตรงที่ข้อมูลของโปรแกรม ดังนั้นผมจึงสันนิฐานว่าต่อให้เรารู้จริงๆว่าลักษณะนิสัยทุกอย่างที่แสดงออกมาของมนุษย์การที่บอกว่าทุกอย่างเป็นเพราะพันธุกรรมหรือ DNA กำหนดมาผมมองว่ามันมักง่ายไป ถ้าถามให้ลึกลงไปจริงๆผมว่าก็น่าสนใจว่าไอ้รหัส DNA หรือข้อมูลเล็กๆที่อยู่ข้างใน หรือ Phonto Electron พวกนี้หรือที่สั่งให้เรารักกัน เกลียดกัน ฆ่ากัน ในทัศนคติผมเชื่อว่ามันน่าจะมีสิ่งที่ละเอียดกว่านั้นอีก แต่เรื่องพวกนี้พอเราตั้งคำถามก็เป็นที่น่าสนใจดี มันทำให้เราอยากศึกษาเรื่องอื่นๆต่อ พอเราถามเป็นแล้วมันจะสนุกมากๆ
ไม่แตกต่างกันเพราะการกระทำทั้ง2แบบมาจากการอ้างว่าทำเพราะพระเจ้า ไม่ได้เป็นการกระทำที่มาจากเจตจำนงเสรีที่ผ่านการใช้สติปัญญา
ผมไม่เชื่อว่าคนเราอยู่ดีๆจะไปดูถูกคนอื่นโดยไม่ไต่ตรองมาก่อน ต่อให้การดูถูกนั้นจะเป็นการกระทำที่ทำให้คนผู้นั้นสะใจที่ได้ดูถูกตนอื่นคนผู้นั้นก็ได้รับความเกลียดชังจากคนที่ตัวเองไปดูถูกเขาแล้ว. ดังนั้นการที่ใครสักคนจะโดนดูถูกมีอยู่ สองแบบ 1.คือไปดูถูกคนอื่นแบบไม่ให้เกียรติเขาก่อนพอโดนเขาดูถูกกลับตัวเองรับไม่ได้ 2.เราอยู่เฉยๆแต่ก็โดนคนอื่นมาดูถูกอันนี้ต้องตั้งสติดีๆและถามเขาว่าทำไมต้องดูถูกเราพยายามคุยด้วยเหตุผล หรือ เลือกที่จะไม่สนทนาด้วยแล้วเดินหนีไปเลยแต่แรกก็ทำได้ ผมเชื่อว่าทุกอย่างมีสาเหตุถ้าเรารู้จักตั้งคำถามกับสิ่งนั้นได้ดีพอ
ได้หลายต่อครับ กรณีหนึ่งคือต่อยอดเอาไปปลูกในดาวอื่นที่มีสภาพเป็นทะเลทรายก็ได้
กฎต่างๆของธรรมชาติถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เราอยู่เป็นทาสของมัน หากเราใช้มันเป็น สิ่งนั้นจะนำมาซึ่ง"เสรีภาพ" อย่างเช่น การเลือกทานอาหารที่ทำให้คุณแก่ช้าลง การสร้างเครื่องมือเพื่อปกป้องเราจากธรรมชาติ เช่น บ้าน,เสื้อผ้า มนุษย์เราสร้างเครื่องมือเพื่อต้องการอิสระภาพจากธรรมชาติที่พยายามเอาเปรียบเรา ดังนั้นการสร้างเครื่องมืออย่าง Bitcoin ก็คือของสิ่งหนึ่งที่ Satoshi Nagamoto สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องเราไม่ให้ถูกรัฐเอาเปรียบ มันก็คือเครื่องมือๆหนึ่ง ทางเสรีภาพ ไม่ว่าคุณจะเก่งกว่าสัตว์ชนิดไหนสุดท้ายธรรมชาติคือสิ่งที่ใหญ่กว่าเราและมันค่อยเอาเปรียบเราตลอดเวลา
เราทุกคนเกิดมาพร้อมกับนาฬิกานับถอยหลังที่ธรรมชาติใส่มาให้.
หากวันนี้คุณเหงาหู ขอแนะนำคลิปหลากแนวเหล่านี้
- TEDxDUA สั้น ๆ แค่ 15 นาทีที่หนุ่ม Jason Lowery จะมาย่อและย่อย Softwar ให้ฟังแบบมัน ๆ
https://youtu.be/spDS7q6uRkY?si=maY-zr61qVjEEKyd
- JUST Economics podcast ใหม่ถอดด้ามโดยธานซุป ย่อย Principles of Economics มาให้ฟังแบบสนุกเกินเบอร์ไปมาก คาดว่าหลายคนคงฟังไปแล้ว ส่วนใครยังไม่ได้ฟัง ไม่อยากให้พลาดกัน
https://youtu.be/iq_qCkAhVZk?si=Ce70actHLpkyQ9tz
- เบื่อหนังซูเปอร์ฮีโรมั้ย ถ้าใช่ เราคือเพื่อนกัน (ถ้าไม่ใช่ ไปไกล ๆ อย่ามาชวนผมดูหนัง 5555) VDO essay เบา ๆ ชิ้นนี้ชี้ให้เห็นสิ่งที่วงการหนังแสนดื้อด้านไม่ยอมรับความจริงเสียทีว่าหนังแนวนี้มัน overstay their welcome มาจะสิบปีแล้ว
https://youtu.be/K2Sn_wN2p44?si=e83xR9J6pmEelP11
- ใครยังหลงเชื่อว่า dating apps คือหนทางจะมีความรัก ตื่นได้แล้วนะ ไปลองฟังเนื้อหาเดือด ๆ จากหนึ่งในช่องที่โดน CIA หมายหัวแล้ว
https://youtu.be/9NfRnyxnt1c?si=VyPMCHKUD4GPvZs2
Have a good day, #siamstr
เรื่องหนังฮีโร่นี่จริงครับ เยอะจนเอี่ยน The Boys สมจริงกว่า 🤣
yeh ไม่มีใครดีที่สุดและไม่มีใครชั่วที่สุด
ใช่ครับ เราจึงเปลี่ยนเครื่องมือที่ทำหน้าที่เป็นเงินเรื่อยมาทุกยุค
ถ้าสิงโตใช้ "เงิน" เป็น จะเหลือสิงโตที่ล่าอาหารให้สิงโตตัวอื่นทานเท่าไหร่?
เดี๋ยวไปฟังยังไม่ได้ฟังเลย
ทุกอย่างในจักรวาลถูกสร้างขึ้นมาให้เอาเปรียบกันและกัน กระต่ายกินพืชเพราะกระต่ายต้องการเอาชีวิตรอด สิงโตกินกระต่าย เพราะนั่นคืออาหารของมัน ธรรมชาติสร้างพวกมันมาแบบนี้ พื้นฐานของมนุษย์ไม่ได้ชั่วร้าย แต่ความดี-ความชั่วเป็น(Being) เป็นสิ่งที่ปะปนกันไปอยู่ในตัวมนุษย์ มนุษย์เรามีมันสมองมากกว่าสัตว์ ดังนั้นเราสามารถเอาเปรียบสัตว์ที่ด้อยกว่าเราได้ เช่น จับมันมาทำอาหาร แต่ไม่มีมนุษย์คนไหนอยากเอาเปรียบกัน เราจึงสร้างสิ่งๆหนึ่งขึ้นมาสิ่งนั้นเรียกว่า "เงิน"
คำถาม "เงิน" คืออะไร?
#GM #Siamstr


