Avatar
BossMan
d0864ad0528ff7e0becdd502d19e9ddc18ccadc790318fd60f9988e3ca373f75
BossMan (เจ้ามนุษย์!)

ลุงคนนี้นี่เองที่เขียนหนังสือเรื่อง ยีนส์เห็นแก่ตัวละเสื้อแดงเอาไปโหน 🤣🤣

บางทีเวรกรรมไม่ต้องรอชาติหน้า

ชาตินี้ก็เห็นผลเลย เกาะเพื่อนแดกรับกรรมไป

ไม่รักษาเพื่อนด้วยชิบหาย

https://www.facebook.com/share/p/XE6HSiZFM4SjiNnE/?mibextid=oFDknk

ผมงงว่า ทั้งๆที่หลักการพิสูจน์ของพระพุทธเจ้าโคตรละเอียดและโคตรจะดีเหมือนซื้อที่กรองน้ำแล้วมีไส้กรอง10ชั้น กรองเสร็จไม่พอต้องเอาน้ำที่กรอง10ชั้นนั้นไปต้มฆ่าเชื้อดูก่อนถึงจะเอาไปกินได้ แต่คนไทยส่วนใหญ่กลับไม่สนใจไม่มีความรู้เรื่องนี้เลยแต่ดันไปเชื่อลัทธิบ้าบออะไรกันไม่รู้ เพราะแบบนี้แหละโชเปนฮาวเออร์ มันเลยด่าว่าคนโง่มีมากกว่า... และมันก็จริง..

ในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสาร

อันนั้นเท็จอันนี้จริง เราจะพิสูจน์ข้อมูลยังไงดี

เราควรพิสูจน์ข้อมูลนั้นตามหลักความรู้ทฤษฎีของพระพุทธเจ้าครับ เป็นการพิสูจน์ข้อมูลที่โคตรละเอียดและล้ำหน้าที่สุดแล้ว แม้แต่ยุคนี้ก็ยังคงใช้ได้ครับ ไว้ว่างจะมานั่งสกัดและลองเขียนดูนะครับวันนี้หัวบวมแล้ว การามสูตร สูตรที่ไม่ได้ห้ามเชื่อ หรือ บังคับให้ต้องเชื่อ แต่การจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ต้องพิจารณาให้ดีก่อนทุกครั้ง สิ่งนี้คือความคิดหรือแนวคิดการตัดสินใจที่สอดคล้องกับเสรีนิยมอิสรนิยม ทางความคิด ที่ใช้เป็นหลักตัดสินข้อมูลต่างๆของพระพุทธเจ้า

https://youtu.be/Mugcc-YjQ9c?si=zS-xPX9w3jtVzLW3

เรื่องที่ต้องอาศัย Trust เพราะว่ามีคนที่ชำนาญกว่า มีเครื่องมือเพรียบพร้อมกว่า และมีศักยภาพที่สูงกว่าในการทำ Verify ให้, มันก็ยังจะมีคนที่ต้องการจะ Verify มันด้วยตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อ Trust จากผู้ที่ขาย เพราะความไม่ต้องการในการจะมีภาระค่าใช้จ่ายในสิ่งที่ตัวเองไม่ชำนาญ จากค่าอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ที่มีไว้เพื่อการ Verify เท่านั้น จากความต้องการลดระยะเวลาที่ต้องเสียไปกับการต้องเรียนรู้เพื่อที่จะ Verify อะไรบางอย่างที่จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องทำด้วยตัวเอง

แต่กับเรื่องที่มันเกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตความเป็นอยู่ ที่จำเป็นจะต้องอาศัยการ Verify ก่อนที่จะ Trust เช่น การเงิน สุขภาพ ความเชื่อ/ศาสนา ฯลฯ ที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง กลับเลือกที่จะ Trust โดยที่ไม่ต้องการจะไป Verify อะไรกับมันอีก “ผมเชื่อรัฐนะ, โอเคครับหมอ, ดีเลยครับหลวงพ่อ”

โคตรตลก ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพ คุณลองนึกภาพตามดู คุณซื้อเครื่องมือตรวจสอบมาตรฐานค่าสีของจอภาพ และมีการส่งไปให้หน่วยงานมาตรฐานทำการทดสอบอุปกรณ์ตัวนั้นจนได้รับการรับรอง และนำมันไปใช้ในการทดสอบค่าสีของจอภาพให้ลูกค่า เพื่อตรวจสอบความแม่นยำค่าสีของจอภาพ เพื่อที่จะทำการปรับตั้งค่ามันให้มีความถูกต้องแม่นยำมากที่สุด

แต่โลกของเรามันตั้งอยู่บนความไม่แน่นอน (Uncertainty) มันไม่มีอะไรที่จะดีเลศ 100% เป๊ะ ๆ จอภาพที่ปรับตั้งค่าตามมาตรฐาน (สมมติว่าการยอมรับอยู่ที่ 95%) แล้วค่าสีของจอภาพที่คุณปรับมันได้ 97% มันก็จะมีคนถามคุณว่าปรับแล้วทำไมมันไม่ได้ 100% ถ้าคุณบอกว่าตามมาตรฐานเกณฑ์การยอมรับมันอยู่ที่ 95% สำหรับจอภาพตัวนี้ที่ค่าสีแม่นยำถึง 97% ซึ่งสูงกว่าค่าเกณฑ์ที่ยอมรับนั้นสามารถใช้งานได้ เพียงพอ และไม่ผิดเพี้ยนอย่างแน่นอนเมื่อนำงานที่ทำผ่านจอภาพนี้ไปใช้ในการสั่งพิมพ์

เขาก็จะถามคุณต่อว่า แล้ว 95% มันคำนวณมาจากไหนทำไมถึงต้องเป็น 95% คุณมี reference ไหนบ้างที่ผมจะสามารถดูได้ว่าจริงอย่างที่คุณบอก? และถึงต่อให้คุณหา reference ตามระบบมาตรฐานจนเจอและเอาให้เขาดู เขาก็จะถามคุณต่อว่า แล้วเครื่องมือที่คุณเอามาใช้ทดสอบจอภาพของเขา ส่งไปตรวจสอบกับหน่วยงานไหน? ใครรับรอง? เชื่อถือได้มั้ย?

สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้ Verify อะไรด้วยตัวเองอยู่ดี สิ่งที่เขาทำเป็นเพียงแค่การคาดคั้นหาความจริงเอาจากคนอื่น เพราะว่าเขาไม่ใช่ผู้ผลิตที่สร้างเครื่องมืออย่างอุปกรณ์ทดสอบความแม่นยำค่าสีของจอภาพ หรือแม้แต่สร้างจอภาพขึ้นมาด้วยตัวเอง สิ่งที่เขาทำได้คือ Verify เพื่อแสวงหาสิ่งที่เข้าคิดว่าจะสามารถ Trust ได้มากว่า Trust อื่น ๆ ก่อนหน้านั้น ไปเรื่อย ๆ อย่างไร้ประโยชน์ มันเหมือนกับคนที่มานั่งตั้งคำถามว่าทำไมเวลาที่เราอยู่บนโลกเราใช้หน่วยวัดความยาวที่เรียกว่าเมตรแล้วมันเวิร์ค แต่ในเวลาที่เราอยู่นอกอวกาศมันถึงได้ไม่เวิร์คต้องไปใช้หน่วยของปีแสงแทน ทั้ง ๆ ที่ในชีวิตประจำวันของเขาเกี่ยวข้องกับหน่วยวัดความยาวเพียงแค่การขับรถไปกลับระหว่างที่ทำงานกับที่บ้านเท่านั้น

เงินเสื่อมค่า เห็นอยู่ตำตาบอกปกติ รัฐ Verify ให้แล้วว่า 3% ต่อปีคือดีแล้วต่อส่วนร่วม เราต้อง Trust มันแล้วอย่าไปส่งสัยอะไรอีก แล้วก็มานั่งร้องห่มร้องไห้ เก็บเงินไม่ได้เลย ข้าวของแพงจัง อยากได้รัฐสวัสดิการ บลา ๆ

เอาจริง ๆ ที่ผมบ่นคนพวกนี้เนี่ย จริง ๆ แล้วพวกเขาไม่ได้อยากจะ Verify อะไรจริง ๆ หรอก มันเสียเวลาแล้วก็น่ารำคาญ แต่ที่ต้องทำก็เพราะว่าถูกสั่งมาอีกทีว่าต้องทำ เลยจำเป็นจะต้องทำ เขาแค่ต้องการหาคำตอบเพื่อที่จะเอาไปตอบคำถามของคนที่สั่งเขามาอีกที เพราะว่าถ้าเขาเป็นมนุษย์ประเภทที่มี mindset ที่สนใจและสงสัยอะไร ๆ จนต้องค่อย Verify มันอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว เขาจะไม่ถามอะไรเอาจากคนอื่นง่าย ๆ หรอกครับ เขาจะหาด้วยตัวเขาเองจนกระทั้งมันสุดแล้วจริง ๆ เขาถึงจะไปขอให้คนอื่นช่วย

คนพวกนี้มีอยู่เยอะมาก ๆ เพราะงั้นอย่าแปลกใจที่ทำไมยาส้มมันถึงไม่ค่อยจะได้ผล เขาไม่ต้องการจะ Verify อะไรถ้าเขาไม่ถูกสั่งมาให้ทำ และถึงต่อให้ถูกสั่งมาให้ทำ เขาก็จะทำเพียงแค่ไปหาสิ่งที่ Trust ได้มากว่า Trust ที่มีอยู่เดิมไปเรื่อย ๆ เพื่อเอาไปเป็น Ref. สำหรับตอบคำถามของคนที่สั่งเขามา

คงต้องรอให้ bitcoin มันได้กลายเป็นจุดสูงสุดของ Trust ไปแล้วล่ะนะ ทุก ๆ อย่างมันคงจะง่ายขึ้นที่จะสร้าง user network effect แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น bitcoin ก็ไม่ได้ช่วยแก้นิสัยเสียของมนุษย์พวกนี้ สุดท้ายแล้วมันก็ยังจะต้องมีเรื่องให้ปวดหัวเวลาที่จำเป็นจะต้องทำงานกับมนุษย์จำพวกนี้อยู่ดี

ถูกต้อง และคนเหล่านี้มักคิดว่าตัวเองมีเหตุผลและหลักการ แต่จริงๆตัวเองเป็นแค่เผด็จการที่ไม่มีเหตุผลอะไรเลย คุยไปก็เสียเวลา ค่อยๆคุยยังไม่รู้เรื่องเลย ก็ต้องปล่อยตามธรรมชาติไป 555 เราเดินออกมาดีกว่า

ขอบคุณครับพี่ ผมไม่ได้แนะนำอะไร จริงๆเหมือนเป็นการบ่น ให้คนอื่นฟังมากกว่า 55555 เพราะตอนนี้กำลังสนใจปรัชญาของ ตอลสตอย ครับ ผู้ที่ได้รับฉายาว่าเป็น คนแต่งวรรณคดีอันดับต้นๆของโลกแม้เขาไม่ได้รับรางวัลโนเบล แต่กับได้รับยกย่องจากผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบล ว่าคนๆนี้เก่งที่สุดในโลก และวาทศิลป์ของแก่ก็คมคายจริงๆครับ ซึ่งพอเราอ่านสิ่งที่แก่เขียนแล้วปฎิเสธไม่ได้เลยว่ามันคือความจริง ซึ่งเราพบสิ่งเหล่านี้ได้ในชีวิตรอบๆตัวเรา

Replying to Avatar Jingjo

นิทานอิสซุป EP 3 เมื่อคืน nostr:npub16hpaqcm8zhc6n4d79tu2mtsf9464093r4v3r7l5hq5tpsng3txesw3tu5f มีการอ้างอิงถึงบทความนึงที่ผมเคยเรียบเรียงลงเว็บไรท์ชิฟต์ไว้ วิพากษ์ศาสดาเคราครึ้มได้ถึงติ่งพอดู ใครที่ยังไม่เคยอ่าน จัดไปฮะ

https://rightshift.to/2023/ljungdurst/13234/

หมายเหตุ : ดูบทความทั้งหมดที่ผมเคยเรียบเรียงลงเว็บได้ที่ Have a great read, #siamstr 🫡

https://rightshift.to/author/ljungdurst/

#RightShift

เขาคือนักแต่งนิยาย ที่ใช้ความทุกข์อันเป็นปัจเจกของตัวเองไปตัดสินคนอื่น.

ทำบาปเพราะไม่รู้ x รู้ว่าบาปแต่จำเป็นต้องทำ

อันไหนบาปกว่ากัน

ทำไมฝรั่งจึงมีแนวโน้มว่าเห็นแก่ตัว

แต่ทำไมบ้านเราจึงชอบช่วยเหลือผู้อื่น

รากลึกทางวัฒนธรรม กฎหมาย ปรัชญา ศาสนา

GM ครับ เรียนปรัชญากันครับ

https://youtu.be/Ja2PtDfTTY0?si=RAojlWEcGLHbz-_j

Replying to Avatar Jakk Goodday

GM #SIAMSTR ผมแต่งเพลงอรุณสวัสดิ์ให้พวกคุณทุกคน แต่ใช้ suno.ai แต่งให้น่ะ 😂

https://video.nostr.build/3bff444309e91458b128f932f4cf672e3fb41889d1b6e1601dd171c6ee2cd9f1.mp4

[Verse 1]

ตื่นรับรอยยิ้มของดวงตะวันยามเช้า

Siamstr อิ่มเอมไปกับช่วงเวลาดี ๆ ที่แสนคุ้มค่า

ท่ามกลางความกว้างใหญ่ของโลกดิจิทัล

เราค้นพบว่า 'ชุมชน' คือสิ่งที่เชื่อมโยงจิตใจของเราเข้าไว้ด้วยกัน

[Verse 2]

แสงสว่างจากหน้าจอส่องประกายไปด้วยข้อความกระซิบกระซาบ

ครอบครัว Nostr ของเราในยามค่ำคืน

ทุกคำทักทาย ทุกคำตอบกลับ

ให้ความรู้สึกอบอุ่นราวกับบ้านที่โอบล้อมเราไว้ใต้ท้องฟ้าเดียวกัน 🎶

AI แต่งเพลงหรอครับ สอนหน่อย

ถ้าจำไม่ผิด ผมดูตอน อายุ17 หลังจากดูจบ Mindset เรื่องเกี่ยวกับสงครามผมเปลี่ยนไปเลย มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอีกต่อไป 🥲

"ทุกคนอยากเปลี่ยนโลก แต่ไม่มีใครอยากเปลี่ยนตนเอง"

บอกได้คำเดียวว่า ซีรีส์เรื่องนี้คือ

การเอาปรัชญาของตอลสตอย มาทำเป็นหนังเสียดสีสังคมยุคใหม่ได้ดี แม้ Background ของเรื่องจะเป็น Newyork ยุค 80s

แต่โทนหนังทำออกมาคล้ายๆ

พระเวชสันดรชากดก + ดอสโตเยฟสกี้ + ปรัชญาของตอลสตอย

ดีหมดยกเว้น Lgbtq+

"ทุกคนอยากเปลี่ยนรัฐ แต่ไม่มีใครอยากหยุดเงินเฟ้อ"

อันนี้ไม่ใช่ตอลสตอย แต่ผมกล่าวเอง