Avatar
Jakk Goodday
d830ee7b7c30a364b1244b779afbb4f156733ffb8c87235086e26b0b4e61cd62
#Siamstr

ผมก้อช่างเปรียบเปรยไปเรื่อยแหละ

Replying to Avatar U

ก่อนจะเป็นดินแดนที่คึกคัก

ล้วนเคยรกร้างมาก่อน

บนเส้นทางบายพาส สายสระบุรีแห่งนี้

เมื่อก่อนเคยมีปั้มเล็กๆ ชื่อ #Thainostrich มาตั้งรกราก

คอยเชื่อเชิญให้ผู้คนที่สัญจรไปมา

ได้แวะพัก มันเป็นจุดรวมตัว จุดแรก

ที่ทำให้ผู้คนกลุ่มนึงได้พบปะกัน

เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน(ประมาณ 2-3 วัน)

มีปั้มแห่งใหม่ ชื่อ #siamstr เปิดตัวมายืนเคียงคู่กัน กับ ปั้มเดิม

ในช่วงเวลานั้น เหล่านักเดินทาง ต้องแวะทักทายผู้คนทั้ง 2 ปั้ม เพื่อให้แน่ใจว่าเราได้ทักทายเพื่อนนักเดินทางของเราทุกคน และแจ้งข่าวสารได้อย่างครบถ้วน ไม่ตกหล่น

จนกระทั่ง ชายคนนึง ได้บอกเพื่อนๆนักเดินทางว่า

“เหนื่อยป่าวพวกเอ็ง ที่ต้องแวะมันทั้ง 2 ปั้มเนี่ย งั้นพวกเรามาแวะแค่ปั้มเดียวกันดีไหม แวะปั้มที่ชื่อมันสั้นๆนั้นแหละ ง่ายดี”

เหล่านักเดินทางเห็นพ้องต้องกัน

“เอ่อ ยาวเกิ๊น แวะปั้มเดียวก็ดีเหมือนกัน เอ้า! บอกต่อๆกันไป บอกคนใหม่ๆด้วย”

และแล้วปั้ม siamstr ก็ค่อยๆก่อร่างสร้างตัว หลายเดือนก่อน siamstr

ติดอยู่ใน 10 อันดับปั้มใหญ่ บนถนนบายพาสสระบุรี โดยที่บางวันก็ติด บางวันก็ไม่ติด ตีคู่มากับปั้มที่ขายกาแฟอย่างเดียวอย่างปั้ม #coffeechain

วันและคืนหมุนไป

เหล่านักเดินทางทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่

ใช้เส้นทางแห่งนี้ เพื่อเลี่ยงถนนสายอื่น

ที่ตำรวจชอบตั้งด่าน

พวกเขาต่างช่วยกันสร้างสรรค์ บอกต่อ พัฒนา จนมันยิ่งใหญ่ขึ้นมาเคียงคู่กับปั้มใหญ่อื่นๆบนถนนสายนี้

วันนี้ปั้ม siamstr เติบโต มันกลายมาเป็นปั้มใหญ่อันดับที่ 3 เป็นรองแค่ปั้ม #bitcoin และ #nostr เท่านั้นเอง 🤙🏻

เด่วก้อมีมอร์เตอร์เวย์วิ่งบน Siamstr คอยดูสิ 555

Replying to Avatar Panai Lawasut

คอขวดแรกที่เถ่าแก่ผ่านกันไม่ค่อยได้คือ การมีลูกจ้าง

สำหรับผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นที่รู้กันดีว่าปัญหาหนักใจที่สุดในการดำเนินธุรกิจ ที่มีอยู่ตลอดและจะคงอยู่ต่อไปไม่ว่าขนาดไซส์ของกิจการคุณจะใหญ่แค่ไหน มันคือปัญหาเรื่อง”คน”

ในวันที่คุณสร้าง POW อะไรซักอย่างมามากพอจนกลายเป็น product และมีคนเริ่มให้ค่ากับมันแล้ว คุณรู้ดีว่าคุณสามารถสร้างรายได้ได้แต่คุณไม่สามารถทำมันคนเดียวได้ คุณก็เลยเริ่มจ้างคนมาช่วยคุณทำงาน

จากนั้นความวุ่ยวาย 108 ก็เกิดขึ้น พนักงานที่คุณเริ่มรับสมัครเข้ามา โดยส่วนใหญ่จะไม่กลับมาทำในวันที่สอง ที่กลับมาก็จะอยู่ได้ไม่เกินอาทิตย์ และที่เหลือทั้งหมดจะออกหลังจากรับเงินเดือน เดือนแรก

คุณจะไม่สามารถคาดเดากำลังผลิตของคุณได้เลย เพราะเดี๋ยวก็มีคนช่วยเดี๋ยวก็ไม่มี

หลังจากมีคนเข้าออกผ่านไปนับสิบ อาจจะมีซักคนที่พอจะทำงานกับเราได้ เราเริ่มสอนงานเค้ามากขึ้น เริ่มแบ่งเบางานได้มากขึ้น เริ่มกลายเป็นคนสำคัญขององค์กร แล้ววันนึงเค้าก็ลาออก…

ออกไปเปิดเอง ได้ผัวรวย ถูกหวย พ่อไม่สบาย ต้องดูแลแม่ ปัญหาหาของพนักงานทั้งหมดแม่งกลายเป็นปัญหาของคุณทันที คนในครอบครัวพนักงานแทบจะกลายเป็นคนในครอบครัวเดียวกับคุณ ที่คุณต้องปวดหัวไปกับเค้าด้วย

แล้วคุณก็ต้องเริ่มต้นนับ 1 กับกระบวนการหาพนักงานคนใหม่อีกครั้ง

ยังไม่รวมปัญหาจุกจิกกวนใจ ประเภทพนักงานไม่ชอบหน้ากัน แอบจีบกัน กินแรงเพื่อน แอบอู้ ลักขโมย ไปจนถึงฉ้อโกงองค์กร

ทั้งหมดมันไม่เกี่ยวกับโปรดักส์หรือบริการที่มาจาก POW ของคุณเลย แต่คุณต้องเอาเวลาและพลังงานมาจัดการกับเรื่องพวกนี้ มันชะลอ productivity ของคุณมาก

เถ่าแก่ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ อาจจะเพราะเคยผ่านกระบวนการนี้มาหรือเคยได้ยินคนอื่นๆเล่าให้ฟังจนขยาดกับการมีพนักงาน บางคนไม่แม้กระทั่งเริ่มมีลูกจ้างคนแรกด้วยซ้ำ

แม่ผมเริ่มทำขนมที่บ้านตั้งแต่ปี 40 โดยมีคุณพ่อเป็นลูกมือ ทำกันอยู่ 2 คนเป็นเวลาหลายปีมาก งานขนมเป็นงานที่หนัก ยิ่งช่วงปีใหม่นี่หนักมาก พ่อผมจำเป็นต้องนอนตี 2 ตื่นตี 4 แล้วทำขนมต่อไปจนถึงตี 2 อีกวันนึ ทำแบบนี้วนๆไปหลายวันในช่วงนั้น แล้วที่โหดร้ายก็คือ กำลังผลิตของ 2 คนที่ทำทั้งวันทั้งคืน ไม่สามารถสร้างรายได้พอเลี้ยงครอบครัวได้

ผมเคยถามอยู่บ่อยๆว่าทำไมไม่หาลูกจ้าง คำตอบก็จะวนๆไปแบบที่เราเคยได้ยินกัน “วุ่นวาย ไว้ใจไม่ได้ เดี๋ยวเข้าเดี๋ยวออก เราจ้างไม่ไหวหรอก ของเรามันก็แค่ขนม มันไม่ใหญ่โตอะไรขนาดนั้นได้หรอก”

สุดท้ายพ่อก็ยอมหาคนมาช่วยนะ แต่ตลอด 10 กว่าปีที่ทำกันมา ไม่เคยมีพนักงานเกิน 1 คน

และไม่เคยมีคนไหนอยู่ 3 เดือน

ทางออกส่วนใหญ่ของเถ่าแก่คือ เอาคนในครอบครัวมาทำ เพราะคิดว่าควบคุมได้ ไว้ใจได้

หารู้ไม่ ปัญหาหนักกว่าเดิมอีก พนักงานยังไล่ออกได้ แต่พ่อลูกเลิกเป็นไม่ได้

ยิ่งถ้าใช้ระบบกงสีแล้ว สุดท้ายพังในไม่เกินรุ่นที่ 3 ยิ่งคนในกงสีเริ่มเยอะ แทนที่จะมีคนช่วยกันสร้าง productivity กลับกลายมีแต่คนช่วยกันใช้เงิน ไม่นานรายได้ของกงสีก็เลี้ยงคนทั้งหมดไม่ไหว

อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิด จริงๆแล้วธุรกิจครอบครัวรวมถึงระบบกงสีเป็นระบบที่ผมซื้อไอเดียนี้มาก ความผิดพลาดไม่ได้อยู่ที่ตัวระบบ แต่อยู่ที่ผู้นำที่บริหารจัดการ

ระบบนี้ควรจะดี เพราะมันเป็นไปได้มากกว่าที่คนในตระกูลจะมีความเชื่อร่วมกัน ช่วยกันพัฒนากิจการ มากกว่าที่จะต้องพึ่งพาคนนอก

แต่ไม่ต่างจากการบริหารประเทศเลย ผู้นำส่วนใหญ่เลือกที่จะรวบรวมอำนาจเบ็ดเสร็จและผลประโยชน์ไว้กับตนเองแต่ฝ่ายเดียว มันมีทางเลือกไม่มากนักสำหรับคนที่เหลือในองค์กร จะเลือกเดินตามผู้นำแบบจำยอม ทั้งในมิติเรื่องรายได้ แนวความคิด การเติบโต หรือจะเลือกแยกตัวออกไปรับความเสี่ยงเองทั้งหมด

ที่บ้านผมเองก็ไม่ต่างกันนัก หลังจากช่วยกันทำงานมา 4-5 ปี ครอบครัวผมเองเริ่มขยาย ลูกสาวผมเริ่มโตขึ้น ผมกำลังจะมีลูกคนที่สอง ต้องการค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น และกังวลเรื่องความมั่นคงของครอบครัวในอนาคต

ผมพยามคุยไอเดียการเติบโตของร้านและการแบ่งสรรค่าใช้จ่ายให้กับคนในครอบครัวกับพ่อ และมันทำให้เราทะเลาะกันบ่อยมากกกก สุดท้ายก็คงเหมือนๆกับบ้านอื่น ผมต้องออกมาทำร้านของผมเองแบบและก็ออกมาไม่สวยเท่าไหร่นัก

ปัญหาหลักของผู้นำครอบครัวรวมถึงองค์กรต่างๆก็คือไม่เข้าใจ game theory ไม่สร้าง skin in game ให้กับคนที่เข้ามาช่วยกันทำงาน

จริงอยู่ว่า POW ที่พวกท่านสร้างมามันสร้าง value ให้กลับตลาดได้แล้ว แต่โดยวิธีคิดของเถ่าแก่ส่วนใหญ่ ไม่เปิดโอกาสให้คนรุ่นต่อไปเอา POW ของพวกเค้ามาต่อหาง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีสายของ POW ที่ยาวขึ้น และสุดท้ายมันจะแพ้ให้องค์กรที่มีสาย POW ที่ยาวกว่า

ผมโชคดีผ่านเรื่องนี้ไปได้เพราะได้พิสูจน์อะไรหลายๆอย่างให้ที่บ้านเห็น พร้อมๆกับพยามขายไอเดียเรื่องความเป็น unity อยู่ตลอดเวลา

สิ่งที่แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ของผมได้คือบริหารธุรกิจครอบครัวแบบบริษัท คือจดบริษัทกันจริงๆเลย ทุกคนมีสัดส่วนหุ้นที่ชัดเจน จัดส่งรายได้และเสียภาษีถูกต้องทั้งหมด ตัดเรื่องที่พี่น้องต้องมาทำงานกันด้วยความเชื่อใจออกไปได้เกือบหมด

ผมสร้างระบบการจ่ายรายได้แก่พนักงานเป็นแบบปันผล ทำให้ทุกๆตำแหน่งต้องมี skin in the game กับงานที่ตัวเองรับผิดชอบ มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกัน ปัญหาเรื่องคนที่ผมเล่ามาข้างต้นหายไปเกือบหมด(ไม่หมดหรอก แต่ดีขึ้นเยอะมาก) turn over ของพนักงานน้อยลงไปมาก ผมเหลือเวลาไปสร้าง POW ของผมได้อีกมากมาย

ทำแบบนี้มันกำไรน้อยมาก แต่ยั่งยืนกว่า สบายใจกว่า

“time preferences ของคุณต่ำแค่ไหนล่ะ”

หวังว่าใครที่อยู่ใน position เดียวกับผม หรือกำลังเจอปัญหาคล้ายๆกับที่ผมเจอคงจะได้ไอเดียบ้าง

อยากได้ละเอียดๆเจอกัน #east101 ผมเล่าได้ทุกเรื่อง ถามได้แบบไม่ต้องเกรงใจ

GN

Countdown

432 blocks left until #east101

#Siamstr

---

Wherostr | https://wherostr.social/g/w4r9xvxjv

Duck Duck Go Maps | https://w3.do/Yia0wmO5

Google Maps | https://w3.do/ddcAvJxk

พี่เขียนดีมาก เป็นประโยชน์กับทุกๆ คน | โน๊ตนี้ผมจะไม่ขโมยซีนพี่ 555

อย่ากดดันเรานักสิ 555

One day.. I may have to write an article "What is #siamstr?"

Try "ทุ่งม่วง"

it doesn't mean Nostr (นอสเตอร์)

It's mean "Purple field"

It's a cool buzz for us 😆

Replying to Avatar NEW1

Im really loving the growth Im seeing on #Nostr from everyone in #Thailand

I want to welcome everyone in #siamstr I hope to see a Siamstr https://nostrnests.com/ one day

ฉันรักการเติบโตจริงๆ ฉันเห็นใน #Nostr จากทุกคนใน #Thailand ฉันต้องการต้อนรับทุกคนใน #siamstr ฉันหวังว่าจะได้เห็น Siamstr https://nostrnests.com/ วันหนึ่ง

If you mean Nostr nests, we've tested it. And may have to wait for some activity to bring people to use it

Replying to Avatar PIGROCK

ศิลปะคืออะไร? ลูกนั้นต้องหาคำตอบด้วยตัวลูกเอง

ป๊ามีแค่แนวทางไว้ให้ ซึ่งเหมาะกับหนูหรือไม่มันอีกเรื่องนึง ^^

1.หลุดพ้นจากคำด่าทอไม่สร้างสรรค์จากปากผู้อื่น โดยการยิ้มให้

2.หลุดพ้นจากคำชื่นชมยกยอของผู้อื่น โดยการกล่าวขอบคุณ

3.พยายามหาความงามที่ซ่อนอยู่ในงานของผู้อื่นให้เจอ ถึงแม้สิ่งนั้นจะขี้เหร่สำหรับหนูก็ตาม

4.พิจารณางานศิลปะของตัวเอง และใส่ใจในคำติชมในใจตัวเองให้มากๆ

5.ถ้ายังรู้สึกชอบศิลปะอยู่ อย่าหยุดทำมัน สักวันหนูอาจจะเจอคำตอบด้วยตัวหนูเองก็เป็นได้

สุดท้ายแล้วศิลปะมันคืออะไร? ป๊าก็ไม่รู้หรอก แต่ป๊าว่ามันทำให้จิตใจที่หยาบกระด้างของป๊านั้นอ่อนโยนลง

รักนะ ลูกสาว ^3^

ปล ขอขิงงานลูกสาวหน่อยครับ แบ่งความสดชื่นให้กับทุกคน ขอให้เป็นวันที่ดีอีก1วันสำหรับทุกท่านด้วยนะครับ^^

#siamstr

นึกถึง Kungfu Hustle เลยครับ

สวัสดีครับ อ.

แต่ถ้าเห็นเบ้าหน้าแล้วล่ะก็...

เป็นมิตร = ส่งต่อพลังบวก

ไม่เป็นมิตร = ส่งต่อพลังลบ