Avatar
MissPoriuz
e941edb335af9b8a8696d12a41594ddce4e5ba6b03572b98bb78660d1ed92f6a
Art, Journal, An I/O Psychology student, Christian

เรือธงฟ้า อากาศดี๊ดี #SiamStr #WheroStr

ต้องตีเนียนกลับ เป็น The Fart Standard แฮร่ !

ไปคิโนะแล้วเจอมา แมวจะครองโลกนี่ท่าจะจริง #Siamstr

โปรดให้อภัยคนหิว

คือฟิลแบบ ไม่ได้กินอาหารญี่ปุ่นนานมากจ้า 555555 เดือนที่แล้วก็เตรียมสอบ เดือนที่แล้วๆ ก็เรียนกับทำงาน แง้ง

Replying to Avatar MissPoriuz

มันจะมีคำ 2 คำในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ที่ในหนังเรื่องนี้สืบสาวหาหลักฐานว่ามีการแปลที่ผิดไหม ก็คือคำว่า “รักร่วมเพศ” หรือ Homosexuality ที่ถูกแปลหลังจากการตีพิมพ์ในปี 1946 (ชื่อเรื่อง) ซึ่งทางทีมผู้กำกับ ก็หาหลักฐานจนพบข้อสนับสนุนนี้มากกว่าการกล่าวหาฝั่งรักร่วมเพศเสียอีก

ความน่าสนใจคือ ยิ่งแปลผิดไปมากเท่าใด ก็กลายเป็นว่า ตัวพระคัมภีร์เองก็กลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองในสมัยนั้น ซึ่งเกี่ยวกับการเมืองของสหรัฐอเมริกา ในช่วงที่มีวิกฤติโรคเอดส์ การแปลผิดในบริบทนี้ สร้างผลกระทบให้กับชุมชน LGBT ในสมัยนั้นอย่างมหาศาล ตั้งแต่การถูกกลั่นแกล้ง ไปจนถึงถูกฆ่าเองก็ตาม แต่ถึงกระนั้น การที่มีคนออกมาตรวจสอบก็ยังยากอยู่ดี เนื่องจากสิ่งนี้คือพระคัมภีร์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งในหนังที่เล่าใช้คำว่าเป็น sacred weapon เลยทีเดียว

2 คำ ที่ว่าคือ Malakai กับ Arsenokoitai แต่มันแปลรวบเป็น “รักร่วมเพศ”

ซึ่ง อ. เปาโล หมายถึงพวกที่เป็นผู้ชายในยุคสมัยโรมันตอนนั้น ผู้ชายที่มีอำนาจไม่ก็มีความรู้ แต่ชอบมีอะไรกับเด็กผู้ชาย

ถ้าศึกษาประวัติศาสตร์กันระดับนึงเราจะนึกภาพออกว่ามันมีแบบนั้นแหละ

ในบริบทสังคมตอนนั้น กับ LGBT ในปัจจุบันมันไม่เหมือนกันแล้ว เพราะในตอนนั้นจะเป็นเรื่องของระบบปิตาธิปไตยเดิม ที่มีการใช้อำนาจเพื่อร่วมเพศกับเด็กผู้ชายเสียมากกว่า

Replying to Avatar MissPoriuz

เมื่อ 2-3 วันที่แล้วไปดูหนังมา เป็นหนังที่กลุ่มเพื่อนที่ทำพันธกิจลำธารสีรุ้งไปคว้าตัวผู้กำกับเจ้าของลิขสิทธิ์ เอามาฉายที่ Doc and Pub ที่ศาลาแดง

หนังจะเกี่ยวกับการพยายามหาหลักฐาน เรื่องการแปลพระคัมภีร์ในจุดที่ใช้คำว่า “รักร่วมเพศ” ในตอนที่บอกว่า รักร่วมเพศคือความบาป (1 โครินธ์ 6: 9-11) โดยเล่าแบบเริ่มต้นจากในมุมมองของผู้เป็น lgbt ที่เริ่มต้นตั้งคำถาม เพราะมันทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับชุมชนคริสตจักร รวมไปถึงครอบครัวมีปัญหา เพราะสิ่งหนึ่งที่พวกเขาอยากรู้ก็คือ “ความจริง”

เอาล่ะ มียาวกว่านี้นะ แต่ต่อในเม้นท์ได้ และเตือนก่อนว่าไม่รับประกันการสปอยล์

#Siamstr #LGBT #1946TheMovie

#MissPorJourney

ส่วนอันนี้คือ ช่องทางของคนทำหนัง

มีใน Amazon prime

เข้าไปตรงนี้มีวาร์ป

https://www.instagram.com/1946themovie?igsh=ZzJ4ZmNlMXl1Y2w2

Replying to Avatar MissPoriuz

เมื่อ 2-3 วันที่แล้วไปดูหนังมา เป็นหนังที่กลุ่มเพื่อนที่ทำพันธกิจลำธารสีรุ้งไปคว้าตัวผู้กำกับเจ้าของลิขสิทธิ์ เอามาฉายที่ Doc and Pub ที่ศาลาแดง

หนังจะเกี่ยวกับการพยายามหาหลักฐาน เรื่องการแปลพระคัมภีร์ในจุดที่ใช้คำว่า “รักร่วมเพศ” ในตอนที่บอกว่า รักร่วมเพศคือความบาป (1 โครินธ์ 6: 9-11) โดยเล่าแบบเริ่มต้นจากในมุมมองของผู้เป็น lgbt ที่เริ่มต้นตั้งคำถาม เพราะมันทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับชุมชนคริสตจักร รวมไปถึงครอบครัวมีปัญหา เพราะสิ่งหนึ่งที่พวกเขาอยากรู้ก็คือ “ความจริง”

เอาล่ะ มียาวกว่านี้นะ แต่ต่อในเม้นท์ได้ และเตือนก่อนว่าไม่รับประกันการสปอยล์

#Siamstr #LGBT #1946TheMovie

#MissPorJourney

ท้ายที่สุด หนังเรื่องนี้ไม่ได้เน้นเรื่องการจับผิด แต่มันคือการหาความจริง จนเราพบว่าท้ายที่สุดแล้วความรักของพระเจ้าไม่มีเงื่อนไข

“พระเจ้ารักคุณ ถ้า…”

ตัดคำว่าถ้าออกไปด้วย เพราะถ้ามีคำว่าถ้า มันคือมีเงื่อนไขนะ

นั่นแหละ นั่นคือความจริงที่เราจะได้ค้นพบผ่านการค้นหาหลักฐานที่แท้จริง จนเราได้เข้าใจจริงๆ

ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ฉันได้ไปดูหนังเรื่องนี้ จะบอกเลยว่า ถ้าเขาไม่กล้ายืนหยัดทำหนังและค้นหาความจริง ซึ่งต้นฉบับพระคัมภีร์เก่าๆ ยิ่งเก่ายิ่งหายากตามกาลเวลา จำเป็นต้องเข้าถึงห้องสมุดที่มีระบบจัดเก็บอย่างดี สิ่งที่เราอ่านเวอร์ชั่นแปล อาจจะเกิดการ Lost in translation มาเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ซึ่งหากจะศึกษา จำเป็นต้องตั้งคำถามอย่างจริงจัง ก็อย่าลืมว่า การเชื่อโดยไม่ตั้งคำถาม อาจนำพาเราไปสู่การเป็นเพียงแค่เครื่องมือของผู้มีอำนาจก็ได้

Replying to Avatar MissPoriuz

เมื่อ 2-3 วันที่แล้วไปดูหนังมา เป็นหนังที่กลุ่มเพื่อนที่ทำพันธกิจลำธารสีรุ้งไปคว้าตัวผู้กำกับเจ้าของลิขสิทธิ์ เอามาฉายที่ Doc and Pub ที่ศาลาแดง

หนังจะเกี่ยวกับการพยายามหาหลักฐาน เรื่องการแปลพระคัมภีร์ในจุดที่ใช้คำว่า “รักร่วมเพศ” ในตอนที่บอกว่า รักร่วมเพศคือความบาป (1 โครินธ์ 6: 9-11) โดยเล่าแบบเริ่มต้นจากในมุมมองของผู้เป็น lgbt ที่เริ่มต้นตั้งคำถาม เพราะมันทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับชุมชนคริสตจักร รวมไปถึงครอบครัวมีปัญหา เพราะสิ่งหนึ่งที่พวกเขาอยากรู้ก็คือ “ความจริง”

เอาล่ะ มียาวกว่านี้นะ แต่ต่อในเม้นท์ได้ และเตือนก่อนว่าไม่รับประกันการสปอยล์

#Siamstr #LGBT #1946TheMovie

#MissPorJourney

ในหนังเราจะได้เห็นคนที่เป็นพ่อลูกกัน แต่เถียงกันในมุมมองที่แตกต่าง เถียงกันแทบตายในเรื่องของสิ่งที่มองเห็นไม่เหมือนกัน แต่เขาก็ยังรักกันดีเป็นพ่อลูกกัน โดยบ้านไม่แตก แถมคนพ่อที่มีความคิดสุดขั้วกับลูกสาวที่เป็นเลสเบี้ยนเองก็ยังยอมให้ตัวเองมาอยู่ในหนังเรื่องนี้ด้วยนะ

Replying to Avatar MissPoriuz

มันจะมีคำ 2 คำในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ที่ในหนังเรื่องนี้สืบสาวหาหลักฐานว่ามีการแปลที่ผิดไหม ก็คือคำว่า “รักร่วมเพศ” หรือ Homosexuality ที่ถูกแปลหลังจากการตีพิมพ์ในปี 1946 (ชื่อเรื่อง) ซึ่งทางทีมผู้กำกับ ก็หาหลักฐานจนพบข้อสนับสนุนนี้มากกว่าการกล่าวหาฝั่งรักร่วมเพศเสียอีก

ความน่าสนใจคือ ยิ่งแปลผิดไปมากเท่าใด ก็กลายเป็นว่า ตัวพระคัมภีร์เองก็กลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองในสมัยนั้น ซึ่งเกี่ยวกับการเมืองของสหรัฐอเมริกา ในช่วงที่มีวิกฤติโรคเอดส์ การแปลผิดในบริบทนี้ สร้างผลกระทบให้กับชุมชน LGBT ในสมัยนั้นอย่างมหาศาล ตั้งแต่การถูกกลั่นแกล้ง ไปจนถึงถูกฆ่าเองก็ตาม แต่ถึงกระนั้น การที่มีคนออกมาตรวจสอบก็ยังยากอยู่ดี เนื่องจากสิ่งนี้คือพระคัมภีร์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งในหนังที่เล่าใช้คำว่าเป็น sacred weapon เลยทีเดียว

ในงานที่เราไป ผู้กำกับมาเอง เขาบอกว่ามี Footage อีกเยอะ แต่เอามาโชว์ในหนังและเปิดเผยไม่ได้ ด้วยเหตุผลเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของเขา—

Replying to Avatar MissPoriuz

เมื่อ 2-3 วันที่แล้วไปดูหนังมา เป็นหนังที่กลุ่มเพื่อนที่ทำพันธกิจลำธารสีรุ้งไปคว้าตัวผู้กำกับเจ้าของลิขสิทธิ์ เอามาฉายที่ Doc and Pub ที่ศาลาแดง

หนังจะเกี่ยวกับการพยายามหาหลักฐาน เรื่องการแปลพระคัมภีร์ในจุดที่ใช้คำว่า “รักร่วมเพศ” ในตอนที่บอกว่า รักร่วมเพศคือความบาป (1 โครินธ์ 6: 9-11) โดยเล่าแบบเริ่มต้นจากในมุมมองของผู้เป็น lgbt ที่เริ่มต้นตั้งคำถาม เพราะมันทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับชุมชนคริสตจักร รวมไปถึงครอบครัวมีปัญหา เพราะสิ่งหนึ่งที่พวกเขาอยากรู้ก็คือ “ความจริง”

เอาล่ะ มียาวกว่านี้นะ แต่ต่อในเม้นท์ได้ และเตือนก่อนว่าไม่รับประกันการสปอยล์

#Siamstr #LGBT #1946TheMovie

#MissPorJourney

มันจะมีคำ 2 คำในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ที่ในหนังเรื่องนี้สืบสาวหาหลักฐานว่ามีการแปลที่ผิดไหม ก็คือคำว่า “รักร่วมเพศ” หรือ Homosexuality ที่ถูกแปลหลังจากการตีพิมพ์ในปี 1946 (ชื่อเรื่อง) ซึ่งทางทีมผู้กำกับ ก็หาหลักฐานจนพบข้อสนับสนุนนี้มากกว่าการกล่าวหาฝั่งรักร่วมเพศเสียอีก

ความน่าสนใจคือ ยิ่งแปลผิดไปมากเท่าใด ก็กลายเป็นว่า ตัวพระคัมภีร์เองก็กลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองในสมัยนั้น ซึ่งเกี่ยวกับการเมืองของสหรัฐอเมริกา ในช่วงที่มีวิกฤติโรคเอดส์ การแปลผิดในบริบทนี้ สร้างผลกระทบให้กับชุมชน LGBT ในสมัยนั้นอย่างมหาศาล ตั้งแต่การถูกกลั่นแกล้ง ไปจนถึงถูกฆ่าเองก็ตาม แต่ถึงกระนั้น การที่มีคนออกมาตรวจสอบก็ยังยากอยู่ดี เนื่องจากสิ่งนี้คือพระคัมภีร์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งในหนังที่เล่าใช้คำว่าเป็น sacred weapon เลยทีเดียว

เมื่อ 2-3 วันที่แล้วไปดูหนังมา เป็นหนังที่กลุ่มเพื่อนที่ทำพันธกิจลำธารสีรุ้งไปคว้าตัวผู้กำกับเจ้าของลิขสิทธิ์ เอามาฉายที่ Doc and Pub ที่ศาลาแดง

หนังจะเกี่ยวกับการพยายามหาหลักฐาน เรื่องการแปลพระคัมภีร์ในจุดที่ใช้คำว่า “รักร่วมเพศ” ในตอนที่บอกว่า รักร่วมเพศคือความบาป (1 โครินธ์ 6: 9-11) โดยเล่าแบบเริ่มต้นจากในมุมมองของผู้เป็น lgbt ที่เริ่มต้นตั้งคำถาม เพราะมันทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับชุมชนคริสตจักร รวมไปถึงครอบครัวมีปัญหา เพราะสิ่งหนึ่งที่พวกเขาอยากรู้ก็คือ “ความจริง”

เอาล่ะ มียาวกว่านี้นะ แต่ต่อในเม้นท์ได้ และเตือนก่อนว่าไม่รับประกันการสปอยล์

#Siamstr #LGBT #1946TheMovie

#MissPorJourney

ใส่พนักงานต้อนรับเอาไว้คอยบริการให้แล้ว แต่ระวังพนักงานแกลเลอรี่ถีบยอดอกนะคะ 😂

วันนี้ทดลองเปย์ zap คนอื่น หลังจากได้รับการเปย์มาเมื่อไม่กี่วัน โอ้โห อื้อหือ 5555 เหมือนเข้าใจละ 55555

เหลือแค่ไปคุยกับตัวเอง ว่าเราจะใช้ #Nostr เพื่ออะไร เหมาะกับ content creator มือใหม่นี่คือใช่เลย

ทำไมถึงบอกว่าเหมาะ

ปั้นคอนเท้นท์ในช่องทางอื่นแล้วมันไม่มีสิ่งเสริมแรงใดๆ มาให้ชื่นใจได้ขนาดนี้เลยน่ะสิ 😂😂

#Siamstr

เหตุการณ์เหล่า Creator อพยพจาก X ไปที่ Bluesky ได้ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว

ตอนนี้สิ่งที่ผมสังเกตได้หลังจากการตื่นตูมได้สงบลงคือ

- พวกเขาเริ่มทยอยกลับไปใช้ X เหมือนเดิม (ตามคาด) แต่ไม่ได้ทิ้งร้าง Bluesky เหมือนรอบก่อน

- มีคนออกมาโพสต์ว่าถ้าอยากให้คนมองเห็นกันเยอะ ๆ ต้องรีโพสต์กัน อย่าแค่ Like กันอย่างเดียวเหมือนตอนอยู่ X

ข้อแรกไม่แปลกใจอะไร มันออกเแนวเอาโพสต์ใน X มาแปะสำรองซะมากกว่า แต่ไม่ว่าจะข้อไหนผมก็รู้สึกว่ามันผิดปกติไปหน่อย

จะกด Like หรือ Repost อย่างเดียวมันไม่ใช่ปัญหาหรอก เพราะมันเป็นสิทธิ์ของผู้ใช้งาน จะใช้อะไรก็ใช้กันไปตาอัธยาศัย แต่ที่ผมตั้งข้อสังเกตคือ "พวกคุณไม่คิดจะ Mention คุยกันหน่อยเรอะ !?"

เพราะสิ่งที่ผมเห็นในนั้นคือคนเอาแต่รีโพสต์กันไป ๆ มา ๆ ถ้าไม่ใช่ดราม่า (แบบตอน X) ก็แทบจะไม่คุยกันใต้โพสต์เลย

บรรยากาศตอนนี้ใน Bluesky ก็เลยไม่ต่างจาก X ที่คนมันไม่คุยกัน เน้นโพสต์และรีกันไป ๆ มา ๆ ไร้ชีวิตชีวาแบบสุด ๆ

และคือผมเป็นคนที่แทบไม่เล่นโซเชียลแล้วในทุกแพลตฟอร์ม (อาจเพราะเหมือนเราถอดปลั๊กกลาย ๆ ไปนานแล้วเลยไม่ได้อยากเข้าใช้มันบ่อย ๆ ) ขนาดแวะกลับไปที่ Bluesky ก็ยังแบบ...มันไร้ชีวิตชีวาจัง เหมือนบอทรีโพสต์กันมากกว่าคนใช้งานจริงทั้งที่พวกเขาก็คือ User ที่มีตัวตนน่ะ

กลับกัน ผมเข้ามาใช้ #nostr ก็แทบไม่ได้คุยกับใครมาก แต่ทุกครั้งก็จะเห็จชีวิตชีวาใน Note ของแต่ละคนที่ติดตาม เพราะพวกเขาคุยกัน ปฎิสัมพันธ์กันแบบที่มนุษย์คนนึงจะเข้าสังคมกันน่ะ ขนาดผมที่ไม่ค่อยคุยกับใครก็ยังไปเมนชั่นคุยกับคนอื่นอยู่บ้าง ตบมุกกันโบ๊ะบ๊ะเลยแหละ

เพราะแบบนี้ผมถึงเขียนไว้ในโพสต์แรก ๆ ของ Bluesky ว่าถ้าใจ้ใช้ชีวิตในนั้นต้องปฎิสัมพันธ์ให้เหมือนกับคนคุยกันจริง ๆ

และเพราะแบบนี้ผมถึงเชียร์ให้มาที่นี่ตลอด และผมก็ไม่คิดจะเลิกใช้ที่นี่เลยด้วย อย่างน้อยการโผล่มาที่นี่ก็รู้สึกได้คุยได้เข้าสังคมจริง ๆ มันดูมีชีวิตชีวาและ Slow Life มากพอที่ผู้ใช้งานจะค่อย ๆ ละเมียดไปกับแต่ละ Note (เว้นซะแต่คุณเปิดฟีด Global อันนั้นโคตรไว)

#siamstr

Love-hate relationship with X

แล้วคือดองแกลไว้เป็นปี 55555

ในที่สุดก็มีคนไปเที่ยว โอ๊ย 5555

#Siamstr nostr:note1nreu64g2zm9yze8k8ftwp4dr24n37fd0xhr6yfx9mg3wxl5juxuscemm8g