Avatar
Boat
ece68855d5a5f6e587bf8815c6d5924a9fdf10ca048bf46ed116ff570a8dc772
₿itcoiner, Pull up lover #siamstr #asksiam #fuckimf

ต่างกันลิบลับ มองในอีกแง่ "คนมีเงินเก็บเยอะแต่ไม่โชว์รวยแล้วจะต่างอะไรกับคนไม่มีเงิน" แน่นอนว่าถ้ามองเผินๆอาจไม่ได้ต่างกัน แต่ลองให้เกิดสถานการณ์บีบเค้นอย่างการตกงาน คนมีเงินเก็บย่อมมีความกังวลที่น้อยกว่าคนที่ไร้เงินเก็บ

ในส่วนของตัวผมเองก็ออกกำลังกายร่วมด้วยครับ แต่แม่ผมไม่ได้ออกกำลังกายเป็นพิเศษ อย่างมากก็ปั่นจักรยานไปซื้อของใกล้บ้าน ผลลัพธ์ของแม่ผมเลยชัดเจนกว่าของผม

ผมมีเรื่องมาแบ่งปันกับชาวsiamstrเรื่องเกี่ยวกับการใช้น้ำมันทำอาหาร ตอนแรกเรื่องน้ำมันพืชขวดใสมันเลวก็เชื่อครึ่งเดียวจนมาเสนอให้พ่อกับแม่จนทดลองใช้แทนน้ำมันพืชขวดใส

ตั้งแต่ครอบครัวผมลองเปลี่ยนจาก Fullน้ำมันพืชขวดใส มาเป็น 90%น้ำมันหมู มาประมาณ1ปี จากที่แม่ของผมจะเป็นคนน้ำมูกไหลและจามบ่อยมากเกือบทุกวัน ยาลดน้ำมูกแทบจะเป็นยาประจำตัวของแม่ จนตอนนี้น้อยลงจนแทบจะไม่มี

และช่วงก่อนหน้าผมมักจะมีอาการคัดจมูกบ่อยและรุนแรงขนาดที่ว่าหายใจทางจมูกไม่ได้จนคิดว่าเป็นเรื่องปรกติทั้งที่มันไม่ปรกติ

แต่ตอนนี้ผมแทบจะหาย100% ถึงจะมีก็นานมากจะมาซักครั้งหนึ่ง และมาในความรุนแรงแค่เสี้ยวเดียวจากอาการคัดจมูกตอนก่อนจะมาใช้น้ำมันหมู

อาจฟันธงไม่ได้เรื่องที่ว่าแม่และผมหายจากอาการภูมิแพ้มาจากการเปลี่ยนมาใช้น้ำมันหมู แต่มันคงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้สุขภาพของแม่และผมเบนเข้าสู่สภาวะปรกติมากขึ้น

#siamstr

Replying to Avatar Boss

จุดเริ่มต้นของหลุมกระต่ายด้านผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพของผมคือคลิปนี้เลยครับ

https://youtu.be/T-_HKFjxVl0?si=CzlZN8f6-I7vwLmj

มันเริ่มจากคำถามที่ว่า ”ทำไมสิ่งนี้ถึงจำเป็นกับตัวเรา?“

การตั้งคำถามและหาคำตอบกับเรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน อาจดูสุดโต่งในสายตาคนรอบข้าง แต่ผมคิดว่ามันคือธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องการพัฒนาตัวเอง ที่ต้องการอิสรภาพและไม่ตกเป็นทาสใคร

ทุกวันนี้ก็ยังคงทดลองกับตัวเองไปเรื่อยๆ หาจุดที่สมดุลกับตัวเองครับ

#siamstr

ผมก็ทดลองอยู่ ปรกติไม่ค่อยจะสระผมเท่าไหร่ จาก2วันครั้งตอนนี้ลดเหลือสัปดาห์ครั้ง ถ้าไม่มีผลเสียอะไรก็จะเพิ่มไป2สัปดาห์

น่าจะเป็นวิธีพูดของคนทางภาคเหนือครับ เช่น ไปละเน่อ โขดละเน่อ อันนี้บิตคอยเนอร์

Replying to Avatar Somnuke

รัฐสวัสดิการคือทางออกของคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน?

อาจจะใช่ ถ้าเราวัดผลมันแค่ปีสองปี เพราะมันจะดีแค่ระยะสั้นเท่านั้น และระยะยาวมันจะนำพามาซึ่งปัญหาใหญ่

.

ค่าใช้จ่ายมันไม่มีวันพอ ถ้าประชาชนไม่ร่วมแรงร่วมใจกันลุกขึ้นมาสร้างรายได้

.

ผลพวงจากระบบเฟียตที่ครองโลกมายาวนาน ทำให้ความมั่งคั่งของประชาชนถูกผ่องถ่ายไปออกไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว ผู้คนจะค่อยๆ พึ่งพาตัวเองไม่ได้ ไม่สามารถอยู่รอดถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือจาก "ฮีโร่"

ประชาชนจะไม่มีทางเลือกนอกจากรอรับการช่วยเหลือไปเรื่อยๆ และรัฐก็ไม่สามารถหยุดอุดหนุนสวัสดิการได้ แม้ว่าอยากจะลดบางส่วนก็ตาม เพราะหยุดเมื่อไร ผู้คนส่วนใหญ่จะอดอยากและตกระกำลำบากทันที

.

เฟียตแทรกแซงกลไกธรรมชาติ จากที่มนุษย์ต้องดิ้นรนและแข่งขันเพื่อการเอาตัวรอด บิดเบี้ยวมาสู่การที่มนุษย์จำเป็นต้อง "พึ่งพา" ผู้ปกครองเพื่อความอยู่รอด และมันวิวัฒนาการ

.

ผู้คนจะต้องการมันมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น

.

เป็นวงจรอุบาทว์ไร้ที่สิ้นสุด เงินที่เสกหรือกู้มาใส่ มันค่อยๆ ร่อยหรอลง แถมยังสร้างเงินเฟ้อ ราคาข้าวของแพงขึ้นตามเม็ดเงินที่อัดฉีดเข้ามา เพราะมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศมันไม่ได้เพิ่มตาม

.

เมื่อผู้คนเสพติดการช่วยเหลือ สัญชาตญานการเอาตัวรอดก็ลดลง เขาจะเรียกร้องมันมากขึ้น เป็นไปได้ขอให้มีเงินอุดหนุนจากรัฐในทุกๆ ส่วนของชีวิต

.

ทุกการกระทำมีราคาต้องจ่าย ประชาชนไม่รู้ตัวเลยว่าอนาคต มีนรกบนดินรออยู่ เพราะเงินที่หามาได้มันไม่พอ มันต้องดึงมาจากในอนาคต ยังไม่นับการจัดสรรงบประมาณที่ไร้ประสิทธภาพ

.

งบทั้งหมดกว่าครึ่งถูกใช้เป็นค่าจ้างผู้ปฏิบัติงาน และ 30% ไหลไปกองอยู่กับกลุ่มคนใกล้ที่ใกล้ชิดกับผู้ถืออำนาจ อาจจะแค่ 10-20% ที่ไหลไปถึงมือคนยากจนหรืออาจจะน้อยกว่านั้น..

.

ช่วงแรกมันก็ดี ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ก็มันจะไม่ดีได้ไง ลองนึกภาพว่ามันเสมือนการใช้บัตรเครดิต ตอนรูดซื้อนั่นซื้อนี่ เอาเงินไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ซื้อความสุขความสบายระยะสั้น ทุกอย่างมันแฮปปี้ แต่ตอนใช้คืนล่ะมึงเอ้ยยย ยิ่ง Leverage สูงๆ สร้างหนี้เกินตัวมากๆ ยิ่งไม่อยากจะคิด รู้ตัวอีกทีเป็นหนี้บัตร 10 ใบเต็มวงเงิน เอาบัตรนั้นมาโปะบัตรนี้ พอกหนี้มากขึ้นทุกวัน สุดท้ายก็พังพินาศ

.

มันมีคนบางกลุ่มที่ได้ประโยชน์มากกว่าคนอื่น อิ่มหนำสำราญกับการเอาขันมารองเงิน ที่รั่วออกมาจากกะละมังที่ใช้ใส่สิ่งที่เรียกว่างบประมาณแผ่นดิน

.

และทิ้งขี้กองยิ่งใหญ่ ที่มาพร้อมความบรรลัยที่ใหญ่ยิ่ง โดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไร

.

ความจริงแม่งช้า! กว่าทุกคนจะโดนลงโทษจากการกระทำนี้ มันก็อาจจะผ่านไปหลายปี ผ่านไปนานจนเราไม่รู้ว่า ความพังพินาศที่เกิดขึ้นมันมาจากใคร มันมาจากนโยบายอะไร

.

เมื่อไรก็ตามที่วงจรนี้ถูกปิดลง ปิรามิดบู้บี้รูปทรงน่าเกลียดแห่งการอยู่รอดนี้ จะพังทลายลงอย่างรวดเร็ว ผู้คนส่วนใหญ่ของโลกจะอดอยากและประสบความยากลำบากอย่างที่สุด เพราะเขาไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้เลย

.

คนที่ไม่ยอมอดตาย พวกเขาก็จะดิ้นรนมีชีวิตรอดทุกวิถีทาง โดยไม่สนวิธีการ คุณธรรม จริยธรรม จิตสำนึกใดๆ บ้านเมืองเกิดความโกลาหลวุ่นวายไปทั่วทุกสารทิศ

.

คุณจะยอมอดตายวันนี้ หรือคุณจะปล้นคนอื่นเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดไปอีกวัน

.

ณ วันนี้ โลกเราจึงอยู่ในสถานะ กลืนไม่เข้า คายไม่ออก เพราะอำนาจในการควบคุมเงินมันดันไปอยู่ในมือมนุษย์ และมนุษย์ผู้นั้นก็ทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง แต่คนที่รับผิดชอบคือประชาชน

.

คนส่วนใหญ่ อาจจะไม่ต้องรอรับการช่วยเหลืออย่างทุกวันนี้ก็ได้ ถ้าเขาไม่ถูกสูบความมั่งคั่งออกไปจากเงินที่มันเสื่อมค่า ที่เรียกชื่อทางการน่ารักๆ ว่า "เงินเฟ้อ"

#Siamstr

เงินมันสร้างเพิ่มได้ง่ายๆ แต่แรงงาน และนวัตกรรมนั้นสร้างไม่ได้ง่ายๆ นั่นคืออีกสาเหตุทำไมรัฐสวัสดิการนั้นไม่ใช่ทางออก

การเสกเงินเพิ่มระยะแรกมันอาจรีดแค่เวลาวันละไม่กี่ชั่วโมง ของแต่ละวันของพวกเรา จาก8ชั่วโมงงาน8ชั่วโมงนอนและ8ชั่วโมงว่าง ระยะแรกอาจกินเวลาว่าง1-2ชั้วโมง ผู้คนอาจไม่รู้สึก พอผ่านไปเรื่อยๆ จนต้องทำงาน16ชั่วโมงก็ไม่พอกินจนต้องผลาญเวลานอนไปด้วย เหมือนต้นไม้ใหญ่ที่กำลังตายจากภายในรอวันล้มลง ถึงวันนั้นคงโกลาหล เงินเฟ้อชื่อน่ารักไป คงต้องใช้คำว่า "เงินเสื่อม"น่าจะเหมาะสม ความหมายหลายทิศทาง

ใช่เลยครับ รัฐบาลอาจชอบโม้รายได้โตปีละ10%แต่ลับหลังอาจมีเงินเสกเพิ่มใหม่ต่อปี20-30% รัฐบาลจับหัวจับหางผิด ปลูกต้นแอปเปิ้ลโดยที่กินลูกให้หมดเกลี้ยง ไม่มีการนำลูกมาปลูกต่อหรือเพาะต่อทั้งสิ้น และอาจให้แทะต้นแอปเปิ้ลด้วยแล้วบอกว่านั่นคือความเจริญของชาติเห็นการบริโภคสำคัญกว่าการผลิต ซึ่งการผลิตพัฒนาด้วยนวัตกรรมไม่ใช่การบริโภคที่มากขึ้น

Replying to d8205d71...

"เงินและเวลา"

.

1. สองสิ่งที่เราเป็นเจ้าของโดยแท้จริงในชีวิต มีแค่ "เวลาและพลังงาน"

.

2. เงิน คือภาชนะบรรจุเวลา คือเครื่องมือสื่อสารมูลค่าของมนุษย์ แต่เงินมีได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ หิน, ขนนก, แร่เงิน, ทองคำ จนถึงเงินตราของรัฐ โดยเงินแต่ละประเภท มีคุณสมบัติการกักเก็บเวลาได้ไม่เท่ากัน

.

3. ถ้าเลือกภาชนะบรรจุเวลาไม่ถูก ท่านจะถูกโจรขโมยเวลา ชื่อว่า "เงินเฟ้อ" ... เงินชนิดใดที่ถูกควบคุมได้ ย่อมถูกทำให้เฟ้อได้ เสมือนภาชนะบรรจุเวลาที่มีรูรั่วพรุน ... เมื่อใส่เวลาเข้าไปในภาชนะนั้น ท่านจะค่อย ๆ สูญเสียเวลาไป

.

4. ความมั่งคั่ง (wealth) เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น ... ตรงกันข้ามกับความรวย (rich).... ความมั่งคั่งคือ รถหรูที่ไม่ได้ซื้อ, บ้านหลังใหญ่ที่ไม่ได้ซื้อ, นาฬิกาที่ไม่ได้ซื้อมาใส่ ...... ความมั่งคือ "การมีทางเลือก และความยืดหยุ่นในชีวิต" อาจเรียกได้ว่า ความสามารถในการซื้อสิ่งที่ต้องการ ในยามจำเป็น (อดเปรี้ยวไว้กินหวาน หรือจะเรียกว่า Time preference ผมคิดว่าใกล้เคียงกัน)

.

.

และนั่นแหละครับ คือสองบทเรียนที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดใน 31 ปีของผม

#siamstr

low time preference แปลเป็นสำนวนไทยง่ายๆคือ การอดเปรี้ยวกินไว้กินหวาน งดซื้อของฟุ่มเฟือยเพื่อความสุขชั่วครู เพื่อจะเก็บออมไปเพื่อความมั่นคงและก้าวหน้าในอนาคต เป็นคำง่ายๆแต่ลึกซึ้ง มนุษย์พัฒนามาได้เพราะ คนที่มีlow time preference

ตอนแรกตกใจนึกว่าไม่โดนแฮกก็โดนแบน คุยกับเพื่อนในดิสก็สบายใจไม่ใช่คนเดียว และมาในnostr ด้วย

ก็นึกว่าอะไร ที่แท้เฟซบุ้กล่ม ตอนแรกนึกว่าโดนแบน #เฟซล่ม

GMครับผม