Avatar
pao.siwat
f652bc31901c5366113193af9c148880a4a47c33ad85d1faffd45adf7d2c6308
PoliticalScienceRU62 | OTA @sweat16_official | Reddy @redspin_official | Twist @mypretzelle | OTA @lastidol_th | Pixel @pixxie_official

จริงๆ exchange ควรรับ lightning มากๆ ถ้า exchange ใหนไม่รับ คนซื้อ ก็จะโอนออกไป

hot wallet อื่นที่มี lightning อยู่ดี อนาคตคงรับกันเยอะขึ้น เพราะ ปริมาณ BTC ใน exchange มีแต่จะน้อยลงทุกที ถ้า รักษาให้ผู้ใช้ มีการใช้งานในระบบของตัวเองโดยไม่โอนออกได้ คงจะช่วยให้ปริมาณ ไม่ลดลงกว่านี้ได้ แหละมั้ง

ยังไม่ได้ดูเหมือนกัน เมื่อกี้กดดูในทีเซอร์คับ แต่คงลองดูแหละ แต่คงไม่คาดหวังไร ทีเซอร์ดูดราม่าจัดเลย

Replying to Avatar satuser

btc มันมี มิ้นเหรียญเหรียญด้วยหรอ 😅 เนื้อเรื่องคือ shit coins แต่พูดถึง btc นำมาเลย 55

ทำไมน้องไม่ stack sat ราคาขึ้นสิยิ่งดี 😌 #siamstr

https://siamblockchain.com/2024/03/07/thai-idol-star-delete-binance-app/

บันทึกเก็บไว้เป็นความทรงจำในโปรโตคอล nostr

ว่าวันนี้เป็นแรกที่ได้ใช้ lightning เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนครั้งแรก เป็นประสบการณ์ที่ดีกว่าที่คิดเยอะมาก

ถึงก่อนหน้าจะเสียเวลา โอนออกมาจากกระเป๋าบน chain หลัก มาคืนนึง ยังโอนมาไม่ถึง lightning wallet ก็เลย เอาวะ ยอมเสียค่า sat เพิ่มอีกซะหน่อย ก็เลยปิด block ที่ 833816 ได้ เลยได้มากดสั่ง หนังสือ fiat standard ได้เรียบร้อย ตอนเช้าของวันนี้

หลังจากนี้คงได้ใช้ ได้สนุกกับ lightning มากขึ้นแน่ๆ ขั้นต่อไป อยากลองเปิด channel lightning เอง ใน electrum เอง รู้สึกไม่อยากโอนมาเก็บไว้ใน wallet of satoshi แล้ว รู้สึกไม่สบายใจ 😌 #siamstr

ออกกำลังการประจำวัน 😌

Franz Kadlik,Drei Engel,1822,detail.

" เด็ก ๆ กำลัง ไร้จินตนาการรึเปล่า? "

บทความต่อไปนี้เป็นเพียงมุมมองส่วนบุคคล ไม่ประสงค์ ทำร้าย,ชี้ชวน , หรือโน้มเอียง ไปทางใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ผมเฝ้าสังเกต เด็กๆ ยุคใหม่ และตั้งคำถาม ต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

ย้อนกลับไป สมัยผมยัง อายุ ช่วง 10-14 ขวบ

ผมจำได้ดี ผมติดเกมส์ ออนไลน์มากในคณะเดียวกัน

ทุกชั่วโมงเรียนที่น่าเบื่อ ผมก็จะวาด Catalog ชุดอาวุธ และค่า Status ของ อาวุธ ต่างๆ เป็นเล่มๆ

รวมถึง วาดภาพ จาก จินตนาการที่ ผมเอง คิด

เด็กในยุคนี้ มี Social media มี internet ความเร็วสูง

แต่ ไม่ได้คิด ไม่ได้จินตนาการเท่าไหร่ ผมสังเกตุ ครอบครัวส่วนใหญ่ (สังคมที่ผม อยู่ ถ้าว่าง เด็กๆ ก็ใช้แต่เทคโนโลยี ในการเสพข้อมูล ไม่เล่นไม่วิ่ง ไม่วาดเท่าไหร่)

แต่ในคณะเดียวกัน วิชาศิลปะ ถูกมองว่าเป็น วิชาทางเลือก

หรือแม้แต่ จัด ให้อยู่ใน วิชาชีพ ที่ ด้อยคุณภาพ ในด้าน

รายได้

แล้ว เด็กๆ ในบ้าน ล้วนแล้วแต่ ถูก ผลักเข้าไป ในระบบ แรงงาน โดยที่หารู้ไม่ว่า

การเรียนเก่ง มันก็แค่ เป้าหมายของ การมี เงินเดือน บนยอดพีระมิด ของชนชั้นแรงงาน

แต่ตรงนี้เราก็ว่ากันไม่ได้

แม้แต่ การจะให้เด็กๆ ในสมัยนี้คิด ผมว่าก็เป็น อะไรที่ยากนะ

เหมือนเด็กๆ บ้านผม เรียนพิเศษ จ-ส เลิก 2ทุ่ม ทุกวัน

ไม่มีเวลาแม้แต่จะคิด หรือเล่น

ผู้ปกครอง มีแค่ตัวชี้วัด จาก โรงเรียนหรือ สถาบันเป็นตัวชี้วัด ผลสำเร็จทางการศึกษา

ซึ่ง ผมคิดว่ามันใจร้ายมากเลย

เด็กในบ้านชอบ วาดรูป และเต้นมาก

แต่ด้วย ระบบการศึกษา และการยัดเยียดการเรียนพิเศษ

หรือแม้แต่กระทั่ง การศึกษาในรูปแบบ ธุรกิจ

มันทำให้ คนๆ นึ่ง ที่รู้ว่าตนเองชอบอะไร อยากทำอะไร

ไม่ทำในสิ่งที่ชอบ ได้เพียงเพราะว่า

แนวคิดทาง ค่าตอบแทนต่อระบบแรงงาน ในระบบ เงิน Fiat

และ ผู้ปกครองก็ยอมรับ แนวคิดนั้น ซึ่ง ก็ไม่แปลก ที่ Solution มันจะไม่เกิดในประเทศนี้ เพราะเรา คลั่ง กันแต่ ระบบศักดินา ที่มันฝั่งเราก็เข้ามาในวัฒนธรรม จนลามไปถึง วัฒนธรรมทางการศึกษา

และ ให้ค่า ผลตอบแทน มากกว่า ความสุขภายใน

#siamstr

#nostr

ที่น่าเศร้าอย่างนึงคือ ทุกวันนี้ไม่ว่าจะ ขั้วการเมืองฝ่ายใหญ่ ไม่ว่าจะ อำนาจนิยม สังคมนิยม หรือ ประชาธิปไตย ที่พวกเขาเรียกร้องก็แล้วแต่ ทุกขั้ว ส่วนใหญ่เห็นดี เห็นงามกับการกำหนดและเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ของแรงงานให้เพิ่มขึ้น ด้วยเหตุผลค่าครองชีพสูง จากเงินเฟ้อ ทั้งที่มันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่มีใครเห็นปัญหาจริงของมันเลย

ช่วงหลังผมแทบไม่รู้สึกอินกับการเรียกร้องทางการเมือง ไม่ว่าจะขั้วใหนในไทย และในโลกเลย รู้สึกว่าเรียกร้องไปมันไร้ประโยชน์ สุดท้ายมันก็กลายเป็นเครื่องมือ ข้ออ้างของผู้มีอำนาจ ไม่ว่าจะระดับประเทศ หรือจะระดับโลกก็ตาม

จนผมได้เจอแนวคิดของการเกิดขึ้นของบิตคอยน์ แล้วค่อยศึกษากับมัน จนรู้สึกว่ามันก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี ทางเลือกนึง ที่ต่างจากแนวคิดการเมืองปัจจุบัน

Replying to Avatar Somnuke

การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ คือเครื่องมือส่งเสริมการผูกขาดให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ ช่วยกำจัดรายเล็กไม่ให้ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่ง

ลองนึกดูดีๆ นะครับ ว่าการบังคับขึ้นค่าแรงจะกระทบกับคนกลุ่มใดบ้าง

ถามว่าบริษัทใหญ่ เช่น กลุ่มบริษัทมหาชนที่เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนประเทศ มีกี่ต่ำแหน่งงานที่ให้เงินเดือนแรงงานต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ?

คำตอบคือ แทบจะไม่มี

แม้กระทั่งตำแหน่งที่เล็กที่สุดอย่าง แม่บ้าน ก็มีเงินเดือนที่หารต่อวันเกินค่าแรงขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้นบริษัทใหญ่ก็ไม่กระทบอะไรอยู่แล้วนี่ ยิ่งสายป่านยาว ค่อยๆ วางแผนปรับเปลี่ยนรับมือเอาสบายๆ

แต่ผู้ประกอบการรายกลางรายเล็ก รวมถึงพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่อยู่แบบเดือนชนสองเดือน

เจอนรกของจริง สภาพเหมือนโดนส้นตรีนถีบยอดหน้าอย่างจัง

จริงๆ แล้ว การกำหนดค่าแรงว่าควรจ่ายเท่าไร ควรปล่อยไปตามกลไกตลาดหรือไม่ ตามความสามารถของผู้จ่าย หรือควรให้รัฐมาชี้นิ้วสั่งแบบที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร

ทุกการกระทำมี ราคา ต้องจ่าย และการตัดสินใจของคนที่ไม่มีส่วนได้เสีย มักจะทำมันพังเสมอ

ผู้ที่มีปัญญาในการจ่ายต่ำจะทำยังไง?

เมื่อผู้ประกอบการไม่มีทางเลือก ต้องขึ้นค่าแรงตามกฎหมายกำหนด แต่ความสามารถในการจ่ายมีไม่ถึง เขาก็ต้องดิ้นรนสักทาง จะขึ้นค่าแรงยังไงให้อยู่รอด

เลี่ยงไม่พ้น 2 ทาง

1. ขึ้นราคาสินค้า/บริการเพื่อรองรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เพียงสินค้าของเรา แต่ในสินค้าในห่วงโซ่อุปทาน ผู้ประกอบการที่ขายวัตถุดิบขึ้นราคาทั้งหมด

ขึ้นราคาสินค้าก็ไม่ง่าย เพราะเงินเฟ้อได้ไม่จำกัด แต่ราคาสินค้าขึ้นได้จำกัด มันมีเส้นราคาที่ผู้บริโภคเต็มใจจ่ายค้ำคออยู่ เมื่อไรก็ตามที่ตั้งราคาล้ำเส้นนี้ งานอาจจะงอกกว่าเดิม สัดส่วนราคาที่เพิ่มขึ้นไม่มีทางไล่อัตราเงินเฟ้อทัน หมายความว่า กำไรลดลง

2. ลดพนักงานลงเพื่อให้จ่ายเท่าเดิม เคยจ้าง 10 คน ก็เหลือ 7 เหลือ 5 ลดจำนวนคนจนกว่าค่าแรงรวมที่ต้องจ่ายจะอยู่ในจุดที่รับไหว แล้วไปรีดเค้นศักยภาพของคนที่อยู่เพิ่มเอา

Productivity ของแรงงาน 1 คน จำเป็นต้องสูงขึ้นต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อให้ผลผลิตเท่าๆ เดิม

เติบโตยากขึ้น เพราะนอกจากต้นทุนวัตถุดิบและการตั้งราคาสินค้าจะสู้รายใหญ่ยากอยู่แล้ว กำแพงต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้นนี้มันกีดกันการเติบโตไปอีก

การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ จะทำให้การกดค่าแรงหมดไปไหม? คำตอบคือ ไม่

เจ้าของกิจการที่สันดานชอบกดค่าแรง มันก็จะกดอยู่นั่น ไม่ว่ารัฐบาลจะขึ้นหรือไม่ขึ้นค่าแรงก็ตาม และในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่รัฐก็ยากที่จะจัดการ

ลองตอบตัวเองในใจดูครับว่า... ณ วันนี้ที่มีกฎหมายค่าแรงขั้นต่ำ เฉลี่ยราว 350.- ยังมีคนที่แอบกดราคา จ่ายค่าแรงต่ำกว่าอยู่ไหม?

รัฐไม่ควรยุ่ง ควรปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ

ใครมีปัญญาจ่ายเท่าไรก็จ่ายตามนั้น เจ้าของกิจการรายไหนที่สันดานชอบเอาเปรียบ เห็นแก่ได้ ใช้งานลูกน้องหนักเยี่ยงทาส กดค่าแรงต่ำๆ จะถูกลงโทษโดยกลไกตลาดแรงงานเอง

ทำให้เกิดการแข่งขันแบบเสรี แรงงานมีสิทธิ์ที่จะเลือก กิจการไหนให้ค่าแรงอัปปรีย์ กดราคาต่ำกว่าชาวบ้าน คุณก็ยากที่จะหาแรงงานที่ตรงสเป็ก เนื่องจากเขาเลือกไปทำที่อื่น

แต่ถ้ามีคนเลือกทำด้วยค่าแรงที่ต่ำโดยความสมัครใจ ไม่ใช่การถูกบังคับกดขี่ แสดงว่าราคาค่าแรงของเขานั้นยังมีความต้องการในตลาดอยู่ ซึ่งเจ้าของกิจการที่เลือกให้ค่าแรงต่ำก็ต้องแลกกับความเสี่ยงด้านความมั่นของแรงงาน การขับเคลื่อนธุรกิจของตัวเองก็จะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากได้คนที่คุณสมบัติไม่ตรง มีการลาออกบ่อย หาคนใหม่ยาก หรืออาจจะหาคนมาทำด้วยไม่ได้เลย

ตลาดเสรีจะบีบบังคับคนทำธุรกิจให้ตั้งค่าแรงที่เหมาะสมโดยธรรมชาติ เพื่อจูงใจให้คนมาทำงานด้วย ไม่งั้นธุรกิจก็ไปต่อไม่ได้

แล้วตลาดจะเจอจุดสมดุลย์ของมันเอง ไม่ใช่ให้คนที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาเจ้ากี้เจ้าการ

#Siamstr

ยิ่งขึ่นค่าแรงขั้นต่ำ มันก็เหมือนการบีบให้คนที่รายได้น้อย ถึง ปานกลาง ให้ไปเป็นลูกจ้างของบริษัทใหญ่ที่ไม่เดือดร้อน ทำให้บริษัทใหญ่ มีตัวเลือกในตลาดแรงงานมากขึ้น และทำให้เขายิ่งไม่เห็นหัวลูกจ้าง ให้ทำงานหนัก กว่าผลตอบแทนที่ให้ ถ้าไม่ไหวก็ลาออก ซึ่งมีแรงงานรอมาแทนแน่นอน

มันก็คงเป็น แนวทางที่สังคมนิยมชอบอะนะ ที่ต้องการให้แรงงาน ไม่โดนนายทุนเอาเปรียบ แต่หารู้ไม่ แรงงานจะยิ่งไม่เติบโตในความสามารถของตัวเอง และทำให้แรงงานคนนั้นโดนคนที่มีทุนมีมากกว่า กดไปตลอด

ช่วงแรกๆที่ผมได้ทำความรู้จัก bitcoin และศึกษาทฤษฎี อุดมการณ์ ปรัชญา ของการเกิดขึ้น จุดประสงค์การมีอยู่ของ bitcoin

ผมยอมรับนะว่าตกใจกับความเชื่อการไร้รัฐ ไร้คนควบคุม สังคมอยู่กันด้วยกลไกตลาดเสรี แต่พอได้มานั่งคิด ช้าๆ แล้ว

มันก็คือแนวทางความเชื่อนึง ที่เชื่อว่าการไร้การควบคุมจากศูนย์กลาง ทำให้สังคมโลก สงบสุขได้ เพราะทุกวันนี้ การมีอยู่ของรัฐสมัยใหม่ ที่เกิดขึ้นมา มันก็สร้างปัญหาต่างๆ นาๆ ให้กับสังคมโลก และทรัพยากรโลกที่มีอยู่จำกัด(ที่เราเรียนเศรษฐศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก) เสื่อมโทรมลงไปเยอะมาก

ปล.ซึ่งเราก็คงไม่รู้หรอกว่ารัฐในยุคโบราณ มันดีกว่าทุกวันนั้นนี้รึป่าว แต่ผมเริ่มเชื่อนะว่า bitcoin มันจะมาทำให้ รัฐโบราณที่มีปัญหา สมบูรณ์ขึ้นได้

เพราะถ้าไม่ฉีด จะไม่ได้วัคซีน พาร์ทสปอร์ต และจะไม่สามารถ ทำกิจกรรม ต่างๆ ที่ขอดู ผลฉีด คิดแล้วก็เศร้า มันคือการบังคับให้เราคนที่ไม่เชื่อ ต้องฉีด เพื่อให้ได้ผลรับที่เขาวางไว้

nostr:note1z2qk40ep4vjvjjmqanpcfm4ndz5nrcdckz677fl9097c3cnww64q2cr72f

สวัสดีชาว nostr

15 กุมภาพันธ์ 2567 13:55