Avatar
pao.siwat
f652bc31901c5366113193af9c148880a4a47c33ad85d1faffd45adf7d2c6308
PoliticalScienceRU62 | OTA @sweat16_official | Reddy @redspin_official | Twist @mypretzelle | OTA @lastidol_th | Pixel @pixxie_official

รายละเอียดงานบอกว่าผสานเทศกาลดนตรี กับนวัตกรรม web3.0 แต่ซื้อตั๋วไม่มีจ่าวผ่าน lightning network ⚡ ได้ไงอะ /นวัตกรรม web3.0 จะพูดถึง nostr โปรโตคอลโซเชี่ยลมีเดียกระจางศูนย์ไหมอะ ถ้าไม่มี nostr มันคืองาน web3.0 ของเหล่า shit coins เฮ้ย

alt coins หรอ 🥲 / คอมมู nostr ในไทยน่าจัด music festival ใช้ lightning zap ซื้อของศิลปินในงานเหมือนกันนะ #siamstr

โอ๊ยย ไถฟีด nostr อยากไป halving party จังงงง ภาพบรรยากาศที่แต่ละคนลงคือคตดี ที่สำคัญ อยากหาเพื่อนคุยเรื่องที่สนใจตรงกัน เสียดายมาก 🥺 #siamstr

รายการ คุยเรื่องกล้อง ช่อง asayhi

Replying to Avatar Pruk S.

จริง ๆ แล้วคนที่ผมรู้จักหลายคนเค้าก็เข้าใจระบบเฟียตนะ โดยส่วนใหญ่ก็จะผ่านอะไรมาเยอะ อายุประมาณ 50 ขึ้นไป พวกเขารู้ว่าเงินนั้นถูกพิมพ์ขึ้น ทำให้เงินมันเฟ้อและไม่สามารถเก็บรักษามูลค่าไว้ได้

ดังนั้นพวกเขาจึงดิ้นรนทำงานอย่างหนัก เพื่อเข้าหาแหล่งพิมพ์เงินให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้มีเงินมาใช้ได้ตลอด บ้างก็ต้องขายวิญญาณ บ้างก็ต้องทิ้งความฝันตัวเอง บ้างก็ต้องทิ้งชีวิตครอบครัว มันเหมือนเป็นกับดักของเฟียตที่ต่อให้รู้จักระบบเฟียตดีแล้วแต่ก็ต้องทำงานให้ระบบนี้ต่อไปอีก

มันน่าเสียดายที่คนเหล่านั้นทำงานอย่างบ้าคลั่ง จนไม่มีเวลามาสนใจบิตคอยน์ ถ้าพวกเขามีเวลาที่จะศึกษาบิตคอยน์มากพอ พวกเขาคงจะไม่เข้าใจแบบผิวเผินอย่างที่เป็นอยู่ ที่มองว่าเป็นฟองสบู่ แชร์ลูกโซ่ หรือ เงินใต้ดิน

ถ้าพวกเขารู้จักบิตคอยน์อีกซักนิด พวกเขาก็คงได้เห็นเงินที่แข็งแกร่งที่สุด เงินที่จะทำให้พวกเขาเห็นโอกาสหลุดพ้นออกจากอุบาทว์นี้ไปได้

#siamstr

ทำงานหนัก เพื่อที่จะให้มีอำนาจมากขึ้น และแหล่งพิมพ์เงิน เพื่อให้มีรายได้มากขึ้น

"การกำหนดขั้นต่ำนั่นแหละคือต้นเหตุของความไม่เท่าเทียมในสังคม"

โควทคำพูดประโยคนี้ เกิดขึ้นมาในหัวของเรา เมื่อเผอิญไปได้อ่านหนังสือ wealth of nation ของอดัม สมิทธ เล่ม 1 บท 1 ที่ว่าด้วยการแบ่งงานกันทำ เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้กำลังการผลิต , ทักษะ , ความชำนาญ , การตัดสินใจ ของแรงงานมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยที่แรงงาน หรือ มนุษย์แต่ละควรจะต้องมีทักษะซัก 1 อย่าง ทำไปเรื่อยๆ ให้ตัวเองเกิดความชำนาญ และจะมีการตัดสินใจที่ดี

ซึ่งถ้ามีครบตามนี้ ผลผลิต ผลผลิตที่ได้มามีคุณภาพดี ก็จะทำให้คนอื่นมาเห็นคุณค่า เช่น มาจ้างงาน มาซื้อสินค้า และให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับความยาก ง่าย กับสิ่งที่คนนั้นจะได้จากเรา

ทำให้เรามานั่งคิดว่าถ้ามันเป็นไปตามกลไกนี้ไม่มีตัวแปร หรือ ปัจจัย อื่นๆ เข้ามาแทรกแซงกลไกนี้ เช่นการมากำหนดค่าแรง ของรัฐ ที่มันเป็นแค่การแก้ปัญหาปลายเหตุที่เกิดจากทุกประเทศ ต้องการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนทุกรูปแบบ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ แต่ผลกระทบที่ตามมาคือการทำให้ประชาชน ใช้จ่ายเกินกว่ารายรับที่ตัวเองทำได้ และจำเป็นจะต้องก่อหนี้เพื่อให้ตัวเองดำรงชีพต่อไปได้ ซึ่งทำให้ประชาชนไม่มีเงินเก็บออม หารายได้มา ก็ใช้หมดไม่ว่ามาจากเหตุผลไดก็ตาม นี่แหละคือต้นเหตุที่ทำให้ประชาชนคนนึงไร้ทางเลือก

ทำให้ประชาชนจำเป็นต้องหารายได้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อมาชำระหนี้ และดำรงชีพในสภาวะที่ปริมาณเงินล้นตลาด ที่เกิดจากการต้องการให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ

ที่สำคัญคือปริมาณประชาชนที่อยู่ในสภาวะที่ว่านี้ มีอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดปริมาณแรงงานที่ต้องการหางานใหม่ที่มีรายได้มากขึ้นเกินกว่า ปริมาณนายจ้าง จึงทำให้เกิดการกดราคาค่าแรงของแรงงานตามกลไกตลาด

จึงทำให้รัฐหาทางแก้ไขเพื่อให้รายได้ประชาชนไม่น้อยเกินไปโดยการไปกำหนดค่าแรงขั้นต่ำโดยที่ ไม่ได้ดูความยาก ง่าย ทักษะ ความชำนาญ ของแรงงาน ประกอบกับกลไกตลาดที่ผิดที่เกิดจากการแทรกแซงสารพัดอย่าง ทำให้ผลตอบแทนที่แรงงานคนนึงควรได้ไม่เหมาะสม ไม่เท่าเทียม กับสิ่งที่คนคนนั้นพยายามทำสิ่งใดสิ่งนึงจนประสบความสำเร็จ

ทำให้เราตกผลึกได้ว่า ความยาก ความง่ายของการได้มาของ ทักษะ ความชำนาญ ของแต่ละคน หรือที่ทุกคนเรียกติดปากว่า proof of work มันสำคัญมากในระบบเศรษฐกิจที่ทำให้มนุษย์คนนึงรู้สึกภูมิใจในตัวเองว่าตัวเองนั้นประสบความสำเร็จ จากการที่เขาคนนั้นได้รับผลตอบแทนที่ได้คุ้มค่ากับแรง ความพยายามที่เขาศึกษา ปฏิบัติ ลองผิด ลองถูกมา

" ความฝันต้องเกิดหยาดเหงื่อจึงได้มา

ใช้เวลาและค่อยเป็นค่อยไป

ดอกไม้จึงบาน คำว่าพยายาม ไม่เคยทำร้ายสักคนที่ตั้งใจ

ความฝันเท่ากับหยาดเหงื่อรินรดไป

เพื่อให้เหล่าเมล็ดพันธุ์นั้นเติบโตและสูงใหญ่

และคงต้องมีสักวัน จะได้ดั่งใจสมปรารถนา "

Shonichi (วันแรก) - BNK48

#SiamSTR

อย่าเอาความจริงมาพูด 55 หนังสือกองเต็มห้องที่ยังอ่านไม่จบ แต่มีเล่มใหม่ที่อยากอ่านเต็มไปหมดเลย

## ทฤษฎีการเงินสมัยใหม่ (Modern Monetary Theory) หรือ MMT

ทฤษฎีการเงินสมัยใหม่ (MMT) เสนอแนวคิดใหม่เกี่ยวกับวิธีการจัดการเงินของรัฐบาล โดยเชื่อว่า:

**1. รัฐบาลที่มีอำนาจอธิปไตย (Sovereign government) ไม่จำเป็นต้องเก็บภาษีเพื่อนำมาใช้จ่าย**

รัฐบาลสามารถพิมพ์เงินเพื่อใช้จ่ายในโครงการต่างๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการขาดดุลงบประมาณ เพราะรัฐบาลสามารถสร้างเงินใหม่ได้เสมอ ตัวอย่างเช่น รัฐบาลสามารถพิมพ์เงินเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา หรือระบบสาธารณสุข

**2. การขาดดุลงบประมาณไม่ใช่ปัญหา**

MMT มองว่าการขาดดุลงบประมาณไม่ใช่ปัญหาใหญ่ รัฐบาลสามารถกู้ยืมเงินจากธนาคารกลางเพื่อชดเชยการขาดดุลได้ ตราบใดที่เศรษฐกิจยังมีการเติบโต และเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ควบคุมได้

**3. เงินเฟ้อเป็นปัญหาที่แก้ไขได้**

MMT เชื่อว่าเงินเฟ้อสามารถควบคุมได้โดยใช้เครื่องมือทางการเงินต่างๆ เช่น อัตราดอกเบี้ย นโยบายการเงิน และนโยบายการคลัง

**ตัวอย่าง**

* ประเทศญี่ปุ่นใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย (Quantitative Easing) มาเป็นเวลานาน โดยพิมพ์เงินเพื่อซื้อพันธบัตรรัฐบาลและสินทรัพย์อื่นๆ ส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัวจากภาวะถดถอย

* สหรัฐอเมริกาใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ (Fiscal stimulus) โดยการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านมาตรการต่างๆ เช่น การลดภาษี การจ่ายเงินช่วยเหลือ และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน

**ข้อวิพากษ์วิจารณ์**

MMT เป็นทฤษฎีที่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์อยู่หลายประการ เช่น:

* ความเสี่ยงของเงินเฟ้อ: การพิมพ์เงินมากเกินไปอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อ

* ภาระหนี้สิน: การกู้ยืมเงินจำนวนมากอาจสร้างภาระหนี้สินให้กับรัฐบาลในอนาคต

* การสูญเสียความเชื่อมั่น: การพิมพ์เงินมากเกินไปอาจทำให้ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นในค่าเงิน

**สรุป**

MMT เป็นทฤษฎีการเงินที่มี both ประเด็นที่สนับสนุนและคัดค้าน ยังมี debate กันอยู่ว่าทฤษฎีนี้สามารถนำไปใช้จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

**แหล่งข้อมูล**

* Modern Monetary Theory (MMT): [https://en.wikipedia.org/wiki/Modern_Monetary_Theory](https://en.wikipedia.org/wiki/Modern_Monetary_Theory)

* What is Modern Monetary Theory (MMT)?

* Modern Monetary Theory

#siamstr

#nostr

#fiat

พวกรัฐบาล fiat ทำมาบ่นว่า ขุดบิทคอยน์ทำให้โลกร้อน ไอ้การพิมเงินไม่จำกัด เอามาใช้จ่ายตามใจเพื่อให้ประชาชนเลือกตัวเองเข้ามาอยู่ในอำนาจ มันไม่เป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด มากเกินความจำเป็นหรอ ไอ้การพิมเงินนี่แหละต้นเหตุของการทำลายสภาพแวดล้อมในโลกให้แย่ลง ไม่มี forlum fiatๆ ใหนพูดถึงเลย

Replying to Avatar Panai Lawasut

ยิ่ง supply เข้าใกล้ 0 ราคาจะยิ่งเข้าใกล้อนันต์

ผมมีทฤษฎีสนุกๆคิดในเชิงแบบสุดขั้ว ลองคิดตามผมเล่นๆดู

จากทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอสไตล์ มวลแปรผันตรงกับความเร็วของวัตถุ ถ้าวัตถุมีความเร็วเพิ่มขึ้น มวลจะเพิ่มขึ้นด้วย

แต่เราไม่อาจสังเกตเห็นได้ในภาวะปกติ ความสัมพันธ์นี้จะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆเมื่อความเร็วของวัตถุเพิ่มขึ้นจนเข้าใกล้แสง

มวลมันจะเพิ่มขึ้นมากเสียจนกระทั่งมันเป็นอนันต์เมื่อมันเกือบจะมีความเร็วเท่าแสง และยังต้องใช้พลังงานอีกเป็นอนันต์เพื่อเร่งความเร็วของวัตถุ จนกระทั่งมีความเร็วเท่าแสง นั่นคือพลังงานทั้งเอกภพก็ไม่พอ

สิ่งนี้ทำให้ผมคิดไปว่ามันมีความสัมพันธ์เหมือนกันเรื่องของ supply กับราคาของบิดคอย

เหตุที่ทำให้ผมกล้าคิดอย่างนี้เพราะทั้งความเร็วแสงและบิดคอยมีสิ่งที่เหมือนกันอยู่คือมีขอบเขตจำกัดจริง เราไม่สามารถเทียบเคียงสิ่งอื่นกับความเร็วแสงในเชิงนี้ได้เพราะ ไม่มีอะไรมีขอบเขตจำกัดจริงแบบบิตคอย (เอาแค่ที่กำลังมนุษยชาติผลิตไหวนะ อย่างเช่นมนุษย์ไม่มีวันขุดทองหรือน้ำมันออกมาบริโภคจนหมดโลกได้)

และถ้ามองว่าวันนึงบิตคอยเป็นสินค้าประเภทเงินแล้ว demand ของมันก็จะต้องมีมากที่สุด ทำให้ผมมองว่าเราอาจเทียบ demand ได้กับพลังงานที่เร่งความเร็วให้กับวัตถุได้

ทำให้ผมมีความคิดตลกๆในใจว่า บิตคอยไม่มีวันหมดตลาดหรอก

“เพราะเมื่อยิ่ง supply ของบิตคอยเข้าใกล้ 0 ราคาของมันก็จะเข้าใกล้อนันต์”

เราอาจจะไม่รู้สึกในตอนที่มันยังมี supply เหลืออยู่10-15% ในตลาด เหมือนเราไม่รู้สึกถึงมวลของเราที่มันเพิ่มขึ้นตอนที่เราวิ่งออกกำลังกาย แต่ตอนที่มันเข้าใกล้ขอบเขตของมันเรื่อยๆ ราคามันจะสูงเสียจน ซาโตชิสุดท้ายในตลาดก็ไม่มีประเทศมหาอำนาจที่ไหนพิมพ์เงินมาซื้อมันไหว

โน๊ตไว้เผื่อ ธปท.มาเห็นจะได้สบายใจว่า ของยังไม่หมดภายใน 12 เดือนนี้หรอก ไม่ต้องรีบกะดั้ย …ถถถุย

#Siamstr

ปล.1 ผมเข้าใจดีเรื่องเด๋วก็มีคนเอาของออกมาขาย หรือถึงวันนั้นก็เทียบราคาเป็นดอลลาร์หรือบาทไม่ได้แล้ว อันนี้ผมคิดเอาสนุกๆให้เห็นภาพเฉยๆ

ปล.2 แถมสูตรให้ด้วย ไม่ได้มามั่วๆ แต่ฝาก ai เขียนให้ 55555

-รูปที่2 มวลเข้าใกล้อนันต์เทื่อความเร็วเข้าใกล้แสง

-รูปที่3 ราคาเข้าใกล้อนันต์เมื่อ supply เข้าใกล้ 0

คิดเล่นๆ ถ้าวันที่บิตคอยน์ราคาสูงมากๆ แล้วเกิด ธปท.อยากเก็บ แต่สายไปแล้วที่จะเก็บ

แล้ว ธปท.ออกแคมเปญชวนเชื่อ ให้ประชาชนทำเพื่อชาติ บริจาคบิตคอยน์คนละ

1 ซาโตชิ คิดว่าประชาชนในตอนนั้นที่มีบิตคอยน์ในมือ จะช่วยชาติไหม 🫠

#สมรสเท่าเทียม เกิดกระแสแสดงความยินดีขึ้นมากันอย่างแพร่หลายในเหล่าโซเชียล กระแสหลัก ในวันนี้จากการที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติผ่านกฎหมายฉบับนี้ ให้ได้รับความเห็นชอบ ในที่ประชุมสภา

จากความคิดของเรามาตลอด เราพยายามเลี่ยงการให้ความเห็นถึงรายละเอียดของกฎหมายฉบับนี้ว่า ควรเขียนออกมาแบบใหนให้เท่าเทียมกัน เพราะความคิดเราที่มีมาตลอด

ไม่เคยเชื่อ และรู้สึกเป็นว่ามันเป็นสิ่งที่ยากมากที่จะให้รัฐมากำหนดสิทธิให้เราทุกคน เท่าเทียมกันได้จริงๆ (ในวิธีการเขียนกฎหมาย) มันเป็นเรื่องยากมาก

ที่สำคัญทำไมเราจำเป็นด้วยหรือว่า คนสองคนมารู้จักกัน จะรักกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน ทำไมต้องแจ้งให้รัฐทราบด้วย ถ้าเราไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐ เช่น เงินสนับสนุนหรือสวัสดิการ ต่างๆ ที่เป็นต้นเหตุ ข้ออ้างที่จะให้รัฐเข้ามาควบคุมชีวิต ทรัพย์สิน ความคิดของเรา มาเอาเสรีภาพการใช้ชีวิตจากเราไป เราจะรู้สึกดี มีความสุขจริงหรอ?

คนเราจะใช้ชีวิตในสังคม ในโลกนี้อย่างมีความสุขได้โดยไม่มี สวัสดิการ หรือ เงินช่วยเหลือจากรัฐ ที่รัฐเก็บภาษีจากทุกคนในรัฐ แล้วมาแบ่งให้ให้ประชาชน ไม่ได้จริงๆหรอ ทำไมเราจะดูแลชีวิตของเราเอง ใช้แรงเรา ความคิดความสามารถของเรา เลี้ยงชีวิตเรา ครอบครัวเรา ให้อยู่ได้อย่างมีความสุข ไม่ลำบาก และสามารถทำเพื่อสังคม แบ่งปันคนอื่นไม่ได้จริงๆหรอ?

คนสองคนจะรักกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน เราไม่ขัดเลย คุณจะรักกันแบบเพื่อน คู่ชีวิต จะเป็นแบบใหน ทำเลย เป็นเลย ขอแค่ไม่ไปทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็พอ ส่วนคนในสังคมจะยอมรับไหม

มันก็อยู่ที่ตัวคุณเอง เอาเข้าจริงการจะมีหรือไม่มีกฎหมายฉบับนี้ ไม่สำคัญเลยถ้าพวกคุณไม่สามารถทำให้สังคมยอมรับได้

การมีกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมามันก็แค่การที่คุณแค่แจ้งให้รัฐทราบว่าคุณใช้ชีวิตร่วมกันแล้วนะ ฉันอยากได้สิทธิต่างๆจากรัฐเหมือนคนอื่นจัง มันดีอยู่แล้ว ให้เท่าเทียมกับคนอื่นภายในรัฐ แต่กลับกันมันเหมือนกับการคุณยื่นเสรีภาพ

ในตัวคุณให้รัฐสามารถมากำหนดชีวิตคุณได้

ุ้ถ้าผมเลือกได้ ถ้ามีแฟนและคุยกับเขาให้รู้เรื่อง ว่าไม่จดทะเบียนสมรสได้ไหม แค่แต่งงานพูดคุยกัน 2 ครอบครัวให้เรียบร้อยก็โอเคแล้ว และเมื่อมีลูก ถ้าทำได้ก็จะโคตรไม่อยากจะไปจดแจ้งให้รัฐทราบวันเกิด ทราบข้อมูลส่วนตัวของลูกเราด้วย และสอนลูกให้ทำงานเลี้ยงดูตัวเอง เก็บเงินที่ไม่เสื่อมค่า และใช้จ่ายที่ลูกจะต้องจำเป็นใช้งาน

คงยากมากๆ คงโดนต่อต้าน โดนเตือน ห้ามจากคนรอบข้าง ว่าอย่าทำแบบนี้เลย เดี๋ยวลูก ครอบครัวเราลำบากนะ แต่ดูแล้วที่ยากสุดคงอยู่ที่การหาแฟน คนรู้ใจ ที่เข้าใจเราในเรื่องนี้มากกว่าแหละ สรุปคือ โสด 55 บ่นไปงั้นแหละ

Fix the Money, Fix the World

#SiamSTR

DaruNi - หนูพูดได้มั้ย 😌

https://youtu.be/c8ZHjyHoEGc?si=T_opkCU7C2t-bc_X

Replying to Avatar Siamstr Update

🚨 BREAKING NEWS!

กองทุนบำนาญของรัฐบาลญี่ปุ่น หรือ Japan’s Government Pension Investment Fund (GPIF)

กองทุนเงินบำนาญที่ใหญ่ที่สุดในโลกมูลค่ากว่า 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

กำลังศึกษา Bitcoin เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือกระจายการลงทุน

.

GPIF ออกประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มีนาคม

เกี่ยวกับการพัฒนานโยบายการลงทุนระยะยาวฉบับใหม่ เพื่อตอบสนองต่อ

"การเปลี่ยนแปลงสำคัญด้านเศรษฐกิจ สังคม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว"

.

ประกาศใหม่ของ GPIF ยังคงเป็นเพียงการขอข้อมูล

และไม่ได้รับประกันว่าจะขยายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ใหม่ๆ อย่าง Bitcoin ในอนาคต

ซึ่งการพิจารณาว่าจะดำเนินการลงทุนในอนาคตหรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่รวบรวมได้

.

#Siamstrupdate #บิตคอยน์ #บิทคอยน์ #กองทุน #Siamstr

ประกันสังคม เอาของศึกษาบ้างป่ะละ ไม่เสียหายหรอก

Replying to Avatar Panai Lawasut

2-3 วันที่ผ่านมานี้ ฉันต้องดีลกับฮอร์โมนวัยรุ่นตลอดเวลา

อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นช่วงรอประกาศผลสอบเข้า ม.4 ลูกสาวฉัน นางอยากเข้าสาขาแฟชั่นดีไซน์ POW ของนางก็มากพอสมควรเลยล่ะ จริงๆฝีมือนางดีกว่าคนรุ่นฉันตอนอายุเท่านางอีก

แต่พอตอนสอบจริงนางกลับรู้สึกว่าทำได้ไม่ดีเลย บังเอิญโจทย์มาแบบคาดไม่ถึงด้วย (โจทย์งาน sketch design ออกมาให้พับกระดาษเป็นชุด ที่สะท้อนถึงโคลงกลอน มัสมั่นแกงแก้วตา แค่ฟังโจทย์ก็งงแล้ว 5555)

นางไม่มีความมั่นใจเลยซักนิด 2-3 วันมานี่ อยู่ๆนางก็นั่งร้องไห้ กลัวไม่ติด นางบอกอึดอัดมากแล้วกับสายวิทย์ (ถ้าสอบไม่ติด มันจะเหลือตัวเลือกเดียว คือกลับไปโรงเรียนเดิม)

ฉันพยามเล่าให้นางเห็นภาพ ว่าถึงไม่ติดก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ตอนนี้ mindset เราได้แล้ว เราเข้าใจเรื่อง POW แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน mindset นี้จะพาเราไปถึงเป้าหมายได้

เหมือนนางจะเข้าใจ อารมณ์ดีขึ้น แต่ซักพักเดียวเริ่มต้นร้องไห้ใหม่อีกละ วนไปวนมาอย่างนี้วันละ 3-4 รอบ เป็นมา 2-3 วันแล้ว

เมื่อคืนเป็นช่วงประกาศผล สติสตางค์เรียกว่าไม่อยู่กับตัวเองละ เว็บไซต์โรงเรียนล่มตั่งแต่ 5 ทุ่ม นางนอนกดรีเฟรชทั้งคืนจนกระทั่งน่าจะตี 4 นางมาปลุกผมแล้วบอกว่า “หนูติดแล้ว“

คนเป็นพ่อแม่เห็นลูกมีความสุข นั่นมันมากกว่าความสุขที่เราสร้างของเราขึ้นมาเองหลายเท่านัก

โดยเฉพาะเป็นความสำเร็จที่ได้จากการเก็บสะสม POW มาด้วย มันน่าจะสอนอะไรนางได้เยอะจริงๆ

แต่นางจะรู้มั้ย ว่าชีวิตยังอีกยาวไกลมาก และไม่รู้ว่าจะเรียกตรงนี้ว่าเพิ่งเริ่มต้นได้หรือไม่ด้วยซ้ำ

GD

#siamstr

ดีใจกับน้องด้วยคับ ที่รู้จักว่าตัวเอง ชอบอะไร และกล้าที่จะข้ามออกมาจากค่านิยมในสังคมที่ตัวเองอยู่ 👏

ตอนผม ม.ปลาย สอบเข้ามหาวิทยาลัย ผมยังรู้สึกเสียดาย ตรงที่ผมยึดกับอะไรก็ไม่รู้ว่า เราเรียนห้อง วิทยาศาสตร์มานะ ต้องเข้า วิศวะฯ เท่านั้น ทั้งที่ลึกๆชอบสายสังคม ปรัชญา การเมือง มากกว่า

แล้วดันสอบตรงเข้าวิศวะได้เข้าไปเรียน ปี1 ก็ไม่มีไรมาก แต่ปี2 จำได้เลยว่าคือ ไม่ใช่ทางเลย ไม่เข้าใจอะไรเลย จนสุดท้ายตัดสินใจ สอบใหม่ ไป คณะวิทยาศาสตร์ อีกนะ 🥲

สรุปปัจจุบัน ตอนนี้ จะจบรัฐศาสตร์ รามฯ ละ ช้ากว่าเพื่อนเยอะ แต่ก็ภูมิใจในตัวเองแล้วแหละ สิ่งนี้นี่แหละ ที่เป็นตัวผม และทำให้ผมได้เข้าใจในอุดมการณ์ของบิตคอยน์ ไม่ใช่จากสายโปรแกรมเมอร์ 😌

แต่ผู้ปกครองยุคใหม่ โหดร้ายกว่าตรง ใช้ระบบการเงิน สร้างมโนคติ ให้ประชาชนต้องหาเงินมากขึ้นมาสู้กับเงินที่เสื่อมค่า โดยไม่รู้ตัว ว่าตัวเอากำลังถูกกดขี่อยู่ แต่ความรู้ประชาชนคือ กำลังมีความสุขกับความต้องการใช้จ่ายมากขึ้น อย่างที่รัฐต้องการ

กลับกันในยุคโบราณ ผู้ปกครองบังคับประชาชนตรง ประชาชนขัดขืนไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ยังรู้ตัวว่าตัวเองโดน กดขี่ อยู่นะ ยังมีโอกาส หนีออกจากระบบที่กดขี่ง่ายกว่า ปัจจุบัน #siamstr

เรื่องจริงมากครับ ถ้าคนไม่จ่ายค่าจ้างให้รัฐมาดูแลเรา รัฐก็ เจ๊งแน่ๆ แต่ถ้าคนอยู่โดยอิสระไม่ต้องจ้างใครมาดูแลเรา เราก็อยู่ได้ภายใต้กลไกของธรรมชาติได้

Replying to Avatar HereTong

ได้รับขำขันจากไลน์ครอบครัว

ความว่า

—-

ใครเจริญกว่ากัน

ที่ประเทศจีน มีการขุดค้นพบซากสายโทรศัพท์ในระดับความลึก 50 เมตร

ทั่วประเทศต่างพากันฉลองดีใจ ด้วยเชื่อว่าเมืองจีนมีโทรศัพท์ใช้แล้วเมื่อ 50 ปีก่อน……..

ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงขุดดินบ้างให้ลึกกว่า 100 เมตร ก็พบซากสายโทรศัพท์เช่นกัน

ทั่วประเทศต่างพากันฉลองดีใจ ด้วยเชื่อว่าประเทศของตนมีโทรศัพท์ใช้แล้วเมื่อ 100 ปีก่อน……

ประเทศไทยก็คิดว่าน่าจะมีบ้าง

จึงขุดดินลงไประดับความลึก 200 เมตร

ปรากฏว่าไม่เจออะไร..??..

ทั่วประเทศต่างพากันฉลองดีใจ

ด้วยเชื่อว่าเมืองไทยมีโทรศัพท์ไร้สายใช้แล้ว เมื่อ 200 ปีก่อน

#siamstr

คนไทยเมื่อ 200 ปีก่อน อาจจะมีจิตที่นิ่งพอที่จะสื่อสารแบบไร้สายได้ผ่านโทรจิต 🫠⚡

Replying to Avatar Piriya ⚡🟧

Saylor มันร้าย

วันก่อนเห็นข่าวผ่านตา $MSTR ขึ้นเป็นบริษัทใหญ่อันดับ 332 ใน S&P500

โดย Microstrategy ถือสินทรัพย์ $24billion ในขณะที่มูลค่ารวมของ SP500 อยู่ที่ราว ๆ $42trillion

นั่นหมายความว่า $MSTR ถือเป็น 0.05% ของ SP500 และถ้าหากบิตคอยน์มีมูลค่าเพิ่มขึ้น มันก็จะยิ่งมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น

หมายความว่าอะไร

เรายังไม่ต้องคิดถึง ETF

เพียงแค่นี้ก็แปลว่ากองทุนเกือบทั้งหมดในสหรัฐ ถือ BTC Allocation อยู่ส่วนหนึ่งแล้ว

และยังมีแนวโน้มที่จะเป็นสัดส่วนใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ

การอยู่ใน SP500 เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเงินที่ผลิตเพิ่มขึ้น เมื่อไหลมาถึงมือของกองทุนและสถาบันทาการเงิน ก็จะถูกจัดลงทุนในตลาด โดยเฉพาะใน Index อย่าง SP500.

นั่นหมายความว่า ยิ่งมีการลดค่าเงินด้วยการพิมพ์เงินมากขึ้นเท่าไหร่ เงินเหล่านั้นก็จะไหลเข้าสู่ Saylor ส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งจะถูกนำไปแปลงเป็นบิตคอยน์ กลายเป็นวงจรสูบเลือดเงินเฟียตอัดฉีดเข้าสู่บิตคอยน์ ซึ่งจะทำให้มูลค่าของ $MSTR เพิ่มขึ้น และสามารถดูดสัดส่วนของเงินได้มากขึ้นตามไปด้วย

ร้ายยยยย

คารวะ ท่านหมอผี saylor ที่ช่วยจับผีใส่ไห ให้มวลมนุษย์ชาติ 🥲🥹