GM Nostr, #Siamstr
ขอให้เป็นวันที่สุขสงบ
สาธุ
GM krub :)💜
ในคลิปเป็นเวอร์ชั่นที่ค่อนข้างเพราะเลยครับ ให้ความสงบดี
ความพร้อมเพรียงมีส่วนด้วย ถ้าเรารู้ความหมายด้วยจะสงบได้ลึกถึงใจเลย
สัมมาสัมพุทธะ แสดงธรรมบทนี้ ในแรกตรัสรู้ เหมือนกันหมด? มีพูดถึงพวกเทพและสวรรค์ชั้นต่างๆไว้ด้วย?
เป็นบทที่ขึ้นด้วย “เอวัมเม สุตัง” ซึ่งแปลว่า “ข้าพเจ้า (พระอานนท์เถระ) ได้ฟังมาแล้วอย่างนี้“
ผมเข้าใจว่าเป็นคำของ ”สาวก“ ที่ไม่ใช่พุทธวจนโดยตรง ซึ่งเราไม่มีทางรู้ว่าคำกล่าวเหล่านี้เป็นจริงหรือไม่
ใด ๆ คือ ด้วยระบบของการ “สวด” ที่เป็นการใช้เสียงที่มีจังหวะ มีไดนามิก และเรโซแนนซ์ที่เป็นความถี่เฉพาะ เมื่อได้ฟัง (ถึงแม้จะไม่รู้ความหมาย) ก็มีส่วนที่ทำให้สภาวะของจิตใจมีความสงบขึ้นครับ (ยังผลที่เอาแค่เรื่องของความสงบ)
ส่วนความประรำประราของเรื่องภพภูมิต่าง ๆ อาจจะต้องศึกษาลงลึงไปถึงพระไตรปิฎก ซึ่งต้องใช้เวลาที่เยอะมาก ๆ ด้วยจำนวนหน้าที่มีราว ๆ 1 หมื่นกว่าหน้า
ดังนั้นผมไม่อาจจะตอบได้ว่า พระพุทธเจ้าได้สอนเรื่องภพภูมิต่าง ๆ เอาไว้จริง ๆ หรือไม่ หรือเป็นเพียงสิ่งที่ถูกแต่งเติมขึ้นเพื่อขยายอิทธิพลของความเชื่อทางศาสนาให้มีความเข้ากันได้กับวัฒนธรรมของท้องถิ่นครับ :)
ท่านHipknoxเคยได้เรียนบาลีมามั้ยครับ เห็นแปลบาลีได้?
ไม่ได้เรียนมาเลยครับ ผมเป็นคนประเภทที่ถ้าส่งสัยอะไรจะไปหาข้อมูลเอา ฮ่า ๆ :)
แบบว่าอย่างในเรื่องนี้ เราเข้าใจในความเป็นพุทธว่าแก่นหลักคือการดับทุกข์เพื่อการพ้นทุกข์และเข้าสู่สภาวะของนิพพาน ที่จะไม่มีการเวียนว่ายตายเกิดอีก
ดังนั้นผมจึงสงสัยในบทสวดบทนี้ที่มีการกล่าวถึงระดับขั้นของสวรรค์และพรหมโลก ซึ่งไม่ใช่จุดหมายสูงสุดของพุทธแน่ ๆ แต่ทำไมถึงมีการบันทึกเอาไว้ พอไปค้นหาความหมายคำแปลถึงได้รู้ว่าเป็นคำของสาวก
และได้ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจมาอีกเรื่องนึงว่า จริง ๆ แล้วในสมัยของพระพุทธเจ้าไม่ได้มีการ “สวด“ แบบที่เวลาเราไปวัดมักจะมีบทสวดต่าง ๆ ในพิธีกรรมทางศาสนาในปัจจุบัน ซึ่งในสมัยของพระพุทธเจ้า การ ”สวด“ จะเป็นระบบของการบันทึกคำสอนของศาสนาพระเวท (พราหมณ์) ด้วยการท่องคำสอนในภาษาสันสกฤตโบราณ เป็นความน่าทึ่งของการบันทึกคำสอนด้วยการใช้เสียง
(ในยุคสมัยที่ยังไม่มีการบันทึกทางตัวอักษร เขาจะใช้การท่องจำ ซึ่งบทสวดพระเวท ใช้ระบบการออกเสียง สำเนียง และวรรณยุกต์ ที่จะไม่มีการถูกเปลี่ยนแปลงในภายหลังได้ ซึ่งมันน่าทึงมาก ๆ )
ที่กล่าวว่าในสมัยของพระพุทธเจ้าไม่มีการ “สวด” เพราะมีเหตุการณ์หนึ่งในสมัยนั้นมีพระ 2 รูปมาร้องกล่าวกับพระพุทธเจ้าว่า มีสมณะเหล่าอื่นกำลังสั่งสอนบิดเบือนคำสอนของพระพุทธเจ้า พระทั้ง 2 จึงต้องการให้พระพุทธเจ้าบันทึกคำสอนจากพุทธวจนให้อยู่ในภาษาสันสกฤตโบราณแบบเดียวกับที่พวกพราหมณ์ใช้กัน จะได้ไม่ถูกตีความและบิดเบือนไป
แต่พระองค์ก็ปฏิเสธไป เพราะว่าพระองค์ต้องการให้คำสอนของพระองค์สามารถที่จะเจ้าถึงและสามารถทำให้คนที่ได้ฟังได้เรียนสามารถเข้าใจได้ง่าย ๆ ด้วยภาษาที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่น เช่น เมื่ออยู่ในแคว้นมคธก็ทรงเทศสอนด้วยภาษามคธ เมื่อไปแคว้นอื่นก็ใช้ภาษาของแคว้นอื่น
ถ้าหากใช้ภาษาพระเวทที่ใช้กันเฉพาะนักบวชพราหมณ์ชั้นสูงเท่านั้นที่ใช้กันมาบันทึกคำสอน คำสอนของพระองค์จะไม่มีวันเข้าถึงชาวบ้านตาดำ ๆ ที่ไม่ได้เรียนพระเวทมาอย่างแน่นอน
ยาวเลย ถามนิดเดียวแต่ผมตอบซะยาวเลย หวังว่าจะมีประโยชน์นะครับ :)