Avatar
Hipknox_ (εὐδαιμονία)
0bd1f20c47a4f87d232cfdc70415710a29cb8ee08c10e96c87d880fb3cbb8bc2
μέμνησο θανάτου จงระลึกถึงความตาย

เมื่อคืนเดือดมาก ๆ เลย 🔥

Newbie

คอนเทนต์สำหรับมือใหม่

- รีวิวภาพรวมของ Nostr (จุดขาย, ป้ายยา)

- แนะนำ Client ต่าง ๆ ในส่วนของการใช้งานรูปแบบของสื่อสังคมโซเชียล

- แนะนำ Client ต่าง ๆ ที่เป็น Media

- การใช้งานกระเป๋า LN Wallet ตั้งค่าการ zap

- extension ต่าง ๆ

- วิธีการปกป้อง Privacy

News

อัพเดทข่าวสาร

- ข่าวสารแวดวง Nostr Dev. ไทย-เทศ

- ข่าวสารแนะนำ Client เกิดใหม่

- ข่าวสารสถิติการใช้งาน Nostr

- ข่าวสารเกี่ยวกับ LN Wallet

Forum

เทคนิคคอลเชิงลึก

- nsec, npub

- nip แต่ละประเภทใช้ทำอะไร

- การสร้าง relay ใช้งานเอง

- แนะนำ Github ที่เกี่ยวของกับ Nostr

สุขภาพ

- รวมลิงก์หมอเอก

- บทความ unfiatfood/health

อื่น ๆ

แบบว่าถ้าต้องการรับเอาคุณค่าของน้ำมันมะพร้าว (สกัดเย็น) ก็กินสด ๆ ไปเลย (อย่าเอาไปโดนความร้อน)

แต่ถ้าต้องการใช้น้ำมันสำหรับทำอาหาร ก็เลือกพวกน้ำมันปาล์ม น้ำมันหมู แบบนั้นดีกว่า เพราะราคาถูกกว่า

Key คือ ความร้อนสินะครับ แม่ผมเอาน้ำมันมะพร้าว (สกัดเย็น) ไปทอดไข่อยู่เป็นปี เป็นไข่เจียวที่ราคาแพงมาก 🤣

ใช้ Nostr แทบจะต้องเช็คคำผิดก่อนกด Post ทุกครั้งเลย ไม่งั้นพลาดแล้วพลาดเลย 555

Replying to Avatar 9shrek

วันนี้มีเรื่องสนุกๆมาเล่าให้ฟัง

ผมรู้จักกับอาจารย์ท่านนึง ท่านสอนวิชาเทอโมไดนามิกส์(วิชาที่ผมสอบตก) เราจะเรียนด้วยกันทุกบ่ายวันพฤหัส

//ตอนที่ทุกคนนั่งในห้องรออาจารย์มาสอน

อยู่ๆอาจารย์ก็เดินเข้ามาแล้วเปิดว่า “ มีใครเห็นข่าวมั้ย ที่นักวิทยาศาสตร์ต่างประเทศออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆให้ความสำคัญเรื่องโลกร้อน ก่อนที่โลกจะเลยจุดหวนกลับมั้ย(ถ้าผ่านจุดหวนกลับที่ว่าเราจะไม่มีโลกที่อากาศดีอีกต่อไป โลกที่แปรปรวนคือปลายทางถัดไป) “

หลังจากอาจารย์พูดจบผมคิดในใจว่า “ อาจารย์ต้องมาเรียกร้องให้เราช่วยกันแน่ เพราะเราเป็นนักศึกษา เราเป็นคนรุ่นใหม่ “

หลังจากนั้นอาจารย์ก็ได้เขียนกระดานหน้าห้องเป็น รูปด้านล่าง (อันนี้ผมวาดเอง อาจจะผิดพลาดต้องขออภัยล่วงหน้าตรงนี้เลย) มันเป็นรูปของ การที่เราหยิบเอา ดวงอาทิตย์ และ โลก เข้าไปในระบบ แล้วเราก็สนใจแค่โลกกับดวงอาทิตย์ เราจะเรียกว่า system boundary มันเหมือนเป็นการตีกรอบว่าเราจะเอาวัตถุอะไรบ้างมาคิดในระบบนี้(เอาแค่ที่เราสนใจไรงี้) จากรูป ด้านนอกกรอบคือไม่มีอะไรเลย(ส่วนที่จักรวาลยังขยายตัวไปไม่ถึง) ส่วนด้านในคือจักรวาลของเรา สมมติให้มีแค่ดวงอาทิตย์กับโลก มองง่ายๆคือเหมือนเราเอาโลกกับดวงอาทิตย์ลงไปไวในน้ำแก้วเดียวกัน

จากกฎข้อที่หนึ่งของเทอโมไดนามิกส์คือพลังงานจะไม่หายไปไหน ไม่เกิดใหม่ แค่จะเปลี่ยนรูป(หรือที่ผมมองแบบอย่างง่ายสุดคือย้ายที่)

สมมติเรามีดวงอาทิตย์ที่ร้อนมากหย่อนลงในน้ำแก้วเดียวกันที่มีโลกอุณหภูมิน้อยๆเมื่อเทียบกับดวงอาทิตย์ มันจะเหมือนเราเอาเหล็กก้อนกลมร้อนๆจุ่มลงในน้ำที่มีเหล็กกลมอีกก้อน ตอนแรกน้ำบริเวณรอบๆจะร้อนก่อน แล้วค่อยๆร้อนจนหมดทั้งแก้ว แต่ในแก้วน้ำไม่ได้มีแค่เหล็กที่ร้อน มีเหล็กอีกก้อนด้วย น้ำจะถ่ายเทพลังงาน(ความร้อน)ไปให้เหล็กอีกก้อน(โลก) จนสุดท้ายทั้งอุณหภูมิของน้ำ ดวงอาทิตย์ และโลก จะเท่ากันในที่สุด

ไปเข้ากับกฎเทอโมไดนามิกส์ข้อที่ศูนย์(อาจารย์บอกว่า “ที่เรียกว่ากฎข้อที่ศูนย์คือจริงๆเป็นข้อหนึ่งแต่ลืมเขียนตั้งแต่แรก เลยเอามาเป็นข้อศูนย์แทน” ผมแบบ “ห๊ะ5555 มีงี้ด้วยแฮะ”)

กฎข้อที่ศูนย์ของเทอโมไดนามิกส์คือการที่วัตถุ A และ B อุณหภูมิเท่ากัน และอุณหภูมิของ B และ C ก็เท่ากันด้วย แปลว่าอุณหภูมิของ A เท่ากับ C (ขออนุญาตอธิบายแบบเข้าใจง่าย) เลยเป็นการที่สุดท้ายแล้วทั้ง 3 วัตถุในกรอบระบบที่เราคิดขึ้นมา(ในแก้วน้ำ) คือเหล็กที่ร้อน(ดวงอาทิตย์) น้ำในแก้ว และเหล็กอีกลูก(โลก) ทั้ง 3 จะอุณหภูมิเท่ากันเพราะดวงอาทิตย์ทำการปล่อยความร้อนตลอดเวลา เอาง่ายๆคือโลกกับดวงอาทิตย์จะต้องร้อนเท่ากันในวันใดวันนึง ถ้ามีดาวในระบบสุริยะเยอะก็จะช่วยกันหารค่าความร้อนเฉยๆ

หลังจากนั้นอาจารย์บอกกับพวกเราในห้องว่า “ ผมว่าจริงๆแล้วเราไม่ได้มีจุดหวนกลับมาตั้งแต่แรกหรอก แค่มีคนบางกลุ่มมองเห็นการใช้ประโยชน์จากการที่โลกร้อนมาหาผลกำไรเท่านั้น ”

มุมมองที่อาจารย์มองเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนก็แอบน่าคิดน่าเอามาแบ่งปัน

ถูกผิดยังไงขออภัยด้วยนะครับ

#siamstr

#zap

#nostr

ชอบมากเลยครับ เห็นภาพที่ชัดเจนด้วย ถ้าซูมออกไปขยาย time frame กว้าง ๆ จะเห็นว่าบนโลกเองมันมีวัฏจักรร้อนเย็นสลับกันระหว่างยุคน้ำแข็ง ยุคอบอุ่น

พอซูมเขาไปในกรอบเวลาแคบ ๆ ในยุคสมัยปัจจุบันเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมาแล้วเห็นว่าอุณหภูมิมันเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี แล้วมาบอกว่าเป็นเพราะมนุษย์เผ่าเชื้อเพลิงฟอสซิล ทำอุตสาหกรรมหนัก เผ่าทรัพยากรโลกอย่างน้ำสะอาด บลา ๆ แล้วมันอดคิดไม่ได้ว่า จริง ๆ แล้วโลกมันก็ร้อนขึ้นจริง ๆ นั่นแหละ เพียงแค่ว่ามันเป็นวัฏจักรของมัน สิ่งที่มนุษย์ทำอาจจะไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับโลกขนาดนั้น (หรือถ้าลองตัดตัวแปรอย่างมนุษย์ ลบมนุษย์ออกไปจากโลกแล้วพบว่ามันก็ยังคงร้อนขึ้น จะบอกว่ามันร้อนขึ้นเพราะว่าฝีมือมนุษย์อยู่อีกหรือเปล่า)

หรือจริง ๆ narrative เรื่องโลกร้อนมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อซ้อนเงินเฟ้อในรูปของ คาร์บอนเครดิต และเอาไว้ใช้ในการกดหัวประเทศกำลังพัฒนาไม่ให้สามารถเข้าถึงพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ชาติมหาอำนาจได้ใช้มันเพื่อพัฒนาประเทศของพวกเขาจนมันเติบโตและยิ่งใหญ่กว่าชาติอื่น ๆ ไปได้นานแล้ว และกดไม่ให้ประเทศที่จำเป็นจะต้องเขาถึงแหล่งพลังงานประสิทธิภาพสูงเพื่อพัฒนาประเทศให้ทันกับชาติมหาอำนาจ ให้ไปเสียเวลาและทรัพยากรในการผลิตเอาพลังงานทางเลือก (ประสิทธิภาพต่ำ) อย่างโซล่าเซลล์ กังหันลม มาใช้แทนและจะไม่มีวันที่จะตามทันชาติมหาอำนาจได้

เอาจริง ๆ ถ้าโลกร้อนเป็นเรื่องจริงในมิติที่เป็นเพราะฝีมือของมนุษย์แล้วพวกเราร่วมมือกันหยุดสภาวะนี้ได้จริง ๆ

เรื่องสมมติ ถ้าเกิดสมมติว่ามันเกิดเหตุการณ์ Solar Flare ที่ดวงอาทิตย์เกิดการปะทุปลดปล่อยพลังงานความร้อนสูงมายังโลก ในช่วงเวลาที่ซีกโลกที่เป็นกลางวันจะมีพื้นที่ที่อุณหภูมิจะสูงขึ้นเฉียบพลัน อาจจะทำลายสิ่งมีชีวิตในซีกโลกกลางวันทิ้งทั้งหมด และหลังจากนั้นไอน้ำร้อนในมหาสมุทรจะก่อตัวเป็นพายุที่เต็มไปด้วยละอองน้ำร้อน พัดเข้าสู่ซีกโลกกลางคืนภายในไม่กี่ชม. มนุษย์จะรับมือกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้นี้ยังไง? มนุษย์ที่เก่งกาจสามารถที่จะหยุดภาวะโลกร้อนได้จะหยุดเหตุการณ์การปะทุของดวงอาทิตย์ได้ยังไง?

เขียนมาให้อ่านอีกนะครับ เรื่องแนวนี้ผมชอบมาก ๆ เลย Zap โลด :)

ตัวคนขายผลิตภัณฑ์อาจจะกำลังงง ๆ ว่า นี่ชั้นพูดอะไรผิดรึเปล่านะ? ก็พูดตามสคริปนิหน่า.. ทำไมคุณลูกค้าเถียงดิชั้น 🤣

Replying to Avatar Jingjo

เริ่มต้นโหมดทำงานวันแรกของปี เราก็ตรงเข้าขยี้และเขย่าต้นฉบับดราฟต์แรกของหนังสือพี่ชิตทันที อยากให้คลอดออกมาทันปีนี้แบบสวย ๆ แต่กวาดตาดูคร่าว ๆ ทำไมมันยาวขนาดนี้วะ ดราฟต์ดิบ ๆ ปาไป 20 กว่าบท!! ได้เวลาตัดแต่งเล็มเลาะให้กระชับขึ้นอีกพอสมควร

เอ้อ! ยังคิดชื่อหนังสือไม่ออกนะ 55555 ใครมีไอเดียลองโยนมาสุมรวมกันได้ครับ จะส่งให้พี่ชิตพิจารณาเลือกอีกที ส่วนชื่อแรก ๆ ที่เคยใช้เป็น working title ที่ผู้เกี่ยวข้องกับเล่มนี้ยังใช้เรียกเรื่อย ๆ ก็จะมี :

- ลุงขี้เมาสอนหลาน

- ลุงต้มเบียร์สอนหลาน

- ความจริงแม่งช้า

- แดกก่อนเก็บ (อันนี้เพิ่งมาใหม่หลังจาก LIVE #สภายาม่วง ในตำนานครั้งนั้น)

- Make Saving Great Again

#siamstr

วันนั้นเห็นใน Nostr พูดถึงคำว่า sats ที่ใช้ใน Satoshi ว่าไปตรงกับ Sàt (สัตฺย) ความจริง ในภาษาสันสกฤต ประจวบเหมาะกับที่พี่ชิตพูดเรื่อง The Universal Truth ก็เลยลองหาอะไรเล่นไปเรื่อย ๆ แล้วไปเจอคำว่า “ความจริง” ในภาษาละตินว่า “veritas”

มันมีสำนวนของภาษาละตินที่เกี่ยวกับความจริงโดยเอามาเชื่อมโยงกับไวน์เครื่องดื่มมึนเมาว่า "in vino veritas" “In wine there is truth” หรือ “ในไวน์มีความจริง” , เมื่อไวน์เข้าปากความจริงก็ปรากฏ

ถ้าเอามาเปลี่ยนคำใหม่จากไวน์เป็นเบียร์ เพราะพี่ชิตต้มเบียร์จะเป็น “in cervisia veritas" ”In beer there is truth“ หรือ “ในเบียร์มีความจริง” ก็ฟังดูน่าสนใจดีเหมือนกันนะครับ

555

เอาหนะครับ เรามีเดิมพันที่มันใหญ่ขึ้น ทั้งการงาน ธุรกิจ ครอบครัว จะทำอะไรก็ต้องคิดแล้วคิดอีกให้มันครอบคลุมทุก ๆ ด้าน ไม่ขาดไม่เกินไม่ทำอีกอย่างแล้วไปกระทบกับอีกอย่าง ถึงจะปล่อยวางได้ยาก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่รู้สึกทุกข์จนเกินไปอาจจะลองตั้งคำถามดูว่าสิ่งที่กำลังทำคุ้มค่ากับความทุกข์นี้มั้ย ถ้าไม่ก็อาจจะลองวางมันลงแล้วค้นหาสิ่งอื่น ๆ ที่ดีกว่าแทน

เป็นกำลังใจให้นะครับ :)

ดีจังเลยครับ ของผมตอนเป็นเด็กนี่เก็บกดมาก ๆ เลย แล้วชอบที่จะเก็บเอาอะไรมาคิดจนนอนไม่หลับ จนกระทั้งรู้สึกตัวว่าคิดไปคนเดียวอยู่แค่คนเดียวภายในหัว ก็เปลี่ยนความเป็นจริงของสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ แค่ปล่อยมันไปแล้วก็หลับไปดีกว่า

จริง ๆ มีอีกสองคำในภาษาฮีบรูที่น่าสนใจมาก ๆ คือ “ความจริง” กับ “โกหก” ไว้เรียบเรียงดี ๆ แล้วจะเอามาแชร์ให้อ่านกันครับ :)

เมื่อเห็นถึงความเป็นจริงแล้วจึงปล่อยวางลง :)

ตำนานแหวนแห่งโซโลมอน

this too shall pass ประโยคที่แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “แล้วสิ่งนี้ก็จะผ่านไปเช่นกัน“ ฟังดูผิวเผินแล้วก็อาจจะไม่ได้ดูมีความหมายที่ลึกซึ้งอะไรมากมายนัก เหมือนจะเป็นถ้อยที่เอาไว้ใช้ปลอบประโลมจิตใจเมื่อมีความทุกข์ว่าความทุกข์นี้ก็จะผ่านพ้นไป ทำไมใคร ๆ ถึงพูดกันหรือบางคนถึงกับเอาไปตั้งเป็นคติสำหรับเตือนใจประจำตัว จริง ๆ แล้วประโยคนี้มีความลึกซึ้งและมีที่มา

ที่มาที่ไปของประโยคนี้ยังมีความคลุมเครือ แต่จากตำนานนิทานพื้นบ้านของชาวฮีบรูได้เล่าว่า

ในสมัยของกษัตริย์โซโลมอนผู้ปรีชาสามารถและมีความฉลาดปราดเปรื่องรอบรู้ในทุก ๆ สิ่ง ครั้งหนึ่งพระองค์เคยใช้สติปัญญาในการวินิจฉัยคดีความที่มีหญิงสองคน มาร้องทุกข์ให้พระองค์ตัดสินความว่า เด็กคนที่อยู่กับพวกนางคนนี้เป็นลูกของใคร เหตุการณ์คือหญิงทั้งสองที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ได้ตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรด้วยกันทั้งคู่ แต่อยู่มาวันหนึ่งลูกของนางคนหนึ่งได้ตายไป นางคนที่สูญเสียลูกไปก็กล่าวอ้างว่าเด็กที่มีชีวิตอยู่เป็นลูกของนาง ส่วนนางคนที่เป็นแม่ที่แท้จริงก็แย้งว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของนาง

กษัตริย์โซโลมอนที่ไม่รู้ความจริงว่านางคนไหนคือแม่ของเด็กตัวจริง ก็ได้รับสั่งให้ทำการผ่าเด็กคนนั้นแบ่งออกเป็นสองส่วน แล้วแบ่งให้หญิงทั้งสองที่มีปัญหากันได้ครอบครองเด็กไปอย่างละครึ่ง ผลก็ปรากฏว่าเมื่อรับสั่งดังนั้น หญิงคนหนึ่งก็ได้ฟูมฟายออกมา และกล่าวว่าอย่าได้ฆ่าเด็กคนนี้เลย พร้อมกับยอมกล่าวยกเด็กคนนั้นให้กับหญิงอีกนางหนึ่งไป ทันทีที่กษัตริย์โซโลมอนได้เห็นดังนั้น ก็รู้ได้ทันทีว่าใครที่เป็นแม่ตัวจริงของเด็ก

เข้าเรื่องตำนานของแหวนแห่งโซโลมอน

ในวันหนึ่ง พระองค์ได้ออกรับสั่งให้เหล่าอำมาตย์และเหล่านักปราชญ์ รวมถึงนักปราชญ์คนสนิทนามว่า เบเนอา ให้ทำการสร้างแหวนขึ้นวงหนึ่งสำหรับพระองค์ โดยเงื่อนไขคือแหวนวงนั้นจะต้องมีคำสลักหรือจะเป็นคาถาอะไรก็ได้ ที่เมื่อใดพระองค์ได้ทอดพระเนตรไปยังแหวนวงนั้น เมื่อพระองค์กำลังมีความทุกข์จะสามารถมีความสุขได้ และเมื่อใดที่พระองค์กำลังมีความสุขเมื่อพระองค์ทอดพระเนตรไปยังแหวนแล้วพระองค์จะกลับกลายเป็นมีความทุกข์

อำมาตย์และเหล่านักปราชญ์ก็ถกเถียงกันว่า บนโลกนี้จะมีแหวนแบบนั้นได้ยังไง แหวนที่เปลี่ยนให้คนที่กำลังรู้สึกทุกข์ให้มีความสุข และเปลี่ยนคนที่กำลังมีความสุขให้มีความทุกข์ได้ในเวลาเดียวกัน

กษัตริย์โซโลมอนได้ให้เวลากับพวกเขาเป็นเวลาหกเดือน

เวลาได้กระชั้นชิดเขามา ไม่มีวี่แววว่าเหล่าอำมาตย์ นักปราชญ์ นักบวช หรือแม้แต่ตัวของ เบเนอา เองจะคิดออกว่าจะสร้างแหวนตามที่รับสั่งได้อย่างไร ยิ่งเวลาผ่านไป ตัวของ เบเนอา เองก็รู้สึกทุกข์ร้อนมากขึ้น หากว่าทำการนี้ไม่สำเร็จพระราชอาญาก็คงจะต้องตกมาถึงตัวของเขาเป็นแน่

ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่ต้องทุกข์ร้อนอยู่นาน เบเนอา ก็คิดขึ้นได้ว่าจะกังวลไปทำไมกัน ชีวิตนี้ของมนุษย์นั้นไม่เที่ยงแท้ถาวร ไม่มีอะไรที่ยั่งยืน ทุก ๆ สิ่งล้วนผ่านเขามาแล้วก็ผ่านไป ทั้งทุกข์และสุข เราจะยึดติดกับมันมากเกินไปทำไมกัน

ดังนั้น ในวันที่ถึงเวลาต้องถวายแหวนให้กับกษัตริย์โซโลมอน เมื่อพระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นคำสลักบนแหวนวงนั้น " גם זה יעבור " (กัม เซย์ ยาโว) - this too shall pass หรือ แล้วสิ่งนี้ก็จะผ่านไปเช่นกัน พระองค์ก็ทรงแย้มพระโอษฐ์ออกมาอย่างพอพระทัย

จริงด้วย คำสลักนี้เป็นจริง เมื่อใดก็ตามที่เรากำลังมีความสุขกับราชสมบัติ กับสติปัญญาที่พระผู้เป็นเจ้าประทานให้กับเรา เมื่อเราได้มองไปยังคำสลักที่แหวนวงนี้เราก็จะกลายเป็นทุกข์ เพราะทุก ๆ สิ่งที่เรามี ความสุข สมบัติ ปัญญา ในวันหนึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะอันตรธานหายไป และเมื่อใดที่เรากำลังรู้สึกทุกข์เมื่อได้มองไปที่คำสลักบนแหวนวงนี้ เราก็จะรู้ได้ว่าความทุกข์ใด ๆ ก็ล้วนผ่านพ้นไปเช่นกัน

และเหมือนจะตรงกันกับคำว่า “อนิจจัง“ ในภาษาบาลี (อนิจฺจํ) ที่แปลว่า “ความไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่แน่นอน” ที่ทั้งความทุกข์และสุขล้วนไม่มีความจีรังยั่งยืน

เราอาจจะใช้ประโยค ๆ นี้เพื่อเตือนสติตัวเองในเวลาที่กำลังมีความสุขมากเกินไปให้หันไปมองความเป็นจริงที่ว่าสุขนี้ก็จะผ่านไป และเตือนสติตัวเองในเวลาที่กำลังเป็นทุกข์ให้หันไปมองความเป็นจริงที่ว่าแล้วทุกข์นี้ก็จะผ่านไปเช่นกัน

‎גם זה יעבור

This Too Shall Pass

แล้วสิ่งนี้จะผ่านไปเช่นกัน

ขอเป็นกำลังใจให้กับทุก ๆ คน สำหรับการเริ่มต้นปีใหม่อีกหนึ่งปี ขอให้เป็นปีที่ดี.. :)

#Siamstr

Replying to Avatar SOUP

ฟังเพลงฟังสบายๆ กันครับ เร็วๆ นี้เราจะ Live กันบนทุ่งม่วง

https://www.flare.pub/w/naddr1qqrhsezdxe9ys6qppamhxue69uhkummnw3ezumt0d5pzp4wr6p3kw903482mu2hc4khqjtt427tz82ez8alfwpgkrpx3zkdnqvzqqqy9hve0d3xr

แนวเพลงที่เราเล่นจะเป็นเพลงสากลเก่าๆ เพลงไทยก็ยุค 90 ไม่ก็ 2000

พร้อมกับมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกกันด้วย

ฝากติดตามด้วยครับ #Siamstr

อ้อ.... อยากฟังเพลงอะไรขอกันมาได้เลยครับ

ขอได้เลย.....แต่จะเล่นให้ไหมก็อีกเรื่องนะ 55555

เพราะมากเลยครับ ❤️

Replying to Avatar BKMiner

BiTcoin For Degen (BTFD) Ep.1

ขอเสนอตอน วิธีหา yield จาก bitcoin

Yield คือสิ่งที่เรา degens ใฝ่ฝันจะไขว้คว้ามัน เพราะ yield คือการที่เงินเราค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้น และยิ่งเงินที่มันหาที่ฝากกินดอกเบี้ยไมาได้อย่าง BTC การที่เราได้ yield แม้แค่ 1% ต่อปี ก็หมายความว่าเรา win !

ต่อไปนี้จะเสนอวิธีหา yield จาก btc แบบ degen ก็คือวิธีที่คุณไม่ต้องใช้ proof of work เยอะ แบบแค่สมัครเปิดบัญชี ถ่าย kyc แล้ว earn easy yield ได้เลย ดังนั้นการทำ routing node และ home mining จะตกไปนะครับ เนื่องจากมันต้องใช้ POW

1.Short call option : เอาไปเทรด option ซึ่งถ้าคุณอยากสำเร็จ คุณก็ต้องศึกษา strategy, mindset และ money management และถ้าคุณไม่ศึกษา คุณไปเทรดมั่วๆ คุณจะกลายเป็น yield ดังนั้นมันต้องใช้ pow ดังนั้น อันนี้โดนปัดตก

1. (เอาใหม่) เอาไปเล่น poker ที่ swclub หรือ ln poker : อันนี้คุณสามารถหลับหูหลับตากดปุ่มเพื่อหวังให้คุณมี btc เพิ่มขึ้นได้ แต่การจะเล่น poker ให้ได้กำไร คุณจะต้องหมั่นศึกษาทั้ง technical game, mental game และ bank roll management และคุณต้องนั่งกดที่จอตลอด session แต่ถ้าคุณไม่ศึกษา คุณก็คือ fish ที่เอาไว้ให้ pro กิน yield จากคุณ ดังนั้น อันนี้ก็ปัดตกเหมือนกัน

1. Zap มาให้ผมสิ เดี๋ยวผม zap กลับ 2 เท่า อันนี้แหละ ดีที่สุด เชื่อผม ผมลองมาแล้ว ไม่ต้องใช้ proof of work ใดๆ แค่กด zap

สรุป

chad money doesn’t need yield โว้ย

#siamstr #yieldseeking #rentseeking #degenstr

ชอบเลย ต้องมีคนหลงกลแน่ ๆ