Good morning #Siamstr
ใครอยากดูย้อนหลังสภายาส้มเชิญเลยครับตามนี้
> Zapstream: https://w3.do/Nvw0y5nu
Nostrudel: https://w3.do/oaq9Iy7g
Wherostr: https://w3.do/qrHAcPoc
Restreamer: stream.notoshi.win
ชอบไคลเอนต์ไหนเลือกดูได้เลยครับ
เมื่อคืนเดือดมาก ๆ เลย 🔥
Newbie
คอนเทนต์สำหรับมือใหม่
- รีวิวภาพรวมของ Nostr (จุดขาย, ป้ายยา)
- แนะนำ Client ต่าง ๆ ในส่วนของการใช้งานรูปแบบของสื่อสังคมโซเชียล
- แนะนำ Client ต่าง ๆ ที่เป็น Media
- การใช้งานกระเป๋า LN Wallet ตั้งค่าการ zap
- extension ต่าง ๆ
- วิธีการปกป้อง Privacy
News
อัพเดทข่าวสาร
- ข่าวสารแวดวง Nostr Dev. ไทย-เทศ
- ข่าวสารแนะนำ Client เกิดใหม่
- ข่าวสารสถิติการใช้งาน Nostr
- ข่าวสารเกี่ยวกับ LN Wallet
Forum
เทคนิคคอลเชิงลึก
- nsec, npub
- nip แต่ละประเภทใช้ทำอะไร
- การสร้าง relay ใช้งานเอง
- แนะนำ Github ที่เกี่ยวของกับ Nostr
สุขภาพ
- รวมลิงก์หมอเอก
- บทความ unfiatfood/health
อื่น ๆ
แบบว่าถ้าต้องการรับเอาคุณค่าของน้ำมันมะพร้าว (สกัดเย็น) ก็กินสด ๆ ไปเลย (อย่าเอาไปโดนความร้อน)
แต่ถ้าต้องการใช้น้ำมันสำหรับทำอาหาร ก็เลือกพวกน้ำมันปาล์ม น้ำมันหมู แบบนั้นดีกว่า เพราะราคาถูกกว่า
Key คือ ความร้อนสินะครับ แม่ผมเอาน้ำมันมะพร้าว (สกัดเย็น) ไปทอดไข่อยู่เป็นปี เป็นไข่เจียวที่ราคาแพงมาก 🤣
ใช้ Nostr แทบจะต้องเช็คคำผิดก่อนกด Post ทุกครั้งเลย ไม่งั้นพลาดแล้วพลาดเลย 555
ชอบมากเลยครับ เห็นภาพที่ชัดเจนด้วย ถ้าซูมออกไปขยาย time frame กว้าง ๆ จะเห็นว่าบนโลกเองมันมีวัฏจักรร้อนเย็นสลับกันระหว่างยุคน้ำแข็ง ยุคอบอุ่น
พอซูมเขาไปในกรอบเวลาแคบ ๆ ในยุคสมัยปัจจุบันเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมาแล้วเห็นว่าอุณหภูมิมันเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี แล้วมาบอกว่าเป็นเพราะมนุษย์เผ่าเชื้อเพลิงฟอสซิล ทำอุตสาหกรรมหนัก เผ่าทรัพยากรโลกอย่างน้ำสะอาด บลา ๆ แล้วมันอดคิดไม่ได้ว่า จริง ๆ แล้วโลกมันก็ร้อนขึ้นจริง ๆ นั่นแหละ เพียงแค่ว่ามันเป็นวัฏจักรของมัน สิ่งที่มนุษย์ทำอาจจะไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับโลกขนาดนั้น (หรือถ้าลองตัดตัวแปรอย่างมนุษย์ ลบมนุษย์ออกไปจากโลกแล้วพบว่ามันก็ยังคงร้อนขึ้น จะบอกว่ามันร้อนขึ้นเพราะว่าฝีมือมนุษย์อยู่อีกหรือเปล่า)
หรือจริง ๆ narrative เรื่องโลกร้อนมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อซ้อนเงินเฟ้อในรูปของ คาร์บอนเครดิต และเอาไว้ใช้ในการกดหัวประเทศกำลังพัฒนาไม่ให้สามารถเข้าถึงพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ชาติมหาอำนาจได้ใช้มันเพื่อพัฒนาประเทศของพวกเขาจนมันเติบโตและยิ่งใหญ่กว่าชาติอื่น ๆ ไปได้นานแล้ว และกดไม่ให้ประเทศที่จำเป็นจะต้องเขาถึงแหล่งพลังงานประสิทธิภาพสูงเพื่อพัฒนาประเทศให้ทันกับชาติมหาอำนาจ ให้ไปเสียเวลาและทรัพยากรในการผลิตเอาพลังงานทางเลือก (ประสิทธิภาพต่ำ) อย่างโซล่าเซลล์ กังหันลม มาใช้แทนและจะไม่มีวันที่จะตามทันชาติมหาอำนาจได้
เอาจริง ๆ ถ้าโลกร้อนเป็นเรื่องจริงในมิติที่เป็นเพราะฝีมือของมนุษย์แล้วพวกเราร่วมมือกันหยุดสภาวะนี้ได้จริง ๆ
เรื่องสมมติ ถ้าเกิดสมมติว่ามันเกิดเหตุการณ์ Solar Flare ที่ดวงอาทิตย์เกิดการปะทุปลดปล่อยพลังงานความร้อนสูงมายังโลก ในช่วงเวลาที่ซีกโลกที่เป็นกลางวันจะมีพื้นที่ที่อุณหภูมิจะสูงขึ้นเฉียบพลัน อาจจะทำลายสิ่งมีชีวิตในซีกโลกกลางวันทิ้งทั้งหมด และหลังจากนั้นไอน้ำร้อนในมหาสมุทรจะก่อตัวเป็นพายุที่เต็มไปด้วยละอองน้ำร้อน พัดเข้าสู่ซีกโลกกลางคืนภายในไม่กี่ชม. มนุษย์จะรับมือกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้นี้ยังไง? มนุษย์ที่เก่งกาจสามารถที่จะหยุดภาวะโลกร้อนได้จะหยุดเหตุการณ์การปะทุของดวงอาทิตย์ได้ยังไง?
เขียนมาให้อ่านอีกนะครับ เรื่องแนวนี้ผมชอบมาก ๆ เลย Zap โลด :)
ตัวคนขายผลิตภัณฑ์อาจจะกำลังงง ๆ ว่า นี่ชั้นพูดอะไรผิดรึเปล่านะ? ก็พูดตามสคริปนิหน่า.. ทำไมคุณลูกค้าเถียงดิชั้น 🤣
วันนั้นเห็นใน Nostr พูดถึงคำว่า sats ที่ใช้ใน Satoshi ว่าไปตรงกับ Sàt (สัตฺย) ความจริง ในภาษาสันสกฤต ประจวบเหมาะกับที่พี่ชิตพูดเรื่อง The Universal Truth ก็เลยลองหาอะไรเล่นไปเรื่อย ๆ แล้วไปเจอคำว่า “ความจริง” ในภาษาละตินว่า “veritas”
มันมีสำนวนของภาษาละตินที่เกี่ยวกับความจริงโดยเอามาเชื่อมโยงกับไวน์เครื่องดื่มมึนเมาว่า "in vino veritas" “In wine there is truth” หรือ “ในไวน์มีความจริง” , เมื่อไวน์เข้าปากความจริงก็ปรากฏ
ถ้าเอามาเปลี่ยนคำใหม่จากไวน์เป็นเบียร์ เพราะพี่ชิตต้มเบียร์จะเป็น “in cervisia veritas" ”In beer there is truth“ หรือ “ในเบียร์มีความจริง” ก็ฟังดูน่าสนใจดีเหมือนกันนะครับ
555
เอาหนะครับ เรามีเดิมพันที่มันใหญ่ขึ้น ทั้งการงาน ธุรกิจ ครอบครัว จะทำอะไรก็ต้องคิดแล้วคิดอีกให้มันครอบคลุมทุก ๆ ด้าน ไม่ขาดไม่เกินไม่ทำอีกอย่างแล้วไปกระทบกับอีกอย่าง ถึงจะปล่อยวางได้ยาก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่รู้สึกทุกข์จนเกินไปอาจจะลองตั้งคำถามดูว่าสิ่งที่กำลังทำคุ้มค่ากับความทุกข์นี้มั้ย ถ้าไม่ก็อาจจะลองวางมันลงแล้วค้นหาสิ่งอื่น ๆ ที่ดีกว่าแทน
เป็นกำลังใจให้นะครับ :)
ดีจังเลยครับ ของผมตอนเป็นเด็กนี่เก็บกดมาก ๆ เลย แล้วชอบที่จะเก็บเอาอะไรมาคิดจนนอนไม่หลับ จนกระทั้งรู้สึกตัวว่าคิดไปคนเดียวอยู่แค่คนเดียวภายในหัว ก็เปลี่ยนความเป็นจริงของสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ แค่ปล่อยมันไปแล้วก็หลับไปดีกว่า
จริง ๆ มีอีกสองคำในภาษาฮีบรูที่น่าสนใจมาก ๆ คือ “ความจริง” กับ “โกหก” ไว้เรียบเรียงดี ๆ แล้วจะเอามาแชร์ให้อ่านกันครับ :)
ตำนานแหวนแห่งโซโลมอน
this too shall pass ประโยคที่แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “แล้วสิ่งนี้ก็จะผ่านไปเช่นกัน“ ฟังดูผิวเผินแล้วก็อาจจะไม่ได้ดูมีความหมายที่ลึกซึ้งอะไรมากมายนัก เหมือนจะเป็นถ้อยที่เอาไว้ใช้ปลอบประโลมจิตใจเมื่อมีความทุกข์ว่าความทุกข์นี้ก็จะผ่านพ้นไป ทำไมใคร ๆ ถึงพูดกันหรือบางคนถึงกับเอาไปตั้งเป็นคติสำหรับเตือนใจประจำตัว จริง ๆ แล้วประโยคนี้มีความลึกซึ้งและมีที่มา
ที่มาที่ไปของประโยคนี้ยังมีความคลุมเครือ แต่จากตำนานนิทานพื้นบ้านของชาวฮีบรูได้เล่าว่า
ในสมัยของกษัตริย์โซโลมอนผู้ปรีชาสามารถและมีความฉลาดปราดเปรื่องรอบรู้ในทุก ๆ สิ่ง ครั้งหนึ่งพระองค์เคยใช้สติปัญญาในการวินิจฉัยคดีความที่มีหญิงสองคน มาร้องทุกข์ให้พระองค์ตัดสินความว่า เด็กคนที่อยู่กับพวกนางคนนี้เป็นลูกของใคร เหตุการณ์คือหญิงทั้งสองที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ได้ตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรด้วยกันทั้งคู่ แต่อยู่มาวันหนึ่งลูกของนางคนหนึ่งได้ตายไป นางคนที่สูญเสียลูกไปก็กล่าวอ้างว่าเด็กที่มีชีวิตอยู่เป็นลูกของนาง ส่วนนางคนที่เป็นแม่ที่แท้จริงก็แย้งว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของนาง
กษัตริย์โซโลมอนที่ไม่รู้ความจริงว่านางคนไหนคือแม่ของเด็กตัวจริง ก็ได้รับสั่งให้ทำการผ่าเด็กคนนั้นแบ่งออกเป็นสองส่วน แล้วแบ่งให้หญิงทั้งสองที่มีปัญหากันได้ครอบครองเด็กไปอย่างละครึ่ง ผลก็ปรากฏว่าเมื่อรับสั่งดังนั้น หญิงคนหนึ่งก็ได้ฟูมฟายออกมา และกล่าวว่าอย่าได้ฆ่าเด็กคนนี้เลย พร้อมกับยอมกล่าวยกเด็กคนนั้นให้กับหญิงอีกนางหนึ่งไป ทันทีที่กษัตริย์โซโลมอนได้เห็นดังนั้น ก็รู้ได้ทันทีว่าใครที่เป็นแม่ตัวจริงของเด็ก
เข้าเรื่องตำนานของแหวนแห่งโซโลมอน
ในวันหนึ่ง พระองค์ได้ออกรับสั่งให้เหล่าอำมาตย์และเหล่านักปราชญ์ รวมถึงนักปราชญ์คนสนิทนามว่า เบเนอา ให้ทำการสร้างแหวนขึ้นวงหนึ่งสำหรับพระองค์ โดยเงื่อนไขคือแหวนวงนั้นจะต้องมีคำสลักหรือจะเป็นคาถาอะไรก็ได้ ที่เมื่อใดพระองค์ได้ทอดพระเนตรไปยังแหวนวงนั้น เมื่อพระองค์กำลังมีความทุกข์จะสามารถมีความสุขได้ และเมื่อใดที่พระองค์กำลังมีความสุขเมื่อพระองค์ทอดพระเนตรไปยังแหวนแล้วพระองค์จะกลับกลายเป็นมีความทุกข์
อำมาตย์และเหล่านักปราชญ์ก็ถกเถียงกันว่า บนโลกนี้จะมีแหวนแบบนั้นได้ยังไง แหวนที่เปลี่ยนให้คนที่กำลังรู้สึกทุกข์ให้มีความสุข และเปลี่ยนคนที่กำลังมีความสุขให้มีความทุกข์ได้ในเวลาเดียวกัน
กษัตริย์โซโลมอนได้ให้เวลากับพวกเขาเป็นเวลาหกเดือน
เวลาได้กระชั้นชิดเขามา ไม่มีวี่แววว่าเหล่าอำมาตย์ นักปราชญ์ นักบวช หรือแม้แต่ตัวของ เบเนอา เองจะคิดออกว่าจะสร้างแหวนตามที่รับสั่งได้อย่างไร ยิ่งเวลาผ่านไป ตัวของ เบเนอา เองก็รู้สึกทุกข์ร้อนมากขึ้น หากว่าทำการนี้ไม่สำเร็จพระราชอาญาก็คงจะต้องตกมาถึงตัวของเขาเป็นแน่
ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่ต้องทุกข์ร้อนอยู่นาน เบเนอา ก็คิดขึ้นได้ว่าจะกังวลไปทำไมกัน ชีวิตนี้ของมนุษย์นั้นไม่เที่ยงแท้ถาวร ไม่มีอะไรที่ยั่งยืน ทุก ๆ สิ่งล้วนผ่านเขามาแล้วก็ผ่านไป ทั้งทุกข์และสุข เราจะยึดติดกับมันมากเกินไปทำไมกัน
ดังนั้น ในวันที่ถึงเวลาต้องถวายแหวนให้กับกษัตริย์โซโลมอน เมื่อพระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นคำสลักบนแหวนวงนั้น " גם זה יעבור " (กัม เซย์ ยาโว) - this too shall pass หรือ แล้วสิ่งนี้ก็จะผ่านไปเช่นกัน พระองค์ก็ทรงแย้มพระโอษฐ์ออกมาอย่างพอพระทัย
จริงด้วย คำสลักนี้เป็นจริง เมื่อใดก็ตามที่เรากำลังมีความสุขกับราชสมบัติ กับสติปัญญาที่พระผู้เป็นเจ้าประทานให้กับเรา เมื่อเราได้มองไปยังคำสลักที่แหวนวงนี้เราก็จะกลายเป็นทุกข์ เพราะทุก ๆ สิ่งที่เรามี ความสุข สมบัติ ปัญญา ในวันหนึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะอันตรธานหายไป และเมื่อใดที่เรากำลังรู้สึกทุกข์เมื่อได้มองไปที่คำสลักบนแหวนวงนี้ เราก็จะรู้ได้ว่าความทุกข์ใด ๆ ก็ล้วนผ่านพ้นไปเช่นกัน
และเหมือนจะตรงกันกับคำว่า “อนิจจัง“ ในภาษาบาลี (อนิจฺจํ) ที่แปลว่า “ความไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่แน่นอน” ที่ทั้งความทุกข์และสุขล้วนไม่มีความจีรังยั่งยืน
เราอาจจะใช้ประโยค ๆ นี้เพื่อเตือนสติตัวเองในเวลาที่กำลังมีความสุขมากเกินไปให้หันไปมองความเป็นจริงที่ว่าสุขนี้ก็จะผ่านไป และเตือนสติตัวเองในเวลาที่กำลังเป็นทุกข์ให้หันไปมองความเป็นจริงที่ว่าแล้วทุกข์นี้ก็จะผ่านไปเช่นกัน
גם זה יעבור
This Too Shall Pass
แล้วสิ่งนี้จะผ่านไปเช่นกัน
ขอเป็นกำลังใจให้กับทุก ๆ คน สำหรับการเริ่มต้นปีใหม่อีกหนึ่งปี ขอให้เป็นปีที่ดี.. :)
#Siamstr




#m=image%2Fjpeg&dim=554x554&blurhash=UFGciPIoui-p.lR%2BIVbbyrrsm%2CS%7ENeX9%2C%3A%252&x=33e2536e546731eac5a3d34911ccc40c01d305e61a075a93103b3a1d8d7e16df
#m=image%2Fjpeg&dim=864x1920&blurhash=%5B7Psq%3F4o%3F%5E%25M00xuIBn%24EI%25LH%40ox00Rjt%2Bbw00WA%252W%40yVs%3BMeV%3F00tSOqMw00SJ%25fV%5EO8%25Lw%7DNH&x=5e953ab08e1305c5832a4c57f528b61fdf1ebe894912a95ed092c30f957cf127
#m=image%2Fjpeg&dim=864x1920&blurhash=%5B5QvtJIA%7EqyD00adX8bv00%25MM%7BR*00Rjj%3FRP00ozIUnO00tRVsa000tQV%40n%2400ozIUxu8_IUtRoz&x=c392d44ea45e5320e9a3b9d68aca72f054a95222ab012b5ea9c8f53a23932830
#m=image%2Fjpeg&dim=864x1920&blurhash=%5B6Qck%3BMx%7Eqoz00RPaeRj00xuM%7BWC00oyRjt700ozRjf600kWX7V%4000kWM%7Bt600tRRjs%3A9ENGxuV%40&x=8e2c96ff94f53be6a024ca5ea0dbec331172161ab1181e5be44d707d2872635c
#m=image%2Fjpeg&dim=864x1920&blurhash=%5B7Qck%3BRP%7Eqo%7D00RPkWSh00xuIokC00ozRQoK00bbRiaK00ozV%40aK00ozRjn%2400j%5Dj%40WBIARPkCoz&x=2022f3d242f68ec28a0e9125750a3d164ed295c33c3c03d3b3df807f202fd7c2