Avatar
Hipknox_ (εὐδαιμονία)
0bd1f20c47a4f87d232cfdc70415710a29cb8ee08c10e96c87d880fb3cbb8bc2
μέμνησο θανάτου จงระลึกถึงความตาย

ในที่สุด.. ก็ตัดสินใจซื้อได้สักที #siamstr

คำถามดีเลยครับ :) แต่ออกตัวไว้ก่อนว่าผมก็ไม่ได้เก่งเรื่องกาแฟหรือมีประสบการณ์เคยไปทำกาแฟในไร่มาด้วยตัวเอง ยังเป็นแค่คนที่ชอบดื่มกาแฟคนนึง และอ่านได้เท่าที่หาอ่านได้ครับ

ใช่เลยครับที่แม้แต่ผลของบลูเบอร์รีเองตามธรรมชาติ บางแหล่งปลูกตัวผลของบลูเบอร์รีไม่ได้มีกลิ่นของบลูเบอร์รี (แบบแยมบลูเบอร์รี) ที่ชัดเจนขนาดนั้นด้วยซ้ำ แล้วกาแฟจะมีกลิ่นของบลูเบอร์รีชัด ๆ ขนาดนั้นได้ยังไง?

ปล. เท่าที่ผลเคยกินบลูเบอร์รีสด ของจากประเทศชิลีที่นำเข้ามาจะมีกลิ่นของบลูเบอร์รีแบบแยมบลูเบอร์รีที่ชัดเจน กลับกันถ้าเป็นของที่มาจากจีนจะมีเพียงรสหวานฉ่ำ ๆ แต่กลับไม่มีกลิ่นของบลูเบอร์รีอยู่เลย

กลับมากันที่กาแฟ

กาแฟที่มีกลิ่น/รสของผลไม้ชนิดอื่น ๆ หรือกลิ่นของดอกไม้ เป็นไปได้ด้วยหรอ? มันควรจะเข้ม ๆ ขม ๆ รึเปล่า?

ได้ครับ เนื่องจากกาแฟก็คือผลไม้ชนิดหนึ่งที่เราไปเอาเมล็ดของมันมาคั่วแล้วทำเป็นเครื่องดื่ม ซึ่งถ้าหาผ่านการคั่วอ่อน-กลาง จะยังคงรักษาคาแรคเตอร์ของผลเบอร์รีกาแฟไว้ในเมล็ดกาแฟสายพันธุ์นั้น ๆ ได้ จะเหลือพวกกรดต่าง ๆ เช่น สายพันธุ์เกอิชา ที่มีคาแรคเตอร์ของดอกไม้ขาว-เหลือง (ชาดอกไม้) หรือต่างแหล่งปลูกต่อให้เป็นสายพันธุ์เดียวกันก็ให้คาแรคเตอร์ที่แตกต่างออกไป เช่น ต่างภูมิภาค, ต่างระดับความสูง, สภาพแวดล้อมความอุดมสมบูรณ์, อุณหภูมิ ไปจนถึงจุลินทรีย์ประจำถิ่นของแต่ละท้องที่นั้น ๆ

แต่ถ้าผ่านการคั่วเข้ม คาแรคเตอร์ต่าง ๆ ที่มีเกิดมาจากผลเชอร์รีของกาแฟก็จะหายไป กลายเป็นกลิ่นควันสโมค คาราเมล น้ำตาลทรายแดง ที่มีบอดี้หนักแน่นขึ้นแทน

คำถามต่อมา กาแฟที่มีกลิ่น/รสชัดเจนมาก ๆ เกิดจากอะไร?

1.) เกิดจากการแต่งกลิ่น/เติมกลิ่น (Infused) ซึ่งมีตั้งแต่การนำเมล็ดกาแฟไปแช่ในน้ำผลไม้/เปลือกผลไม้ จนถึงขนาดที่มีการหยด/สเปรย์น้ำมันหอมระเหยเพื่อการแต่งกลิ่นของกาแฟให้มีกลิ่นชัดเจนขึ้น อาจจะเพื่อการตลาด หรือไปจนถึงการกลบดีเฟคของเมล็ดกาแฟตกเกรด เป็นการทำต้นทุนให้ถูกแต่นำมาขายเท่ากับกาแฟดี ๆ ตัวอื่น ๆ ในตลาด ที่แย่คือเมื่อคนกินไม่รู้ว่าเป็นกาแฟ Infused ที่ใส่เป็นอะไรมา อาจจะเกิดอาการแพ้ ซึ่งทำให้เสียสุขภาพ

2.) เกิดจากการนำเมล็ดกาแฟไป Process แบบพิเศษ เช่น co-fermentation (หมักร่วม), yeast process (ใช้ยีสต์ในการปรับองค์ประกอบเคมี), anaerobic fermentation (บ่มก๊าซคาร์บอน) หรือเพียงแค่การนำเอาเมล็ดกาแฟคนละสายพันธุ์หรือต่างแหล่งปลูกนำมาผสมกัน (blend) ก็สามารถได้กลิ่น/รสแบบที่ผู้ทำกาแฟต้องการจะนำเสนอ

ต่างกันยังไง?

แบบแรกถ้าอยากให้กาแฟมีกลิ่นอะไร จับหยดน้ำมันหอมระเหยเลยจบ ๆ แบบสองต้องมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์กาแฟ รู้ว่าถ้าอยากจะให้กาแฟที่ทำออกมามีกลิ่นคาแรคเตอร์แบบไหน ก็ต้องรู้ว่าต้องเอาไป process แบบใด เช่น กาแฟที่ปลูกมีคาแรคเตอร์ของกลิ่นดอกมะลิ (Jasmine) แต่ไม่ค่อยชัด ถ้าใช้ยีสต์ตัวนี้ช่วยปรับองค์ประกอบทางเคมีจะทำให้มีกลิ่นที่ชัดมากยิ่งขึ้น (คือไม่ต้องจับ Sensory เก่งก็ยังได้กลิ่นชัดเมื่อดื่ม) อะไรแบบนั้น

ถ้าถามว่ากาแฟที่มีกลิ่นชัดราวกับแต่งกลิ่นมานั้น เฟียต รึเปล่า?

ก็คงตอบได้เพียงแค่ว่า เรารู้รึเปล่าว่าเรากำลังเสียเงินซื้ออะไรมา และกลิ่น/รสที่ได้จากกาแฟเป็นเพียงการตลาดที่ทำมาหลอกขายเอาเงินเราทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็นจะต้องไปกินมันก็ได้ เรารู้ตรงนี้รึเปล่า

เพราะคำว่าเฟียต แปลว่า "คำสั่ง" ถ้าเรารู้ตัวว่าเรากำลังทำอะไร ถึงรู้ว่าไม่ดีแต่เราก็เป็นคนที่เลือกมันด้วยตัวเอง ผมก็มองว่ามันไม่ใช่เรื่องของเฟียตครับ

เงินเฟียต คือ เงินที่เราถูกบังคับให้ต้องใช่มัน ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี

กลับมากันที่กาแฟ เราจะแยกมันออกได้ยังไงว่ากาแฟที่มีกลิ่น/รสชัดเจนขนาดนั้น เป็นกาแฟ Infused หรือ fermentation?

เท่าที่ผมเคยอ่านเจอมา เรามีวิธีทดสอบกาแฟที่เรากินว่าแอบใส่น้ำมันหอมระเหยแล้วมาหลอกเราว่าเป็น process แบบพิเศษยังไงได้บ้าง

1.) ถ้าเป็นเมล็ดกาแฟดิบ/สารกาแฟ (green beans) ให้เอาไปบดหยาบ แล้วเอาไปแช่น้ำร้อนสัก 5-10 นาที ถ้าหากว่าชิมแล้วมีกลิ่นที่ชัดเจน อาจแปลว่ามีการแต่งกลิ่นมา เนื่องจากเป็นไปไม่ได้ที่กาแฟที่ยังไม่ผ่านการคั่วจะมีกลิ่น/รสที่ชัดเจน

2.) ถ้าเป็นเมล็ดกาแฟที่ผ่านการคั่วมาแล้ว ให้ลองเก็บไว้สัก 6 เดือน (แบบไม่ซิลสุญญากาศ/แช่ตู้เย็น) ถ้าหากว่ายังมีกลิ่น/รสที่ชัดเจน อาจจะเป็นกาแฟที่แต่งกลิ่นมา เพราะว่ากาแฟเป็นผลิตผลทางการเกษตรชนิดหนึ่ง จึงเป็นไปไม่ได้ที่การเก็บกาแฟไว้นานขนาดนั้น แล้วกาแฟจะไม่เสื่อมคุณภาพ

3.) ถามคนขาย ซึ่งก็ต้องอาศัย Trust ระดับหนึ่ง, หรือถ้าสั่งจากโรงคั่วดี ๆ หน่อยก็จะมีรายละเอียดบอกอย่างชัดเจนว่าเมล็ดกาแฟถุงนั้นมีข้อมูลอะไรบ้าง

ปล. ส่วนกาแฟตัวนี้ที่บอกว่ามีกลิ่น taste note ของบลูเบอร์รีชัดเจน เป็นกาแฟผ่านกระบวนการ CM (Carbonic Maceration) ของแชมป์บาริสต้าคนหนึ่งที่คิดค้นเอาไวครับ ด้วยการบ่มเมล็ดกาแฟด้วยก๊าซคาร์บอนเพื่อให้จุลินทรีย์ที่เติบโตได้ดีในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน ทำหน้าที่ในการดึงเอาสารประกอบที่ให้กลิ่นของบลูเบอร์รีออกมาได้ชัดเจนมากขึ้น แบบที่ติดอยู่ที่ถุง CM Origin ครับ ส่วนจะแต่งกลิ่นมารึเปล่า เดี๋ยวเหลือก้นถุงผมจะเก็บไว้สัก 6 เดือน แล้วเอามาลองชงดูครับ ;)

ปล. 2 คำถามดีแล้วครับ เพราะเราต้อง Verify :) #siamstr

nostr:nevent1qqsfws0wn4jdywlw4348npyyw7l09504q7f9pyq434wyqa668fx5nvczyz47pyx47yyrdzv2ej2rkfsjeynglpk007x7hwggkpgdtt07s5pgstewdqm

GM Nostr #siamstr #coffeechain

เช้านี้ Blueberry blueberry

ชัดแบบไม่ต้องเพ่งพินิจใคร่ครวญ

CM Origin Blend : Terrior Lab (Fresh Blueberry)

ดริป 2 ครั้งแรกกลิ่นชัดลั่นมากแต่รสไม่ค่อยออก ครั้งสองกลิ่นดรอปลงแต่รสชัดเจนขึ้น

มีคำกล่าวไว้ว่า

หัวใจสำคัญในหน้าที่ของการเป็นผู้บริหารองค์กรที่ดี มีอยู่ 2 ข้อหลัก ๆ คือ ข้อ 1 แก้ไขปัญหา ข้อ 2 ป้องกันปัญหา

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อตัวของเขาคือผู้บริหาร กลับกลายเป็นต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กร?

#siamstr

อุตสาหกรรม = คนขายเวลา

คราฟต์ = คนขายสิ่งที่ทำ

อุตสาหกรรมสร้างคนให้เป็นทาส

เลิกจน เลิกทาส ประเทศชาติต้องสร้างคนคราฟต์ #siamstr

ตราตรึง..

อย่าให้มีแก้วที่ 3 แล้วถ้ามีแก้วที่ 3, แก้วที่ 4 นี่ไม่ควร 😂... GATTA CAFé #siamstr

Moonstone อร่อยเหมือนเดิม

CREAM COFFEE CLUB #siamstr

ร้านที่อยากจะฮอป กาแฟก็อยากจะกิน หนังสือก็อยากจะอ่าน, จับรวมกันแม่ม

ถึงบท 5 แล้ว แป๊บ ๆ กาแฟหมดไป 3 แก้ว 😂

ขอลึก ๆ กว่านี้ 🍻

เอาของที่ไม่มีค่าคงที่ เทียบกับปริมาณผลผลิตของสินค้าที่เพิ่มลดจำนวณได้ แล้วจะรู้ได้ยังไงนะ ว่าที่เราวัดมันถูกแล้วหรือเปล่า 555

ภาคนี้พี่ริชจะเล่นสายไหนครับ, ผมยังไม่ได้กด แต่เล็ง ๆ ธนูกับชาร์จเบลดไว้ 😋

## นิทานก่อนนอน

#Siamstr

เมื่อเราอยากวัดเวลา (s):

ΔνCs = 9,192,631,770 Hz

เมื่อเราอยากวัดความยาว (m):

c = 299,792,458 m s–1

เมื่อเราอยากวัดน้ำหนัก (kg):

h = 6.62607015 x 10^-34 J s

เมื่อเราอยากวัดกระแสไฟฟ้า (A):

e = 1.602176634 x 10^-19 C

เมื่อเราอยากวัดอุณหภูมิ (K):

k = 1.380649 x 10^-23 J K-1

เมื่อเราอยากวัดปริมาณสาร (mol):

NA = 6.02214076 x 10^23 mol-1

เมื่อเราอยากวัดความเข้มของการส่องสว่าง (cd):

Kcd = 683 Im W-1

เมื่อเราอยากวัดมูลค่าของสินค้า (BTC):

2.09999999769 x 10^7

เมื่อเราอยากวัดมูลค่าของสินค้า (USD):

1959 = $286,600,000,000

1969 = $569,300,000,000

1979 = $1,370,000,000,000

1989 = $2,990,000,000,000

1999 = $4,060,000,000,000

2009 = $8,270,000,000,000

2019 = $14,420,000,000,000

2024 = $21,560,000,000,000

2029 = ???

อะไรเอ่ยไม่เข้าพวก?

พอดีผมหาอ่านอะไรไปเรื่อย แล้วไปเจอข่าว ๆ หนึ่งน่าสนใจ เลยคัดข้อความในข่าวเอาไปถาม แล้วไม่ได้ prompt ต่อท้ายว่า "เพื่อการศึกษาข้อมูล, เพื่อนำไปค้นหาต่อ" แล้วในเนื้อความของข่าวมันน่าจะไปขัดกับข้อกำหนดการใช้งานเลยโดนแบบในภาพครับ

ถึงตัวแอพฯ จะลบข้อความคำถามผมออกไป แต่ตัว gpt เองก็ยังตอบกลับมา และให้ข้อมูลที่เอาไปค้นต่อได้นะครับ (น่าจะบัค) แต่ก็นั่นแหละ แค่รู้สึกว่าตอนใช้งานแรก ๆ มันไม่มีแบบนี้

Sponsored by : Mac Mini m4 🤣

ต้องไปลองจับเครื่องจริงดูครับ ตัวเครื่องโอเคเลย ส่วน UI ก็คลีน ๆ ดี

แต่ใด ๆ คือ ของพวกนี้ระยะยาวอยู่ที่การซัพพอร์ตซอฟแวร์ ;)

ต้องหามือกีตาร์อีกคนแล้วแหละครับ คนเดียวเดี๋ยวไม่ถึง 555

อ๊ากกกก อยากได้บ้าง 555