ปกติจะเห็นแต่บิทคอยเนอร์ที่สนใจจะเข้ามาวิ่งเล่นในทุ่งม่วง แต่ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ มีสมาชิกใหม่ที่ยังไม่ใช่บิทคอยเนอร์ด้วยซ้ำ แต่กำลังวิ่งเล่นอยู่ในทุ่งม่วง
เรารู้สึกว่าเรื่องไลท์นิ่ง หรือ Nostr นี้มันยังใหม่มาก คนที่ไม่เคยรู้จักจะงงนิดๆ ไม่ก็โคตรงงเลย ว่ามันต่างกันยังไง มันมีอะไร
แล้วคนที่เราจะคุยเรื่องพวกนี้ด้วยได้ ต้องมีความสนใจในเรื่องการเงิน และมีความคิดแบบเปิดในระดับนึง และการที่จะอธิบายเรื่องใหม่ๆให้เป็นภาษาคนง่ายๆ มันก็ยากอยู่เหมือนกัน เพราะมันมีสิ่งใหม่ที่เราต้องแนะนำเขา มีชื่อเรียกใหม่ๆ แบบอย่างเช่น relays, zap, lightning address, npub, nsec คือจริงๆมันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น แต่สำหรับคนที่เน้นทฤษฎีก่อน ว่าอะไรคืออะไร พวกเขาอาจจะขี้เกียจเรียนจนผลัดไปเรื่อยๆแทน ก็เลยไม่ได้มาวิ่งเล่นในนี้ซะที
เราเลยตัดสินใจ ไม่สงสอนไม่สอนละว่าอะไรคืออะไร โหลดมาเลยละกัน แล้วส่ง sat ให้เขาดู จับมือทำดื้อๆเลยนี่แหละ จะได้รู้ว่ามันโคตรเจ๋ง คือให้ก้าวเข้ามาในโลกใหม่ก่อน แล้วค่อยอธิบาย แล้วจะกลายเป็นกลับกัน เขาจะเป็นคนถามเราเอง
ใครอยากแนะนำคนที่บ้านให้ลองเข้ามาวิ่งเล่น แนะนำว่าไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย โหลดให้เขาเลย พร้อม ส่ง zap แรกเป็นการเปิดทาง ให้เขาเห็นด้วยตัวเองว่า นี่ไงง่ายแค่นี้เอง อันนี้บัญชีนะ อันนี้กระเป๋านะ ส่งเงินแค่กดตรงนี้เองนะ นี่ไงเงินเข้าแล้วนะ 555
พอเขาก้าวเข้ามาในนี้ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีแต่ต้นไม้พันธุ์ดีมากมาย ยกตัวอย่างตัวเรา เราคือเมล็ดพันธุ์ที่อาจารย์พิริยะได้หว่านไว้ และเติบโตมากขึ้นโดยชุมชนบิทคอยเนอร์ช่วยกันรดน้ำใส่ปุ๋ย การพาคนใหม่ๆเขามาสัมผัสทุ่งม่วงนี้ก็คือหว่านเมล็ดพันธุ์ใหม่ๆลงบนพื้นที่นี้ แล้วให้ทุกๆคนช่วยกันรดน้ำ ไม่รู้ต้นไหนจะโตหรือไม่โต แต่เมล็ดได้ถูกวางอยู่บนผืนดินชั้นดีละ
หลังจากที่พวกเขาเข้ามาที่นี่ หวังว่าพวกเขาจะได้คำตอบของคำถาม ใช้เวลากับมันเพื่อที่จะเข้าใจโลกใหม่มากขึ้น zap จนคุ้นเคยกับระบบการเงินใหม่ และเมื่อพวกเขาเข้าใจแล้วเขาอาจจะกลายเป็นคนหว่านเมล็ดพันธุ์ต้นต่อไป
เราเพียงแค่ชี้ให้เขาดูโซ่ที่ขาของเขา ว่าถึงแม้เขาจะเป็นส่วนหนึ่งของรัฐ แต่เขาก็โดนโซ่นี้ล่ามไว้ไม่ได้ต่างไปจากคนอื่นๆ เขาก็เหมือนหัวหน้าทาสที่คิดว่าตัวเองไม่ได้เป็นทาส เราแค่ชี้ให้เขาเห็นว่า เขาก็ถูกล่ามอยู่เช่นกัน แค่ได้รับอนุญาตถือแซ่ไว้ในมือ
ถ้าผมวิเคราะห์จุด Tipping point ของเคสนี้ เจ้าหน้าที่เฟียตรายนั้นคงไม่ได้คลิกในความมหัศจรรย์ทางเทคนิคของบิตคอยน์อะไรขนาดนั้น แต่คลิกตรงความสามารถในการแก้ปัญหาที่เขากำลังเผชิญอยู่ การโอนเงินระหว่างประเทศของสองแม่-ลูก -- Bitcoin fix this
again.. Bitcoin is exit way
มันเหมือนงานขาย ที่นักขายลายครามจะไม่พยายามบรรยายสรรพคุณว่าสินค้าเขาดียังไง แต่เขาจะผูกมิตรและค้นหา Paint point ของคู่สนทนา จนกว่าจะเจอ Beneficial ที่ Solution ในมือเขาจะสร้างได้ เขาแทบไม่ต้องเสนอขายมันเลย
คุณแม่ nostr:npub1pcrwas9n9uwmzqcsqh0alselauulx0vkdwzns3jv5wwcwvsjlvts5sqlaq คงต้องมีทักษะในการ "ทำสิ่งนี้" อยู่ในตัวอย่างแน่นอน ผมดูจากยอดที่โดนเรียกเก็บผิดแล้ว เป็นผมคงจะเอาระบิดไปปาสรรพากร ไม่ก็จับป้าคนนั้นมานั่งยาง
หรือที่ผมคิดทั้งหมดนี้มันผิด? #Siamstr
เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังแบบเต็มๆเรื่องนะคะ สรรพากรที่เราคุยเรื่องนี้มีทั้งหมด 2คนค่ะ
คนแรกคือ คนนั่งหน้าห้อง จัดการเอกสาร คนนี้คือคนที่รู้จักบิทคอยน์มาก่อน มองบิทคอยน์ในแง่บวก แต่ไม่ได้มีความเข้าใจลึกซึ้ง และเป็นคนที่ลูกอยู่ต่างประเทศค่ะ
คนที่สองคือ หัวหน้าที่ตรวจสอบ นั่งในห้อง เป็นคนที่ตอนแรกโต้วาทีกับเราเล็กน้อยเรื่องเอกสาร เริ่มจากที่เขาเปิดประเด็นเรื่องหุ้นและไปจบที่บิทคอยน์ คนนี้คือคนที่นั่งคุยกับเราถึง3ชม. ตอนแรกมองว่าบิทคอยน์คือแหล่งฟอกเงิน มองบิทคอยน์ในแง่ลบ หลังจากที่ได้ยิงคำถามและฟังเราอธิบาย เรารู้สึกได้ว่าเขาเป็นคนฉลาดเลย เนื่องจากคำถามของเขาที่ถามมารัวๆ บ่งบอกว่า เขากำลังตั้งใจฟังเราอย่างมาก และพยายามทำความเข้าใจ เราประเมินว่าคนนี้ถ้าได้ศึกษาลงไปลึกอีกสักหน่อย เราว่าเขาอาจได้มาวิ่งเล่นในนี้ได้เลยค่ะ
เรื่องบิทคอยน์ แม่เราเข้าใจมากๆเลยค่ะ แต่เรื่องอาหาร สุขภาพ เขายังติดหมออยู่ แบบว่า โปรตีนแอมเวย์ นิวทรีไลท์ เขาอยู่ในวงการนี้มานาน และเข้าใจว่ามันดี แต่ไม่เป็นไร พูดได้จนกว่าเขาจะเบื่อ 555
ถึงกับต้องไปเสิร์ชกูเกิ้ลเลยค่ะ ว่ากะทกรกคืออะไร 55
พึ่งดูจบ หนังดีมาก สงครามโลกครั้งที่1 ทหาร3ล้านกว่านาย กับระยะทางไม่กี่ร้อยเมตร...
https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_2699082061931930081696538171.webp
โอ้ พึ่งรู้นะคะเนี่ยว่ามีเวอร์ชั่นเก่าด้วย ก็ว่า ส่งหนังไปเล่าให้พ่อฟังว่าพึ่งดูหนังนี้จบ หนังดีมาก พ่อตอบกลับมาว่า หนัง30ปีแล้ว เราก็งงว่า หนังพึ่งออก ทำไมพ่อบอกหนัง30ปี ตอนนี้กระจ่างแล้วค่ะ 555
โอ้ มีเวอร์ชั่นต้นฉบับด้วย มิน่าล่ะ เราไปเล่าให้พ่อฟังค่ะว่าดูหนังเรื่องนี้ พ่อบอกว่า หนัง30ปีละ เราก็งงๆว่า หนังมันพึ่งออกมานี่ ทำไมพ่อบอกว่าหนัง 30ปี กระจ่างแล้ว 555 ขอบคุณนะคะ
นึกถึงตอนเราเด็กๆเลย สมัยที่ยังไม่รู้จักอินเทอร์เน็ต กิจกรรมที่ทำประจำคือ ปั่นจักรยานไปเช่าหนังสือการ์ตูน ปั่นจักรยานไปเช่าวิดีโอ ฟังเพลงจากซาวเบ๊า 555 เทปเพลงออกใหม่ นั่งฝึกอ่านเนื้อเพลงที่ชอบเพราะในกล่องเทปจะมีเนื้อเพลงมาด้วย ช่วงป.6 ม.1 พึ่งรู้จักอินเทอร์เน็ต โปรแกรมพูดคุยกันอันแรกที่เคยเล่นคือเพิช เกมส์เค้าเต้อยังเล่นกันได้แค่ในร้านเดียวกัน แล้วก็มีRagnarok เกมส์ออนไลน์แรกที่รู้จัก โตมากับหนังสือการ์ตูน เกมส์ อินเทอร์เน็ต ในขณะที่พ่อแม่ไม่รู้จักเลย
เด็กรุ่นใหม่ในอดีตยอมรับเทคโนโลยีในทันที ขณะที่ต้องใช้เวลาผ่านไปราวๆ10-15ปี ผู้ใหญ่ทั่วๆไปถึงเริ่มรู้จักไลน์
ในขณะที่ทุกวันนี้ เด็กๆรุ่นใหม่ เติบโตมากับเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าไปกว่าตอนเราเด็กๆ และเป็นช่วงแรกเริ่มของไลท์นิ่ง,Nostr เด็กๆเหล่านี้จะกลายเป็นผู้ใหญ่ในอีก 10-15ปีข้างหน้า ไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะปฏิเสธสิ่งที่ดีกว่าสิ่งเดิมๆ แค่ผู้คนทั่วไปยังมองไม่ออก
เราอยู่ร่วมกันบนโลกแห่งความจริงไปพร้อมกันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปได้ ทุกวันนี้ยังเห็นหลายๆครอบครัวที่ต่อต้านไม่ให้ลูกเข้าถึงเทคโนโลยี เช่น ไม่ให้เด็กๆดูไอแพ่ดหรือเล่นเกมส์ ทั้งๆที่จริงแล้วถ้ามองเห็นประโยชน์ของมัน มันก็จะมีคุณค่ามหาศาล นึกถึงสมัยที่เราวิ่งไปเล่นเกมส์ตามร้านแล้วเขาบอกว่ามันเป็นอบายมุข ในขณะที่เกมส์เมอร์ยุคนี้โคตรรวย พวกเขาก็เด็กติดเกมส์เก่าทั้งนั้น 55
วันนี้มีคนแค่บางกลุ่มเท่านั้นที่มองเห็นความล้ำค่าของบิทคอยน์,lightning network,Nostr คนส่วนมากไม่รู้จักด้วยซ้ำ แต่ก็เชื่อว่าในอีก 10-15ปีข้างหน้า คนทั่วโลกจะใช้มันโดยไม่รู้ตัวว่าเป็นไปได้ยังไง
อนาคตอาจจะเห็นธนาคารหายไป สถานศึกษาลดน้อยลงหรือหายไป ผู้คนจะเชื่อมถึงกันในแบบโลกที่เขาเติบโตมา แต่ยังไงทุกคนก็ต้องใช้ชีวิตในโลกแห่งความจริงอยู่ดี แต่มันแค่ต่างออกไปจากเดิม
มีหนึ่งสิ่งที่เราสัมผัสได้จากการทำโฮมสคูลให้ลูกคือ เด็กๆไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเรียนนานมากขนาดนั้น เมื่อถึงวัย เขาจะทำได้และเข้าใจได้ง่ายขึ้นเอง การจับเด็กๆไปนั่งในห้องเรียนวันละ6-7ชม. ตั้งแต่3ขวบ มันไม่ได้ทำไปเพื่อให้เขาเรียนรู้ แต่มันเพื่อฝึกให้ง่ายต่อการทำตาม ทำให้เขาถูกจำกัดอิสระจนเคยชิน
และเมื่อไหร่ที่บิทคอยน์ถูกยอมรับไปทั่วโลก ผู้คนก็จะรู้ว่า เราไม่จำเป็นต้องทำงานหนักขนาดนั้น เราสามารถทำงานที่เรารัก งานที่มีคุณค่า ไปพร้อมกับการมีเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้นได้ ไม่มีใครขโมยความมั่งคั่งไปได้ ไม่ว่าจะจากการพิมพ์เงินเพิ่ม หรือการบังคับจ่ายภาษี และรัฐจะทำตัวดีกว่าที่เคยเป็นมา
nostr:note14heyu0gjmt6gxpfnst2cm7zs7xg3mh5r9n87pc9vpkk2zza23ptsws3ych





