ขออนุญาตแสดง
ข้อชวนสังเกต ชวนให้อยากศึกษา
คนพุทธ ส่วนใหญ่ มักชอบสวด, สวดเป็นพิธีกันเลย ในงานศพ
บท“อภิธรรม” เนี้ย บาททีอาจจะได้ยินกันในห้องโรงพยาบาลด้วยซ้ำ
อาจจะเพราะ “คนเป็น”หวังให้”คนตาย, ใกล้ตาย”ได้ยินได้ฟัง ธรรมบทนี้
คลับคล้ายคลับคลาเหมือนเป็นทางลัดอะไรบางอย่าง
แต่มีโอกาสเป็นๆกันอยู่
ทำไมเหตุอะไรจึงไม่ยอมศึกษากัน?
ผมจริงถือวิสาสะแนะนำให้ ค้น , พิจารณา ธรรมบทนี้ เพื่อให้ ” รู้ ” และเข้าใจภายในตัวเองให้มากขึ้น จะได้เป็น บาตรฐาน ในการใช้ชีวิต และตอบคำถามของตนเอง ครับ
GM ครับ🙏🏼🌞
ข้อสังเกต ให้ชวนศึกษา “อภิธรรม” คือ ชอบสวด, สวดกันเป็นพิธีเลย แต่แค่ตอน ”งานศพ”
อาจจะเพราะ “คนเป็น” หวังให้มีโอกาส สักนิดให้” คนตาย” ได้รู้ ธรรม บทนี้
ยังกับเหมือนเป็นทางลัดเลย
แต่ไม่ยอมศึกษากันตอนเป็นๆ😅 🙏🏼🙏🏼🙏🏼🌞
GM #siamstr อยู่กับธรรมชาติบ้าง อากาศเย็นๆต้องเที่ยวเหนือล่ะครับ🙂.. ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันหยุด ได้ตากแดดกับอากาศเย็นๆตอนเช้าฟินเลยครับ❤️
“ถ้าคุณเปลี่ยนวิธีการมองสิ่งต่างๆ สิ่งต่างๆที่คุณเห็นก็จะเปลี่ยนแปลง”….Max Planck
https://video.nostr.build/3720222027f4afb1a8c1054ea270bcbc45513932cb46759be71d7c7345554386.mp4
GM ครับท่าน
สิ่งที่บัณฑิตสะกิดใจ มันช่างน่าสะเดาะไข ซะเหลือเกิน
พอเรามาพิจารณา
“ทุกข์” ที่ว่าคือ การไม่ประสบกับสิ่งที่หวัง(สิ่งที่ชอบ)
“สาเหตุของทุกข์” ปัจจัยภายนอก ร้อยแปดพันเก้า มากระทบกับ ***ปัจจัยภายใน*** เกิดการกระเทือน
“เหตุของการดับทุกข์” เมื่อเริ่มเห็น กระบวนการเกิดของทุกว่ามี 2 ปัจจัยมากระทบ เราจึงเริ่มสร้างเหตุปัจจัยให้เกิดผล (ในกรณีนี้ ท่านบัณฑิตเริ่มค้นพบเหตุปัจจัยภายนอกที่มากระทบ แต่ลืมดู ลืมพิจารณาปัจจัยภายใน และกระบวนการกระทบ)
“ทางพ้นทุกข์”
ปัจจับภายนอก ของแนะนำภาพกว้างๆ อะไรที่ใช้เผาเวลาแล้วน่าจะแก้ได้ก็ใช้ ความพยายามเป็นเชื้อ สร้างมันขึ้น
ส่วนปัจจัยภายใน ขออนุญาตแนะนำ
“อภิธรรม” ธรรมะของรุ่นใหญ่ เป็น ปรมัตถธรรม* คือธรรมขั้นสูง ธรรมละเอียด
*
“เป็นความจริงที่ไม่ใช้สมมุติ
เป็นเนื้อความที่แท้จริง ที่แท้แน่นอน
ไม่มีการแปรปรวนกลับกลอก
จริงแบบ จะเถียงก็ไม่ได้
ไม่ว่าเวลาไหน หรือในที่ใด
ทั้งไม่เกี่ยวกับบุคคล สัตว์ หรือสิ่งของ ทั้งสิ้น”
ธรรมที่ต้อง verify รัวๆต้องอ่านแล้วอ่านอีก ไม่พอ”ต้องปฏิบัติ ให้รู้จักสภาวะต่างๆที่เกิดขึ้นจากภายใน”
ประกอบการพิจารณา อีกอย่างรู้ทัน รู้ตลอด รู้เนืองๆ 🙏🏼🙏🏼🙏🏼
ให้อารมณ์เหมือน พอรู้และยอมรับ ความจริง ของปัจเจก ทำให้ก้าวข้าม สภาวะ อิสรภาพ ได้ ยังไงยังงั้นเลย
ท่องในความรู้สึก, ครั้งนึงเคยรู้สึกจริงๆว่าเป็นคนที่คุยกับใครๆ ก็ไม่รู้เรื่อง
Dont waste it. 🌞
#siamstr
GM รักษาสุขภาพด้วยครับ🙏🏼🙏🏼🙏🏼
สักวันหนึ่งความตายก็คงมาถึงเรา
มาบีบ มาเค้น มาบังคับให้เรา”ปล่อย”ทุกสิ่งทุกอย่าง…
ถ้ายังมีโอกาส เราอาจจะต้องซ้อม ต้องหัด
“ปล่อย” วาง ล่วงหน้า!! ซ้อมตายทางจิตใจให้มันคุ้นเคยซักหน่อย ถึงเวลาจะได้ไม่ลำบากมาก 🙏🏼🙏🏼🙏🏼
ขอความสวัสดี จงมีแก่ท่านทั้งหลายย
ผมว่าน่าจะใช้กับดักครับ 😳
ถ้าไม่เสียเวลาจนเกินไป ลองโอนบน pc ซักรอบ ผม เองก็อยากรู้ เหมือนกัน หาทางเตรียมตัว🙏🏼🙏🏼🙏🏼
Nicehash เริ่มบังคับ KYC ละครับ
จะถอนอันที่ฉันลงแรงขุด ยังต้องยืนยันตัวตน

#siamstr
#norstr
#nicehash
#kyc
โอน LN เหมือนไม่ต้องนะครับ
เปลี่ยนจากแค่นั้ง เป็นเอาทุก “อริยาบท” ไหนๆก็ หายใจอยู่แล้ว เผลอ บ้าง รู้ บ้าง หลักการเดียวกับการออมครับ สะสมกันไปครับ 🙏🏼🙏🏼🙏🏼
ความเพ้อเจ้อ ของผู้เจริญ “สติ”
จะเจริญ”สติ” แล้วโว้ย!!
นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า เธอมีสติหายใจออก มีสติหายใจเข้า
เอาหยาบๆ ที่เค้าๆทำกัน
กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน คือ สังเกตกาย
สังเกต สถาวะการทำงานของ ร่างกาย ยืนเดิน นั่ง นอน
เอาที่ง่ายหยาบเข้าถึงทุกคน ไม่ติดเรื่องภาษาให้เข้าใจยาก สามารถเอามาสังเกตุได้ทันที เลยนิยมจับเอา “ลมหายใจ”
มาสังเกต
มานั่งเน้นๆ ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย
พุทโธ, ตัวรู้? รู้อะไรวะไม่เห็นอะไรเลย
จิตหลุดจากร่างหรอวะ ยังไง?
ไหนจะเคยได้ยิน ว่าบางคนเห็นแก้วใส เห็นสวรรค์ ไปกันใหญ่ ทำมัยไม่เห็นแบบนั้นมั่ง
สภาวะมี ”สติ”
สักแต่ว่ารู้ รู้ห่าอะไรวะ?
มันน่าจะเป็นการละลึกรู้ หาอะไรมาเป็นเป็นที่อยู่ของจิต
สักแปบ “ลืมสังเกต” ลม แต่ภายในจิตภายในใจเริ่มมีเรื่องเข้าอื่นเข้ามาทันที
“เห้ยเบื้อวะ”, “คนข้างๆนิ่งจังวะ”, “ขาแม่งเหน็บกินขยับได้มั้ยวะ”, “ไอ้ห่าหมาที่บ้านเพิ่งพาไปหาหมอ มันดีขึ้นยัง”, “btc เด้งแล้วมั่งง”
แล้วจะ “รู้” ห่าอะไร?
แต่…. “พอรู้สึกตัว” เห้ยนี้เรากำลังจะมาโฟกัส มาสังเกตุ “ลม” หนิ
มันกลับ auto ไป ที่ “ลม“ ทันที เรื่องอื่นๆดับหายไปหมดเลย
เห้ย นั้นมัน “จิต” รึป่าววะ ที่คอยไปผสมกับสิ่งต่างๆ(เจตสิก52) นั้นนี้ เลยต้องมีหลักมัดไว้(ลมหายใจ)
พอพิจารณาลมหายใจ ออก-เข้า
พอสังเกตมากเข้าๆ
ลมหายใจออกเองก็ทุกข์ ลมหายใจเข้าก็ทุกข์ (พอถึงจังหวะหายใจออก ช่วงนึงก็รู้สึกถึง”สภาวะบีบคั้น”เลยต้องหายใจเข้า)
ชิบหายแล้วดัน “รู้” ทุกข์
ชักเริ่มพอจะรู้สึก“รู้”ที่ว่า แบบหยาบๆ หน่อยละ หากพิจารณาให้ละเอียดน่าจะเจอ (เหตุของทุกข์ จากการหายใจออก-เข้าต่อ)
เราจัก เป็นผู้ระงับกายสังขาร หายใจออก
เราจัก เป็นผู้ระงับสังกายสังขาร หายใจเข้า
เราจัก ระงับการปรุง ของจิต เราจะมีสติรู้แต่ “ลม” (กาย)
GM บัณฑิตทั้งหลาย
พึงหาสติที่เหมาะสมกับจริตตน เจริญให้มาก เจริญให้บ่อย เจริญให้ชิน เพื่อเป็นเหตุให้คง สภาวะ “รู้” ตามความเป็นจริง เถิด





