Avatar
Somnuke
30aeab00931a8a6d4a3f9e8cfa255abf5f87f3091a8efe0bf24afe8c2eec28f5
ผมชื่อสมนึก มาจากองค์การสร้างความปวดกบาลแห่งชาติ

เรื่องจริงผมว่าคนรวยออกจากร้านไปเรียบร้อยหลังจากยุเสร็จ เผลอๆ ให้ลูกน้องมายุด้วย ไม่มาเอง

Replying to Avatar Leave

จาก Right Shift สภายาส้ม EP ล่าสุด

เรื่องอณาทิปไตย มาเฟีย รวมถึงคำถามของ คุณเทนโด้ เรื่องที่คุณเทนโด้นึกไม่ออกว่าเมืองที่ไร้รัฐเลยมันหน้าตาเป็นยังไง ทำให้ผมนึกถึง Kawloon walled city ครับ

Kawloon (ปัจจุบันไม่อยู่แล้ว) เป็นเหมือนสลัม ที่เงื้อมมือของรัฐเข้าไปยุ่งไรไม่ได้ มันมีเหตุผลทางการเมืองอยู่ครับว่าทำไมถึงไม่รัฐเข้าไปยุ่มย่าม แทรกแทรง ทุกคนที่อยู่ที่นั่นทำทุกอย่างกันเองโดยที่รัฐไม่เข้ามาช่วย มีระบบสาธารณูปโภคภายใน มีร้านอาหาร ร้านตัดเย็บเสื้อ โรงงานอลูมิเนียม มียันหมอฟัน 5555 ทำไมมันเป็นงั้นไปได้ ? เพราะที่นี่ ไม่ต้องมี License อะไรทั้งนั้นในการจะทำอาชีพอะไรก็ตาม

ส่วนสาเหตุว่าทำไมคนถึงมาที่นี่กันเรื่อยๆ จนมันเกิดเป็นเมืองขนาดย่อม ๆ เหตุผลง่ายแสนง่าย เพราะค่าเช่าที่มันถูก มากก คนเลยแห่กันมาตั้งรกรากที่นี่ บวกกับที่นี่ ไม่มีภาษี ไม่มีเรื่องของชาติพันธ์เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะที่นี่ใครจะมาก็ได้อยากย้ายเข้า ก็มาไม่ต้องมีวีซ่า คุณจะเป็นคนเถื่อน ผีน้อย จากที่ไหนก็สามารถมาที่นี่ได้ บวกกับการประกอบอาชีพ ที่คุณอยากทำไรก็ทำ เพราะมันไม่ต้องมีใบ License อะไรทั้งนั้น

จนในเวลาต่อมา มาเฟียก็มามีบทบาทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะด้วยความที่รัฐเข้าไม่ถึง มาเฟียเลยเห็นโอกาสในการเข้ามาตั้งแหล่งกบดานที่นี่ เข้ามาควบคุม Kawloon อย่างเบ็ดเสร็จ จนพวกเขามีอำนาจล้นมือในที่สุด ก็ว่าง่ายๆ ก็ไม่ได้ต่างไรกับรัฐบาลในตอนนี้ สาเหตุที่มาเฟียเข้ามาเพราะพวกเขาสามารถทำธุรกิจที่พวกเขาไม่สามารถทำใน จีน แผ่นดินใหญ่ได้ เช่น ธุรกิจยาเสพติด โสเภณี บลาๆ ด้วยความที่ทุกอย่างมันกองอยู่ที่นี่กันหมด ทั้งปัญหาอาชญากรรม สุขอนามัยที่มันโสโครกมาก ๆ รวมถึงสิ่งที่ไม่พูดไม่ได้คือ ขยะ เพราะด้วยความที่ Kawloon มันเป็นตึกมา…ผมไม่รู้จะใช้คำยังไง คือมันสร้าง ทับๆๆๆ ซ้อนๆๆๆ กันจนมันขนขยะออกข้างนอกไม่ได้เลยส่งผลให้ต้องนำขยะไปซุกตามที่ต่าง ๆ ดาดฟ้าตึกบ้างไรบ้าง บวกกับที่ผมบอกข้างต้น มันมียันโรงงานในนั้น มลพิษมาแน่นอนไม่ต้องพูดถึง จนพอทุกอย่างมันเละจนถึงขีดสุด สุดท้ายรัฐบาลรื้อถอน ทำลายทุกอย่างในปี 1994

อาจเล่า เรียบเรียง ไรได้ไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ เพราะไม่เคยได้เขียนไรแบบนี้เลย แต่มาไล่อ่านของคนอื่นแล้วรู้สึกอยากมีโน๊ตยาว ๆ ของตัวเองบ้าง ข้อมูลขาดตกบกพร่องยังไง ขออภัยด้วยครับ ใครรู้ไรเกี่ยวกับ Kowloon walled city ลองมาแชร์ๆกันได้ครับ เพราะผมเองก็งงเรื่องของการนำเข้า ส่งออก ว่าเค้าทำกันยังไง สกุลเงินอะไรพวกนี้ เค้าใช้จ่ายกันยังไง ผมเองก็ยังไม่มั่นใจ ว่าเรื่องนี้จะเปรียบเทียบกับเรื่องของพี่จิงโจ้ที่เอามาเล่าในสภายาส้มได้ไหมแต่ผมว่ายังไงมันก็เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ยังไงแลกเปลี่ยนกันมาได้ครับ 😀

#siamstr #history

เขียนดีมาก เขียนอีกเยอะๆนะครับเพื่อน

Replying to Avatar Jingjo

ตอนแรกที่รู้ว่าสมาชิกไรท์ชิฟต์หลายคนไม่ค่อยได้ไปท่องเที่ยวต่างประเทศกันเท่าไรก็แอบแปลกใจนิด ๆ แต่พอคิดดูอีกทีมันเป็น "งานอดิเรก" ที่ผลาญเงินใช้ได้เลยเหมือนกัน

ตัวผมเองตอนช่วงอาชีพการงานพี้ก ๆ ระหว่างปี 2015-2019 คือไปเที่ยวต่างประเทศทุกปี ปีละ 4-5 ครั้ง แล้วไปทีคือไปไกล ๆ และไปนาน ๆ ไปแบบ 2 วี้กอะไรงี้เลย เอาให้คุ้มค่าตั๋วและโอกาสลางานแบบจัดเต็มที่บริษัทไม่เคยกั๊ก

ประเทศที่ผมชอบลำดับต้น ๆ ในใจเลยก็คือสาธารณรัฐเช็ค นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ดูบอลยุโรปในสนามจริง ๆ บรรยากาศแม่งโคตรสุดยอด ทั้งที่ผมเข้าไปดูทีมอย่างสปาร์ตาปราก (หรือสำเนียงเจ้าถิ่นคือ สะปารือต้า พราฮ่า) ลงเล่นในสนามเยเรนาลีสตาดิโอน ไม่ใช่การชมทีมรักอย่างอาร์เซนอลแห่งตำบลแอชเบอร์ตันโกรฟ ณ กรุงลอนดอนเสียด้วยซ้ำ

แล้วความที่เป็นเด็กถาปัด มันเลยฟินมากที่ได้เห็นสถาปัตยกรรมสวย ๆ อลังการยังกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย ทั้งปราสาทปรากที่ว่ากันว่าเป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังสภาพสมบูรณ์เหมือนเดิมเมื่อครั้งเริ่มสร้างเมื่อหลายศตวรรษก่อน

สะพานชาร์ลส์สุดโรแมนติก จัตุรัสกลางเมืองที่มีชีวิตชีวา นาฬิกาดาราศาสตร์ที่เดินเถรตรงมาหลายร้อยปี และ "Dancing Tower" สุดพิศดาร ผลงานของสถาปนิกระดับโลกอย่างแฟรงก์ แกห์รี

แต่แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้ผมรักประเทศนี้มาก ๆ คือเบียร์!

ผมพูดภาษาเช็คเป็นทันที 2 คำเมื่อเท้าย่ำแผ่นดินนี้ คำแรกคือ "พีโว่" คำสองคือ "โพรช์ต" (เบียร์ และ ชนแก้ว ตามลำดับ)

ผมได้ลิ้มรสเบียร์พิลสเนอร์แท้ ๆ จากโรงงานดั้งเดิมในเมืองเปิลเซิ่น (ที่มาของชื่อชนิดเบียร์นี้นั่นเอง) และได้ดื่ม Original Budweiser (Budejovicky Budvar) อันแสนเข้มข้น ซึ่งเป็นสูตรที่ก่อนนายทุนเมกันจะเอาไปทำจนกลายเป็นเบียร์ adjunct lager แสนจืดชืด

พอคิดย้อนกลับไปก็ไม่ได้เสียดายเงินค่าท่องเที่ยวอะไรนะ มองแล้วดีเสียอีกที่ได้ไปมาหลายชาติมาก ๆ ได้กินของแปลกถิ่น ได้เจอคนแปลกหน้า ได้สัมผัสเมืองที่หลากหลาย ได้เรื่องเล่ามากมายที่พร้อมจะแบ่งปันให้คนที่สนใจฟัง แม้พอนับรวม ๆ กันแล้วถ้าไม่ไปเที่ยวเลย ป่านนี้มีเงินซื้อบิตคอยน์เป็นวาฬไทยไปละ 55555

แล้วคุณล่ะครับ ประทับใจทริปไหนในชีวิตบ้าง

https://www.nationalgeographic.com/travel/article/everything-to-know-about-czech-beer

#siamstr

หูย ใช้ชีวิตได้คุ้มมาก ว่าแต่เพิ่งรู้้ลยว่าคนท้องถิ่นเรียกทีมนี้ว่า สปาเก็ตตี้เพราแห้ง

โอ้โห หิวเลยครัย หนมจีนแห้งท็อปด้วยเห็ดฟางชุบแป้งทอด

แต่ปลายทางเมียยึดได้หมด ดีแล้วที่ไม่มีหนุ่มเอ้ย

คลองที่ไหนครับ ใครซักผ้านักหนามีแต่ฟองแฟ้บ

สายตาแห่งความแปลกแยก เมื่อคุณยืนอยู่ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนแรงในยามเที่ยง ผู้คนมากหน้าหลายตาบ้างเดินหลบเข้าไปในร่มเงาของตัวอาคาร บ้างก็หยิบร่มออกมากางเพื่อหลบให้พ้นไปจากแสงของแดด

ในสภาวะปัจเจกของการรับรู้ เราผู้ที่รับรู้และเข้าใจว่าแสงแดดนั้นเป็นพลังงานธรรมชาติที่เก็บเกี่ยวได้สำหรับร่างกายในแต่ละวัน ในช่วงเวลาที่เราเรียกมันว่าวัน นั้นก่อคุณูปการมากมายมหาศาลให้แก่สิ่งที่มีชีวิต พลังงานที่เดินทางไกลด้วยความเร็วสูงสุดที่เป็นขีดจำกัดของกฏแห่งจักรวาล 299,792,458 เมตรต่อวินาที 149.28 ล้านกิโลเมตรจากดวงอาทิตย์ และเป็นเวลาราว ๆ 8 นาทีจากแหล่งกำเนิด ก่อนที่มันจะเข้าปะทะ กระทบลงบนผิวหนังของพวกเรา

8 นาทีที่แสงจากดวงอาทิตย์ ใช้ในการเดินทางมาเพื่อพบปะสังสรรค์กับเซลล์บนผิวหนังของพวกเรา ที่ใครหลายคนเลือกที่จะปิดประตูไม่ต้อนรับพวกมัน ร่มที่ถูกกลาง เงาของอาคารที่บดบัง สายตาที่มองมาราวกับรู้ดีในทุกสรรพสิ่ง ใช้ตัดสินในความแปลกแยกของผู้ที่ไม่ยอมทำตาม

โอ้..เจ้าช่างแปลกแยก เจ้าเป็นคนบ้าที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงแดดอันร้อนแรงและแผดเผา เจ้าไม่กลัวสิ่งที่เรียกว่าโรคมะเร็งผิวหนังอย่างนั้นหรือ ผิวสีขาวที่จะขุ่นหมองอาจจะทำให้เจ้าไม่เป็นที่นิยมในหมู่ชาย และเนื้อตัวของเจ้าที่ดำเป็นตอตะโกก็อาจจะสร้างความรังเกียจในหมู่ของหญิงสาว

จากมุมมองของพวกท่านทั้งหลาย ใครกันที่ส่งมอบค่านิยมเหล่านั้น ความเชื่อเหล่านั้น สร้างมุมมองแบบปัจเจกรูปแบบนั้นให้กับพวกท่าน การเป็นที่นิยมในหมู่ชายหรือหญิงสาวไม่ช่วยให้พวกท่านมีอายุยืนยาวและแข็งแรง ใครกันที่สร้างความเชื่อแบบนั้นให้กับพวกท่าน สิ่งเหล่านั้นมาจากการตกผลึกมาอย่างดีแล้วของพวกท่าน เป็นจริงอย่างนั้นหรือ

พวกเราคือชาวเส้นศูนย์สูตร ดินแดนที่ได้ใกล้ชิดกับดวงอาทิตย์มากที่สุด เหล่าบรรพบุรุษของพวกเราชาวผิวสีนั้นมีความเชื่อมโยงอันยาวนานกับดวงอาทิตย์ ก่อนการเข้ามาของวัฒนธรรมตะวันตก พวกลิงผิวขาวซีดที่บอกเล่าเรื่องราวของชนชั้นสูงในอารยธรรมของพวกเขา แทนตนประดุจเทพเจ้าที่ลงมาปกครองโลกด้วยอัตลักษณ์ของชนชาวผิวขาว ดวงตาสีฟ้า และผมสีบลอนด์ทอง

บรรพบุรุษของพวกเรามีความทรงพลังในระดับของ DNA เมื่ออาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้ ที่ ๆ อุดมไปด้วยแสงแดดของดวงอาทิตย์ พลังที่จักรวาลได้มอบมันเป็นของขวัญล้ำค่าให้กับพวกเราทุกคน ได้ถูกทอดทิ้งไปเพียงเพื่อสร้างอัตลักษณ์ใหม่ให้เป็นที่ต้องการในหมู่ชนชั้นสูงจอมปล่อมในรุ่นของลูกหลาน

บัดนี้พวกเราหลงเหลือสิ่งได้ที่เป็นคุณสมบัติดั้งเดิมภายใต้ DNA ของบรรพบุรุษของพวกเราบ้าง เรายอมแลกความแข็งแรงทรงพลังของเรา กับ DNA ที่อ่อนแอลงเพื่อให้มีอัตลักษณ์ที่จะไม่ถูกเรียกว่าทาสชาวผิวสี เพียงเพื่อที่จะเป็นทาสที่มีร่างกายอ่อนแอและง่ายต่อการกดขี่ในรูปแบบอื่น ๆ

เพื่อให้พวกเขาจะได้ขายครีมบรุงผิว ครีมปกปิดริ้วรอยจากการไหม้ของผิว ครีมป้องกันการเปลี่ยนสีผิว ครีมป้องกันยูวี ครีม..ที่จะใช้ป้องกันไม่ให้ DNA แท้จริงของบรรพบุรุษที่ทรงพลังนั้นตื่นขึ้น เพื่อให้พวกเรานั้นจะต้องทำมาหากินเพื่อแลกกับเงินตรา เพื่อเอามันไปแลกกับอัตลักษณ์ที่ถูกมองว่าไม่ใช่ชนเหล่าทาสชาวผิวสี แลกกับการกดความทรงพลังของเรานั้นไว้ เพื่อให้เหล่าชั้นปกครองนั้นปกครองพวกเราได้ต่อไป

-

เรื่องของแดด, ผมก็เขียนไปเรื่อยอย่าได้ใส่ใจผมเลย

ผมเห็นใครหลาย ๆ คนค่อนข้างบูชาเหล่าชาวยิวที่ฉลาดปราดเปลื่อง นักวิทยศาสตร์หลายคนที่เปลี่ยนโลกก็เป็นชาวยิว ผู้ที่คงไว้ซึ่งรากเหง้าเดิม ไม่ว่าพวกเข้าจะระเหเร่ร่อนไปที่ใดในโลก พัฒนาองค์ความรู้ความเชื่อในแบบของพวกเขาเองมาอย่างยาวนานตั้งแต่ในยุคสมัยของปฐมกาล (David King of Israel)

ผมแค่กำลังคิดว่าถ้าบรรพบุรุษของพวกเราไม่ได้ถูเปลี่ยนอัตลักษณ์ไปซะก่อน หรือมีการข้ามสายพันธุ์ ถ้าพวกเขาได้พัฒนาสายพันธุ์ในพื้นที่เส้นศูนย์สูตรนี้โดยที่ไม่ถูกแทรกแซงด้วยความเชื่อของอารธรรมอื่น พวกเราจะมีร่างกายและสติปัญญาแข็งแกร่งได้ขนาดไหน

ถ้าร่างกายของเรา ทุก ๆ เซลล์นั้นประกอบขึ้นจากโมเลกุลต่าง ๆ ทุก ๆ อะตอมที่รายล้อมไปด้วยกลุ่มหมอกของอิเล็กตรอนที่ปลดปล่อยพลังงานอยู่ตลอดเวลา

อย่าได้คิดว่าแสงแดดของดวงอาทิตย์นั้นไม่ได้มีผลอะไร ที่นอกเหนือไปจากการทำให้ผิวขาว ๆ นั้นเปลี่ยนสี

#Siamstr

หำผมไม่เคยโดนแดดเลย แต่ดำคล้ำยิ่งกว่าแขนขาคอหน้าเสียอีกครับ งงมาก

ดูวิดีโอเอาครับ เพราะหน้าที่เราชื่นชอบและดูประจำเมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน มันจะติดกับอีกหน้า เปิดไม่ได้

ทำไมการปลูกพืชในปัจจุบันต้องใช้ "ปุ๋ย"

ทั้งที่ยุคโคตรเหง้าศักราชบรรพบุรุษสมนึกไม่เห็นจะต้องใส่ ปล่อยตามธรรมชาติเดี๋ยวช้างม้าวัวควายจระเข้งูสิง

ก็มากินต้นไม้ใบหญ้าแล้วขี้ทิ้งไว้แถวนั้นเอง

.

พืชผักต่างๆ รวมถึงต้นกระท่อมดึกดำบรรพ์ของตระกูล ก็เติบโตได้ดีจนต้องยกมือไหว้บอกต้นไม้ว่าโตช้าๆ หน่อยหนุ่มเอ้ยเด็ดกินไม่ทันแล้ว

.

ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร มีแต่ความอุดมสมบูรณ์พืชพรรณเจริญงอกงามจนกลายเป็นป่าใหญ่เขียวขจีอยู่ยาวนานนับล้านๆ ปี

.

จนเมื่อวันที่มนุษย์ขี้เหม็นเริ่มทำลายมัน ปัจจุบันผืนดินทางการเกษตรไม่สามารถปลูกอะไรให้งอกเงยได้

.

ถ้าไม่ใช้ "ปุ๋ยเคมี" ที่กำเนิดขึ้นแค่ราว ๆ 100 ปีก่อน เสี้ยวเวลานึงของอารยธรรมมนุษย์เท่านั้นเอง

.

มันเกิดเหี้ยอะไรขึ้นครับ

#Siamstr #ThailandZapathon #Thainostrich

ใช่แล้ว ท่องไว้ ดอนท์กีฟอะ ฟัก แต่ถ้าหัวไชเท้า แตงกวาไรงี้พอได้อยู่ครับ

ไม่น่านะครับ ไม่แน่ใจ อาจจะเป็นเพราะที่ผมมีอยู่มันใหญ่โตมโฬารมหาศาลอยู่แบ้วด้วยมั้งครับ

nostr:npub1gywa7ftf537ry82tmvtqn0tn4vqw567hzv2gux7wyryf93699jhqt3qrws โอ้โห สุดยอดไปเลยนะครับ ดีใจมาก ชื่นชอบมาก ติดตามมาเนิ่นนานแล้ว ผมชื่อสมนึก วันนึงเราคงได้มีโอกาสทำความรู้จักกันนะครับพี่หนุ่มกะลา

รออ่านเลยครับ หนังสือพี่ปั้มวางจำหน่ายเมื่อไร บก. ต้องซื้อแน่ๆ ส่วนผมก็เฝ้ารอที่จะไปขอถ่ายเอกสารมาอ่านและออกแบบปกใหม่เพื่อเอาไปวางขายแข่งเช่นกันครับ

Replying to Avatar Panai Lawasut

ในระบบนิเวศน์ของคุณมีตัวแปรที่คาดการณ์ไม่ได้มากแค่ไหน

วันนี้ซัพพลายเออร์ลูกเกดของผมเแจ้งมาว่า สินค้าของเค้ากำลังจะขาดตลาด คงจะไม่สามารถส่งให้เราตามที่สั่งได้ และยังบอกไม่ได้ด้วยว่าจะกินระยะเวลานานเท่าไร

นั่นเป็นเพราะลูกเกดของผมถูกส่งมาจากอิหร่าน!

เฮ้ย…เค้ารบกันห่างกับเราเกือบ 7,000 กม.ทำไมกุต้องเดือดร้อนไปด้วยวะเนี่ย

เข้าใจอยู่ว่าคงกระทบกับพวกค่าเงิน ราคาน้ำมัน ราคาทองคำอะไรแบบนั้น แต่นี่กุขายขนม…!!!

ผมเคยได้รับบทเรียนอะไรแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังจัดการได้ไม่ทั้งหมดอยู่ดี

สมัยน้ำท่วมใหญ่ปี 54 นมข้นที่ผมใช้ซึ่งต้องส่งมาจากสิงคโปร์ขาดตลาดหนักมาก ผมก็ไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวกับน้ำท่วมยังไง แต่ผมต้องวิ่งซื้อทุกร้านที่รู้จัก ร้านโชว์ห่วยเล็กๆที่อยู่ตามซอย ลามไปถึงแปดริ้ว ระยอง ต้องฝากน้องที่โคราชวิ่งหาซื้อมาให้ แถมยอมซื้อทุกราคาด้วย และเพราะไม่รู้เมื่อไหร่วิกฤตจะหมด ก็เลยต้องตุนให้มากที่สุดเท่าที่จะตุนได้ ตอนนั้นยังทำขนมที่บ้านอยู่ ผมจำได้เลยว่าเราไม่มีที่นั่งดูทีวีกัน นั่นขนาดว่าใช้แค่ไม่ถึง 1 ใน 10 ของปัจจุบัน

ครั้งนึงโรงงานผู้ผลิตกลิ่นวานิลาที่ผมใช้เลิกผลิต

ผมงงมากว่าของมีคุณภาพแต่ทำไมโรงงานเจ๊ง มารู้ที่หลังว่าถูกบริษัททุนใหญ่ในอุตสาหกรรมเบเกอรี่ซื้อกิจการไป ครั้งนั้นวิกฤตมาก ผมหากลิ่นวานิลาทั้งตลาดมาลอง ทุกแบรนด์ ทุกราคา ไม่มีอันไหนใกล้เคียงของเดิมเลย ถึงขนาดซื้อฝักวานิลามาลองดองเอง ออกมาแย่กว่าพวกกลิ่นปลอมๆในตลาดอีก (ดองครั้งนึงใช้เวลา 6 เดือน นี่กุต้องสร้าง POW อีกกี่ปีถึงจะใช้ได้วะเนี่ย) สุดท้ายโชคดีมากไปเจอเจ้านึงนำเข้ามาจากออสเตรเลีย กลิ่นแทบจะเหมือนของเดิมที่เคยใช้เลย ครั้งนั้นเสียหายมากเลย ทั้งขนมที่ใช้ไม่ได้และลูกค้าที่รู้สึกได้ว่ากลิ่นมันเปลี่ยน

ยังมีอีกหลายครั้งที่ของขาดเพราะไม่มีเรือขนส่งเนื่องจากเรือทุกลำไปจีนหมด

หลายครั้งที่ โรงงานผู้ผลิตต้องหยุดไลน์ผลิตเพราะเครื่องจักรเสียหาย

หลายครั้งที่ โรงงานผลิตวัตถุดิบให้เราไม่ได้เพราะเค้าเองก็ขาดวัตถุดิบ

ไม่ว่าเหตุผลของซัพพลายเออร์จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ บางที่มันอาจจะไม่จริงอย่างที่เค้าแจ้งมา บางทีมันอาจจะเป็นเพื่ออำนาจต่อรองทางการค้าหรือบางทีอาจจะเพื่อควบคุมปริมาณสินค้าเพื่อขึ้นราคา แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร

“มันเป็นตัวแปรที่คาดการณ์ไม่ได้ในระบบนิเวศน์ของผม”

ผมเริ่มเรียนรู้ที่จะหาทางป้องกันความเสี่ยงที่คาดไม่ถึง

ผมไล่ดูตัวแปรในระบบนิเวศน์ของผมทุกตัว

วัตถุดิบแต่ละชนิดต้องมีคู้ค้ามากกว่า 1 เจ้า ยิ่งมากยิ่งดี สำคัญว่าคุณภาพต้องได้ เราอาจจะคาดการณ์ผู้ผลิตเจ้าเดียวไม่ได้ แต่ถ้าเป็นหลายๆเจ้ามันไม่น่ามีเรื่องเซอร์ไพรซ์มาพร้อมกัน

ผมมองมันเหมือนระบบนิเวศน์ในธรรมชาติเลย ยิ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพเยอะยิ่งแข็งแกร่ง ในลำไส้เรายังมีแบคทีเรียเป็น 1,000 ชนิดเลย

ผมจะมองหาซัพพลายเออร์ที่เน้นยั่งยืน พวกทำราคามาต่ำๆ ยอมเจ็บตัวก่อน กะฆ่าเจ้าอื่นๆ ผมไม่เคยเอา ไม่น่าอยู่ด้วยกันได้นาน

วัตถุดิบหลายอย่างมันเป็น seasonal มีช่วงของเยอะของน้อย และยอดขายขนมของเราเองก็เป็น seasonal เหมือนกัน มีช่วงขายมากขายน้อย ในช่วงแรกเงินทุนหมุนเวียนและพื้นเก็บของเรามีจำกัด การจะใช้ให้คุ้มค่าที่สุดจำเป็นต้องมีตัวเลขสถิติการผลิตที่ชัดเจนเพื่อที่จะรู้ว่าแต่ละช่วงของปีต้องตุนอะไรเท่าไหร่

มันก็มีข้อเสียอยู่นะ ผมจะต้องซื้อของชนิดเดียวกันในหลายๆราคา เราไม่สามารถทำต้นทุนให้ต่ำที่สุดได้ แต่ผมมองว่ามันเเป็นราคาที่ต้องจ่ายของการป้องกันความเสี่ยง จ่ายไปเถอะเราหวังยั่งยืน

การที่ผมมีซัพพลายเออร์หลายเจ้าทำให้ยอดสั่งต่อเจ้าน้อย ไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ (ในช่วงแรกนะ) หลายครั้งเราต้องวิ่งไปเอาของเอง หลายครั้งเค้าเลือกลูกค้าเจ้าใหญ่ก่อน แต่มันก็ค่อยๆดีขึ้น เมื่อคู่ค้าของเรามองเห็นว่าเราก็คาดหวังความยั่งยืนเหมือนกัน

ทั้งหมดนั้นเกิดก่อนที่ผมจะมีสาขาที่สอง การที่เราไปอย่างช้าๆไม่ได้มีประโยชน์แค่มีเวลาในการสะสมเงินลงทุนอย่างเดียว แต่มันยังมีบทเรียนต่างๆที่ช่วยสร้างรากฐานความหลากหลายใน eco system ของเราด้วย

ลองคิดดูว่าถ้าปัญหาพวก supply shortage มาเกิดขึ้นตอนนี้ เราจะเสียหายแค่ไหน

ปัจจุบันผมใช้เม็ดมะม่วงประมาณเดือนละเกือบๆ 5 ตัน ถ้ามีซัพพลายเออร์อยู่เจ้าเดียว เกิดโรงงานเค้าเสียหาย การผลิตสะดุด ไม่สามารถส่งวัตถุดิบให้เราได้ ผมจะไปหาที่ไหนมาแทนได้ทัน จริงๆแค่เค้าหยุดโรงงานช่วงปีใหม่ผมก็หัวฟูแล้ว

ปัญหาพวกนี้ล้วนเกิดในองค์กรที่กำลังเติบโตทั้งสิ้น ยิ่งใหญ่ ตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ยิ่งเยอะ

ผมไม่แปลกใจเลยกับโมเดลที่บริษัทCP กำลังทำอยู่ เค้าใหญ่ซะจนต้องพยามควบคุมตัวแปรทุกตัว ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำเอง แม้แต่บรรดาผู้ผลิตที่ส่งขนมไปวางขายใน 7-11 ตัวCPเองแทบจะเป็นผู้ผลักดันทั้งหมด ตั้งแต่พัฒนาโปรดักส์ ออกแบบโรงงาน การเข้าถึงแหล่งทุน เพราะลำพังโปรดักส์ที่ดี การผลิตแบบชาวบ้านๆไม่สามารถซัพพอร์ตกำลังซื้อของลูกค้าเซเว่นได้พอ

จริงๆแล้วนั่นคือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนะ พึ่งพาผู้อื่นให้น้อยที่สุด คอนโทรลทุกอย่างเองตั้งแต่ต้นทางจนสุดทาง

มันจะฟังดูตลกมั้ย ถ้าผมบอกว่า CP ALL ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

แต่อย่างไรก็ตามด้วยความเป็นขนม เราต้องความคุมกลิ่น รสชาติและรสสัมผัส ให้คงที่ตลอดเวลา มันจะมีวัตถุดิบบางอย่างที่ต้องใช้แบรนด์นี้เท่านั้น หรือหาเจ้าผูผลิตที่ทำได้ตรงกับที่เราต้องการได้แค่เจ้าเดียว เกิดเป็นตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ที่ต้องจำเป็นต้องผูกไว้ในสมการระบบนิเวศน์ของเรา

มันยังมีตัวแปรเรื่องของลูกค้า พนักงาน หุ้นส่วน ตัวเราเอง หรือแม้แต่ลูกเมีย ที่ต้องเอามาคิดด้วย

มันล้วนแล้วแต่คาดการณ์ไม่ได้ทั้งสิ้น

มันมีความย้อนแย้งในกลไกตลาดอันนี้

หากคุณต้องการระบบที่มีความยั่งยืน คุณต้องพึ่งพาผู้อื่นให้น้อยที่สุด

หากคุณต้องพึ่งพาคนอื่น คุณจำเป็นต้องสร้างความหลากหลายในระบบนิเวศน์ และทุกครั้งที่เพิ่มตัวละครเข้ามาในระบบ ก็จะเพิ่มตัวแปรที่มีความเสี่ยงจะควบคุมไม่ได้เข้ามาในระบบเช่นกัน

มันจะกลายเป็นระบบนิเวศน์ที่เล็กแต่มีความหลากหลายภายในสูง

มันจะมีปัญหามากเป็นเท่าทวีถ้าตัวระบบขยายแต่ไม่สามารถเพิ่มความหลากหลายได้เพียงพอ

ยิ่งคุณใหญ่ห่วงโซ่อุปทานคุณอาจจะยาวไป จนคุณพบว่าสงครามที่อยู่ห่างออกไป 7,000กม. ก็ส่งผลกระทบต่อคุณได้

ผมสรุปของผมง่ายๆว่า

ถ้าคุณหวังยั่งยืน คุณจะไม่ใหญ่

ถ้าคุณอยากใหญ่ คุณจะไม่ยั่งยืน

และจะเห็นภาพนี้ชัดขึ้นในกลไกตลาดเสรี

เหมือนกับเราจะส่งจรวดไปดวงจันทร์ เราต้องใช้เชื้อเพลิงมหาศาลเพื่อไปให้ถึง”ความเร็วหลุดพ้น” เพื่อจะออกไปนอกโลกได้ แต่ยิ่งเพิ่มเชื้อเพลิงเข้าไปมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้จรวดที่ต้องแบกไปมากเท่านั้น

แต่คุณรู้ไหม “ความเร็วหลุดพ้น” เป็นแค่ตัวเลขทางทฤษฎี จริงๆคุณสามารถใช้ความเร็วเท่าไหร่ก็ได้เพื่อหลุดออกไปนอกชั้นบรรยากาศ ขอเพียงมีพลังงานและเวลาที่มากพอ

เช่นเดียวกับคุณจะไปถึงจุดไหนก็ได้ หากคุณใช้พลังงานและเวลาสร้าง POW ที่มากพอ

ตลาดเสรีนั้นโหดร้าย (โหดจริงๆนะ)

ก่อนที่มันจะมาถึง POW ของคุณมากพอรึยัง

แต่อย่างน้อยเราก็โชคดีมากที่มีเงินที่เป็นตัวแปรที่คาดการณ์ได้ในช่วงชีวิตเรา

#Siamstr

ปล. ผมมิได้เรียนบริหารหรือการจัดการมาแต่อย่างใด ทั้งหมดผมตกผลึกเอาจากสิ่งที่พบเจอมา ถ้าไม่ตรงกับบทเรียนหรือหลักวิชาการใดๆ ขอไม่ถือสากันนะครับ 🥰

สุดยอดวิชา Risk management & position sizing คือมันจะเรียกว่าอะไรก็ช่าง อย่างที่ผมได้กล่าวไปในโน้ตล่าสุดของตัวเองมันสะท้อนสิ่งนี้ได้อย่างกระจ่างใสไร้สิว แม้ว่าเจตนาจริงๆ ที่ผมโพสต์คือเพื่อแอค อาร์ตทำหล่อเท่ไปเท่านั้นเอง สรุปคือ ออกทะเลแล้ว..

กลับมาเข้าเรื่อง เราไม่จำเป็นต้องรู้หรอกมันเรียกว่าอะไร สำคัญว่าทำมันได้จริงมั้ยตะหาก ทุกศาสตร์ที่เกิดขึ้นมันมีอยู่แล้วในธรรมชาติ เพียงแค่มีใครสักคนกระตุกจิตกระชากใจฉุกคิดได้ก่อนคนอื่น แล้วประกาศศักดาว่าข้อเป็นคนคิดเท่านั้นเอง เราสามารถเรียนรู้มันได้เองด้วยประสบการณ์โดยไม่จำเป็นต้องให้ใครสอน เมื่อเรามุ่งมั่นพยายามมากพอเพื่อไปถึงความสำเร็จในชีวิต วันนึงเราจะตกผลึกสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเอง มันดีกว่าการไปร่ำเรียนมาโดยที่ไม่เคยเข้าใจมันจริงๆ อย่างที่สมนึกเป็น

ปล. อ่านแล้วคาดว่าโปรเจกต์ ร้านท้อฟฟี่เค้กชลบุรีออริจินัลเจ้าแรก ของผมคงต้องพับไปก่อน เนื่องจากไม่มีปัญญา เสียใจที่ทำให้พี่ปณัยเพื่อนรักผิดหวังครับ