ในจุดเริ่มต้นของยุค fiat หุ้นธุรกิจที่สร้างผลตอบแทนและปันผลได้ดี
คือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพไม่ทางใดก็ทางหนึ่งที่มีผลให้เราต้องมาจ่ายเงินซื้อแผนรักษาตัวในอนาคต แถมยังทำให้ทุกคนเชื่อว่า มาเอาเงินเก็บไว้ที่หุ้นดีกว่า อย่าเอาไปเก็บสินค้าโภคภัณท์เลย จะสู้กับเงินเฟ้อ ต้องธุรกิจของเราครับ
#siamstr #nostr

GM ทุกคนนะครับ😄💜
🩵 or 💜 ?
#bitcoin #siamstr #nostr 
🏞️☺️
#siamstr #nostr 
บิตคอยน์+การโอนมูลค่า+สังคมออนไลน์ไร้ศูนย์กลาง
⭐️มันพึ่งจะเริ่มต้นเอง ในวันที่เรามีธนาคารเป็นของตัวเองแล้ว ต่อไปการเกิดเศรษฐกิจร้านค้า บนสังคม E-commerce ที่โอนมูลค่าให้กันได้ด้วยบิตคอยน์ กำลังจะตามมาครับ ⚡️🟠
#bitcoin gl#siamstr
#nostr 
Docs, what do you think about the regular use of #xylitol? This is something that I learned about from Dr Ellie's book on dental health.
#health #dentistry
nostr:npub18uxr567q7d8m0fk6aen79haws5epyt5w8xq4pzue3l2n5704argqvcrz9v
nostr:npub1kd95gzpy65t7cndx43nlxxtahj0s8kpdwr77kl6tw7gfht8mjensyh5l62

รอดูการเติบโตนะ #bitcoin 🟠
#siamstr #nostr 
การทำให้สิ่งแวดล้อมในช่องปากเสีย”สมดุล”
ทำให้เกิดความผิดปกติหลายๆอย่างตามมากับสุขภาพทั้งช่องปากและร่างกายครับ สาเหตุเบืัองต้นคือการที่นำสิ่งที่ไม่ใช่ธรรมชาติเข้าร่างกายนั่นเองครับ ทำให้เชื้อก่อโรคบางตัวคึกคักทั้งที่จริงก็อยู่ร่วมกับร่างกายเรามาตลอด
GM ทุกคนครับ🪥🦷😄
#KdentistTH
#siamstr #nostr 
เพราะว่าเราทานน้ำตาลกับแป้งสังเคราะห์ พวกเราถึงจำเป็นต้องใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์ เพื่อช่วยป้องกันครับ เพราะสารที่เกาะฟันจะเหนียวขึ้นเมื่อเราทานอาหารสังเคราะห์จึงต้องใช้สารฟลูออไรด์มาช่วยครับ ทั้งที่จริงเราแก้ได้ตั้งแต่การทานอาหารจากธรรมชาติ การแปรงฟันอย่างเดียวก็จะเพียงพอแบบไม่ต้องใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ครับ😄
👄🦷สุขภาพช่องปากที่ดี ล้วนมาจากการทานอาหาร ของตัวเอง ถ้าทานอาหารที่ถูกกับสุขภาพ
เราก็ไม่ต้องไปหาสารเคมีมารักษาโรคฟันผุของเราครับ
🥗ตารางภาพพีระมิดอาหารที่ดีไปจนถึงอาหารที่เสี่ยงโรคฟันผุแบบเข้าใจง่ายครับ
จุดเริ่มต้นของโรคทางร่างกายหลายๆโรคบางครั้งก็มาจาก”โรคฟันผุ”ในช่องปากของเรานะครับ🦷🪥
#KdentistTH
#siamstr 
🦷จากเรื่องของการใช้ฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฝันผุ ซึ่งภาพลักษณ์ของสารตัวนี้ดูดีมากในการใช้ดูแลสุขภาพช่องปาก แต่ในอีกชุดข้อมูลก็พบว่าเป็นสารให้ผลเสียกับสุขภาพอยู่ครับ
แล้วทำไม? เราถึงต้องใช้ฟลูออไรด์กันล่ะ
โพสนี้เลยเอาผลของฟลูออไรด์ในการดูแลช่องปากมา ซึ่งพบว่าสารตัวนี้เพียงลดความเป็นกรดในช่องปาก จากการยับยั้งเชื้อในช่องปากที่สร้างกรดขึ้นมาทำให้ฟันของเราผุ
คำถามต่อมาคือแล้วทำไม? เชื้อตัวนั้นถึงสารกรดขึ้นมา เพราะการสร้างกรดนี้มาจากการทานอาหารกลุ่มน้ำตาลสังเคราะห์ที่ใส่อาหารเป็นประจำเป็นเวลานานที่สัมผัสในช่องปาก ส่งผลให้ช่องปากมีความเป็นกรดขึ้นมามากแล้วก็ต้องหันมาใช้ ฟลูออไรด์จากยาสีฟันเพื่อแก้ปัญหานี้
ทั้งที่จริงแล้วจุดเริ่มต้น มาจากการทานอาหารที่ส่งผลให้เสี่ยงกับโรคฟันผุซึ่งก็เป็นของที่เราทุกคนแทบจะทานกันทุกวันครับ ดังนั้นเราก็หนีไม่พ้นที่จะต้องใช้ยาสีฟันฟลูออไรด์มาช่วยครับ
เป็นเหตุให้ยาสีฟันสมัยนี้ต้องมี รวมถึงทันตแพทย์ก็แนะนำอีก ทั้งที่จริงไม่ต้องทำตามก็ได้ถ้าเราไม่ได้ทานอาหารกลุ่มเสี่ยงนี้
พอเราได้รับข้อมูลนี้ ผมเองยังรู้สึกว่าทุกๆอย่างล้วนเชื่อมโยงกันในการจะดูแลสุขภาพช่องปาก
เราต้องกินขนม และยังต้องซื้อยาสีฟับฟลูออไรด์ไปด้วยเพื่อที่จะแก้ไขปัญหานี้ครับ
💥หวังว่าบทความนี้จะทำให้คนอ่านไปวิเคราะห์กันดูนะครับ แล้วปรับใช้ในการดูแลช่องปากคระบ🪥😄
#KdentistTH
#siamstr #nostr 
💥ฟลูออไรด์ที่เราเจอกันทุกๆวัน จะดีกับตัวเราจริงหรือเปล่า? หรือเพราะแค่เราโดนทำให้เชื่อว่าต้องใช้ฟลูออไรด์กันโรคฟันผุเพราะเราบริโภคสิ่งสังเคราะห์น้ำตาลทุกๆวันกันครับ
GM ทุกคนครับ😄🦷
#KdentistTH
#siamstr
#nostr 
ถ้าไม่เกิด inflation ..ระบบจะพัง ...ถ้าเกิด hot inflation ..มันก็พังเหมือนกัน💸🤔
บทความของ Charles Hugh Smith
หลายคนให้เหตุผลว่าเงินเฟ้อมีความสำคัญต่อสถานะเศรษฐกิจยังไง ดังนี้
1. ระบบเศรษฐกิจและการเงินของสหรัฐอยู่ได้ด้วยการเพิ่มขึ้นตลอดเวลาของ เครดิต/หนี้ ธนาคารเพิ่มการปล่อยเงินกู้ใหม่ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มปริมาณเงินหมุนเวียน ..นักการเงินก็ทำกำไรจากการซื้อขายตราสารหนี้ ตลอดถึงเครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ
คนทั่วไปก็สามารถซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ เช่นบ้าน รถยนตร์ ได้โดยใช้เครดิตจากแบงค์
เราลองมาคิดเล่น ๆ ดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับระบบการเงินและเศรษฐกิจของสหรัฐบ้างนะ ถ้าเรื่องของเครดิตเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ..ทุกอย่างจะต้องเป็นระบบเงินสดเท่านั้น รัฐบาลไม่สามารถสร้างหนี้เพื่อใช้งบขาดดุลได้ การซื้อบ้านหรือรถของประชาชนต้องเป็นเงินสด
ธนาคารไม่สามารถสร้างเงินปล่อยกู้ใหม่ได้อีก 19 เท่าจากเงินฝากที่มีแค่ 1 (fractional reserve)
เราก็รู้ว่า ระบบการเงินและเศรษฐกิจของประเทศน่ะพังแน่ ๆ ลองคิดดูว่า จะใช้เวลาเท่าไหร่ ที่จะทำงานหาเงินเก็บออมเงินสดจนสามารถซื้อบ้าน หรือรถของตัวเองได้
2. อีกปัญหานึงของเครดิต/หนี้ ก็คือดอกเบี้ยพอกพูนค้างจ่าย เพราะเมื่อยิ่งกู้มาก ดอกเบี้ยก็ยิ่งเพิ่มมาก
ถ้ารายได้ไม่เพิ่มพอที่จะจ่ายดอก พอถึงจุดหนึ่ง ก็ต้องใช้เงินเก็บ (discretionary income) ซึ่งเหลือไว้เพื่อการลงทุน มาจ่ายดอกเบี้ย แถมจะกู้เพิ่มก็ไม่ได้
ถึงตอนนั้นเศรษฐกิจก็รอวันพัง เป็น recession
3. มีนโยบายหลายข้อที่จะเลี่ยงลิมิตของการเพิ่มเครดิต/หนี้
3.1 รัฐบาลสามารถกู้เงินได้หลาย trillion dollars และแจกจ่ายเงินสดให้ทุกบ้านได้ถึง 80% ...แต่ปัญหาคือ รัฐบาลก็จะต้องเจอกับปัญหาดอกเบี้ยพอกท่วมหัวเหมือนกัน จนทำให้ไม่อาจกู้เพิ่มได้อีก
3.2 Fed สามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำติดศูนย์ได้ ลูกหนี้แบงค์สามารถ refinance หนี้เดิมได้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด ๆ
3.3 Fed สามารถเพิ่มเงินและเครดิต (สภาพคล่อง) เพื่อสร้างเงินเฟ้อ โดยการเพิ่มปริมาณ money supply และเครดิต ดันราคาสินค้าขึ้นไป
💥Inflation’s Distortions
อย่างช้า ๆ เงินเฟ้อจะเป็นตัวช่วยลดภาระหนี้ด้วยค่าแรงที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่หนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่มั่นคง ค่าแรงจะขึ้นอย่างช้า ๆ ไปพร้อม ๆ กับการเติบโตของผลผลิต ถ้าการเติบโตเกิดขึ้น 1% ต่อปี เงินเฟ้อในระบบจะเกิดแบบมั่นคงทั่วถึง และเป็นการลดภาระหนี้ในวงกว้าง
จากการคำนวณแบบคร่าว ๆ ของเงินเฟ้อที่เป็นทางการ สองในสามของค่าแรงที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากเงินเฟ้อ อีกหนึ่งในสามเท่านั้นที่เป็นผลจากการเติบโตของผลผลิต
ทีนี้เราก็เห็นแล้ว ว่าทำไมเงินเฟ้อถึงเป็นเรื่องสำคัญต่อเศรษฐกิจแบบที่ขึ้นอยู่กับเครดิต ...เพราะถ้าไม่มีเงินเฟ้อ ในไม่ช้าผู้บริโภคและรัฐบาลก็จะต้องเอาแต่เร่งหารายได้ เพราะไม่สามารถกู้เพิ่มมาได้
💥What About Savers?
แล้วผู้ออมเงินล่ะ จะเป็นยังไง? คนพวกนี้แหละที่ต้องบูชายัญตัวเองให้กับเงินเฟ้อที่กัดกร่อนมูลค่าของเงิน อัตราดอกเบี้ยก็ถูกกดให้ต่ำ เพื่ออำนวยให้รัฐบาลกู้ได้มากขึ้น (financial repression)
ผู้ออมเงินที่ไม่ได้ผลตอบแทนพอใช้จ่าย จึงต้องหันเข้าหาความเสี่ยงจากตลาดหุ้น อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ
เงินเฟ้อเป็นตัวหล่อเลี้ยง”การเก็งกำไร” เงินเฟ้อในยุคของดอกเบี้ยต่ำทำให้ผู้ออมเงินต้องเข้าหาความเสี่ยง ที่หลายคนไม่ได้เตรียมตัวไว้ล่วงหน้าเลย
เงินเฟ้อเป็นตัวทำลายคนทั่วไปอยู่สองเรื่อง มันทำลายค่าเงินจากน้ำพักน้ำแรงของพวกเขา และบีบให้ต้องใช้เงินกับความเสี่ยง ในขณะที่พวกคนรวยมากๆก็ไปนั่งเป็นเจ้ามือที่ได้เปรียบกว่า
แต่ถ้าไม่มีเงินเฟ้อ ระบบเศรษฐกิจและการเงินก็พังเหมือนกัน
การค่อย ๆ กัดกร่อนที่คนส่วนใหญ่ 80% ต้องรับไว้ เป็นต้นทุน (systemic cost) ที่จะรักษาระบบเศรษฐกิจแบบ credit-dependent นี้ไว้ การต้องพึ่งเงินเฟ้อให้เครดิตขยายตัวไปเรื่อย ๆ อย่างนี้น่ะ ทำให้มีทั้ง winners กับ losers ว่าแต่คุณเหอะ เป็นฝ่ายไหนล่ะในบ่อนตลาดหุ้นนั้น
เรื่องที่เลวร้ายก็คือ การพึ่งเงินเฟ้อแบบนี้ มักจะทำให้เงินทุนไหลไปหาการเก็งกำไร หรือการหากินง่ายๆ มากกว่าที่จะลงทุนเพื่อสร้างผลผลิตจริง ๆ มันไม่ไปหา productivity
💥A Failed Formula
ในขณะที่ทุนส่วนใหญ่ไปแสวงกำไรในตลาดหุ้น ระบบไฟฟ้าที่กำลังเป็นพื้นฐานของภาคการผลิตแท้จริงก็เสื่อมโทรมลงเรื่อย ๆ รอวันพังทลาย
แต่ไม่มีอะไรอยู่ได้ตลอดไปหรอก ในที่สุดทุนทั่วโลกก็เรียกหาผลตอบแทนที่มากกว่า 0
และนั่นทำให้บอนด์ยีลด์สูงขึ้น ต้นทุนเครดิตที่เคยกินฟรีเริ่มจะแพงขึ้น
ในที่สุดการเพิ่มปริมาณเงินและเครดิตก็ไปสร้างเงินเฟ้อแบบเห็นกันชัด ๆ ทั่วโลกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความขาดแคลน เงินปริมาณมหาศาลแย่งกันซื้อสินค้าที่ทั่วโลกมีอยู่อย่างจำกัด
แล้วเมื่อเงินเฟ้อพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง ระบบก็จะต้องพังลง เมื่อดอกเบี้ยที่สูงลิ่วจะมาหยุดการกู้ยืม วงจรเครดิตที่ธนาคารเคยปล่อยกู้แบบหมู ๆ ก็ไม่มีใครกู้ได้แล้ว ทุกอย่างจะหยุด ....เกิดเป็น recession รายได้ของผู้คนที่เคยเข้ามาหนุนระบบก็จะชะงัก
💥Goodbye, Goldilocks
ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจถูกปรับให้เหมาะสม (Goldilocks) ด้วยโลกาภิวัฒน์ที่มี deflationary force ทำให้ตะวันตกปั้มพ์เงินกินของฟรีอยู่ได้ตลอด เรียกให้เพราะว่า financialization แต่มาวันนี้ มันกำลังจะหมุนกลับ
globalization ไม่สามารถมาช่วยลดต้นทุนให้ได้อีกแล้ว ทุกอย่างในโลก กำลังจะเป็น commoditized financialized ไม่เอา free money ของพวกท่านแล้ว
เงินเฟ้อที่เกิดไปทั่วโลกทำให้การใช้จ่ายเริ่มมีเหตุมีผล หลังจาก Covid เงินออมก็หมดเกลี้ยง ไม่ช้าฟองสบู่การเก็งกำไรก็จะแตก
⭐️สรุปปัญหาก็คือ ระบบที่ผ่านมาอยู่ได้ด้วยการปรับค่าเงินเฟ้อให้คงอยู่แบบ goldilocks moderate inflation แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว กระแสเปลี่ยนไปแล้ว
กลุ่มผู้ที่คุมเกมเดิม ๆ ที่ทำนาอยู่บนหลังคนทั้งโลก ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำต่อไป ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันพังแน่ จนมันพังคามือ
การบิดเบือนเศรษฐกิจและระบบการเงินของโลก ด้วยการกำหนดดอกเบี้ยแบบผิด ๆ ที่ทำให้มันส่งสัญญาณผิดมาหลายทศวรรษ แต่ระบบก็ยังคงอยู่ได้ เรายังสามารถ "สร้างความเติบโตต่อไปในท่ามกลางปัญหา"
ผู้วางนโยบายสร้างปัญหามาตลอด แต่ไม่เคยเกิดอะไรตามมาเลยหลังจากนั้น แต่ในที่สุด โลกแห่งความจริงกำลังใกล้เข้ามาแล้วครับ
GN นะครับทุกคน #siamstr #nostr 
Internet of Value #Bitcoin⚡️💜
#siamstr
#nostr 
⏱️,#Bitcoin ☺️
#siamstr 
💸ว่าด้วยเรื่อง”เงินเฟ้อ” เมื่อแบงค์มองพวกเราเป็นวัวนมของพวกเค้า
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น บทความนี้จะช่วยให้ข้อมูลไว้วิเคราะห์กันครับ
🎁บทความ จาก Jeff Thomas💥
เมื่อก่อน คำจำกัดความของคำว่า เงินเฟ้อ คือ "ปริมาณเงินหมุนเวียนที่เพิ่มมากขึ้น" แน่นอนที่ว่า ปริมาณที่เพิ่มขึ้นนี้จะทำให้ต้นทุนราคาสินค้าสูงขึ้น เพราะซัพพลายเงินมีมากกว่าซัพพลายสินค้าที่ยังคงปริมาณเดิม จึงไม่น่าแปลกถ้าปริมาณเงินจะทำให้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ถูกส่งผ่านไปยังราคาสินค้าในตลาด
ในหลายสิบปีที่ผ่านมา ในดิคชั่นนารี่มีการเปลี่ยนนิยามของเงินเฟ้อว่า "ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น" นี่เป็นการทำให้เรื่องที่สับสนอยู่แล้วนี้ สร้างความงุนงง ยากที่จะเข้าใจมากขึ้นไปอีก แล้วทำให้คนธรรมดาทั่ว ๆ ไปที่มีความเข้าใจเรื่องนี้น้อย ไม่รู้ว่า ต่อให้มีการขึ้นค่าแรงก็ไม่มีทางเอาชนะราคาสินค้าได้ มีแต่จะเลวร้ายลง
คนทั่วไปที่เผชิญกับปัญหาราคาสินค้าสูง คิดกันว่าเป็นเพราะพวกนักธุรกิจต้องการกำไรมากขึ้น
แต่ไม่ใช่เลย ...นักธุรกิจเพิ่มราคาสินค้าจากเหตุผลเดียว คือเงินเฟ้อ ตามนิยามเดิม หรือถ้าไม่เพิ่มราคา ตัวเองก็เจ๊งแน่นอน
ผลของเงินเฟ้อ ไม่มีใครได้ดีหรอก
ที่เลวร้ายคือ ผู้บริโภคนี่แหละเป็นเหยื่อรายสุดท้ายที่ผลักภาระต่อไม่ได้ โดยเฉพาะการสร้างภาระหนี้เงินผ่อนเป็นการซื้อโดยมีเงื่อนไขเวลา ที่คิดว่าจะเอาชนะมันได้ แต่ในที่สุด ก็มักจะแพงกว่าการจ่ายเงินสดและเมื่อเวลาผ่านไป คุณจะต้องพบกับเรื่องฉุกเฉินไม่อะไรก็อะไรซักอย่าง ที่ทำให้ต้องใช้เงินสะสมซึ่งมีน้อยอยู่แล้ว หรือมีเรื่องต้องต่อรองใหม่กับแบงค์ซึ่งแน่นอนว่า คุณต้องจ่ายเพิ่มและนั่นจะทำให้สถานการณ์ในกระเป๋าตัง คุณยิ่งแย่ไปอีก
ธนาคารรู้เรื่องพวกนี้มานานแล้ว คนทั่วไปพอทนกับเรื่องภาษีได้ แต่เรื่องภาษีที่ซ่อนมาในรูปเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นแบบต่อเนื่อง พวกเขากลับยินดีกับมัน เพราะภาพลวงตานี้ทำให้พวกเขาเชื่อมั่นที่จะเป็นหนี้ โดยคิดว่าสามารถจะเอาชนะเงินเฟ้อได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป กว่าจะรู้ตัว พวกเขาก็ไม่ไหวไปแล้ว
จุดประสงค์ของเงินเฟ้อที่พวกแบงค์สร้างขึ้นมา ก็เพื่อมาขูดรีด wealth จากประชาชนนี่เอง
การเพิ่มปริมาณเงิน money supply เป็นระยะ ๆ พวกธนาคารพยายามทำให้สถานการณ์ดูว่าเป็นประโยชน์ต่อคอนเซปท์การเป็นหนี้ และนั่นทำให้ทุกคนในสังคมนอกจากเป็นหนี้กันแล้ว ยังมีความเชื่อว่า”จะมีชีวิตที่ดีขึ้นเมื่อเป็นหนี้” และนั่นคือประโยชน์ที่เงินเฟ้อจะทำให้ได้ แต่สำหรับผู้อยู่ในวัยเกษียณ มันจะมีผลที่เกิดต่อเนื่องเป็นลูกโซ่เลย
เมื่อถึงเวลาเกษียณ เกือบทุกคนที่เป็นลูกหนี้ในระบบไม่อาจหาทางออกได้ เงินเฟ้อจะเข้ามากลืนกินเอาทุกอย่างที่พวกเขาสามารถหามาได้ก่อนเกษียณ เกือบทุกคนมีบ้านหรูราคาแพง รถหรู ฯลฯ ดูดีมีอนาคต รู้ตัวอีกที ก็มีหนี้ในระดับที่ไม่เคยเป็นมาก่อนซะแล้ว
ถ้าจะระวังตัวซะหน่อย ก็จะเหลือเงินออมหรือเงินลงทุน ซึ่งจะช่วยให้เขาผ่านปัญหาไปได้ และเมื่อเกษียณจะเห็นว่าอัตราเงินเฟ้อไปเร็วกว่าที่คิด เงินสะสมที่มีในธนาคารไม่สามารถสร้างผลตอบแทนให้ได้อีกแล้ว หรือให้ได้ก็แพ้เงินเฟ้ออยู่ดี
เงินเฟ้อยังคงสูงเดินหน้าต่อไป ต้นทุนการใช้ชีวิตของผู้เกษียณสูงขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่เงินออมลดมูลค่าลงเรื่อย ๆ
เงินเฟ้อเป็นคอนเซปท์ที่สร้างโดยพวกธนาคารให้เป็นภาษีที่มองไม่เห็น เพื่อขูดรีดเราโดยเฉพาะ
คนทั่วไปมักจะคิดว่า ไม่ว่าเราจะหาเงินมาได้สักเท่าไหร่ ทำไมมันไม่เคย พอให้ใช้ตอนเกษียณซะทีนะ
ประชาชนทั่วไปอย่างเรา ๆ ถูกพวกในระบบแบงค์มองเป็นวัวนมที่ทำงานมาให้รีดนมตลอดชีวิต พวกแบงค์จัดการปรับตัวเลขเงินเฟ้ออย่างมีชั้นเชิง มาตลอดชั่วชีวิตของพวกเรา เพื่อดูดเอามูลค่าจากแรงงานของพวกเราให้มากที่สุดที่จะเป็นได้ แต่ต้องอย่าเพิ่งทำให้รีบตายซะก่อนนะ จะได้รีดไปได้นาน ๆ
💥แล้วมีทางออกไหมนะ?
พยายามอย่าสร้างหนี้เกินตัวไม่ว่าจะสถานการณ์ไหน ๆ ไม่ว่าใครจะมาอวดรถหรู หรือบ้านหลังใหม่ ต้องอดทนไม่สร้างหนี้หนัก คุณก็จะผ่านมันไปได้
ทำความเข้าใจเรื่องของเงินเฟ้อให้ดี ทำตามสิ่งที่คุณเข้าใจ แล้วคุณจะไม่เป็นวัวนมสร้างผลประโยชน์ให้กับใครครับ
#bitcoin
#siamstr 
GM ทุกคนนะครับ วันนี้มาแชร์เรื่องการจัดฟันครับ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ต้องจัดฟันถ้าไม่มีสิ่งที่บอกในช่องปากว่าต้องจัดฟันครับ😄🦷
ทำไม? เราถึงควรจัดฟัน การจัดฟันจะช่วยแก้ปัญหาในช่องปากอะไรให้กับเราบ้าง มาอ่านโพสนี้กันครับ👨⚕️
————
💥กลุ่มที่มีความจำเป็นต้องได้รับการรักษา
เพื่อแก้ไขโครงสร้างใบหน้าหรือการสบฟันที่ผิดปกติโดยด่วน เพื่อให้ผู้ป่วยมีพัฒนาการของโครงสร้างใบหน้าและขากรรไกร เพื่อให้ผู้ป่วยมีพัฒนาการของโครงสร้างใบหน้าและขากรรไกร ตลอดจนการสบฟันที่ถูกต้อง ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติในลักษณะดังต่อไปนี้
- โครงสร้างใบหน้าผิดปกติ
- ในเด็กรักษาโดยการจัดฟัน
- ในผู้ใหญ่รักษาโดยการจัดฟันร่วมกับการทำศัลยกรรม
- ฟันล่างสบคร่อมฟันบน ลักษณะฟันหน้าสบคร่อมฟันหน้าบนคือ ลักษณะที่ฟันหน้าล่างซี่เดียว หรือหลายซี่สบคร่อมฟันหน้าบน ถ้าไม่ทำการรักษาจะทำให้ขากรรไกรเจริญผิดปกติ เช่น ขากรรไกรบนถูกจำกัดการเจริญเติบโตในขณะที่ขากรรไกรล่างเติบโตได้ ทำให้เกิดลักษณะใบหน้าเว้า และอาจทำให้เกิดความผิดปกติที่ข้อต่อขากรรไกรได้
- ฟันสบลึก ลักษณะฟันหน้าบนสบคร่อมฟันหน้าล่างมากกว่าปกติ ถ้าไม่ทำการรักษาจะทำให้ขากรรไกรล่างเจริญน้อยกว่าปกติ และเกิดการบาดเจ็บที่เหงือกด้านเพดานของฟันหน้าบน เนื่องจากฟันหน้าล่างสบกระแทก
- ฟันสบเปิด ลักษณะฟันหน้าบนและล่างเปิดห่างจากกันขณะสบฟัน ถ้าไม่ทำการรักษาอาจทำให้การตัดอาหารมาขาด ออกเสียงไม่ชัดเจน มีลักษณะการกลืนที่ผิดปกติ และเกิดการพัฒนาใบหน้าในแนวดิ่งมากกว่าปกติ
- นิสัยที่ผิดปกติ การดูดนิ้วเป็นลักษณะปกติจากความต้องการทางร่างกายของเด็ก การดูดนิ้วจะช่วยให้เด็กสบายใจผ่อนคลายความเหนื่อย ความหิว ความไม่สบายต่าง ๆ ดูดนิ้วน้อยลงจนเลิกในที่สุด เมื่อเด็กเริ่มเข้าโรงเรียนหรืออายุ 3-4 ปี แต่ถ้ายังไม่เลิกนิสัยดังกล่าว จะทำให้เกิดการสบฟันหน้าเปิด ฟันหน้าบนยื่น เกิดลักษณะการกลืนที่ผิดปกติ ฯลฯ ถ้าความผิดปกติไม่รุนแรง และเด็กเลิกดูดนิ้วได้เร็วลักษณะผิดปกติ อาจจะดีขึ้นเองจนถึงหายได้เอง การพยายามให้เด็กเลิกดูดนิ้วอาจเบี่ยงเบนความสนใจ เช่น ใช้มือจับของ เล่นแทนการเอานิ้วมือใส่ปาก ไม่ควรตำหนิ ดุ ว่า หรือทำให้เกิดความอาย ถ้าเด็กพอเข้าใจเหตุผลได้ควรใช้วิธีพูดคุยทำความเข้าใจ ให้เด็กรู้สึกอยากเลิกนิสัยดังกล่าวเอง กรณีเด็กยังเผลอเอานิ้วมือเข้าปาก โดยเฉพาะเมื่อเด็กง่วงนอนหรือจะเคลิ้มหลับ อาจแนะนำให้ใช้พลาสเตอร์พันนิ้วไว้ ถ้าเด็กไม่สามารถเลิกได้เองให้ปรึกษาทันตแพทย์
- การกัดหรือดูดริมฝีปาก พบในผู้ป่วยที่มีนิสัยขี้อาย ขาดความมั่นใจ ขลาดกลัว อาจทำให้เกิดความผิดปกติเกี่ยวพันกับอวัยวะในช่องปากได้ เช่น ฟันหน้าบนยื่น ฟันหน้าล่างซ้อนเก กล้ามเนื้อคางเกร็งผิดปกติ การแก้ไขควรอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงผลเสีย และปรึกษาทันตแพทย์เพื่อรับการรักษา
- การกลืนที่ผิดปกติและตำแหน่งของลิ้นที่ผิดปกติ ในขณะกลืนผู้ป่วยจะยื่นลิ้นออกมาอยู่ระหว่างปลายฟันหน้าบนและล่าง ต้องพิจารณาจากขนาดของลิ้น โดยลิ้นอาจมีขนาดใหญ่ผิดปกติ เนื่องจากโรคทางระบบและตำแหน่งของลิ้นในขณะพักตำแหน่งของลิ้นที่ปกติอาจเป็นผลจากขบวนการปรับตัว มักพบในคนไข้ภูมิแพ้ มีการอุดตันของช่องจมูก ขากรรไกรบนแคบมาก ความสูงของใบหน้ามากผิดปกติควรมาพบทันตแพทย์เพื่อทำการแก้ไข ฟันหน้าห่าง การสบฟันหลังคร่อม การพูดออกเสียงไม่ชัด และเกิดการพัฒนาใบหน้าแนวดิ่งมากกว่าปกติ
- การหายใจทางปาก มักพบเมื่อมีการรบกวนระบบทางเดินหายใจ เช่น ภูมิแพ้ ต่อมทอลซินอักเสบ เป็นต้น มักพบว่าผู้ป่วยมีอาการปากแห้งเสมอ ๆ นอนกรน ผลเสียที่เกิดขึ้นคือ ความสูงของใบหน้าด้านล่างมีค่ามากกว่าปกติ การสบฟันหน้าเปิด ขากรรไกรบนแคบกว่าปกติ การแก้ไขต้องพิจารณาสาเหตุที่มีความจำเป็นต้องหายใจทางปากอยู่เพราะความเคยชิน ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อใส่เครื่องมือแก้ไข
- คางเบี้ยว ขากรรไกรล่างเยงแบนไปจากแนวกลางใบหน้า เนื่องจากตำแหน่งฟันผิดปกติ การสูญเสียฟันน้ำนมไปก่อนกำหนด จะมีผลทำให้กระดูกเบ้าฟันบริเวณนั้นเจริญเติบโตน้อยกว่าปกติ และมีการเคลื่อนที่ของฟันข้างเคียงเข้าสู่ช่องว่างนั้นแคบลง ไม่มีที่เพียงพอสำหรับการขึ้นของฟันแท้ที่จะขึ้นมาแทนที่
——————
💥กลุ่มที่ควรได้รับการรักษา
- ฟันซ้อนเกมาก คือ การเรียงตัวของฟันในขากรรไกรซ้อนกันไม่เป็นระเบียบในปริมาณมาก ควรได้รับการรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด
- ฟันห่าง คือลักษณะที่ด้านข้างของฟันซี่หนึ่งไม่สัมผัสกับด้านข้างของฟันซี่ที่อยู่ถัดไป ทำให้เกิดช่องห่างระหว่างฟัน ทำให้พูดไม่ชัด เวลาพูดมีน้ำลายกระเด็น เสียบุคลิกภาพ ฟันห่างบ่งได้ 2 ประเภท คือ ฟันห่างเฉพาะบางตำแหน่งในขากรรไกร, ฟันห่างทั่ว ๆ ไป
- ฟันยื่นมาก คือลักษณะที่ฟันหน้าบนหรือฟันหน้าล่างยื่นมาทางด้านหน้ามากกว่าปกติ ทำให้ผู้ป่วยมีริมฝีปากอูม หรือริมฝีปากปิดกันไม่มิด ทำให้เสียบุคลิกภาพ นอกจากนี้เวลาประสบอุบัติเหตุจุเกิดอันตรายกับปันและกระดูกเบ้าฟันได้ง่าย
——————
💥กลุ่มที่ต้องการได้รับการรักษาเพื่อความสวยงาม
ผู้ป่วยอาจมีการสบฟันที่ผิดปกติเพียงเล็กน้อยแต่มีความต้องการให้ฟันเรียงตัวเป็นระเบียบ หรือต้องการให้ใบหน้าสวยงามขึ้น จึงมาขอรับการจัดฟัน ได้แก่
- ผู้ป่วยที่มีการสบฟันหลังปกติแต่ฟันหน้ายื่นมากกว่าปกติเล็กน้อย ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการสบฟันมากนัก แต่ผู้ป่วยต้องการได้รับการจัดฟัน อาจเนื่องมาจาก เพื่อนทักหรือไม่มั่นใจในตัวเอง การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของฟันโดยการจัดฟัน จะทำให้ตำแหน่งของริมฝีปากเปลี่ยนไป ทำให้ใบหน้าผู้ป่วยสวยงามขึ้น
- ผู้ป่วยที่มีฟันซ้อนเกเล็กน้อย
- ผู้ป่วยที่มีลักษณะการเรียงตัวของฟันปกติแต่เห็นการจัดฟันเป็นเรื่องแฟชั่น ต้องการได้รับการจัดฟันแบบเพื่อน การจัดฟันที่เกินความจำเป็นนี้อาจส่งผลต่ออวัยวะในช่องปากทั้งฟันและเหงือก การทำความสะอาดจะยากทำให้แหล่งสะสมคราบจุลินทรีย์และหินน้ำลาย รวมทั้งเป็นการสิ้นเปลืองเวลาและค่าใช้จ่ายด้วย
#KdentistTH
#siamstr 
เข้าหน้าหนาวทีไร ทำไม?ถึงปวดฟันง่ายขึ้น🦷
หน้าหนาวแบบนี้❄️❄️❄️
ฟันเริ่มจะปวดกันใช่ไหมครับ?
วันนี้จะมาอธิบายว่าทำไมหน้าหนาวถึงปวดฟันง่ายขึ้น🔍
ก่อนอื่นต้องอธิบายว่า ฟันเราที่แข็งแรงนั้นก็มีส่วนที่เป็นท่อเนื้อฟัน เป็นองค์ประกอบซึ่งภายในมีของเหลวและเส้นประสาทอยู่ข้างในด้วยครับ ซึ่งอันนี้เป็นสาเหตุนึงที่ทำให้เกิดอาการเสียวฟันจนถึงปวดฟันได้ครับ
ในปัจจุบันมีหลายหลักการที่อธิบายการเสียวฟัน แต่ที่น่าเชื่อถือที่สุดคือ การเสียวฟันจนปวดฟันเกิดจาก” การเคลื่อนที่ของ ของเหลวในเนื้อฟันครับ” ซึ่งจากการทดลองที่ใช้ของเย็นและร้อนมากระตุ้น
***พบว่าของที่เย็นกระตุ้นการปวดฟันได้ดีกว่า เมื่อเราให้เปลี่ยนอุณหภูมิฟันแบบกระทันหันจนเกิดการเคลื่อนที่ของ ของเหลวในเนื้อฟันครับ
เราถึงเห็นคนไข้บ่นเรื่องทานของเย็นแล้วปวดฟันมากกว่าทานของร้อน หน้าหนาวจึงทำให้ปวดฟันง่ายขึ้นกว่าหน้าร้อนครับ
และยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดการปวดที่ฟันได้คือ ตัวรับสิ่งกระตุ้นที่อยู่ในเส้นประสาทฟัน(TRP Channels)ซึ่งจะมีทั้งตัวรับความเย็นและร้อน ซึ่งได้มีภาพมาอธิบายในโพสครับ
ซึ่งตัวรับนี้ก็ทำให้เกิดการปวดฟันได้เช่นกัน แต่ตอนนี้ก็ยังศึกษากันอยู่เรื่อยๆครับ
💥ที่อธิบายมานี้เพื่ออยากให้ประชาชน ที่เริ่มมีอาการปวดฟันรุนแรงขึ้นในช่วงที่อากาศหนาว ให้เข้าใจยิ่งขึ้นว่าทำไมหน้าหนาว เราถึงเสียวฟันและปวดฟันได้ง่ายครับ
🎁วิธีบรรเทาเบื้องต้นคือ ให้ของที่เย็นเวลาทานสัมผัสในช่องปากให้นานขึ้นเพื่อลดการเปลี่ยนอุณหภูมิแบบกระทันหันในช่องปาก อาการเสียวฟันจะดีขึ้น แต่อย่าลืมไปหาทันตแพทย์เพื่อรักษาถ้ามีฟันที่ผุหรือร้าวด้วยนะครับ
#KdentistTH
#siamstr 