อยากให้หมอเอก ปลดแอก ประชาชนจากคำว่า “สารเร่งเนื้อแดง”
สามัญชนพูดอะไรไปมันไม่มีน้ำหนักครัช nostr:npub1kd95gzpy65t7cndx43nlxxtahj0s8kpdwr77kl6tw7gfht8mjensyh5l62
ปากจะถึงนิ้วก้อยเท้าข้ายซ้ายแล้วครับ อยากมีคลิปไว้แชร์แทนจุงเบย
#siamstr
ทักหมอเอกได้เลยครับ โครงการปันกัน “กัดก้อนเกลือชมพูกิน”
https://youtube.com/shorts/ywGL-U6lKFY?si=yepyVX9C1vMHNcsb
ลูกพี่ กอร์ดอน ประสบอุบัติเหตุตอนขี่จักรยาน ที่ Connecticut เป็นอุบัติเหตุที่ค่อนข้างร้ายแรง
แต่ลูกพี่กระดูกเหล็ก รอดชีวิตมาได้ แต่ซีกซ้าย(ดูจากคลิป) ช้ำม่วงทั้งซีก รวมถึงร่างกายและมือสั่นจนเห็นได้ชัดว่า ต้องใช้อีกมือจับให้นิ่งแทน
เขาลงคลิปใน X เพื่อเตือนให้ทุกคนสวมหมวกกันน๊อค เพราะเขารอดมาได้ด้วยหมวกกันน็อค และย้ำตลอดคลิปถึงความสำคัญของมัน
“คุณต้องสวมหมวกกันน็อค” เขายืนยัน “ฉันไม่สนหรอกว่าการเดินทางจะสั้นแค่ไหน ฉันไม่สนใจความจริงที่ว่าหมวกกันน็อคเหล่านี้มีค่าใช้จ่าย แต่มันสําคัญ แม้แต่กับเด็ก ๆ การเดินทางระยะสั้น พวกเขาต้องสวมหมวกกันน็อค”
ทีมศัลยแพทย์บาดเจ็บ แพทย์ และพยาบาลที่ รักษาเขาที่โรงพยาบาล Lawerence + Memorial ในนิวลอนดอน แทบไม่เชื่อว่าเขาจะรอดชีวิตมาได้
#pirateketo
#siamstr

ร่างกายจะหยุดการเผาทุกอย่าง ยุติการเป็นคีโตสิสด้วย แล้วมากำจัด Lกฮ ก่อนครับ นอกจากมองเป็น toxin แลัวยังทำร้ายตับโดยตรง
ส่วนคาร์บ เป็นแค่สารอาหารที่ไม่จำเป็น กระบวนการเผาผลาญปกติ แค่ถ้ามากเกินไปมันจะสะสมในรูปแบบไขมันสะสม ในกล้ามเนื้อ ตับอ่อน และในจักรวาลคู่ขนาน ถ้าคาร์บมากเกินไปก็ทำให้อินซุลินทำงานไม่ปกติ เป็นเหตุสืบเนื่องให้เกิดโรค NCD และอื่นๆอีกมากมาย
ส่วนเบียร์หนักหน่อยเพราะมีองค์ประกอบทั้งคาร์บและ Lกฮ อยู่ในตัวเดียวกัน บิทคอยเนอร์รู้ดี ดังนั้นถ้าเขาดื่มเบียร์กับใครนั่นคือการเสียสละครั้งใหญ่ด้านสุขภาพ 555
ส่วนเรื่องไวไว จริงๆมันไม่ใช่แค่ไวไว แต่เป็นคาร์บทั้งหมด การนำไปแช่แข็ง จะทำให้เกิดโครงสร้าง แป้งทนการย่อย เรียกว่า resistant starch หรือ RS แต่ แต่ แต่ มันจะเป็นได้แค่ 16-20% เท่านั้นครับ ไม่ใช่ทั้ง 100% เป็นความพยายามจะเอามาเป็นจุดขาย อย่างสังคมคีโตก็ตั้งแต่ปี 2017-2018 เขาเอามาพูดแค่พาดหัวครับ สุดท้ายตัวบวมกันถ้วนหน้า
และพอเอามาอุ่น ก็คืนสภาพมาส่วนนึงอีกต่างหาก ที่สำคัญ ตู้เย็นเป็นแหล่งรวมเชื้อแบคทีเรีย การกินอาหารจากตู้เย็นโดยไม่อุ่นร้อน มีโอกาสรับแบคทีเรียก่อโรคเข้าร่างกายได้ครับ
#siamstr
#pirateketo
จริงอยู่ที่การเกิด AGE มาพร้อมกับความร้อนในการทำอาหาร
โดยเฉพาะการทำอาหารที่ร้อนมากๆและใช้เวลานานๆ
เนื้อวัวก็ไม่พ้นกลไกนี้ เพียงแต่ว่ามันดีกว่าอาหารอื่นๆตรงที่
กระบวนการเกิด AGE จะแย่มากๆถ้ามีคาร์บรวมอยู่ด้วยครับ
เช่นเดียวกับ ความไหม้เกรียม HCAs กับ PAHs เช่นกัน
ถ้าสังเกตร้านปิ้งย่าง ระหว่างโต๊ะที่มีน้ำซอสปกติ กับ โต๊ะที่ขอเนื้อแบบไม่ราดน้ำซอส
การเปลี่ยนตะแกรงของ 2 โต๊ะนี้จะต่างกัน โต๊ะน้ำซอสแทบจะเปลี่ยนทุก 10นาที
ในขณะที่โต๊ะไม่ราดน้ำซอส แทบไม่ต้องเปลี่ยนเลยตลอด 1.30 ชั่วโมงบุฟเฟ่ ฮาๆๆๆ
นั่นเพราะคาร์บเร่งกระบวนการเหล่านี้ขึ้นมาอีกหลายเท่า อีกทั้งส่วนเนื้อเกรี้ยมไหม้ดำ เราก็ควรเขี่ยออกอยู่แล้ว เพราะแทบไม่เหลือสภาพสารอาหารให้ดูดซึมเลย
นี่เป็นเหตุผลที่ นอกจากแค่เนื้อวัวแล้ว การปรุงพวกเราจึงแนะนำให้กินระดับ แรร์ ไม่เกิน มีเดียมแรร์ เพราะมันจะโดนความร้อนไม่นาน (มีเดียมแรร สุกที่อุณหภูมิ 55องศา) หรือสำหรับคนที่กังวลมาก บ่อยครั้งที่ผมซูวีเนื้อระดับ แรร์ แล้วจี่กระทะเหล็กเอาครัสสวยๆ ก็พอจะเลี่ยงได้ครับ แต่เอาจริงๆไม่ต้องเลี่ยงขนาดนั้นก็ได้ ทำเสต็กให้ถูกวิธี ก็ช่วยเรื่องพวกนี้ได้พอสมควร ไม่ตกในระดับที่จะทำร้ายร่างกายหนักหน่วงแล้วครับ
มาถึงเรื่องโอเมก้า
อาหารพวกธัญพืช ตัวอาหารเองโอเมก้า6 สูงก็จริง แต่กระบวนการย่อยของวัวต่างกับคน จุลินทรีย์ในการย่อยตามแต่ละกระเพาะวัว จะทำการแปลงวัตถุดิบไปเป็นแร่ธาตุตามกล้ามเนื้อ จริงอยู่ถ้าจะเทียบวัวกินหญ้า มันจะมีโอเมก้า3 มากกว่า แต่ก็มากกว่าเพียง "เล็กน้อย" ส่วนวัวที่ grain fed อาจจมีโอเมก้า6 มากกว่า "เล็กน้อย" แต่ก็ไม่ได้มีนัยยะสำคัญในปริมาณครับ ไม่ได้ "อุดมไปด้วย" โอเมก้า 6 ตามที่บอกต่อๆกัน เพราะอะไร?
นั่นเพราะ สัตว์เคี้ยวเอื้อง จะมีการสะสม PUFA หรือ ไขมันไม่อิ่มตัว เชิงซ้อน ในปริมาณที่น้อยครับ (โอเมก้า 3 และ 6 เป็นไขมันประเภท PUFA) กระบวนการเคี้ยวเอื้องนั้นเปลี่ยนกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน PUFA ให้กลายเป็นไขมันอิ่มตัว SFA เรียกว่าเก็บไว้ไม่ถึง 2%
แต่ ที่ถามเรื่องหมูและไก่ อันนี้ตามหลักการแล้ว สัตว์เหล่านี้จะเก็บมากกว่าเพราะไม่ได้ย่อยอาหารกระบวนการเดียวกับวัว ดังนั้นมีโอกาสเก็บ PUFA ถึง 20% แต่ทั้งนี้ยังสู้น้ำมันพืชไม่ได้ครับ โอกาสการได้รับ PUFA จากน้ำมันพืชมีมากกว่า ทั้งปริมาณและความบ่อย
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอักเสบเลยนะครับ โอเมก้า6 เป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายเช่นกัน โอเมก้า 3 ลดการอักเสบ องค์ประกอบการสร้างอวัยวะ โอเมก้า 6 เป็นพลังงาน ถ้ากังวล เราสามารถกินอาหารที่มีโอเมก้า3 เข้ามาช่วยเสริมได้ เช่นแซลมอนดิบ นั่นเป็นเหตุผลที่บอกให้เกินหลากหลายนั่นเองครับ (ในกรณีไม่ได้เน้นเนื้อเคี้ยวเอื้องนะครับ) เพราะโลกนี้ถ้าจะดูตัวโอเมก้ากันจริงๆ มันหาอาหารที่เป็นสัดส่วนอุดมคติยากครับ ในขณะที่จักรวาลคู่ขนาน คาร์บเองก็เป็นปัจจัยที่ก่อการอักเสบหนัก มาก และเร็ว กว่าเยอะเลยครับ
นอกจากนี้ การนอนที่ดี การตากแดด ก็มีส่วนช่วยในการบำบัดโทษจากโอเมก้า6ด้วยเช่นกัน
ตอบครบไหมหว่า 555 เอาแบบสั้นๆคือ
เรื่อง AGE ยังไงเสีย การ cooking ที่ต้องใช้ความร้อนก็ไม่รอดครับ เอาที่แย่น้อยที่สุดที่สบายใจทั้งรสชาติและระดับความสุก
เรื่อง โอเมก้า จริงครับ กินหญ้ามีน้อยกว่า แต่ไม่ถึงกับนัยยะสำคัญ เพราะสัตว์เคี้ยวเอื้องเก็บน้อย ถ้าหมูกับไก่ จะเก็บมากกว่า แต่ก็ไม่เคยเห็นฟาร์มหมูไก่กินหญ้าเช่นกัน ต้องไปพิสูจน์กับสายเบญจา ว่ามัน fiat ไหม ตรงนี้ต้องไป verify ครับ
สำคัญสุดคือ โอเมก้า6 ไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นสุดแบบที่หลายสำนักพยายามใส่บทบาทให้ เพื่อขายโอเมก้า3 เม็ด
#siamstr
ชาเขียวคว่ำเช้า ชาขาวคว่ำค่ำ
#siamstr 
ใช่ครับ ทางที่ทำให้สุขภาพดีมีอีกเยอะ และข้าว ก็ไม่ได้เสียหายอะไร ตราบใดที่เรายังดื่มเบียร์ 555555
ผมเลิกงดคาร์บเหตุนึงก็เรื่องนี้ละครับ cd ไม่ได้กินยาก ไม่ได้ใช้ชีวิตยาก แต่เลี่ยงสังคมและอาชีพยาก กินคาร์บเป็นก็รักษาโรคและแข็งแรงกว่า cd ได้ครับ สบายๆ
ผมไม่อยากเป็นซุปเปอร์แมนที่แพ้คริปโตไนท์ ให้ผมเป็น deadpool ก็ได้นะ 5555
โครงสร้างคลาสสิกดีครับ นึกภาพตามออกแฮะ
เห็นมะ มันเป็นอาการที่ รายการนี้จะช่วยได้ 5555
คล้ายๆที่เค้าชอบล้อกันว่า ไหน เป็นอะไร มาให้หมอดูซิ ”ไหนยังไงนะ“ 555





