
0.01 btc อีก 20 ปี เท่ากับ ว่าที่
1 block reward holder
1 block reward ปัจจุบัน = 312500$ อีก 20 ปี 0.01=312500$
กาวหอมๆ 5555555
ขอบคุณมากครับ
มนุษย์มีเพื่อนใน social network เป็นร้อยเป็นพันคน แต่จะมีสักกี่คน ที่
1.พร้อมจะรับสายท่าน ทุกเวลา
2.และขณะเดียวกันก็พร้อมจะรับฟังท่านระบาย โดยไม่ตัดสินว่าท่านถูกผิด
3.และจะให้ความช่วยเหลือท่าน เท่าที่ เขาจะช่วยได้โดยไม่เดือดร้อนตัวเขาเอง
นอกจากครบ สาม ข้อ นี้ ยังมีอีก หนึ่ง ข้อ ที่ท่านต้องมีในตัวของท่านเอง ถ้าขาดข้อนี้ ต่อให้ท่านมีเพื่อนที่มีเงื่อนไขครบ สาม ข้อนี้ สักร้อย คน ก็ไม่มีประโยชน์ คือ
4.และในขณะที่เขาให้ความช่วยเหลือท่าน ถึงแม้เขาจะไม่ตัดสินท่าน แต่ท่านก็ต้องรับฟังคำเตือนของเขา
บางครั้งการเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก ท่านก็ต้องทำตัวท่านให้เหมือนต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา ให้ผลไม้ แก่วิหคตัวน้อยที่ท่านเรียกว่า "เพื่อน" วิหคแต่ละตัวก็มีความชอบไม่เหมือนกัน ตัวใหนอยากออก ไปตากแดด ตากฝน ตากลม ก็ต้องปล่อยเจ้าวิหคน้อยตัวนั้นไป แต่เมื่อไหร่ที่วิหคเหล่านั้น ปีกหัก หรือ หิวโซ ขอให้ท่านเป็นต้นไม้ต้นแรก ที่วิหคผู้น่าสงสารเหล่านั้นนึกถึง แต่วิหคบางตัว ก็มักจะไม่เข็ดหลาบ ต้นไม้ก็ไม่จำเป็นต้อง ไปแบกรับทุกกรรม ที่วิหคผู้ไม่เข็ดหลาบเหล่านั้น แบกมาให้ เพียงแค่อย่าปล่อยให้ วิหค เหล่านั้นเผชิญกับกรรมที่เขาแบกมาจน วิหค ตัวนั้น ต้องปีกหักไม่สามารถที่จะโผผินได้ไปตลอดชีวิตที่เหลือ.
หมาจรตัวนี้ก็มิได้เก่งไปกว่าพวกท่าน หมาจรตัวนี้ ก็เคยเป็น วิหคตัวน้อย ที่ไม่รู้จักเข็ดหลาบ ทำให้ต้นไม้หลายต้นต้องได้รับความเดือดร้อนจากกรรมที่วิหคตัวนี้ก่อไว้ แต่ต้นไม้เหล่านั้นก็พร้อมที่จะให้วิหคตัวนี้กลับไป หลบลม หลบแดด หลบฝนเสมอ.
#Siamstr #nostr #เพื่อน #วิหค #สกุนา #ปักษา #ต้นไม้ใหญ่ #เขียนให้ได้เรื่อย #เขียนไปเรื่อย #บางครั้งทั้งชีวิตจะมีคนอยู่เพียงไม่กี่คนที่จะได้เห็นเราเมาจนรั่ว

ทุกวันนี้ เวลาที่เราอยากซื้อโทรศัพท์มือถือ หลายคนจะไปซื้อที่ Power Buy เวลาที่เราอยากทานสุกี้ หลายคนจะไปทานที่สุกี้ตี๋น้อย เวลาที่เราอยากซื้อเฟอร์นิเจอร์ หลายคนจะไปที่ Home Pro
จริงอยู่ครับว่า ห้างสรรพสินค้าอย่าง Big C หรือ Lotus อาจจะมีทุกอย่างที่เราต้องการซื้อในข้างต้น (มีทั้งโทรศัพท์มือถือ มีทั้งชุดสุกี้สำเร็จรูป มีทั้งเฟอร์นิเจอร์) แต่คุณภาพ ราคา และ/หรือความหลากหลายของสินค้าที่ถูกขายอยู่ในห้างสรรพสินค้าดังกล่าวอาจจะไม่สามารถตอบโจทย์เราได้ดีเท่ากับกรณีที่เราไปที่ Power Buy หรือสุกี้ตี๋น้อย หรือ Home Pro โดยตรง
ความสัมพันธ์ที่เรามีกับผู้คนในชีวิตก็เหมือนกันครับ
หากเราคาดหวังให้คนหนึ่งคน (เช่น เพื่อนสนิท แฟน) เป็นคนที่เราสามารถเล่นเกมด้วยกันได้ พูดคุยถกเถียงเรื่องปรัชญาการเมืองได้ คอยให้กำลังใจเวลาที่เราเผชิญกับอุปสรรคในชีวิต ไปเที่ยวสไตล์ adventure ด้วยกันได้ (เช่น ไปเดินป่า) เป็นที่ปรึกษาในเรื่องการทำงาน ฯลฯ นั่นเท่ากับเรากำลังคาดหวังให้คนๆนั้นรับบทเป็น Big C หรือ Lotus
ซึ่งมันยากจริงๆครับที่คนหนึ่งคนจะรับบทเป็น Big C หรือ Lotus ได้ และต่อให้คนๆนั้นจะทำได้ มันก็ยากยิ่งเข้าไปใหญ่ครับที่เขาจะสามารถตอบโจทย์เราได้ดีในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะในด้าน “โทรศัพท์มือถือ” “สุกี้สำเร็จรูป” หรือ “เฟอร์นิเจอร์” (อันที่จริง หากเรามองย้อนกลับมาที่ตัวเราเอง และลองนึกภาพว่าตัวเรากำลังรับบทเป็น Big C หรือ Lotus ให้กับใครสักคน เราจะเห็นได้ชัดเจนสุดๆเลยครับว่ามันยากขนาดไหน)
นี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การมีความสัมพันธ์ที่หลากหลาย (โดยที่แต่ละความสัมพันธ์จะเน้นตอบโจทย์ความต้องการของเราที่แตกต่างกันไป) ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เมื่อเทียบกับการมีความสัมพันธ์กับคนๆเดียว (หรือไม่กี่คน) และคาดหวังให้คนๆนั้นตอบโจทย์ความต้องการในทุกๆด้านครับ
อ้างอิง
https://doi.org/10.1177/1948550614564223
#จิตวิทยา #siamstr
ขอบคุณที่สรรหาบทความดี ๆ มีสาระ มาให้อ่านทุกวันครับ
เห็นเรื่องนี้แล้วมักจักนึกถึงสำนวนที่ว่า "สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล"
ขอบคุณที่ให้เกียรติ สละเวลาอ่านบทความครับ
จาก มังกร สู่ หมาจรจัด
หมาจรตัวนี้ เพิ่งตระหนักขึ้นได้ว่า บทความก่อนหน้านี้ของตน มีความ ยโส โอหัง เป็นแค่หมาจร แต่บังอาจ อวดดี ว่าตนสามารถดมหาความจริงบางอย่างได้ก่อนมนุษย์ และเฝ้ามองมนุษย์มานานเห็นการกระทำของมษุย์บางคนที่ดูแล้ว ไม่สมเหตุ สมผล แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้พบเจอความจริงเหล่านี้ด้วยตนเอง แต่แค่เปิดใจรับฟังสิ่งที่มนุษย์หลาย ๆ คนสรุปหรือวิเคราะห์ เอาไว้ แล้วมาชั่งน้ำหนักว่า บทวิเคราะห์หรือข้อสรุปของมนุษย์ท่านใหนมีเหตุผลมากกว่า จริงๆแล้วหมาจรตัวนี้ก็ไม่ได้มีสติปัญญาอะไรมากกว่าพวกท่าน เพียงแค่ว่าเจ้าหมาตัวนี้ไม่ยึดติดกับความรู้ หรือ หลักคิดใด เพียง หลักคิดเดียว แค่เป็นหมาที่มีความสงสัยชอบตั้งคำถาม แต่ไม่มีสติปัญญามากพอที่จะหาคำตอบได้ด้วยตนเอง.
ย้อนกลับไป 14 ปี ก่อน มีมนุษย์คนนึง รู้ตัวว่าตนเองมีศักยภาพสูงกว่ามนุษย์คนอื่น คิดว่าตนเอง เป็น มังกร และเปรียบมนุษย์คนอื่นเป็นแค่ สิงห์สาราสัตว์ทั่วไป ช่างเป็นความคิดที่อันตราย และ น่าสลดใจยิ่งนัก และ ประกอบด้วยความเยาว์วัยของมนุษย์ผู้นั้น เขาเลือกที่จะปลีกวิเวก ใช้ชีวิตคนเดียว ไปเรียนคนเดียว ดูหนังคนเดียว เดินทางไปใหนคนเดียว แต่สิ่งที่มนุษย์ผู้นี้ยังตระหนักไม่ได้คือ มนุษย์คือสัตว์สังคม และเขาก็ไม่ใช่ มังกร ตามที่เขาคิด สุดท้ายแล้ว ไฟแห่งความเย่อหยิ่ง ไฟอัตตา ก็เผาผลาญตัวตนเขาจนเกือบมอดม้วย
หลังจากที่เขา เกือบมอดไหม้ ด้วยไฟจากตัวเขาเอง เขาจึงรู้ซึ้งถึงวลีที่ว่า "นกไร้ขนคนไร้เพื่อน จะบินได้สูงสักเท่าใด" จึงเริ่มกลับมาใช้ชีวิตแบบมนุษย์ทั้วๆไป เริ่มเข้าสังคม อะไรๆ ก็ค่อยๆดีขึ้น แต่เขาก็ยังไม่ทิ้งความเย่อหยิ่ง ยังคิดว่าตนเองเป็น มังกร มีทั้งสติปัญญา และความเพียร เขาจะทำอะไรก็ได้ขอเพียงแค่มีสองสิ่งนี้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขายังไม่รู้จักคือ การจากลา เพราะความ "ตาย"
"ตาย" คือการจากลากันแบบที่โหดร้าย เกินที่จะบรรยายได้ มันชั่ง กระทันหัน ไม่คาดคิด และ ไม่มีโอกาสได้บอกลา ยิ่งเกิดกับคนที่ยังอยู่ในวัยที่เจิดจรัส เฉิดฉายศักยภาพ ยิ่งเป็นอะไรที่โหดร้าย มนุษย์ผู้นั้น สูญเสียน้องชายของเขา ในขณะที่น้องของเขามีอายุ เพียง 18 ปี เขาโทษว่าความตายที่เกิดขึ้นเป็นเพราะตัวเขาเอง เขาน่าจะยับยั้งป้องกันมันได้ เฝ้าแต่โทษตัวเองที่ไม่ดีพอ เป็นความคิดที่ช่างน่าเวทนายิ่งนัก คนจะตายยังไงก็ต้องตาย แต่มนุษย์ผู้นี้กลับเอาแต่โทษตัวเองวันแล้ววันเล่า จนเขาปล่อยให้ตนเองจมลงสู่ทะเลทุกข์ มนุษย์ผู้นี้เขามักจะใจดีและมีความเมตากับคนอื่นเสมอ แต่สิ่งที่เขาทำกับตนเองคือเขากลับใจร้ายกับตัวเขาเอง คิดว่าตัวเองไม่ดีพอ เขาคิดว่าตัวเขาเองสามารถแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง หมาจรตัวนี้เห็นมนุษย์ผู้นั้นแล้วก็ได้แต่คิดในใจว่า "โอ้มนุษย์เอ้ยถึงท่านจะมีสติปัญญา มีความเพียร แต่ตาของท่านช่างมืดบอด" และสิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนไปในตัวมนุษย์ผู้นั้นคือ เขายังคิดว่าเขายัง เป็น "มังกร"
และแล้วบทเรียนที่โหดและหนักหน่วงที่สุดในชีวิตของมนุษย์ผู้นี้ก็มาถึง เมื่อพ่อของเขา ป่วยด้วยโรคสมองเสื่อม ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องไล่ตามความฝันที่จะทำให้สังคมนี้มีความยุติธรรมเกิดขึ้น และเมื่อเขาไม่เลือกปล่อยวาง คิดว่ายังไงเขาก็สามารถจัดการทั้งสองอย่างนี้ได้พร้อมกัน แต่เมื่อ เขาไม่ใช่ มังกร ที่จะมีฤทธาปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บของพ่อเขาได้ เขาเลือกที่จะเผาตัวเองเพื่อให้คนอื่นอบอุ่น เลิกทำตามความฝัน ออกมาดูแลพ่อ ฟังดูอบอุ่น และกตัญญู แต่หมาจรจัดตัวนี้เฝ้ามองแล้วได้แต่อุทาน "โอ้ท่านมนุษย์เอ้ยพ่อของท่านอีกไม่นานก็ตาย ส่วนท่านก็ต้องชดใช้กรรมจากการที่ท่านจุดไฟเผาตัวเอง ท่านไม่คิดถึงตัวท่านเองมั่งหรือ ลูกของท่าน ภรรยาท่าน ครอบครัวของท่านมั่งหรือ ทำไมท่านช่างใจดีกับคนอื่นจนถึงกลับยอมให้ตนเองมอดไหม้"
และเมื่อถึงจุดหนึ่งมนุษย์ผู้นี้ก็ทนไม่ไหว รู้ว่าการเผาตนเองมันสูญเปล่า แรกๆ ก็ดูสวยงาม แต่ความจริงที่ตามมามันเริ่มโหดร้าย มนุษย์ท่านนั้นเริ่มคิดว่าเขา "ไร้ค่า ไร้ประโยชน์ ตัวปัญหา" ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ในชีวิตอะไรได้ สามคำนี้เป็นอะไรที่อันตรายยิ่งกว่า การคิดว่าตนเองเป็น "มังกร" เขาพร้อมที่จะลาหลับไหลชั่วนิรันดร์ แต่ด้วยความเป็นพ่อที่ยังมีอยู่ในตัวเขา มนุษย์ท่านนี้ เขาไม่เลือกที่จะหลับ เริ่มตระหนักได้ "มังกร" เป็นแค่เรื่องจินตนาการ ชีวิตที่ผ่านมาของเขาอยู่ด้วยความเพ้อฝัน แต่หมาจรจัดนี่เหละของจริง ถึงมันจะเป็นหมาไม่มีเจ้าของ แต่พวกหมาจรจัด เหล่านี้ก็ยังเอาตัวรอดอยู่ได้ ท่ามกลางหมู่มนุษย์ที่มีทั้งดีและร้าย.
บทความนี้ขึ้นมาเพื่อเผาผลาญอัตตาของเจ้าหมาจรตัวนี้ให้หายไป หรือเหลือน้อยที่สุด และไว้เตือนใจตนเอง ให้รู้จักปล่อยวาง ปัญหาบางอย่างมันไม่สามารถแก้ไขได้ ต่อให้ทำดีแค่ใหน สุดท้ายมันก็ต้องเกิด.
#siamstr #Siamstr #เรื่องเล่าของหมาจรจัด #The Story of Stray Dog #เขียนให้เป็นเรื่อง #เขียนไปเรื่อย #ยาวแบบนี้ใครมันจะอ่านวะ #ระบายมันออกมา #ซึมเศร้ารักษาได้ #มังกร #หมาจรจัด
ส่วนหมาของคุณ john wick เป็นหมาที่ทำหน้าที่ของการเป็นเพื่อนของมนุษย์ได้ทุกประการ 1.ดูแลความปลอดภัยและคอยระแวดระวังและเป็นอาวุธ 2.เป็นเพื่อนคอยปลอบประโลมจิตใจ ไม่ให้หยาบช้าแข็งกระด่าง(ขนาดมีเพื่อนคู่ใจช่วยบำบัดโรคทางใจ คุณ wick ยังฆ่าเกือบ พันศพ 555555555)







