Avatar
Weerasai
8c7afe35dbe38bb055b9f2b2390790ee6affa256454bd5d1b7c0d2a9b9db4ed7
Amateur Pianist and Bitcoin user
Replying to Avatar Weerasai

สวัสดีครับผม วันนี้อยากจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับดนตรีตะวันตกนิดนึงนะครับหัวคือ

เพลง Symphony no.5 op.47

ประพันธ์โดย Dmitri Shotstakovich

ที่นี้อยากบอกก่อนว่า Shostakovich เป็นนักประพันธ์เพลงคนนึงที่เกิดในรัสเซีย ซึ่งตอนนั้นเป็น The Soviet Union อยู่ ภายใต้การปกครองของ Joseph Stalin โดยที่ทุกคนรู้กันว่าเผด็จการคนนี้ฆ่าประชาชนอย่างมากมายเพื่อที่จะทำให้อุดมการณ์ Marxism-Leninism ของตัวเองเป็นจริง แน่นอนว่ารัฐนั้นมีอำนาจมากมาย และหนึ่งในนั้นคือการควบคุมสื่อข่าวสารต่างๆ เป็นยุคที่โหดร้ายโลกเกือบลืมจริงๆ (เพราะ WEF ยังพยายามควบคุมชาวบ้านอยู่อย่างสบายๆโดยที่ไม่มีใครเอะใจมากนัก)

ในสภาพการเมืองที่กดดันนั้น ประชาชนต่างตึงเครียดไปหมด แม้แต่ศิลปินเองถ้าแต่งเพลงไม่ถูกใจ Stalin ละก็อาจจะโดนสั่งเก็บได้ และแน่นอนว่าเพื่อนของ Shostakovich เองก็โดนเก็บไปหลายคนแล้ว ทำได้แต่กลัวว่าจะมีวันไหนที่ตัวเองจะโดนเก็บไหม ความตึงเครียดและความกลัวนั้นเกิดกับชายคนนี้ตลอดเวลา

และเหตุการณ์ที่ทำให้เขาวิตกกังวลขั้นสุดก็เกิดขึ้นจนได้ จากข่าวในหนังสือพิมพ์ของรัฐประกาศว่า หนึ่งในผลงานของเขานั้นทำลายจิตวิญญาณของโซเวียต เพราะ Stalin ไปฟังมาแล้วไม่ชอบ😭 จากที่ผลงานเป็นที่นิยมของประชาชนอยู่ก็ต้องยกเลิกแสดงไป และผลงานนั้นคือ Lady Macbeth of Mtsensk

(ถ้าเอาตามที่ Stalin ต้องการต้องใช้ระบบการประพันธ์เพลงแบบเก่า แต่ Shostakovich ถือว่าอยู่ในกลุ่มที่ Modern ขึ้นมาแล้ว เสียงเพลงของเขาอาจจะใหม่จากเดิม เลยทำให้ Stalin ไม่พอใจผลงานเขา)

Shostakovich รู้ทันทีเลยว่าชีวิตตัวเองขึ้นอยู่กับผลงานอันต่อไปแล้ว ถ้าแต่งไม่ถูกใจ Stalin ต้องโดนเก็บแน่นอน เลยจำเป็นต้องยกเลิกการซ้อม เพลง Symphony no.4 ก่อน และเอา Symphony no.5 ขึ้นมาแสดงแทน เพราะน่าจะทำให้มีโอกาสรอดมากขึ้น แต่ด้วยความกลัวตายช่วงเวลานั้นเขาเลยยอมนอนตรงปล่องบันไดอพาร์ตเมนต์ของเขา เพื่อที่จะให้ครอบครัวไม่เห็นเขาโดนจับตัวไป

แต่ในท้ายที่สุดบทประพันธ์นั้นประสบความสำเร็จ ทั้งรัฐและประชาชนถูกใจผลงานอันนี้มาก(1937) ทำให้ Shostakovich นั้นรอดตายจากเงื้อมมือของ Stalin ได้ ถือเป็นหนึ่งในเพลงที่สำคัญมากๆของดนตรีตะวันตกเลยทีเดียว นอกจากช่วยชีวิต Stalin แล้วยังเป็นเพลงที่สำคัญต่อประวัติศาสตร์อีกด้วย

ปล.ผลเห็นเรื่องนี้น่าสนุกและน่าสนใจเลยอยากให้ทุกท่านได้ลองฟังกันนะครับ เอาจริงๆแล้วผมไม่ได้รู้ลึกอะไรมากนัก ข้อมูลที่ผมเขียนน่าจะผิวๆเท่านั้นผมคิดว่ามีมากกว่านี้แน่ๆ ขอบคุณมากๆที่อ่านจนจบนะครับ🙏

#siamstr

#musicstr

https://youtu.be/0FF4HyB77hQ?si=fv3y9kQNv4lIJ2Zi

พูดถึงเพลงกัน symphony no.5 op.47 จะมี 4 ท่อนนะครับ และแต่ละท่อนจะความเร็วและอารมณ์ที่แตกต่างกันอยู่ โดยรวมแล้วทุกท่อนฟังแล้วสนุกครับ มันจะตามนี้นะครับ

Symphony no.5 op.47

I.Moderato

II.Allegretto

III.Largo

IV.Allegro non Troppo

ท่อนแรก Moderatoให้ฟีลลิ่งซีเรียสหน่อยและออกแนวทหารด้วย

ท่อนสอง Allegretto สนุกครับ เหมือนเป็นท่อนที่พักจากท่อนที่แรกมา

แต่สิ่งที่แตกต่างคือท่อนที่ 3 Largo จะให้ผู้ฟังการไว้ทุกข์จากเพื่อนที่เสียไปของผู้แต่ง กดดัน และโดดเดี่ยวพอสมควร แต่มีความรู้สึกสวยงามด้วยเช่นกัน

โดยเฉพาะท่อนสุดท้าย Allegro non Troppo เหมือนได้รับชัยชนะมา ไม่รู้ว่าชัยชนะเพราะคนแต่งคิดภาพฮีโร่ที่ฆ่าตัวร้ายได้แล้วหรือเป็นฉากที่ Stalin ตายในจินตนาการกันแน่

แต่ยังไงก็ตามผมบอกไม่ถูกครับ มีแต่ผู้ฟังเท่านั้นที่บอกได้ว่ารู้สึกอย่างไร ขอให้เอ็นจอยและมีวันที่ดีนะครับ

สวัสดีครับผม วันนี้อยากจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับดนตรีตะวันตกนิดนึงนะครับหัวคือ

เพลง Symphony no.5 op.47

ประพันธ์โดย Dmitri Shotstakovich

ที่นี้อยากบอกก่อนว่า Shostakovich เป็นนักประพันธ์เพลงคนนึงที่เกิดในรัสเซีย ซึ่งตอนนั้นเป็น The Soviet Union อยู่ ภายใต้การปกครองของ Joseph Stalin โดยที่ทุกคนรู้กันว่าเผด็จการคนนี้ฆ่าประชาชนอย่างมากมายเพื่อที่จะทำให้อุดมการณ์ Marxism-Leninism ของตัวเองเป็นจริง แน่นอนว่ารัฐนั้นมีอำนาจมากมาย และหนึ่งในนั้นคือการควบคุมสื่อข่าวสารต่างๆ เป็นยุคที่โหดร้ายโลกเกือบลืมจริงๆ (เพราะ WEF ยังพยายามควบคุมชาวบ้านอยู่อย่างสบายๆโดยที่ไม่มีใครเอะใจมากนัก)

ในสภาพการเมืองที่กดดันนั้น ประชาชนต่างตึงเครียดไปหมด แม้แต่ศิลปินเองถ้าแต่งเพลงไม่ถูกใจ Stalin ละก็อาจจะโดนสั่งเก็บได้ และแน่นอนว่าเพื่อนของ Shostakovich เองก็โดนเก็บไปหลายคนแล้ว ทำได้แต่กลัวว่าจะมีวันไหนที่ตัวเองจะโดนเก็บไหม ความตึงเครียดและความกลัวนั้นเกิดกับชายคนนี้ตลอดเวลา

และเหตุการณ์ที่ทำให้เขาวิตกกังวลขั้นสุดก็เกิดขึ้นจนได้ จากข่าวในหนังสือพิมพ์ของรัฐประกาศว่า หนึ่งในผลงานของเขานั้นทำลายจิตวิญญาณของโซเวียต เพราะ Stalin ไปฟังมาแล้วไม่ชอบ😭 จากที่ผลงานเป็นที่นิยมของประชาชนอยู่ก็ต้องยกเลิกแสดงไป และผลงานนั้นคือ Lady Macbeth of Mtsensk

(ถ้าเอาตามที่ Stalin ต้องการต้องใช้ระบบการประพันธ์เพลงแบบเก่า แต่ Shostakovich ถือว่าอยู่ในกลุ่มที่ Modern ขึ้นมาแล้ว เสียงเพลงของเขาอาจจะใหม่จากเดิม เลยทำให้ Stalin ไม่พอใจผลงานเขา)

Shostakovich รู้ทันทีเลยว่าชีวิตตัวเองขึ้นอยู่กับผลงานอันต่อไปแล้ว ถ้าแต่งไม่ถูกใจ Stalin ต้องโดนเก็บแน่นอน เลยจำเป็นต้องยกเลิกการซ้อม เพลง Symphony no.4 ก่อน และเอา Symphony no.5 ขึ้นมาแสดงแทน เพราะน่าจะทำให้มีโอกาสรอดมากขึ้น แต่ด้วยความกลัวตายช่วงเวลานั้นเขาเลยยอมนอนตรงปล่องบันไดอพาร์ตเมนต์ของเขา เพื่อที่จะให้ครอบครัวไม่เห็นเขาโดนจับตัวไป

แต่ในท้ายที่สุดบทประพันธ์นั้นประสบความสำเร็จ ทั้งรัฐและประชาชนถูกใจผลงานอันนี้มาก(1937) ทำให้ Shostakovich นั้นรอดตายจากเงื้อมมือของ Stalin ได้ ถือเป็นหนึ่งในเพลงที่สำคัญมากๆของดนตรีตะวันตกเลยทีเดียว นอกจากช่วยชีวิต Stalin แล้วยังเป็นเพลงที่สำคัญต่อประวัติศาสตร์อีกด้วย

ปล.ผลเห็นเรื่องนี้น่าสนุกและน่าสนใจเลยอยากให้ทุกท่านได้ลองฟังกันนะครับ เอาจริงๆแล้วผมไม่ได้รู้ลึกอะไรมากนัก ข้อมูลที่ผมเขียนน่าจะผิวๆเท่านั้นผมคิดว่ามีมากกว่านี้แน่ๆ ขอบคุณมากๆที่อ่านจนจบนะครับ🙏

#siamstr

#musicstr

https://youtu.be/0FF4HyB77hQ?si=fv3y9kQNv4lIJ2Zi

nostr:npub1ju8la595yg7h90qm8lm95hvqajgdgu2c6f9mf8uwwe7lurrxarcsycsv5w เนื้ออร่อยมากครับ กินคู่กับไข่ดาวเพลินๆ ขอบคุณมากๆครับ😋

#siamstr

GM สวัสดีครับ งานTBC2024 สมมุติผมเลือกตั๋ว All Access ถ้าอยากปาร์ตี้ด้วยก็ต้องซื้อ Dinner party ด้วยใช่ไหมครับ

แล้วถ้าจองที่พักด้วยต้องนอนได้แค่คนเดียวใช่ไหมครับ หรือสองคนได้

เอาจริงไม่รู้ตัดสินใจยังไงดี แนะนำกันได้เลยครับ ขอบคุณครับ

#siamstr

Replying to Avatar satuser

ขอบคุณมากๆครับท่าน 😀🙏

หากจะแนะนำก็คงขอแนะนำคลิปที่ดูแล้วทำให้เราได้ อ๋อ อะไรบางอย่าง เช่น คลิปนี้ครับ https://youtu.be/-3GURGivTqY ทำให้เห็น process ของการเกิดดับของความรู้สึกมากขึ้น และยังมีพระและอาจารย์อีกหลายๆท่านที่น่าติดตามอีกเยอะเลยครับ ค่อยๆ verify mindset ไปเรื่อยๆจนกว่าจะพบทางที่ช่วยให้เราสงบขึ้นไปเรื่อยๆ

ส่วนนิพพานนั้นผมเองก็ยังไม่เคยสัมผัสว่าเป็นอย่างไร แต่คิดว่าคงเป็นความรู้สึกที่เราได้ดื่มด่ำกับช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับปัจจุบันขณะจริงๆอย่างธรรมชาติ

ยินดีมากๆครับท่านที่ได้สื่อสารภาษาธรรมกันในทุ่งม่วงแห่งนี้ 💜

ขอบคุณมากๆครับ เดี๋ยวจะฟังให้จบก่อนนะครับ ถ้ามีคำถามอะไรขอรบกวนทักไปนะครับ🙏

พิสูจน์ไม่ได้เพราะเรามีตัวตนอยู่จริงๆ

Replying to Avatar satuser

ประโยค “เพราะมีอัตตา จึงมีอนัตตา เป็น mechanisim ของการเกิดดับของสภาวะจิตในเรื่องต่างๆ” นั้น น่าสนใจและลึกซึ้ง มีหลายแง่มุมที่ควรพิจารณา ดังนี้

**1. ความหมายของอัตตาและอนัตตา**

* **อัตตา** หมายถึง สิ่งที่ยั่งยืน ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นตัวตนที่แท้จริง

* **อนัตตา** หมายถึง สิ่งที่ไม่ยั่งยืน เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่มีตัวตนที่แท้จริง

**2. ความสัมพันธ์ระหว่างอัตตาและอนัตตา**

ประโยคนี้ชี้ให้เห็นว่า อัตตาและอนัตตานั้นมีความสัมพันธ์กัน กล่าวคือ

* **อัตตาเป็นเงื่อนไขให้เกิดอนัตตา**:

* เมื่อเรามีความยึดติดในตัวตน (อัตตา) เราจะมองข้ามความเปลี่ยนแปลง (อนัตตา) ของสิ่งต่างๆ

* เราจะพยายามยึดมั่นในสิ่งที่ไม่ยั่งยืน

* สิ่งนี้จะนำไปสู่ความทุกข์ เพราะสิ่งต่างๆ ย่อมเปลี่ยนแปลง ไม่สามารถยึดมั่นได้

* **อนัตตาเป็นเครื่องมือในการละวางอัตตา**:

* เมื่อเราเข้าใจความจริงของอนัตตา

* ว่าสิ่งต่างๆ ย่อมเปลี่ยนแปลง ไม่ยั่งยืน

* เราจะค่อยๆ ละวางความยึดติดในตัวตน (อัตตา)

* นำไปสู่ความสงบสุข

**3. กลไกการเกิดดับของสภาวะจิต**

ประโยคนี้ยังบอกเป็นนัยว่า อัตตาและอนัตตานั้น เป็นกลไกการเกิดดับของสภาวะจิต

* **เมื่อเรามีความยึดติดในตัวตน (อัตตา)**

* เราจะปรุงแต่งจิต คิดปรุงแต่ง

* มองสิ่งต่างๆ ผิดเพี้ยน

* เกิดกิเลสและตัณหา

* นำไปสู่ความทุกข์

* **เมื่อเราเข้าใจความจริงของอนัตตา**

* เราจะปล่อยวาง

* มองสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง

* จิตสงบ

* เกิดปัญญา

* นำไปสู่ความสุข

**4. ตัวอย่าง**

ลองพิจารณาตัวอย่างต่อไปนี้

* **ความรัก**: เมื่อเรายึดติดในความรัก (อัตตา) เราจะคาดหวัง ต้องการความรักจากผู้อื่น

* เมื่อไม่ได้ดั่งใจ ก็จะทุกข์

* แต่เมื่อเราเข้าใจว่า ความรัก (อนัตตา) เปลี่ยนแปลงได้

* เราจะไม่ยึดติด

* ปล่อยวาง

* รักอย่างเป็นอิสระ

* ไม่ทุกข์

**5. สรุป**

ประโยค “เพราะมีอัตตา จึงมีอนัตตา เป็น mechanisim ของการเกิดดับของสภาวะจิตในเรื่องต่างๆ” นั้น

* ชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างอัตตาและอนัตตา

* อธิบายกลไกการเกิดดับของสภาวะจิต

* ชี้แนะแนวทางสู่ความสุข

**6. แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม**

* อัตตา-อนัตตา ในพระพุทธศาสนา - หนังสือธรรมะ โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต)

* “The Law of Relativity.” อัตตา-อนัตตา เป็นคนละเรื่องเดียวกันใช่หรือไม่? - YouTube: [https://www.youtube.com/watch?v=J7vGMqrE8kI%5D(https://www.youtube.com/watch?v=J7vGMqrE8kI)

**7. หมายเหตุ**

* คำว่า "mechanisim" เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ แปลว่า กลไก

* ประโยคนี้ตีความได้หลายแง่มุม ขึ้นอยู่กับความรู้และประสบการณ์ของผู้อ่าน

#ข้าพเจ้าเป็นเพียงโมเดลภาษาขนาดใหญ่จึงอาจตีความประโยคนี้ได้ไม่สมบูรณ์

**8. คำถามเพิ่มเติม**

#geministr

ปล.มีก็ได้ ไม่มีก็ดี ☯️

สุดยอดครับ ผมไม่เคยเห็นมุมนี้มาก่อนเลย พอฟังอ่านและฟังแล้วเหมือนตอนนี้กำลังเปลี่ยนกระบวนความคิดบางอย่าง คือหนทางสู่การดับทุกข์เลย

ท่านมีคำแนะนำให้ผมไปศึกษาหาคำตอบเพิ่มมุ่งไปสู่นิพพานไหมครับ อยากมี Mindset ที่หลุดพ้นได้ครับ🙏

Replying to Avatar jack

Is this prolonged fasting?

GM อัตตาที่แท้จริงคืออนัตตาใช่ไหมครับ? เพราะว่าจริงๆแล้วเราไม่มีตัวตนแต่แรกอยู่แล้ว

#siamstr

Replying to Avatar HereTong

เรื่องชวนคิดครับ

สมมติเหตุการณ์ ว่า มีสาวไซส์พลัสคนนึง (จินตนาการว่าเธอพลัสมากๆเลยจริงๆนะครับ) เธอเลือกซื้อที่นั่งบนเครื่องบิน 2 ที่นั่ง จะด้วยเหตุผลว่าเธออึดอัดและไม่อยากเบียดเบียนคนอื่น เพราะก่อนหน้านั้นหลายไฟลท์แล้ว ที่เธอมักโดนคนข้างๆมองด้วยสายตารังเกียจ ว่าไปริดรอนสิทธิ์ในพื้นที่ของเขา

สำหรับไฟลท์นี้เธอจึงเตรียมพร้อมด้วยการจอง 2ที่นั่ง กระนั้นใกล้ๆเธอเพียงข้ามฟากทางเดินกลาง แม่ลูกอ่อนคนนึง ลูกเธออายุ 1 ขวบ ได้มาขอที่นั่งอีกทีของเธอ หลังจากที่เห็นว่าที่นั่งตรงนั้นว่าง

สาวพลัสจึงบอกว่าเธอซื้อไว้เอง 2 ที่นั่ง และขอปฎิเสธ แม่ลูกอ่อนจึงขอกับพนักงานบนเครื่อง

ซึ่งคำตอบก็คือ ไม่ เช่นเดิม พนักงานจึงให้แม่นำลูกมานั่งบนตัก

สาวพลัส โดนสายตาจากรอบข้างว่าเธอใจดำ

มิหนำซ้ำแม่ลูกก่อนก็ยังบ่นเธอตลอดการเดินทาง

คุณมีความเห็นว่าอย่างไรกับเรื่องนี้

เรื่องนี้ไม่มีถูกผิด แต่ความเห็นจะช่วยให้เกิดหลากความคิดได้ครับ

#siamstr #pirateketo

ผมคิดว่าคุณแม่ลูกอ่อนต้องยอมรับความจริงว่าการเดินทางครั้งนี้ยังไงเด็กอ่อนต้องนั่งตักคุณแม่อยู่แล้ว ควรทำใจแต่แรก

แต่ถ้าได้ที่นั่งเพิ่มก็โชคดีไป แต่ถ้าไม่ได้ต้องยอมรับสภาพ

สาวไซส์พลัสไม่ผิดอะไร เพราะเทอเป็นคนจ่ายเงิน เป็นสิทธิ์ของเทอที่จะนั่ง2ที่

I did it too! I never thought I can do it. Thanks you for inspiring🔥🙏

ในปรัชญาสโตอิกจะมีสองวลีที่ผู้คนมักหยิบยกมาพูดถึงคือ Memento Mori กับ Amor Fati

วันนี้เราจะมาพูดถึง Memento Mori หรือวันหนึ่งคุณต้องตาย ด้วยการยืมปกอัลบั้มวงเมทัลชื่อดังคือวง Marduk และใช้เนื้อเพลงในอัลบั้มชื่อเดียวกันมาเป็นตัวอย่างประกอบในการอธิบายวลีนี้

"Has it dawned on you yet?

Have you begun to grasp

That life is not a clock

But an hourglass?

Are you prepared?

Is your rat-nest in order?

Will your mind be at ease

When the shadows grow taller?

Your days are numbered

No matter what you've been told

So, stop now and consider

That you've never been this old

That you've never been this old

That you've never been this old

That you've never been this old..."

"เคยตระหนักนึกบ้างหรือไม่

นาฬิกาชีวิตไม่ได้หมุนวนแต่ลดลงทุกที

พร้อมแล้วหรือยัง

หากต้องทอดร่างในวันนี้

สงบใจได้ไหมเมื่อความตายยิ่งคืบคลาน

ชีวิตคือการนับถอยหลัง

ไม่ว่าใครจะบอกคุณเช่นไร

จงฉุกคิดและทบทวน

เช้าวันนี้คุณแก่กว่าเมื่อวานเสมอ"

การคิดถึงความตาย แม้จะฟังดูเป็นเรื่องน่ากลัวแต่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต เพราะวันหนึ่งเราต้องตาย

ครั้งหนึ่งตอนเด็กๆ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่กลัวตาย ไม่ค่อยชอบคิดถึงความตาย การคิดว่าวันนึงตัวเราจะหายไปเป็นเรื่องน่ากลัว เป็นเรื่องที่เกินกว่าจะทำความเข้าใจได้

แต่ความแปลกประหลาดก็คือยิ่งคุณคิดถึงความตายเท่าไร คุณยิ่งมีชีวิตขึ้นเท่านั้น

เพราะเมื่อเราตระหนักและยอมรับความจริงได้ว่าวันหนึ่งเราต้องตาย เราจะเข้าใจว่าเวลาของเรามีแต่จะน้อยลง การมัวแต่กลัวว่าตายแล้วจะเป็นยังไง ยิ่งทำให้โอกาสและเวลาที่คุณจะได้เอนจอยชีวิตหดหายไป

เมื่อคุณตระหนักว่าวันหนึ่งความตายจะมาถึง คุณจะยิ่งอยากใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด ความลังเลในใจที่ไม่กล้าทำสิ่งที่ใจอยากทำก็จะหายไป

คุณจะคำนึงถึงความสัมพันธ์กับคนรอบข้างมากขึ้น เพราะไม่ใช่แค่เวลาของเราที่น้อยลงทุกที เวลาของทุกคนรอบข้างก็น้อยลงทุกขณะเช่นกัน

เมื่อเวลาทุกคนในโลกมีจำกัด เราจะยิ่งอยากสร้างช่วงเวลาดีๆ ทั้งของเราเองและของคนรอบข้างมากขึ้น คุณจะรู้จักตัดผู้คนที่ไม่ได้สำคัญกับชีวิตทิ้งไป สนใจคนที่ไม่ได้เห็นคุณค่าของคุณน้อยลง เพราะทัศนะของคนที่ไม่เห็นคุณค่าของเรา ไม่มีทางสำคัญกว่าเวลาที่ลดลงไปทุกนาที

เมื่อคุณยอมรับความตาย เมื่อนั้นคือเวลาที่คุณได้เริ่มต้นใช้ชีวิตอย่างแท้จริง

เพราะหลังจากที่คุณตายไป ไม่มีอะไรแน่นอน ไม่ว่าคุณจะมีความเชื่ออย่างไร ไม่มีสิ่งใดรับประกันว่าจะเป็นจริงอย่างที่เชื่อ สิ่งเดียวที่แน่นอนตอนนี้คือคุณยังไม่ตาย แต่วันนึงคุณต้องตาย

ฝากติดตามเพจของผมในเฟซบุ๊กหน่อยนะครับ

https://www.facebook.com/Y0Uaregone?mibextid=ZbWKwL

เนื้อหาเกี่ยวกับสโตอิก การทำสมาธิ/รู้สติ

ผมจะเอาเนื้อหาที่ลงในเพจมาลงใน Nostr ด้วยเหมือนกัน รอติดตามกันได้

#Siamstr

#m=image%2Fjpeg&dim=720x724&blurhash=%7CEMaLyNaxZIoxaM%7B%3FbRP%3Fb%25Mt7%25MM%7B-%3Bt79ZV%40D%25D%25jZkCof%7EqkCt7xu9F%7EqRj4nxu%25MR*aexuWB%25Lt7-%3Bj%5BM%7Bj%5Bayt7Rjs%3AtRRPRjRPfQofV%40%25M_3aekCs%3AWBofRjRjof00Rjoff6xuRjxuWVxu_3jZt7f6IUj%5BRjoff6&x=80f2c94e3687413f9aa680467f33bb49b798881a1c59cd04947b2d1cdce080d3

ตามแล้วนะครับ💜

GM and GN #nostr

https://video.nostr.build/78568dc23d5f3a48e2f9d5b2488415a81adbcf407324dad2c738352ece3f24f6.mp4

#fastingfatdentist

#หมอบ่นfiat

#healthstr

#health

#IFF

#nutrition

#fiat

#siamstrOG

#siamstr

#bitcoin

#siamesebitcoiners

#homeschool

GM ครับคุณหมอ☀️