Avatar
ShinHODLer
8de7bb08887ef532129d3a26ab4d5b780a9b80df1dcfa09b2692eacc066e8644
Replying to Avatar Jakk Goodday

"น้ำลึกย่อมไหลนิ่ง.. ผู้มีปัญญาย่อมสงบ"

คืนหนึ่งในหมู่บ้านกลางหุบเขา...

มีเด็กชายคนหนึ่งชื่อ "อิสร" เขานอนไม่หลับ เพราะเต็มไปด้วยคำถามเกี่ยวกับชีวิต

เสียงลมพัดผ่านกระท่อมไม้ไผ่ข้างบ้าน ทำให้เขาตัดสินใจเดินไปหา "ปู่เป็ด" ผู้เฒ่าผู้มีปัญญาที่สุดในหมู่บ้าน

“ปู่ขอรับ… ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าในใจข้ามันไม่เคยสงบเลย?” อิสรถามขณะนั่งลงข้างกองไฟ

ปู่เป็ดเหลือบตามองหลานชาย ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ

“เจ้ารู้ไหม ในป่าลึกมีแม่น้ำสายหนึ่ง ชาวบ้านเรียกมันว่า ‘กระจกแห่งปัญญา’ ว่ากันว่าใครก็ตามที่สามารถทำให้แม่น้ำนั้นสงบได้ จะมองเห็นอนาคตของตัวเองได้ชัดเจน”

“แม่น้ำจะสงบได้อย่างไรหรือขอรับ?” อิสรถามอย่างสงสัย

ปู่บุญยิ้ม.. แล้วหยิบก้อนหินขึ้นมาก่อนจะโยนลงไปในอ่างน้ำใกล้ตัว น้ำกระเพื่อมเป็นวงกว้าง.. “เจ้าลองบอกข้าสิ ตอนนี้เจ้ามองเห็นเงาของเจ้าเองในน้ำไหม?”

อิสรส่ายหัว “ไม่เลยขอรับ.. น้ำมันขุ่นมัวไปหมด”

ปู่บุญพยักหน้า “นั่นแหละ อารมณ์ของเจ้าก็เหมือนน้ำนี้ ยิ่งเจ้าหงุดหงิด โกรธ หรือลนลาน น้ำก็จะยิ่งปั่นป่วนจนเจ้ามองอะไรไม่เห็น"

"แต่ถ้าเจ้าอยู่นิ่งพอ ให้เวลากับมัน… สุดท้ายแล้วน้ำก็จะกลับมาใสราวกระจก”

อิสรครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้า “ข้าต้องทำให้ใจสงบใช่ไหมขอรับ? แล้วข้าจะตัดสินใจอะไรได้ดีขึ้น?”

ปู่เป็ดหัวเราะเบา ๆ “เจ้าช่างฉลาดนัก” แล้วปู่ก็เริ่มเล่าบทเรียนที่ได้รับจากแม่น้ำแห่งปัญญา

“จงจำไว้อิสร…

เมื่อใจสงบ ดั่งน้ำในบึงฤดูแล้ง เจ้าจะมองเห็นพื้นน้ำกระจ่างใส

เช่นเดียวกัน เมื่อความคิดไร้คลื่นอารมณ์ เจ้าจะมองเห็นทุกอย่างได้ชัดขึ้นกว่าที่เคย

การตัดสินใจที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นจากความเร่งรีบ แต่มันเริ่มจากการหยุด ตั้งสติ และเฝ้าสังเกต

อย่าให้เพียงอารมณ์ชั่ววูบมาครอบงำแล้วพาเจ้ากระโจนลงแม่น้ำโดยไม่ได้มองว่ามันเชี่ยวกรากเพียงใด

เสือไม่ล่าเหยื่อโดยการพุ่งเข้าใส่ทุกสิ่งที่ขวางหน้า มันซุ่ม.. มันรอ.. และมันเลือกจังหวะที่แม่นยำ

เจ้าจงเป็นเช่นนั้น.. วางแผนก่อนลงมือทำ

เพราะชัยชนะไม่ได้เป็นของผู้ที่เร็วที่สุด แต่เป็นของผู้ที่มองไกลกว่าคนอื่น

หากเจ้าปล่อยให้อารมณ์นำทาง ชีวิตของเจ้าจะเหมือนใบไม้ที่ปลิวไปตามลม มิรู้ทิศทาง

ถ้าเจ้าต้องเลือกระหว่างปล่อยอารมณ์หรือใช้ปัญญา จงเลือกใช้ปัญญาเสมอ

มีคำกล่าวว่า...

หากเจ้ารู้สึกติดอยู่ในปัญหาที่แก้ไม่ออก จงหยุด… สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ให้เวลาใจเจ้าได้คลาย

พึงระลึกไว้เสมอว่าผืนน้ำจะกลับมาใสได้ ก็ต่อเมื่อไม่มีสิ่งใดมากวนมัน

ผู้คนมักเข้าใจผิดว่าพลังที่ยิ่งใหญ่ต้องมาพร้อมเสียงที่ดังกึกก้อง แต่แท้จริงแล้ว... พลังที่ทรงอิทธิพลที่สุด คือพลังแห่งความสงบ

ไม่ใช่ทุกคลื่นที่ซัดเข้ามา ต้องมีการโต้ตอบ บางครั้งเพียงแค่ยืนหยัดมั่นคง ก็คือชัยชนะแล้ว

แม้มีใครยั่วเย้า.. จงอย่าปล่อยให้เพลิงโกรธแค้นเผาไหม้ตัวเจ้าเอง คนที่ควบคุมอารมณ์ได้ คือคนที่ควบคุมสถานการณ์ได้

เพราะศึกที่อันตรายที่สุด ไม่ใช่ศึกภายนอก แต่เป็นศึกที่เกิดขึ้นภายในจิตใจตนเอง

ความเยือกเย็นมิใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือเกราะที่แข็งแกร่งที่สุด

นักรบที่แท้จริงมิใช่ผู้ที่ชักดาบได้เร็วที่สุด แต่คือผู้ที่รู้ว่าเมื่อใดควรชักดาบ และเมื่อใดควรเก็บมันกลับเข้าฝัก

สิ่งที่เจ้าสร้างมาทั้งชีวิต อาจพังทลายลงได้ภายในพริบตาเพียงเพราะอารมณ์ที่ขาดการควบคุม

ดังนั้น... อิสรเอ๋ยยย

จงอย่าทำลายสิ่งที่เจ้ารัก เพียงเพราะพายุโหมกระหน่ำในใจชั่วครู่

จำไว้อิสร…

ปัญหามีไว้ให้แก้ มิใช่ให้เจ้าคร่ำเคร่งไปกับมัน น้ำที่ไหลแรงที่สุด มันไม่หยุดเพียงเพราะมีก้อนหินขวางทาง แต่มันเลือกที่จะไหลอ้อมไปแทน

เจ้าจะเดินทางไกลกว่าผู้อื่น หากเจ้ารู้จักคิดเป็นระบบ ไม่ใช่ทุกเส้นทางที่ใกล้ที่สุด จะเป็นเส้นทางที่ดีที่สุด บางครั้งความรีบร้อน อาจพาเจ้าไปสู่หนทางที่เต็มไปด้วยหลุมพราง

ในสนามรบ.. มิใช่ผู้ที่เหวี่ยงดาบเร็วที่สุดจะเป็นผู้ชนะเสมอไป แต่เป็นผู้ที่รู้จักจับจังหวะและอดทนรอ

เจ้าอย่าผลีผลามเร่งเดินไปข้างหน้า จนมองไม่เห็นกับดักที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน

และสุดท้าย…

จงอย่าหลงคิดว่าความสำเร็จมาจากความรวดเร็วเพียงอย่างเดียว ผู้ที่เดินช้าแต่มั่นคง ย่อมไปถึงจุดหมายได้แน่นอนกว่าผู้ที่วิ่งโดยไร้ทิศทาง"

อิสรพยักหน้าช้า ๆ ดวงตาเป็นประกาย..

ความเงียบระหว่างเขากับปู่เป็ด เต็มไปด้วยคำตอบที่เสียงไม่จำเป็นต้องอธิบาย

อิสรพยักหน้าช้า ๆ ดวงตาเป็นประกาย

“ขอรับปู่… แล้วข้าจะทำยังไงให้ใจสงบเหมือนแม่น้ำแห่งปัญญานั่น?”

ปู่เป็ดวางมือลงบนหัวของนาค แล้วยิ้มอ่อนโยน..

“จงหายใจให้ลึก ฟังเสียงหัวใจของเจ้าเอง อย่าปล่อยให้อารมณ์เป็นนายของเจ้า แต่จงให้ปัญญาเป็นผู้ชี้นำ”

คืนวันนั้น..

อิสรนั่งมองกองไฟที่ลุกโชนก่อนจะค่อย ๆ เบาลงในความเงียบสงบ

ในใจของเขา... เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ไม่ใช่ทุกไฟที่ต้องรีบดับ บางเปลวไฟ ต้องปล่อยให้มันเผาไหม้ไปตามธรรมชาติ

และบางครั้ง… คำตอบของชีวิต อาจซ่อนอยู่ในความสงบที่เราสร้างขึ้นเอง

หากชีวิตของเรายังสับสน ลนลาน หรือเต็มไปด้วยอารมณ์ อาจถึงเวลาที่เราต้องเรียนรู้จาก "แม่น้ำแห่งปัญญา" และเริ่มต้นเดินทางไปบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยสติ และการตัดสินใจที่มั่นคง

ท้ายที่สุดแล้ว… เราทุกคนล้วนเป็นทั้ง "เด็กอืสร" และ "ปู่เป็ด" ขึ้นอยู่กับว่า วันนี้เราเลือกจะเป็นใคร

#LifeShift #Siamstr

ของดีมากๆครับ เจอปัญหาอะไร สูดลมหายใจลึกๆไว้ก่อน ดึงสติ

ทำงานหน้าคอมทั้งวัน หาเวลาให้ตัวเองซัก 30 นาที ออกกำลังกาย + นั่งใต้ต้นไม้

#siamstr https://video.nostr.build/3964e79d64642d2bb9d7a6d2ed5247ccd20227c79c1c09f4de53d384e47e8de0.mp4

Replying to Avatar SutjaD

คนที่ถือยาส้มไว้ในปาก ยังไม่กลืนและลิ้มรส มันมีเหตุผลอยู่ เพราะความ "รู้" มันไม่เท่า "รู้ซึ้ง" #siamstr

เขาอาจจะเป็นเทรดเดอร์ คนถือshitcoin นักลงทุน or else อะไรก็แล้วแต่ ที่รู้จักแค่ bitcoin ผ่าน ๆ

เขารู้แค่ว่า ราคามันเด้งทุกปี ๆ

แต่ก็ยังไม่เข้ามาถือยาว ๆ

อาจจะถือแปปเดียวแล้วแบบ "เอ้ย เหยด แม่งกลับมาพ้นดอยแล้วโว้ยยยย" แล้วขายทิ้งเอามาแลกเงินที่เสื่อมค่า เพื่อไปสนอง materialism ของตัวเอง

นั่นเป็นเพราะเขายัง "ให้เวลา" ยังไม่มากพอ

และ "เวลาแม่งช้า" และแน่นอนยิ่งกว่าคือ "ความจริงแม่งช้า"

ตัวผมเองก็เลิกนิสัยข้างต้นไปนานแล้ว หลังจาก "รู้" มันทำหน้าที่เป็น stored of value เป็นอย่างดี

แต่รู้มันก็แค่รู้....

ปีที่แล้ว ผมใช้ชีวิตเหลวๆเป๋วๆ ( hightime preference มาก ) แต่ยังมี stacksat ลง trezor

อยู่ -- แต่ก็เกิดเหตุการณ์ที่ความ hightime-preference ทำให้ผมต้องแงะ trezor ออกมาซื้อของบางอย่าง* แต่ก็เหลือ sat ไว้จำนวนหนึ่ง*

จากนั้นชีวิตผมก็เหลวกว่าเดิม กว่าจะเข้าทรงได้ก็ปลายปี 2024 -- วินัยการเงินผมเริ่มกลับมา

ผมนึกไงไม่รู้ลองกลับไปเช็ค trezor ละพบว่า

เห้ย

sat ที่มีอยู่ พอเทียบกับเฟียต

มันมี "น้อยกว่าก่อนที่จะถอนไปตอนนั้น" อยู่ไม่มาก

วินาทีนั่นคือรู้ซึ้ง เราไม่รู้หรอกว่า อนาคตเราจะอยู่อย่างลำบากมากน้อยแค่ไหนในเงินที่เฟ้อเรื่อยๆ

แต่เราได้เห็นทางรอด โดยการการเช็ค trezor ในวันนั้น มันทำให้เรารู้ซึ้งถึง stored of value จริงๆ ผ่านมือเราเอง ที่ stacksat เอง

และให้เวลา พิสูจน์

เราได้สัมผัสทางรอดได้ด้วยตัวเราเอง

ต่อให้จะอ่าน rightshift ทุกบทความ ดูจารย์ตั๊มครบ1000คลิป แน่นอน มันทำให้เรามีความรู้

แต่การ stacksat (ลงมือทำ) และให้เวลาพาพิสูจน์ทำให้เรารู้ซึ้งจริง ๆ

ผมซึ้งมากจนกระทั่งว่า ความตั้งใจในการอยากรีบทำงาน รีบหาเงิน มันกลับมา

bitcoin ทำให้ชีวิตคนกลับมามีความหมายอีกครั้ง

ทำให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ไม่สำคัญว่า sat ที่ผมเหลือ เมื่อเทียบกับเฟียตมันจะเป็นเท่าไร

xxx sat ในปีที่แล้ว ≠ xxx usd ในปีที่แล้ว

xxx sat ในปีที่แล้ว ≠ xxx usd ในปีนี้

xxx sat = xxx sat

1 btc = 1 btc

#เวลามีค่าศึกษาบิทคอยน์

ศึกษาและเก็บไปด้วยกันนะครับ

ทุกครั้งที่เราจะ stack sats รัฐสามารถแบนบัญชีเราได้ทุกเมื่อ

และอ้างว่า “พบความน่าสงสัยในการทำธุรกรรม”

ผมเข้าใจถูกไหมครับ ทุกคนคิดว่าไงกัน

#siamstr

3 วันก่อนตอนที่ฝุ่นยังน้อย (กว่านี้) ไป Touch grass มาตอนเย็น

ปกติผมทำงาน WFH หน้าจอคอมทั้งวัน คิดว่ารับประจุบวกเยอะ ตกเย็นต้องมารับประจุลบตามพื้นโลกบ้าง

เอามือจับต้นไม้ แตะเปลือกไม้ Feels the Nature