ใช้ขนาดของเงินเป็นตัวตั้ง และใช้ได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามขนาดของมูลค่าเงินที่ลดลง
ของผมใช้ email เดียวกัน login WOS 6 เครื่องเลยนะ สาขาละเครื่อง ไม่ว่าลูกค้าจะมาจ่ายที่สาขาไหน เรารู้ทันที โอนย้ายกระเป๋ามาเก็บได้ทันทีเลย
เวลา login เครื่องใหม่ ใส่ email เดิม sat ก็ตามมาเลย แต่ต้องรอ 24 ชมถึงจะใช้ได้
ไม่ปลอดภัย แต่สะดวกมาก
ตัวแบบทดสอบศัพท์ง่ายเลยครับคุณหมอ แต่ต้องว่างหน่อยครับ ทำไปท้อไป
Laser eyes ครับ เป็น symbolize หมายถึงรู้แจ้งฮะท่าน
รุ่นน้องผม เจ้าของบริษัทระยะสตูดิโอ อาจารย์พิเศษคณะเดียวกับ อ. nostr:npub1e963pmyq9q6873njkzxu279l8rh3mymxj9y5lq3x3hkeyj5s2pkqut3z4f และเจ้าของรายการคุยคุ้ยคุย วันนี้ให้เกียรติมาสัมภาษณ์ผม
แม้ผมจะคุยไม่รู้เรื่องแต่ผมก็ป้ายยาม่วงสำเร็จ
ยินดีต้อนรับ
#siamstr nostr:note1v3qsxw4m9wazeqj5h5mhsv908u7jcpamnz8xz48fqtxue3k4lkgqzhq4n0
สุดยอด อธิบายลึกซึ้งกว่าผมอีก nostr:note1nhhvrxqjvt6y8xgc7yw2s25xqwnnr728pc3v2h95wqlhj8l56ssqgh7a3z
“Proof of work ที่มากพอและ time preference ที่ไกลพอ”
Cool!! That’s the keys.
ปล.รูปสุดท้ายแอบติดแอ็คไว้หน่อย 55555
เม้นยังไงให้ยาวพอๆ กับโน๊ตต้นทาง.. "เราวิวัฒน์ตัวเองได้" โน๊ตสั้นๆ ที่ดันได้รับแรงบันดาลใจมาจากว่าที่ (คนที่อยากให้เป็น) พ่อตา ของ nostr:npub15l5mxmljftnnqur8gf2nkjj2yuemqy2kuly7yc29lx7x598svx5s447rgk ทำให้ผมนึกอะไรสนุกๆ ขึ้นมาได้.. | อรุณสวัสดิ์ #siamstr
ดดดด….เดี๋ยวนะ !!
ขอบคุณที่เมนชั่นถึงนะครับ.. ประสบการณ์ตะกอนความคิดในบทความนี้ไม่มีในตำราเศรษฐศาสตร์ เป็นบุญของผู้ที่ได้ผ่านมาเจอ.. กรุณาอ่านจนจบและขอดเกร็ด
จริงๆ แล้วพี่ก็คล้ายๆ ผม แต่คงมีบางอย่างที่ต่างกันอยู่ ผมเป็นพวกไร้เพดานและฟลอร์ เป็นคนที่ชอบวิเคราะห์จนทะลุปรุโปร่งจึงตัดสินใจ แต่คนก็มีกคิดว่าผมผลีผลามใจเร็วด่วนได้ ..ผมคงคืดอะไรได้เร็วเกินไป
ด้วยเหตุนี้ครูประเภทเดียวที่ผมมี คนประเภทเดียวที่จะกล้าพอมาแนะนำผมในแนวสัจธรรม จริยธรรม ความฉลาดทางอารมณ์ หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์อะไรทำนองนั้น
ผมพึ่งทำคาเฟ่มาหมาดๆ กับเพื่อนเมื่อปีกลาย (ขายหุ้นไปแล้วเนื่องจากไม่มีเวลาบริหาร จับปลาหลายมือไม่ไหว) ผมคิดในเชิงบูรณาการหลายชั้นเพื่อเลือกทำเลและกลยุทธ์ทั้งสั้น กลาง ยาว เนื่องจากผมผมเคยทำ Feasibility มาพอสมควร กระบวนการวางแผนนั้นจึงซับซ้อน (อยู่คนเดียว) ซึ่งคงอธิบายตรงนี้ไม่ไหว
ผมจะเหมือนหมอแปลก ที่ชอบนั่งทางในดูว่าใน 14 ล้านทางเลือก ผมจะชนะเกมนี้ด้วยโซลูชั่นไหน ชนะได้แบบไหน ชัยชนะพอหอมปากหอมคอหรือประเดี๋ยวประด๋าวผมจะปัดตกไปเลยแต่แรก หรือถ้ามันไม่มีหนทางที่ยั่งยืนมากพอ.. ผมก็แค่จะเปลี่ยนเรื่องไปทำอย่างอื่นเลย
อ่านมาถึงตรงนี้ก็คงรู้แล้วว่า เหตุผลแท้จริงที่ผมขายหุ้นร้านกาแฟคืออะไร..
เมื่อจ้องไปที่ทรัพยากรทั้งองคาพยพ ในหัวผมจะมองหาวิธีใช้มันให้สิ้นเปลืองน้อยที่สุด แต่ยังเสือกให้ผลลัพธ์ดีสุดๆ ถามว่าจำเป็นไหม.. ก็คงต้องบ้าระดับหนึ่งถึงจะเอาแต่คิดอะไรแบบนี้
บ่อยครั้งเหมือนกันที่ "ลงทุนให้ได้ขั้นต่ำ" ก็เป็นหนึ่งในแนวทางที่ผมเคยหยิบจับ พี่ได้อธิบายเชิงปฏิบัติไว้หมดแล้ว ผมขอข้ามไปเลยละกัน
มีสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างชัดว่าเราเหมือนกัน คือ ขอลุยเองก่อน ขอเข้าใจมันด้วยตัวเอง และฉันอยากสร้างความแตกต่าง ฉันนอนไม่หลับถ้าต้องทำเหมือนคนอื่น
ขอตัดภาพไปที่ MBTI ซึ่งพี่ค่อนข้างแม่นเลยทีเดียว มันมีเรื่องที่ผมอยากแชร์เกี่ยวกับหัวข้อนี้
เรื่องนั้นก็คือ "เราวิวัฒน์ตัวเองได้" ถ้าเราเป็นคนที่ชอบขยับแข้งขยับขาอยู่ตลอดเวลา.. เราอยากเป็นอีกคนที่ดีกว่าเดิม ในทุกๆ ปีเราจะไม่เคยเหมือนเดิมเลย ดังตัวอย่างต่อไปนี้...
ในปี 2018 ผลทดสอบของผมออกมาแบบนี้ ซึ่งมันก็ค่อนข้างตรงกันตัวผมในตอนนั้น..

เรื่องน่าประหลาดก็คือ ในช่วงก่อนโควิดผมรับจ๊อบเป็น System analyst และ Software Architecture อยู่พอดี สิ่งแวดล้อมและพฤติการณ์ต่างๆ คงจะหล่อหลอมให้เป็นตัวเรา...
ต่อมาในปีแห่งโรคระบาด 2019 ที่ผมไปทำจ๊อบต่อที่ไหนไม่ได้นอกจากวางแผนครุ่นคิดและสั่งการจากบ้านผ่านทางอินเตอร์เน็ต..

ในเวลาปีเดียวเราเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบ แม้จะแค่จาก P กลายเป็น J ก็ตาม.. นั่นก็คือวิวัฒนาการส่วนตัวแล้ว..
ผ่านเวลาโควิดอันเนิ่นนานมาหลายปี ผมเริ่มพาตัวเองเข้ามาในแวดวงบิตคอยน์ สิ่งต่างๆ ที่ได้พาลพบและช้อมลุกคลุกคลาน ประสบการณ์ที่ไหลบ่าเข้ามาได้เปลี่ยนตัวผมไปเป็นอีกแบบอย่างสิ้นเชิง จนกระทั่งนึกครึ้มไปลองทดสอบอีกครั้งในปี 2021
https://i.nostrimg.com/faae09202486b3d8377035e61653ea91c23be1434bfb865e1ddbd2547dac9a30/file.webp
ผมคาอนข้างประหลาดใจกับผลการทดสอบครั้งนี้ เราที่เคยคิดว่าตนเป็นพวก Introvert มาโดยตลอด คิดยังไงก็จินตนาการไม่ออกว่าตูกลายเป็น Extro ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วไอ้ Campaigner สี่มันคืออะไรเหรอ?
ผมไม่รู้ว่าตัวเองได้กลายเป็นคนแบบใหม่ไปแล้ว จนกระทั่งวันนี้ จากผลลัพธ์ต่างๆ ที่ปรากฏ ผมจึงเข้าใจความหมายของ ENFP ได้อย่างลึกซึ้ง.. พี่คิดว่าผมเหมือน ENFP สักนิดบ้างไหม?
นอกจากนี้ผมยังนึกสนุกไปลองทำแบบทดสอบของ Ray Dario ด้วย.. ซึ่งบททดสอบห่าอะไร ทำนานมากยังกะสอบเอนทรานซ์.. ผลที่ได้คือ..
https://i.nostrimg.com/8f309ebe251736dddbba92e47018c5960c49a4735d57fd2262c7ae577dbad667/file.webp
https://i.nostrimg.com/46c2cbe348313c5cbd5b8447fddae322ae66e48f176474027aa8e14d97d78624/file.webp
https://i.nostrimg.com/5881ee65bedc28db153fec9a54cac93444354c7bb391374891be1f1fccc22088/file.webp
https://i.nostrimg.com/37330b31c471f83b2d069d21247a01a2ff9830e9d70041c98ed97176f9b0a86c/file.webp
ตั้งแต่นั้นมาผมก็ยังไม่ได้ทดสอบอีกเลย ซึ่งผมผ่านเรื่องราวบิตคอยน์มาสารพัดอย่าง.. น่าสนุก
วันนี้ผมจะกลายเป็นอะไรไปแล้วนะ?
ผมเป็น infj เป็นคนย้อนแย้ง 555
เป็น Introvert แบบหนักๆ แต่อยากพูดอยากคุยอยู่ตลอด แต่เฉพาะกับคนที่เราอยากคุยด้วยเท่านั้น
Nostr โคตรจะตอบโจทย์ชีวิตผมเลย
จริงด้วย “ค่าแรกเข้า”มันใช่เลย
อยากแก้บทความเป็น “ทุกอย่างต้องมีค่าแรกเข้า”เลย
ค่าแรกเข้าของร้านเนื้อมันสูงมั้ยนะ !?
“พี่ต้องลงทุนให้ถึงขั้นต่ำนะ”
มีน้องคนนึงเคยคุยกับผมไว้
“ลงทุนมันมีขั้นต่ำอยู่นะพี่
อย่างถ้าพี่ลง 1 ล้าน อาจจะได้ซัก 10 ล้าน
แต่ถ้าลง 9 แสน อาจจะไม่ได้อะไรเลย
พี่ต้องลงทุนให้ถึงขั้นต่ำนะ”
ในตอนที่ผมได้ยินครั้งแรก ผมไม่ buy idea นี้เลย
อย่างที่ผมเคยเล่าๆไป พ่อแม่ผมเริ่มจากทำขนมกันที่บ้าน เราตีไข่กันในบ้าน เคี่ยวขนมกันในครัวหลังบ้าน เอาออกมาอบแล้วก็ตัดขายกันหน้าบ้าน
ทั้งๆที่บ้านผมเป็นทาวน์เฮ้าส์เล็กๆ อยู่ในซอยที่แสนจะเล็ก และไม่มีที่จอดรถให้ลูกค้าใดๆทั้งสิ้น
เวลาลูกค้าเข้ามาเยอะๆ ที่ยืนหน้าบ้านก็ไม่มี บ่อยครั้งล้นไปยืนตากแดดอยู่นอกบ้าน
แต่ก็มีลูกค้าเข้าร้านอยู่แทบจะตลอดเวลา
ลูกค้าหลายเจ้ามาถึงก็จะเล่าให้ฟังแกมบ่นว่าเค้าเดินทางกันมามาจากจังหวัดนู่นจังหวัดนี้เลยนะ
นั่นทำให้ผมคิดว่า ทำเลไม่ใช่เรื่องสำคัญ หรือเรื่องจะลงทุนตกแต่งร้านให้สวยนั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าไหร่ ขอเพียงขอเราดีจริงๆ มันจะขายตัวมันเองได้
ผมเคยรีโนเวทร้านที่บ้านครั้งนึง ใช้เงินประมาณ 3 แสน บ้านก็ดูเป็นร้านขึ้นมานิดนึง ขยายกำลังผลิตมาได้พอสมควร แต่มันก็ยังเป็นทาวน์เฮ้าส์เล็กๆอยู่ในซอยเล็กๆเหมือนเดิม มันไม่ถึงกับมี impact ที่ significant กับร้านเท่าไหร่
วันนึงผมออกไปเปิดสาขาแรก ไปได้ศาลาไทยที่เค้าสร้างไม่เสร็จอยู่ริมถนนมา ต้องพยายามหาคอนเนคชั่นเชื่อมโยงจนไปถึงตัวเจ้าของที่ ไปอ้อนวอนให้เค้าปล่อยเช่า สุดท้ายเค้าคิดค่าเช่าให้ 4,000 บาท/เดือน
ด้วยความที่เร่งรีบมาก และงบประมาณจำกัดสุดๆ ผมลงทุนไปประมาณ 5แสน จากศาลาที่ถูกทิ้งร้าง ฝ้ายังไม่ได้ทำ ผนังยังปิดไม่ครบ ไม่ต้องพูดถึงระบบน้ำไฟหรือห้องน้ำ ผมทำมันเสร็จใน10กว่าวัน (คืองานไม้ ฉันชอบ ฉันก็ลงไปทำกะช่างเลยอะ)
ทำเลมันไม่ได้ดีมากนะ มีที่จอดรถที่ดูไม่เหมือนว่าจอดได้ ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จอดริมถนน แต่มันก็ขายได้ ขายได้พอสมควรด้วย
มันยิ่งตอกย้ำความคิดผมที่ว่า ไม่จำเป็นต้องลงทุนเยอะ ไม่จำเป็นต้องทำเลดีมาก ถ้าของมันดีมันจะขายตัวมันเองได้
ผมอยู่ที่ศาลาไทยได้ประมาณ 3 ปี วันนึงผู้ให้เช่ามาบอกว่าต้องออกภายใน 3 เดือนนะ มีเจ้าใหญ่เค้ามาเซ้งที่ดินทั้งหมด
…ในหัวผมมีแต่คำว่า ฉิบหายแล้ว!!…
ผมเร่งหาที่ใหม่ ในพื้นที่ใกล้เคียงเดิม วิ่งหาทุกวัน ทั้งวัน อยู่เก็นอาทิตย์ ไม่มีที่ไหนถูกใจ ส่วนใหญ่ถ้าทำเลดี ก็จะไม่ค่อยมีที่ว่าง ถ้าว่างก็แพงมาก ผมพยามมองหาทำเลที่ไม่ต้องดีมาก เข้าถึงง่าย ค่าเช่าถูก….ณ ตอนนั้น ไม่มี
แล้วอยู่ดีๆผมก็ไปนึกถึงคำพูดของรุ่นน้องคนนึงที่เคยพูดกับผมไว้ “พี่ต้องลงทุนให้ถึงขั้นต่ำนะพี่”
รุ่นน้องคนนี้เค้าเป็น Developer อสังหาที่ success เป็นคนที่ผมนับถือวิธีคิดมาก ถ้าให้ผมเทียบ ผมมีความรู้สึกว่าเค้าเหมือนกับ nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85 จริงจัง สุดทางทุกเรื่องตลอดเวลา (ถ้าใน MBTI เค้าเป็น ENTJ ผมเชื่อว่าตั้มก็ตัวเดียวกัน)
จากคำพูดของรุ่นน้องวันนั้น ผมลองเปิดใจกับที่ที่ค่าเช่ามันแพงแต่ทำเลดี
มันเป็นโชว์รูมขายมอเตอร์ไซค์มาก่อน พื้นที่ใหญ่เกินจำเป็นสำหรับผมไปมาก และเจ้าของคิดค่าเช่าเดือนละ 70,000 แต่ขอเก็บรายปีแบบ front load !!!! (ขอเก็บหนักปีแรกปีต่อไปถอยลง แต่เฉลี่ยแล้วคือ 70,000/ด.)
สรุปว่าผมต้องจ่ายในครั้งแรก 1,500,000 !!!
ผมหนักใจมาก คิดอยู่พักใหญ่ จากค่าเช่า 4,000 กลายเป็น 70,000 แถมต้องจ่ายเงินก้อนไปก่อนด้วย ค่ารีโนเวทไม่ต้องพูดถึง น่าจะหลายเท่าของที่เคยใช้ แม่ผมก็เชียร์นะ ไม่รู้แกเห็นว่ามันดี หรือแค่เชื่อมั่นในตัวผม แต่มันสเกลที่ไม่เคยอยู่ในหัวผม ครั้งนั้นผมต้องปรึกษาหมอดูเลย ไม่มีความมั่นใจอะไรเลยจริงๆ
…สุดท้ายเอาก็เอาวะ…
การตัดสินใจเช่าครั้งนั้นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของร้านผมเลย ร้านที่มันใหญ่มันมีอิมแพคมากกว่า ไม่ใช่แค่กับคนผ่านไปผ่านมา มันถูกพูดถึง มันเกิดการรับรู้ถึงตัวแบนด์ไปในวงกว้าง ยอดขายโตหลักเป็น 100%
และมันเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในความคิดผมด้วย ผมมีขั้นต่ำในการลงทุนของผมที่ไม่น้อยเลยในแต่ละสาขา เพื่อนๆผมฟังค่าใช้จ่ายในแต่ละที่ของผมแล้วตกใจทั้งนั้น (หลายคนมองว่าผมไม่ฉลาดด้วยซ้ำ)
ผมไม่เคยมีปัญหากับค่าเช่าสูง ทำเลที่ดีค่าเช่าต้องสูงอยู่แล้ว ราคาที่สูงมันช่วยตัดคู่แข่งที่จะมาแย่งเราเช่าไปเกือบหมดตลาด มันทำให้ผมอยู่ในจุดที่ไม่มีผู้เล่นรายอื่นมาเล่นด้วย
ปัจจุบันโชว์รูมมอเตอร์ไซค์อันนั้นกลายเป็นกระดูกสันหลังของร้านไปแล้ว พื้นที่ๆเคยว่าใหญ่เกิน ถูกใช้เต็มอณู วัตถุดิบของทุกสาขาถูกชั่งตวงและส่งออกจากที่นั่น
และเราก็ซื้อมันก่อนที่จะต้องต่อสัญญาเช่าครั้งต่อไป 😎
“ต้องลงทุนให้ถึงขั้นต่ำ” จริงๆมันก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าขั้นต่ำมันอยู่ตรงไหน สำหรับผมคือ จุดที่ใหญ่พอที่จะมีอิมแพค จุดที่มากพอจะตัดผู้เล่นรายอื่นออก จุดที่วันนึงมันคงคืนทุนได้
ซึ่งมันไม่ได้ต่ำเลย 55555
เรื่องนี้มันไม่ใช่แค่มิติเรื่องทุนทรัพย์อย่างเดียว
ถ้าเรามอง proof of work เป็นการที่เราลงทุนเวลาและพลังงานของเรา มันก็มีขั้นต่ำที่เราต้องไปให้ถึงเหมือนกัน
มันจะมีจุดคุณต้องลงทุนให้ถึง เพื่อให้ตลาดเห็น value คุณ
มันมีจุดที่คุณต้องลงทุนให้ถึง เพื่อตัดผู้เล่นรายอื่นออก (เอาให้แบบคนอื่นเห็นPOWคุณ แล้วถอดใจไปเลยอะ)
มันมีจุดที่คุณต้องลงทุนให้ถึง ถึงจะได้สัมผัสกับความรู้สึก secure ว่า POW เราเยอะพอใช้ได้แล้วนะ
เอาจริงๆความหมายของ”ลงทุนให้ถึงขั้นต่ำ” ของผมคือ “ทำมันให้สุดนั้นแหละ เดี๋ยวพอพ้นขั้นต่ำแล้วเราจะรู้เอง”
GM ครับ
#ทีมตรู่
#Siamstr

ใช่ครับจารย์ รอบๆตัวผมมีเป็นอย่างน้อย 3 คน ซึ่งผมคงไม่ได้มีเพื่อนถึง 300,000 คนแน่ๆ
เหมือนเป็นข้ออ้างที่จะบอกว่า มันไม่ได้เป็นกันเยอะนะ มันไม่มีใครผลิตยามาตรงอาการ ขออนุญาตขายยาในกลุ่มเดียวกันไปก่อนนะ แต่ได้ผลรึเปล่าไม่รู้
Fiat ใน Fiat อีกที
แถมดีไม่ดีโทษไปถึงบรรพบุรุษเราว่าต้นเหตุจากกรรมพันธุ์
เพื่อนฉันๆๆๆๆ
แม่งเป็นเคสตัวอย่างที่ผมเอาไว้เล่าเวลาป้ายยา if / canivore คนอื่นเลย
ก่อนนี้เป็นนักกีฬา เล่นบาสด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ไปเรียนต่อเมืองนอกไม่รู้ว่าแม่งไปใช้ชีวิตมาอีท่าไหน กลับมาตัวอย่างใหญ่ แถมถูกหมอวินิจฉัยว่าเป็น SLE ประเภทหนึ่ง โอกาสเจอคือ 1ใน100,000 ซึ่งยังไม่มีวิธีรักษาโดยตรง
แม่งโคตร suffer ร่างกายมีการอักเสบตลอดเวลา ปวดมากจนแถบจะไม่อยากขยับตัว ไม่ตัองพูดถึงออกกำลังกาย
กินยาเยอะขนาดที่สามารถเอาพลังงานจากแป้งในยาไปใช้ดำรงชีวิตได้เลย
เป็นเกือบ10ปี ที่ผมแถบไม่เจอหน้ามัน ทั้งๆที่บ้านอยู่ถัดไป2หลัง แม่งบอกออกจากบ้านไม่ไหว
เป็น 10 ปี ที่วิ่งไปวิ่งมาโรงบาลตลอด โดยอาการก็ขึ้นลงตามการใช้ชีวิต แต่ไม่มีทีท่าจะหายขาด
ความที่มันเป็นคนเปิดใจรับฟัง มันเก็ตไอเดีย if ตามไปฟังหมอป๊อปต่อ เริ่มทำตาม ลดยาลงจนเกือบหมด เปลี่ยนวิธีดำรงชีวิต เปลี่ยนวิธีกินไปยัน conivore เลย
มันหาย !!! คนที่คิดว่าต้องกินยาไปทั้งชีวิต ต้องตื่นมาตอนเช้าลุ้นว่าวันนี้จะขาข้างไหนเจ็บไป จะไปทำงานได้มั้ย คิดว่าต้องเป็นแบบนี้ไปทั้งชีวิต มันหายได้ !!
ได้กลับมาเล่นบาสด้วยกัน ได้มาวิ่งด้วยกัน ได้นั่งกินกาแฟกันตอนเช้า ชีวิตแม่งโคตรบาลานซ์
ทุกวันนี้มันไปลึกมาก กลายเป็นคนที่ป้ายยาเรื่องสุขภาพเค้าไปทั่ว และ effective ด้วย เพราะแม่งประสบการณ์จริง
ดีใจชิบหายป้ายยาม่วงมันสำเร็จ 5555
มันน่าจะมีเรื่องเล่าอะไรๆได้เยอะเลย
nostr:npub1ehdstvn23ejqdkd5wds4p6t77s46n7undmxhyj0cd46zfmnhu93s032dw2 กูเล่าเกินจริงไปมั้ยนะ 🤔
Welcome Dude
#siamstr
ปล.นอกเรื่อง มันอยู่ในอุตสาหกรรม jewelry แต่มันเป็นคนบอกกับผมว่า “ป้ำ มึงอย่าเก็บเพชร เพชรแม่งไม่มีมูลค่า”
แม่งโคตรจริงใจ ขายเพชร แต่บอกคนอื่นไม่ต้องเก็บเพชร
เหมือนกันกับฉันที่ขายน้ำแต่บอกทุกคนว่าอย่ากินน้ำตาล 55555
nostr:note1xefv460g2x9xage8xenplpjrkf0vr34tnlyjjp97250qwxtwdzwqqxl8ka



