Avatar
Pikanet
b9997ee3ee40b8980b4c9d2125ece9901e4dba3f91c65325bf887dde9a4fc497
₿ BitcoinHodl This is the way ⚡️

Phase II

#siamstr

#siamesebitcoiners nostr:note1z4z0e946mvrlc3fuqnq2wqtt7vwfl0fah0mrq3dfsz4pm7sglmqqcqf2wu

แปลกดีนะครับ สินทรัพย์ที่คนส่วนมากคิดว่าเป็นอากาศธาตุ กลับทำให้พวกเรามั่นใจโดยไม่ต้องการคำยืนยันจากใครๆ เพราะเราได้ศึกษา ได้ใช้งานจริง ได้ตรวจสอบด้วยตัวเอง … จนเรารู้สึกถึงความมั่นคงด้วยตนเอง

ขอบคุณมากครับคุณจิงโจ้ เพราะติดตามสภายาส้ม ยาม่วง … เลยได้เข้าใจอะไรมากขึ้นๆ 🧡 fc 💜 ติดตามงานนะครับ

ขอบคุณนะครับคุณตั้ม

ขอบคุณมากๆเช่นกันครับ สำหรับกำลังใจนะครับ … sats นี่ มีเท่าไหร่ก็ไม่พอนะครับ อยากได้อีกๆ 🤣

เติบโตไปด้วยกันครับเทนโด้ครับ ขอบคุณอีกครั้งนะครับ 💜🧡

อิจฉาๆๆ 34 ก็เข้าใจ Bitcoin ดีแล้ว … มีเวลามีความสุขอีกมากมายเลย ยินดีด้วยนะครับ

พัทยาผมไม่มีโอกาสไปร่วมงาน แต่มั่นใจว่าเร็วๆนี้คงได้พบกัน ขอบคุณนะครับ 🧡💜

หากเรามีความสุข ก็คงพอเป็นแบบอย่างให้คนรุ่นหลังได้บ้าง น่าสนใจดี … มีความสุขมากๆเช่นกันนะครับ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจเช่นกันครับ

Replying to Avatar Jakk Goodday

# วันนี้ผมอายุ 39 ปีบริบูรณ์พอดีครับ

การเปิดเผยตัวเลขจะช่วยให้ง่ายขึ้นสำหรับทุกท่านในการเรียกขานผม

จะเรียกคุณ เรียกพี่ เรียกน้อง เรียกน้า เรียกลุง เชิญตามสะดวกเลยนะครับ อย่าเรียก “ไอ้” ก็พอ แบบนั้นมันดูจะโหดร้ายไปหน่อย

ผมไม่เคยซีเรียสกับตัวเลข ลาภ ยศ อะไรพวกนี้ มันเป็น “คุณค่า” มากกว่าที่ผมมักจะให้ความสำคัญเสมอ

วันนี้ผมเจอข้อคิดดีๆ โดย “นุสนธิ์บุคส์” ซึ่งค่อนข้างตรงกับสิ่งที่อยู่ภายในใจ

เพราะผมเป็นคนที่มักจะโดนกระแหนะหกะแหนหรือถูกมองว่า “โง่” ไม่ก็ “เปลืองตัว” เสียเวลาทำความดีกับคนนั้นคนนี้แต่ไม่เคยได้ดี.. อยู่เป็นประจำ

“อย่าเสียใจที่เคยทำดีกับใคร

ไม่ว่าจะรู้สึกว่า ดูคนผิด

ไม่ว่าจะ ถูกทรยศ

ไม่ว่าจะถูก แทงข้างหลัง

เพราะการทำดีที่คุณมีต่อเขา

ไม่ได้หมายความว่าเขาคนนั้น

ดีมากเพียงใด แต่เป็นเพราะคุณมีดี

แคร์มากก็เหนื่อยมาก

ไม่แคร์ก็ไม่เหนื่อย

บางครั้ง.. คนที่ทำให้เราเหนื่อย

ก็ไม่ใช่คนอื่น เราเองนั่นแหละ

ที่ไม่เคยวางความรู้สึก.. ของตัวเองลง”

คนใกล้ตัวมักจะถามผมเสมอ “ผมทำแบบนี้ไปทำไม?” ทุกคนมักจะสงสัยว่าผมทำตัวเป็นพ่อพระเพื่อต้องการให้คนมาขอบคุณหรือชื่นชมผมน่ะเหรอ?

เปล่าเลย.. มันเป็น Self interest เป็นความมุ่งหมายส่วนตัวที่จะลบล้างความผิดในอดีต ความผิดที่กระทั่งวันนี้ผมก็ยังลืมมันไม่ลง..

## รุ่นที่ 3

คุณ “ยายทวด” ของผม มีลูกเกือบ 10 คน ด้วยกัน.. เค้าสร้างครอบครัวใหญ่ได้ขนาดนั้น ในขณะที่ทุกวันนี้ การมีลูกสักคนกลายเป็นปัญหาระดับโลกไปแล้ว

คุณยายของผมเป็นลูกคนกลางๆ ท่านมีลูกอีก 6 คน เสียชีวิตไปตั้งแต่เยาว์วัย 2 คน หนึ่งในนั้นคือลูกชายเพียงคนเดียว คือคนที่เป็นแบบอย่างให้กับวัยรุ่นทั้งหมู่บ้าน คนแรกที่สำนึกรักบ้านเกิดและทำผ้าป่ากลับมาพัฒนาชุมชน

น้าของผมจากไปด้วยอุบัติเหตุในวัยเพียง 28 ปี ณ ขณะที่ผมพึ่งจะพ้นอนุบาลไปหมาดๆ เท่านั้น..

ลูกหลานทั้งขโยงของยายทวดจะมีกันหลาย Generation ซึ่งผมคือรุ่นที่ 3 ของตระกูลชาวนาเต็มขั้น แต่ผมผ่าเหล่านิดหน่อยตรงที่เกิดมาพร้อมกับความเฉลียวฉลาดมากกว่าใครๆ ในยุคนั้น

ด้วยความหัวไว ผมจึงถูกญาติๆ เรียกว่า “ศรีธนญชัย” และได้รับการคาดหมายว่าจะโตขึ้นมาแทนที่น้าผู้ชายที่จากไปก่อนวัยอันควร.. ซึ่งถึงแม้ผมจะไม่ใช่คนโตที่สุดในรุ่น 3 (ที่มีราวๆ 20 คน) แต่บริบทต่าง ๆ ก็เหมือนจะส่งเสริมให้ผมต้องเป็น “หัวโจก” ของรุ่นมาตั้งแต่เริ่มจำความได้

ถ้าถามว่า Leadership Skill ของผมมันเริ่มมาจากตรงไหน แน่นอนว่าผมเกิดมาเพื่อรับหน้าที่นี้ตั้งแต่ต้นแล้ว..

ในวันที่ผู้ใหญ่กำลังทำไร่ไถนากันแข็งขัน ผมคือหัวโจกพาทั้งรุ่นเล่นสนุกสารพัดอย่างตามท้องทุ่ง ทั้งมีสาระและสุ่มเสี่ยง คนที่โดนไม้เรียวมากที่สุดก็ผมนี่เอง

ผมไม่เคยให้ใครต้องถูกต่อว่า.. ทุกครั้งผมจะเดินออกมาข้างหน้าแล้วรับผิดด้วยตัวคนเดียวเสมอ แม้นผู้ใหญ่จะรู้ว่ามันไม่ได้เริ่มมาจากผม แต่บทเรียนที่พวกท่านมอบให้ก็ทรงคุณค่ามากพอที่จะทำให้ผมรับรู้ได้ว่า..

ผู้นำต้องรับผิดชอบกับผลลัพธ์ทั้งหมดของคนในทีม ตราบใดที่คุณยังโดนลงโทษ คุณยังไม่ใช่ผู้นำที่ลีดทีมได้ดีพอ และคุณต้องกล้าที่จะรับโทษ ไม่งั้นก็จงกลับไปยืนหลบอยู่ท้ายแถว..

อย่าพาใครเดินไปข้างหน้าถ้ายังปล่อยให้คนข้างหลังต้องหล่นลงเหว

ผมไม่รู้ว่านี่เป็นหลักการแนวคิดที่ถูกหรือผิด แต่ผมก็ถูกหล่อหลอมขึ้นมาแบบนั้น…

ด้วยภาวะแวดล้อมแบบนี้ ทำให้ผมจำเป็นต้องขวนขวายความรู้ คิดวิเคราะห์ วางแผนและรับมือกับปัญหาต่าง ๆ มาตั้งแต่ยังเด็ก สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มนุษย์ต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ผมเองก็เช่นเดียวกัน ไขว่คว้าความอยู่รอดของตัวเองในฐานะ หัวหน้าแก๊งค์

สิ่งต่าง ๆ ดำเนินไปทรงเดิม ไม่ว่าจะอนุบาล ประถม หรือมัธยม ผมไม่ใช่คนที่มีร่างกายกำยำ แต่ก็มีเพื่อน ๆ คอยรายล้อมและปกป้องอยู่ตลอดเวลา ทุกเผชิญกับปัญหา ทุกคนจะชี้นิ้วมาที่ผม มันเลี่ยงไม่ได้ที่เราจะต้องอ้าแขนผายมือเปิดรับความท้าทายต่าง ๆ มันผ่านมานานเกินไปจนผมก็จำไม่ได้แล้วว่า ปรารถนาของผมคือสิ่งใดเกี่ยวกับเรื่องนี้.. ถึงจะพอจำมันได้ เด็กคนนั้นก็เป็นเพียงร่างต้นของผมในวันนี้เท่านั้น ไม่สามารถนำมาอธิบายตัวตนของผมได้ทั้งหมด

- - -

## ความโหยหาในสิ่งที่ขาด

ชีวิตวัยเด็กที่โดนแสงสปอร์ตไลท์กลางท้องทุ่งส่องกระทบตัวอยู่ตลอดเวลาเริ่มทำให้ผมเบื่อหน่าย

ผมหาคำตอบไม่เคยได้เลยว่าทำไมผมจึงเป็นคนที่ถูกความคาดหวังพุ่งเข้าถาโถมจากผู้คนรอบกาย

ผมรู้สึกเหนื่อยล้ากับความรับผิดชอบเหล่านั้น ที่เราเองก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะให้ประโยชน์อะไรกับเรา..

มันเป็นพวกเขา..

พวกเขาต่างหากที่จะได้นำเรื่องราวของผมไปบอกต่อได้อย่างภาคภูมิใจ นี่คือความหวังของฉัน ผลผลิตของฉัน เด็กน้อยคนนี้เอาชนะเด็กของพวกคุณได้ทั้งหมด

พวกเขาจะรู้สึกหน้าใหญ่ใจโต ท่ามกลางเสียงปรบมือที่เคลือบแฝงไปด้วยความอิจฉาริษยาในสังคมของพวกเขา

ในขณะที่ผมเป็นเพียงตัวละครหนึ่งในเรื่องราวเหล่านั้น พวกผู้ใหญ่ไม่เคยเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของเรา..

นั่นคือสิ่งที่ผมเริ่มคิดในวัยแตะ ๆ 18 ฝน

ทำความเข้าใจกันก่อนว่า.. บุพการีของเราถูกปลูกฝังค่านิยมกันมาแบบไหน โดยเฉพาะในพื้นที่ไกลปืนเที่ยงอย่างบ้านเกิดเมืองนอนของผมนั้น การเป็นผู้พิชิต การได้เป็นเจ้าคนนายคน คือปรารถนาระดับเดียวกับการบรรลุนิพพาน

เมื่อมองย้อนกลับไป ผมไม่เคยโทษวิธีการของพวกเขาเลย แต่ผมกลับสงสารและตระหนักได้ถึงสิ่งที่กำลังกัดกินความเป็นมนุษย์และสภาพสังคมของพวกเรา

ช่วงท้ายของวัยมัธยมปลาย คือช่วงที่ผมทำให้ตัวเองที่เคยเป็นดาวโรจน์กลายเป็นดาวร่วง

ความคิดและแรงปรารถนาของเรามักจะมีสองด้านขนานกัน หนึ่งคือสว่าง และอีกหนึ่งคือด้านมืด ช่วงเวลาตุ้มไม่เข้าใจพ่อนั่นเอง ที่ค่อย ๆ ลักพาเหรียญด้านสว่างไปจากผม เหรียญด้านมืดจึงค่อย ๆ เริ่มถูกเปิดเผยออกมา

ผมเริ่มต้องการจะใช้ชีวิตในแบบที่ไม่เคยสัมผัส ผมอยากรู้ว่าเด็กเกเรมีแรงจูงใจอะไร ทำไมพวกเขาเลือกจะเกเร และทำไมผมจึงโดนห้ามว่าไม่ควรจะทำแบบนั้นแบบนี้?

วีรกรรมทั้งหมดที่เคยทำนั้นมากมายเหลือเกิน หากต้องสรุปให้สั้นที่สุดผมคงบอกได้แค่ว่า สิ่งเดียวที่ผมยังไม่เคยทำคือปลิดชีพใครสักคน ซึ่งก็เฉียดมาแล้วหลายรอบ

ผมยังจำวันสุดท้ายของผมในโรงเรียนที่ต้องใส่ขาสั้นได้อยู่เลย พวกเราเขียนเฟรนด์ชิพให้กันและกัน เราสละเสื้อตัวหนึ่งให้เพื่อนคนไหนก็ได้หยิบปากกามาละเลงเล่น หนึ่งในนั้นเขียนเอาไว้ว่า..

“กูดีใจที่มึงยังมาให้พวกกูเห็นหน้าในวันสุดท้าย..”

ทั้งหมดนั้นแลกมากับความเจ็บปวดของคนเป็นพ่อเป็นแม่..

ผมในวัยเด็กถูกเลี้ยงเยี่ยงไข่ในหิน เป็นเหมือนดั่งพิราบที่มีเพียงแค่กิ่งไม้เล็กๆ ให้ยึดเกาะภายในกรงทองอันหรูหรา เมื่อถึงวันที่พิราบน้อยได้ออกโบยบินด้วยตัวมันเอง คุณคงไม่อาจจินตนาการได้เลยว่ามันจะใช้ปีกคู่นั้นของมันอย่างไร

เจ้าพิราบน้อยทำทุกอย่างที่คนจะมีอนาคตที่ดีไม่ควรทำ มันโหยหาสถานที่ ๆ มันไม่เคยไป สัมผัสทุกเรื่องราวเพื่อตอบสนองต่อความสงสัยใคร่รู้ของตน มันได้เจอกับสิงห์สาราสัตว์สารพัดสายพันธุ์

โลกภายนอกกรงทองนั้นเกินวิสัยที่เครือญาติของมันจะให้ข้อมูลหรือคำแนะนำอะไรได้ มันบินไปไกลกว่าที่ทุกคนในกรงขิงมันจะเคยได้ไป มันต้องหาคำตอบให้กับสิ่งใหม่ ๆ ที่เจอนั้นด้วยตัวมันเอง

คำตอบที่ส่งผลต่อตัวมันเองมากที่สุดนั่นคือ..

บนฟากฟ้าไม่ได้มีเพียงแค่นกพิราบ.. มันยังมีเหยี่ยวเจ้าเวหา กระทั่งพญาอินทรีย์จอมราชันย์ เจ้าเป็นเพียงแค่ฝุ่นผงเท่านั้นเจ้านกน้อยพึ่งหัดบิน..

- - -

## ผิดให้มากพอจนกว่าจะรู้ว่าอะไรถูก

ผมมีเกือบ 10 ปีแห่งความเสื่อมทรามในช่วงวัยหนึ่งของชีวิต ผมทำบาปเอาไว้เยอะมากจนไม่รู้สึกว่าผมจะมีวันที่สามารถลบล้างมันได้

โดยเฉพาะกับคนที่รักผม ผมทำร้ายจิตใจพวกเขาอย่างไม่ควรได้รับการอภัยโทษ จากตัวความหวัง ผมกลายเป็นดั่งลูกไฟที่ขยายใหญ่ยิ่งกว่า Snow ball กลิ้งเผาผลาญความรู้สึกของใครต่อใครไปทั่ว

ผมมือไม้สั่น ณ ขณะที่กำลังรำลึกเหตุการณ์เพื่อถ่ายทอดมันออกมา..

แต่อย่ากระนั้นเลย.. ในอีกด้านหนึ่งของเหรียญที่มืดสนิทมันก็มีด้านสว่างที่ควรจดจำ..

ทุก ๆ เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยสาเหตุและผลลัพธ์ ได้ให้อะไรกับผมเอาไว้เยอะ ทุก ๆ คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้ทำให้ผมนั้น “เข้าใจคนแต่ละประเภท” มากยิ่งขึ้น

บ่อยครั้งที่ผมมักจะกลับมานั่งวิเคราะห์ถึงแรงจูงใจและการตัดสินใจของผู้คน รวมถึงพฤติกรรมของตัวผมเอง มันถึงจุดที่ผมสามารถยับยั้งตัวเองก่อนจะทำบางสิ่งบางอย่างได้ไปโดยปริยาย

ทุกครั้งที่ปฏิทินวนมาถึงครบรอบวันเกิด ผมมักจะหาที่เงียบ ๆ เพื่อระลึกถึงความผิดที่ตนเคยกระทำ ความเจ็บปวดที่เคยฝากไว้กับบุพการี โอกาสตอบแทนคุณที่ไม่เคยมี..

ผมเคยตั้งคำถามกับตัวเองอยู่เหมือนกัน.. ถึงแม้พ่อแม่จะไม่มีต้นทุนที่ดีพอส่งต่อมาให้เรา มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะปล่อยปละละเลยพวกเขาได้ไม่ใช่หรือ?

เราจะตอบแทนพวกท่านยังไง ในเมื่อวันนี้เราทำงานเกือบตายยังแทบเอาตัวไม่รอด.. นั่นเองคือบาปที่อยู่ในใจ

“พ่อแค่หวังว่าลูกจะกลับตัวกลับใจมาเป็นคนดี เป็นเด็กที่พ่อเคยภาคภูมิใจ.. ลูกทำได้ไหม?”

ผมน้ำตานองหน้าทุกครั้ง เมื่อนึกถึงคำที่พ่อเอ่ยกับผมไว้ เมื่อครั้งต้องรดน้ำสังข์ให้กับลูกชายที่กำลังจะกลายไปเป็นหัวหน้าครอบครัว

- - -

บทความนี้คงมีพื้นที่ไม่พอให้ผมได้ถ่ายทอดแรงจูงใจทั้งหมด ที่ส่งผมมาให้กลายเป็นพ่อพระในสายตาของคนทั่วไป

ผมเลือกจะ “ทำดี” ถึงแม้บ่อยครั้งมันจะเป็นตัวเลือกที่อยู่ในด้านตรงข้ามกับ “สันดานดิบ” ของตัวผมเอง..

ผมเข้าใจว่าคนสำนึกผิดนั้นปวดร้าวมากแค่ไหน.. ผมไม่อยากให้ความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นกับใคร..

วันนี้ผมมีโอกาสที่จะยับยั้งมันได้ ผมมีทางเลือกที่จะสร้างสรรค์ความดีงาม ผมแค่ต้องการจะไขว่คว้ามันเอาไว้

ผมใช้เวลาเกือบ 7 ปี กว่าคนใกล้ตัวจะเข้าได้ใจว่า.. ผมเลือกเปลืองตัวไปทำไม

ผมไม่เคยบอกกับใครในเรื่องนี้.. ผมแค่อยากให้พ่อกลับมาภาคภูมิใจในตัวผม

เท่านั้นเอง…

ไม่รู้ว่าพ่อจะอยู่กับผมได้อีกนานแค่ไหน..

วันนี้ผมจะไปที่ทุ่งนา

ไปทานข้าวกับพ่อของผมครับ

สุขสันต์วันเกิดนะครับตั้ม ผมว่าตั้มมีความสุขดีอยู่แล้วในทุกๆวันเพราะได้ทำสิ่งที่รัก ขอให้ทำต่อไปเรื่อยๆ เพราะไม่มีตั้มก็คงไม่มีสภาหลากหลายสีนี้ และขอบคุณสำหรับทุกๆอย่างที่ทำให้ชาว Bitcoiners ครับ 💜🧡

วันนี้ขอเรียก ตั้ม เฉยๆนะครับ เพราะอยากอวยพรวันเกิดในฐานะพี่สักวันครับ 🧡💜

ขอบคุณครับเบนซ์ มีความสุขสบายใจไปด้วยกันนะครับ

จะว่าไป คำถามที่เบนซ์ถาม มันยังคาใจผมอยู่ตั้งแต่วันที่ได้เจอกัน “เราจะทำอะไรให้ Bitcoin ได้บ้าง??”

ขอบคุณสำหรับคำถามดีๆนะครับ

… เป้าหมาย ความฝัน และหนทางหลุดออกจากระบบ …

มานั่งทบทวนเวลาที่ผ่านไป ก็แอบเสียดายเวลาร่วม 20 ปี ที่เข้าใจหนทางออกจากระบบนี้ผิดมาโดยตลอด

ในอดีตผมก็พอรู้สึกได้ว่ามีระบบเน่าๆรอบตัวมานานละ แค่ไม่เคยเข้าใจเหตุผลกลไกของมัน และเสียเวลาไปกับความพยายามไล่ตามความฝันและเป้าหมายแบบผิดๆไปมากกว่า 20 ปี

เคยเข้าใจตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆว่า การจะออกจากระบบได้ คือการหาเงินให้ได้มาก มากกว่าคนอื่นๆ เราถึงจะมีเงินมากพอจะไม่ต้องทำตามระบบ โดยตั้งเป็นตัวเลขเงินที่ชัดเจนเป็นเป้าหมาย ว่าการเก็บเงินที่อายุ 40 ,45 ,50 เราจะมีเงินกี่บาท มันถึงจะพอในภาระชีวิตช่วงนั้น ได้แต่บอกตัวเองด้วยความเข้าใจผิดว่าจะเกษียณตอน 50 และพึ่งจะมาเข้าใจว่า นั่นเพราะเราเบื่อระบบนั่นละ เราถึงอยากหยุดปั่นวงล้อที่น่ารังเกียจนี้

ในช่วง 10 ปีแรก ช่วงอายุไม่เกิน 30 ผมทำทุกวิถีทาง ทำงานตั้งแต่ตื่นยันหลับวนไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และเพราะตัวเองไม่ได้ฉลาดมากนักจึงต้องใช้วิธีทำงานให้มันมากกว่าคนอื่นๆ เคยลองนับดู นับได้ว่าตัวเองทำงานมามากกว่า 25 อาชีพ ซึ่งที่ผ่านมาก็ต้องแลกกับความสูญเสียหลายๆอย่าง ที่ตัวเองเคยคิดว่ามันจำเป็นต้องแลกมาเพื่อความสำเร็จ มันควรจะเป็นเรื่องปกติของความสำเร็จสิ แล้วระบบเน่าๆนี้ก็ค่อยๆทำให้ทุกอย่างรอบตัวแย่ลงๆ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในครอบครัวกับพ่อแม่ หรือแม้กระทั่งกับภรรยา ยิ่งเวลาสังสรรค์กับเพื่อนนี่ไม่ต้องพูดถึง ผมโยนมันทิ้งไปเองทั้งหมด แต่ผมยังไม่คิดจะหยุดนะ เพราะมันยังไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ทั้งนิ

ผมทำงานเพื่อเป้าหมายการเงินในวัย 40 สำเร็จได้แบบทันเวลาพอดี แลกมากับที่ร่างกายมันบอกกับผมว่า พอเถอะ มันไม่ไหวละ แต่ทำยังไงได้ ผมยังมีเป้าที่ต้องทำให้สำเร็จในเป้าอายุ 45 ซึ่งมันยากกว่าเดิม และภาระต่างๆรอบตัวเหมือนจะเพิ่มขึ้นๆตามวัย โชคยังดีที่ผมไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยนัก และผมชอบการออมเพราะชอบที่จะเห็นตัวเลขในบัญชีมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

พึ่งจะ 4 ปีนี้เองสินะ ที่ได้รู้จักและพอเริ่มเข้าใจ Bitcoin จึงเริ่มมองเห็นทางออก ก่อนหน้านั้นแม้งานจะราบรื่นดีแต่ผมเริ่มหมดหวังในเป้าหมายของผม เพราะเป้าหมายที่เริ่มยากเกินไป และภาระที่มากขึ้นมันก็เพิ่มขึ้นสวนทางกับเวลาที่เหลือน้อยลงๆทุกวัน

ผมใช้เวลาตลอด 4 ปี ศึกษาอย่างจริงจังโดยแบ่งเวลาทำงานทุกวัน วันละ 2 ชม. มาเรียนรู้ในทุกๆด้านที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin ผมจำเป็นต้องเริ่มปรับเวลาทำงานให้ลดลง ประชุมน้อยลง ใช้เวลาในการทำงานอย่างจำกัดขึ้น หลังจากศึกษาต่อเนื่องจนเข้าใจว่า Bitcoin คืออะไรแล้ว จึงไม่หวั่นไหวกับราคาอีกต่อไป แค่ตั้งใจทำงาน ออมเงินที่เรามั่นใจว่าดี และถือมันแน่นๆต่อไปเรื่อยๆ ด้วยความมั่นใจ ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ผมกลับเลิกตั้งเป้าหมายเป็นตัวเลขเงินออมเป็นเงินบาทไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ที่เลิกตั้งเป้าหมายเป็นตัวเลขเงินบาทที่จะเกษียณในอนาคตไปแล้วนั้น ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรกันแน่ อาจเป็นเพราะผมไม่เห็นคุณค่าของเงิน Fiat แล้ว หรืออาจเพราะ ผมพอใจกับความรู้สึกมั่นคงที่ได้รับจากเงินที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ อย่าง Bitcoin กันแน่

ท้ายสุด…Bitcoin กลับทำให้ผมมหัศจรรย์ใจที่สุดตรง พอมาคิดๆดูแล้ว มูลค่าของ Bitcoin ที่ย้อนกลับมาเขียวขจี คล้ายๆจะเป็น Bullrun ในตอนนี้ กลับทำให้มูลค่าที่ผมออมเป็น Generation Wealth นี้ สูงขึ้นได้ตามเป้าหมายที่ผมเคยวางไว้เป็น Fiat เพื่อเกษียณได้ทันตามแผนเดิม เพราะมูลค่าที่ยิ่งถือนานยิ่งทวีคูณ เพียงแค่เราถือมันไว้ให้นานมากพอ

แต่มาถึงตอนนี้ผมก็ไม่เคยคิดที่จะขายมันอีกต่อไป เพราะ Bitcoin ทำให้ผมได้ทำงานอย่างมีความสุขเพราะรู้สึกถึงความมั่นคง และได้คืนเวลาให้ผมได้ทำงานตามความฝันของผมต่อไปด้วย และหากเรามีความสุขที่จะทำงานในฝันของเราแล้ว ใครจะคิดเกษียณล่ะ ??? ผมก็พร้อมจะทำงานอย่างสนุกในทุกๆวัน โดยที่ไม่ต้องนึกถึงระบบเน่าๆรอบๆตัวเราอีกต่อไป

💜🧡 ขอบคุณ Bitcoin ที่คืนเวลา คืนความสุข คืนความฝัน คืนความรัก คืนอนาคต ให้ผม 🧡💜

#siamstr

#escapethematrix

#siamesebitcoiners

# เวลามีค่าศึกษาบิทคอยน์

คำนี้ไม่ใช่วลีรักอะไรที่เกิดขึ้นมาลอย ๆ ผมชวนให้ทุกคนตั้งคำถามว่า.. เวลาของเราในแต่ละวันถูกใช้ไปกับอะไรกันแน่?

.

มีหลายคนที่ใช้มันไปกับการฝึกฝนทักษะ สร้างคุณค่าให้กับตนเองและผู้อื่นเพื่อเพิ่ม value หรือ เพิ่มประสบการณ์ในชีวิต

.

สิ่งที่เรากระทำลงไปมันไม่ได้สูญหายไปไหนเลย มันสร้างเป็นตัวตนของเราในอนาคตขึ้นมาให้เป็นในสิ่งที่เราได้บริโภคมันไป

.

> ถ้าสิ่งที่เรากระทำไปนั้นเป็นสิ่งที่ดี เราก็จะเป็นคนที่ดีขึ้น ฉันใด.. ถ้าสิ่งที่เรากระทำไปนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี เราก็จะเป็นคนที่ไม่ดีมากขึ้น ฉันนั้น..

**ทำกรรมอันใดไว้ ย่อมได้รับผลของกรรมนั้น**

.

## แล้วทำไมเราถึงต้องศึกษาบิทคอยน์?

เพราะเมื่อเรานั้นยังคงต้องใช้ชีวิตไปในโลกนี้อยู่ เรายังคงต้องแลกเปลี่ยนมูลค่า **(Value)** ซึ่งกันและกันอยู่ ยังไงหน่ะหรอ?...

.

จริง ๆ แล้วคนเรานั้นสิ่งที่มูลค่ามากที่สุดในตัวของเราคือ **เวลา** เพราะถ้าเราหมดเวลาลง ชีวิตเราก็จบสิ้น.

> สิ่งที่มีจำกัดจำนวนจำกัด และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เลย คือเวลาของชีวิต

.

**เงินที่ดี** สามารถเป็นตัวแทนของ **เวลาของชีวิต** ได้ เพราะคุณสมบัติของสองสิ่งนี้ที่มีส่วนคล้ายคลึงกันมากที่สุด

- เวลาชีวิต ไม่สามารถเพิ่ม supply ได้เลย

- เงินที่ดี ไม่สามารถเพิ่ม supply ได้ง่าย

แต่จะบางอย่างในโลกนี้ก็ไม่สามารถเพิ่ม supply ได้ง่ายใช่ไหมหล่ะ

## อะไรอีกคือคุณสมบัติของเงินที่ดี?

1. เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน (Medium of exchange) คือ คนทุกคนต้องยอมรับในการที่สิ่งๆนั้นเป็นสื่อกลาง เวลาพ่อค้าขายของให้กับลูกค้าก็ต้องยอมรับเงินที่ลูกค้านำมาให้ (ดังที่เขียนไว้ด้านหน้าธนบัตรทุกใบว่า ธนบัตรเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย)

ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์การค้าขายในสมัยโบราณ จะพบว่าเป็นระบบการค้าแบบแลกเปลี่ยนสินค้ากัน (Barter System) คือ ใครปลูกข้าวแล้วจะกินผักก็เอาข้าวไปแลกผักตามจำนวนที่ตกลงกัน หรือใครจะซื้อควาย ก็เอาผลผลิตมาแลกตามที่ตกลงกันเช่นเดียวกัน

ซึ่งระบบการค้าแบบนี้มีปัญหาคือ จำเป็นที่ผู้ซื้อก็ต้องหาผู้ที่ต้องการขายที่ต้องการผลิตผลของผู้ซื้อเจอ ขณะที่ผู้ขายเองก็ต้องหาผู้ซื้อที่มีผลิตผลที่ผู้ขายต้องการเจอเช่นเดียวกัน ทำให้การค้าไม่มีมากและไม่สะดวกเท่าที่ควร

นอกจากนั้นแล้ว แม้หากชาวนาต้องการกินขาหมู หรือมีข้าวจำนวนที่พอแลกกับขาหมู ขณะที่คนเลี้ยงหมูต้องการข้าวแต่อยากขายหมูไปทั้งตัว เพราะตัดขาไปข้างเดียว มันก็ตายอยู่ดี เงินจึงต้องทำหน้าที่ประการที่ 2 ต่อมา

2. สามารถเป็นหน่วยวัดได้ (Unit of account) หรือสามารถแยกย่อยได้ ดังที่ได้กล่าวมาในข้อหนึ่ง ในกรณีที่ผู้ซื้อหรือผู้ขายต้องการขายเป็นหน่วยย่อย ก็สามารถใช้เงินมาแทนได้ โดยผู้เลี้ยงหมูก็จะขายหมูให้พ่อค้าคนกลาง แล้วพ่อค้าคนกลางก็จะไปแยกขายหาคนซื้อเอาเอง (บวกกำไรเป็นคนค้าหาคนซื้อและรับความเสี่ยงที่หมูจะเน่าไป)

อย่างไรก็ดี แม้การค้าเกิดขึ้นแล้ว แต่การค้าขายนั้นไม่ได้ทำให้วันพรุ่งนี้ดีขึ้น เพราะมีกินไปวันๆท่านั้น ข้าวที่ปลูกไว้ก็เก็บได้ไม่นานก็เน่า หมูที่ซื้อมาก็เน่าอีกถ้ากินไม่หมด เงินจึงต้องทำหน้าที่ถัดมาคือ

3. เก็บรักษามูลค่าได้ (Store of value) เนื่องจากเงินไม่เสื่อมสภาพ ไม่เน่าเสีย เหมือนสินค้าปกติทั่วไป ไม่มีตกรุ่นไม่มีเก่าเหมือน ipod iphone ราคาหรือมูลค่าของมันก็ยังคงเดิม วันรุ่งขึ้นหรือวันถัดๆไปก็ยังสามารถเอาไปซื้อหมูมากิน ซื้อข้าวมากินได้เหมือนเดิม (กรณีนี้ขอยังไม่พูดถึงเรื่องเงินเฟ้อนะครับ เดี๋ยวจะงงกว่าเดิม)

จากเหตุผลข้างต้น สิ่งที่ใช้แทนเงินได้ต้องมีคุณสมบัติ คร่าวๆ คือ

- เป็นสิ่งที่เป็นสื่อกลางได้ คนทั่วไปยอมรับ เช่น จะเอาเหรียญแมนยูไม่ได้ เดี๋ยวแฟนลิเวอร์พูลไม่ยอมรับ อะไรทำนองนี้

- วัดได้เป็นมูลค่าได้ หรือแยกเป็นหน่วยย่อยได้ เช่น ทอง หรือเงิน สามารถแบ่งเป็นน้ำหนักได้ แต่เอาทองคำเปลวมา แบบนี้วัดยากก็หน่อย อ่อ แล้วราคาก็ไม่ควรผันผวนมาก

- หาได้ยาก หรือทำขึ้นมาเองไม่ได้ (หรือพูกง่ายๆว่าก๊อปได้ยาก) ไม่งั้นแล้วคงเดินเก็บเอาเปลือกหอยตามชายหาดมาเป็นเงินได้

- คงมูลค่าได้ (รวมถึงเสื่อมสภาพได้ยาก) ไม่ใช่เอาแก้วมาทำเป็นเงิน แล้วพอสะดุดล้มก็แตกหมด

ทั้งนี้ เพื่อทำหน้าที่ของเงินให้ครบถ้วนสมบูรณ์

ในความเป็นจริง มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ถูกนำมาใช้เป็นเงิน ไม่ว่าจะเป็นทอง เงิน ทองแดง ข้าว เกลือ หิน เปลือกปอย บุหรี่ หรืออื่นๆ แต่หลายๆสิ่งหลายๆอย่างก็ได้วิวัฒนาการมาเป็นเงินในรูปแบบปัจจุบัน และกำลังวิวัฒนาการต่อไปในอนาคต โดยอาจอยู่ในรูปของเครดิตต่อไป แต่มิติที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจนั้น ได้เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วกว่าในอดีต ไม่ว่าการค้าที่เป็นแบบ globalization การเชื่อมโยงทางข้อมูลข่าวสารต่างๆ ก็อาจทำให้เงินวิวัฒนาการต่อไปได้อีกครับ

ท้ายสุด... ที่เล่ามาทั้งหมดแค่อยากบอกว่าถ้าอยากเก็บเวลาของชีวิตเราให้ดีเลือกเก็บมันไว้ในเงินที่ดีซึ่งไม่มีอะไรดีไปกว่า #Bitcoin แล้วในปัจจุบันนี้ที่เงิน Fiat เสื่อมมูลค่าลงไปทุกวัน

#ขอให้เป็นวันที่ดี 🌱☺️ #Siamstr #เวลามีค่าศึกษาบิทคอยน์

เขียนดีมากๆครับ 👍🏼👍🏼👍🏼

ธรรมชาติ งดงามกว่าเสมอ 🏝

Replying to Avatar Jakk Goodday

### หนังสือที่เขียนโดยเหล่า #SiamstrOG

ผมได้รับไอเดียบรรเจิดมาจากหน่วยเหนือ (แม่โบ) ซึ่งน่าสนใจสุดๆ ไปเลย มันคือ "หนังสือ" ที่เนื้อหาจะมาจากการรวบรวมเรื่องราวจากปลายนิ้วของพวกเรา #SiamstrOG และ #Siamstr

### หลักการและแนวคิด

- โจทย์ที่จะถูกเขียนคำตอบออกมาจากทุกคน

- รวบรวมและเรียบเรียงคำตอบจากชาว Siamstr มาทำเป็นหนังสือ (Pocket Book, E-Book etc.)

- มันจะเป็นหนังสือที่มีพลังของ Siamstr แฝงอยู่ในนั้น "Book of Community"

- รายได้ยังคิดไม่ออกว่าจะกระจายยังไง (อาจเก็บสำรองไว้ซัพพอร์ตกิจกรรมภายในคอมมูระหว่างที่คิดไม่ออก)

### โจทย์คร่าวๆ

- Value for Value

- ความสัมพันธ์ครอบครัว การตระหนักรู้ถึงความสำคัญของครอบครัว

- การสร้างความมั่งคั่งระดับครอบครัว

- การส่งต่อ POW จากรุ่นไปสู่รุ่น

- ทำไมมันมีแนวคิดที่จะไม่รับช่วงต่อกิจการ?

- ทั้งการรับต่อ การไม่รับต่อ การตัดสินใจสร้างใหม่ บลาๆๆๆ

- ทำไมคนรุ่นหลังถึงเลือกที่จะสร้างเส้นใหม่เองซะส่วนใหญ่

- จะทำยังไงให้คนรุ่นถัดๆไปเห็นถึงความตั้งใจนี้

- สุดท้าย อยากน้อยเค้า (ผู้อ่าน) จะได้เข้าใจ POW

### Actions

- ยกมือ ให้ผมรับทราบหน่อยครับ น่าสนใจไหม เอาไหม? ใครจะเอาบ้าง?

- ยังไม่ต้องเขียนเนื้อหาตอบมาในตอนนี้ ผมแค่โยนหินถามทาง สอบถามความพร้อมและแพาชั่นของพวกเรา

- ผมจะ Revise idea ใหม่ แล้วเขียน Announcement Long-form ขึ้นมาในอนาคตเพื่อเคาะระฆังเริ่มดำเนินการ

- กรอบเวลาไม่มี มีแค่จะทำหรือไม่ทำ ้สร็จเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น

ไอเดียดีสุดๆ คันไม้คันมืออยากร่วมเขียนบทความสนุกๆเลยครับ 🤩 สร้างสรรค์บทความทุ่งม่วงไปด้วยกัน #siamstr

Replying to Avatar Jakk Goodday

### Phase ที่ 2 ของ #Siamstr

ขอแสดงความยินดีกับทุกคนที่หาที่ทางของตัวเองบนเส้นทางบายพาสสระบุรีกันได้แล้ว (ถ้าใครเข้าใจมุกนี้แสดงว่าคุณเป็นหนึ่งใน #SiamstrOG)

วันนี้ถนนเส้นนี้เริ่มมีรถยนต์หนาตา มีการสัญจรกันมากขึ้นแล้วล่ะนะ

พวกคุณยังจำวันแรกๆ บนทุ่งม่วงกันได้ไหม?

หากวันนี้มีคนมาขอให้คุณเล่าว่า ยุคแรกของ Siamstr เป็นยังไงบ้าง.. คุณจะตอบพวกเขาว่ายังไง?

หลายคนไม่เคยรู้จักมาก่อนด้วยซ้ำว่า Jakk Goodday เป็นใครมาจากไหน แต่หมอนี่ก็โน๊ตนั่นนี่ได้อย่างเป็นบ้าเป็นหลังในช่วงแรกๆ

สลับหน้ากันกับ อาร์ม, หลาม, จิงโจ้, ซุป และทีมงานคนอื่นๆ ที่ทะยอยตามมากันทีหลัง และที่ขาดไม่ได้เลยคือ อ.ตั๊ม ผู้มีพลังดึงดูดมากที่สุดของพวกเรา..

SiamstrOG นับร้อยชีวิตอาจเป็นใครสักคนที่เราคุ้นหน้ากันบนโลกเมนสตรีม แต่สำหรับที่ Nostr พวกเขาทุกคนล้วนเป็นเพื่อนใหม่ สร้างตัวตนใหม่ (หรือตัวตนที่แท้จริง) ขึ้นมาที่นี่

ความพิเศษและอัตลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละคน ได้ผนวกรวมกันเป็นวัฒนธรรมใหม่ที่แสนจะงดงามขึ้นบน Nostr

เราผ่านช่วง "กดตรงไหนครับ?" กันมาแล้ว ผ่านมาแล้วกับช่วงแนะนำการใช้งานเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

และช่วงที่เราดื่มด่ำกันที่สุดคงเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกเสียจากการ LIVE บน zap.stream ที่มีทั้งเสียงหัวเราะและความอบอุ่นคละคลุ้งเต็มช่องแชท มีตำนาน "เลียแรม" ที่จะถูกเล่าขานไปอีกตราบนานเท่านาน

เราเคยมีกิจกรรม Thailand Zapathon ที่อันตรธานหายไปแล้ว (เนื่องเพราะผมเองที่ไปสนใจอย่างอื่นมากกว่าในช่วงหลัง)

เราเคยมีช่วง "Long-form fever" ที่นับเป็นปรากฏการณ์ที่ผมเองต้องกลับมานั่งวิเคราะห์กันเลยทีเดียว (ส่วนหนึ่งก็คงเพราะผมที่บ้าเขียนอะไรยาวๆ ด้วยในช่วงนั้น)

เราได้รู้จักกับ พี่ป้ำ ปณัย มากขึ้น จนหลายคนคิดว่าตัวเองเป็นหุ้นส่วนท๊อฟฟี่เค้กไปแล้ว

เรายังได้รู้จักกับ "หลาม" ร่างใหม่ และตัวป่วนสะท้านภพอย่าง ประธานสมาคมซักผ้าแห่งประเทศไทย นั่นคือ "สมนึก"

มีหลายคนที่ตอบโต้กับผมบ่อยจนคุ้นหน้ากัน อย่าง ตุ๊กเจษฎาติ๊ก, HipkNox, AdlerNS, PigRoK, Stellar, U, Chontit, Win Vee, Satuser, Richter, Nick, Vaz, Flvke.fix, Pikanet สาวแกร่งอย่าง Riina, JibSiri ฯลฯ

โอ้ยยยยยยยย!!!!

ขออภัยด้วย ผมไล่เรียงไม่หมดจริงๆ ครับ

พวกเราเคยดีใจ สะใจ กระโดดโลดเต้นตอนที่เรามี Relay และ NIP-07 ที่ชื่อ "Siamstr" แม่งเท่เป็นบ้า!!

มันรู้สึกภูมิใจที่คนไทยกูก็มีเหมือนกันโว้ย จนกระทั่งมี Dev ขี้เมาออกมาทำ Wherostr เพิ่มอีกดอก ให้ตายเถอะ เรานี่ไม่ธรรมดากันเลยจริงๆ

เราเคยเห่อไล่ล่า Badge ตามเก็บบทความของ Jakk และ FuckIMF

เราเคยรวมพลังกัน "กดโกรธ" และช่วยกันแชร์เพียงเพื่อต้องการจะเผยแพร่ Nostr ออกไปสู่คนข้างนอก

ทุกคนถูกผมขอให้มีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างคอมมูนิตี้ที่น่าอยู่ พวกเราร่วมมือกันอย่างเต็มใจในการต้อนรับสมาชิกใหม่เข้าสู่คอมมูของเรา

พวกเราไม่อิดออดที่จะ "แนะนำ" หรือ "ให้ความช่วยเหลือ" ผู้มาใหม่แทบทุกคน ทุกคนรู้สึกถึงโอกาส และความเท่าเทียม ที่จะได้แสดงคุณค่าและส่งต่อมันไปให้กับคนอื่นๆ

ทุกคนถูกผมส่งมอบหลักการและแนวคิดของตลาดเสรีผ่านมุมมองออสเตรียนอย่างต่อเนื่อง จนเหมือนว่ามันซึมเข้ากระดูกดำกันไปแล้ว

ผมเคยกล่าวกับพวกท่านเอาไว้ว่า..

วันหนึ่งทุกคนที่นี่จะกลายเป็น SiamstrOG ที่จะต้องมีบทบาทในการส่งต่อคุณค่า และ Legacy ที่เราเคยสร้างเอาไว้ร่วมกันไปสู่คนใหม่ๆ บน Nostr ไม่มากก็น้อย

ทุกๆ 1 คนที่สมาทานเอาแนวคิด Siamstr บน Nostr เข้าไปแล้ว จะสามารถบอกต่อและชักชวนคนอื่นๆ ได้อีกไม่น้อยกว่า 1 คนเพื่อพาพวกเขาเข้ามายังทุ่งม่วง

การเติบโตของเราจะเป็นแบบออร์แกนิกแต่ Exponential

ผมเคยโยนคำถามไปยังทุกคนว่า..

เมื่อเวลานั้นมาถึง พวกเราที่นี่พร้อมที่จะต้อนรับคนใหม่ๆ แล้วหรือยัง เรามีวัฒนธรรมแบบอย่างที่เข้มแข็งพอหรือยัง

เราหนักแน่นและใจกว้างมากพอที่จะปราณีพวกเขาไหม

เรารับกันได้ไหมหากวันหนึ่งจะมีคนที่แตกต่างจากพวกเรา เริ่มเข้ามายังชุมชนของเรา ???

เวลาที่ว่านั้นเริ่มมาเยือนพวกเราแล้วครับ...

---

วันนี้เราจะได้เห็นการทำงานของตลาดเสรี บนประเทศ Siamstr ที่ไร้พรมแดน ปลอด Jurisdiction ปราศจากผู้นำที่เราผลักดันมันมาร่สมกัน

เรากำลังเจอกับคลื่นลูกที่ 2 ของชาวไทยที่จะพากันหลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆ นับจากนี้

ท่านอย่าประหลาดใจ นี่คือสิ่งที่เราเคยคุยกันไว้แล้วว่ามันจะเกิดขึ้น...

ประตูที่พาพวกเขาเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ อาจเป็นประตูคนละฐานกับที่เราเคยผ่านเข้ามา

พวกเขาบางคนอาจไม่เคยรู้จักบิตคอยน์มาก่อน บางคนอาจมองว่าเราเพ้อเจ้อ บางคนอาจมาเพื่อแสวงหาผลกำไรส่วนตน บางคนมาเพื่อปั่นป่วน บางคนมาที่นี่เพื่อระบายบางอย่าง ฯลฯ

แต่เราห้ามมันไม่ได้..

พวกคุณถือ "สิทธิ์" นั้นอยู่ในมือ สิทธิ์ในการที่จะเป็น "อัลกอริทึมของตัวคุณเอง"

เราจะเลือกปัดบางคนทิ้ง หรือเดินเข้าหาเพื่อให้ความช่วยเหลือ ตัดสินใจมันด้วยตัวเราเองครับ

ไม่ว่าผู้คน (ไทย) บนนี้จะมี 2 พัน 5 พัน หรือหมื่นคน คุณเลือกได้ที่จะเห็นเท่าที่คุณอยากเห็น

เลือกได้ว่าอยากสอนและรู้จักกับเพื่อนใหม่คนไหน หรือจะไม่เลือก แต่จีบดะก็คงไม่ผิดแต่อย่างใด

"มือที่มองไม่เห็น" จะพาพวกเราไปสู่อนาคตอย่างที่มันควรจะเป็น

อย่ากังวลหรือตื่นเต้น อย่าคิดว่าคุณจะเจอกับอะไรในวันข้างหน้า

วันนี้คุณแค่มีความสุขกับ GM Note อวดแก้วเบียร์ เชียร์เนื้อทอด กอดแมว แซวสมนึก ฯลฯ เท่านั้นก็พอแล้ว มีความสุขกับทุกๆ วันบนทุ่งม่วง

"ระเบียบที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ" (Spontaneous order) จะจัดการพลวัตรของสังคมให้กับเราเอง

จงแบ่งงานกันทำ ทำสิ่งที่ตัวเองถนัด ชื่นชอบและปรารถนา ทำในสิ่งที่เป็นอรรถประโยชน์ส่วนตน แล้ว Siamstr phase ที่ 2 จะเป็นในแบบที่มันควรจะเป็นไปเองตามธรรมชาติครับ

---

มาเถิดเหล่า SiamstrOG ทั้งหลาย...

มาเล่าและบอกต่อความประทับใจช่วงแรกของพวกคุณใน Siamstr Phase I

จารึกมันไว้ ณ โน๊ตนี้ | โน๊ตศิลาจารึก Siamstr I

ก่อนที่วันเวลาจะค่อยๆ ลักพาเอาความทรงจำของคุณไป..

ก็พูดได้เต็มปากแล้วว่า เราเป็น #SiamstrOG สินะ 💜🧡💜🧡 ขอบคุณคุณตั้มนะ เราจะก้าวข้าม Phase 2 นี้ไปด้วยกันครับ 💜🧡💜🧡