Avatar
Win Vee
c580329df4f1f0dfe35121955ff6636601f780f4184dde206ff33fb50d0b67cb

แข็งเลย นมนะ

หวัดดีครับ อุณหภูมิดูไม่ต่ำมาก แต่รู้สึกหนาวกว่าตอน มค แปลกๆ

แพล้ทเบส ปั้นแป้งเป็นเนื้อ 🤣

ขี้เกลือขึ้นแล้วนะ ฟูจิ

นึกขึ้นได้ ก็ดึงกลับมาที่ลม

Replying to Avatar SOUP

วันนี้พาลูกไปเรียนรู้จากร้านกาแฟ ไม่ได้แค่ไปนั่งดื่ม แต่ให้เขาสังเกตเอง ตั้งคำถามเอง ไม่ต้องให้คำตอบทันที แต่กระตุ้นให้ลูกคิดและวิเคราะห์เอง

ทำไมลูกค้าชอบนั่งมุมนี้ ?

พนักงานทำงานกันยังไง ?

อะไรทำให้ร้านนี้มีลูกค้าเยอะ ?

เชื่อมโยงกับชีวิตจริง-ถ้าเขาจะเปิดร้านเอง ต้องคิดอะไรบ้าง?

ฝึกคิดวิเคราะห์-อะไรที่ทำให้ร้านนี้เวิร์ค ?

ถ้าเป็นเขาจะปรับอะไรให้ดีกว่านี้ ?

นี่คือการทำ #Unschooling ให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งที่มีความหมายกับชีวิตจริง ที่ไม่ใช่แค่เรียนเพื่อสอบผ่าน การศึกษาไม่ใช่การบังคับ แต่คือการให้โอกาสเด็กได้ค้นพบและเลือกเส้นทางของตัวเอง #Siamstr #ลานกรองมันส์

ดุ๊กดิ๊กๆ

Replying to Avatar atip

สวัสดีครับพี่ๆทุกคน

วันนี้ได้ไปเรียนรู้ hardware wallet ของ bitcast มา

ในงานมีของว่างจาก maxbit ให้กินทุกเวิร์คช็อป เเละปูพื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีของกระเป๋าที่ใช้เก็บเหรียญหรือโทเคนต่างๆในฉบับเบาๆเข้าใจง่ายพร้อมตอบทุกคำถาม เเละเข้าไปช่วยคนที่มีปัญหา กลุ่มคนในงานมีคนหลากหลายอายุ เพศ เเละความสนใจ

ช่วงท้ายคนเริ่มน้อยลง เลยได้ลองไปพูดคุยกับคนทั่วไปที่เข้า workshop

โดยส่วนใหญ่ถามไปว่า

- ถืออะไรบ้าง

- จะเอา hardware wallet ไปเก็บอะไรบ้าง

- เหตุผลที่คนถือเหรียญนั้นๆมีอะไรบ้าง

คำตอบที่ได้จะเป็นเเนว ถือทั้ง btc เเละอื่นๆ

- เหตุผลที่ซื้อ btc

* เหรียญดูน่าเชื่อถือ เป็นตัวใหญ่ในวงการ

* ถือยาวเเล้วรอขาย

ส่วนเหรียญอื่นๆ

* เหรียญขึ้นท็อปลิสต์ อยากถือยาวๆ

* ขุดมาเเล้วรอขายบ้าง

* ถือรอไว้รอขายบ้าง

บางคนมาซื้อ hardware เลยเเบบไม่มีเหรียญใดๆเลย เเต่มีเเพลนในอนาคตว่าจะซื้อ

ส่วนใหญ่น่าจะมองที่ความต่างของราคา

หรือเทรดเดอร์ที่อยากจะเพิ่มความปลอดภัยให้กับสินทรัพย์ของตัวเองที่มีอยู่ หรือเอาเหรียญมาพักกรณีเหรียญนั้นๆโดนถอนออกจากกระดาน รอไปโอนเข้า exchange อื่นเพื่อนำไปขาย

มีพี่สายเทรดเดอร์มาคุยด้วย ผมก็ถามว่าตลาดนี้เป็นไงบ้างครับ เครียดไหม กำไรหรือขาดทุนครับ เค้าก็เเชร์ประสบการณ์มา ส่วนผมก็เเชร์มุมมองของ btc ที่ผมเข้าใจไป เเลกเปลี่ยนกัน

ถือว่าก็มีหลากหลายเหตุผล หลากหลายมุมมองเหมือนกัน เเต่เเอบเสียดายไม่ได้ไปสอบถามคนกลุ่มก่อนหน้า เช่น คนที่มีอายุระดับนึง ว่าเค้าคิดเห็นยังไง เข้ามาวงการนี้ยังไง ระยะเวลานานรึยัง

ยังรู้สึกข้อมูลไม่เยอะพอจะสรุปว่าคนส่วนใหญ่ ณ วันนี้ มีความรู้ ความเข้าใจ เเละความคิดเห็นยังไงบ้าง มุมมองต่อ cypto currency หรือสินทรัพย์ต่างๆที่เค้าถืออยู่

#siamstr

งานน่าสนุกนะครับ

กราวดิ้งแบบสงบไม่เคยได้ต้องเข้ามางับมืองับตีน

https://media.satsdays.com/media/c580329df4f1f0dfe35121955ff6636601f780f4184dde206ff33fb50d0b67cb/89b5ce402544dc661b38cdf86d5d1f4e8e56cb13e5f174ebef5f5d03ab4a2450.webp

Replying to Avatar maiakee

ภพที่ไปเกิดตามลำดับของฌาน: อิงพุทธพจน์และคำอธิบายของพระอานนท์

ในพระพุทธศาสนา การบรรลุฌานไม่ได้หมายถึงการพ้นทุกข์โดยสิ้นเชิง หากยังมีอุปาทานในฌานอยู่ ผู้บรรลุฌานจะไปเกิดในภพต่างๆ ตามระดับของจิตที่ก่อขึ้น ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ภพ ได้แก่ กามภพ (โลกของกามคุณ), รูปภพ (โลกของรูปฌาน), และ อรูปภพ (โลกของอรูปฌาน) ตามลำดับของความละเอียดของจิต

พระอานนท์ได้กล่าวไว้ใน “จูฬสุญญตสูตร” (พระไตรปิฎก เล่ม 12 ข้อ 41) ว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ฝึกจิตในสมาธิย่อมเข้าถึงภพที่เหมาะสมตามสภาวะแห่งจิตของตน หากยังมีอุปาทาน ก็จักมีภพสืบไป”

ต่อไปนี้เป็นลำดับของฌานและภพที่ผู้เข้าฌานจะไปเกิด

1. ปฐมฌาน → ไปเกิดในพรหมโลกชั้นแรกของรูปภพ

(พรหมปาริสัชชา และ พรหมปุโรหิตา)

ผู้ที่บรรลุปฐมฌาน หากยังมีอุปาทานในฌาน จะไปเกิดใน พรหมโลกชั้นต่ำของรูปภพ ได้แก่

• พรหมปาริสัชชา: เทพผู้เป็นบริวารของมหาพรหม

• พรหมปุโรหิตา: เทพผู้เป็นอำมาตย์ของมหาพรหม

“ภิกษุผู้บำเพ็ญปฐมฌาน ย่อมเข้าถึงพรหมโลกที่เป็นที่อยู่ของเหล่าพรหมผู้มีปัญญาปานกลาง” (พระไตรปิฎก มัชฌิมนิกาย)

ตัวอย่าง: เหมือนบุคคลที่ฝึกจิตจนสงบจากกามคุณ แต่ยังมีความยึดมั่นในสุขอันเกิดจากฌาน

2. ทุติยฌาน → ไปเกิดในพรหมโลกชั้นที่สูงขึ้น

(มหาพรหมา - เทพผู้เป็นใหญ่ในพรหมโลก)

เมื่อจิตพ้นจากวิตกและวิจาร แต่ยังยึดติดปีติสุข จะไปเกิดใน มหาพรหมา ซึ่งเป็นพรหมผู้มีอายุยาวนานกว่าชั้นล่าง

“ภิกษุผู้บำเพ็ญทุติยฌาน ย่อมเข้าถึงมหาพรหม ผู้เป็นใหญ่ในรูปภพ” (พระไตรปิฎก อังคุตตรนิกาย)

ตัวอย่าง: เหมือนนักปราชญ์ที่หลุดพ้นจากความคิดวุ่นวาย แต่ยังพอใจในความสุขสงบของตน

3. ตติยฌาน → ไปเกิดในพรหมโลกชั้นที่สูงกว่าเดิม

(ปริตตสุภะ, อัปปมาณสุภะ, สุภกิณหา - เทพผู้มีรัศมีงดงาม)

ผู้ที่ละปีติได้ แต่ยังมีความสุขจากฌาน จะไปเกิดในชั้นพรหมที่มีรัศมีงดงาม ได้แก่

• ปริตตสุภะ: พรหมที่มีรัศมีน้อย

• อัปปมาณสุภะ: พรหมที่มีรัศมีมาก

• สุภกิณหา: พรหมที่มีรัศมีเต็มเปี่ยม

“ภิกษุผู้บำเพ็ญตติยฌาน ย่อมเข้าถึงพรหมโลกที่เป็นที่อยู่ของผู้มีรัศมีอันบริสุทธิ์” (พระไตรปิฎก มัชฌิมนิกาย)

ตัวอย่าง: เปรียบเหมือนดวงดาวที่ส่องสว่าง แต่ยังคงอยู่ในจักรวาล

4. จตุตถฌาน → ไปเกิดในพรหมโลกที่สูงสุดของรูปภพ

(เวหัปผลา และ อสัญญีสัตตา - เทพผู้มีสมาธิแน่วแน่และไร้สัญญา)

• เวหัปผลาพรหม: พรหมที่ได้ผลแห่งสมาธิขั้นสูงสุด

• อสัญญีสัตตาพรหม: พรหมที่แทบไม่มีสัญญา (ไม่มีความรับรู้โดยสมบูรณ์)

“ภิกษุผู้บำเพ็ญจตุตถฌาน ย่อมเข้าถึงพรหมโลกอันเป็นที่อยู่ของผู้ที่หลุดพ้นจากสุขและทุกข์”

ตัวอย่าง: เหมือนดวงจันทร์ที่สงบนิ่งไร้การเคลื่อนไหว

5. อรูปฌาน → ไปเกิดในอรูปภพ

(โลกของอรูปพรหม - เทพผู้ไม่มีรูปกาย)

ผู้ที่ละรูปทั้งหมดจะไปเกิดใน อรูปภพ ซึ่งเป็นภพที่ไม่มีร่างกาย มีเพียงจิตละเอียด ได้แก่

• อากาสานัญจายตน → ไปเกิดใน “พรหมผู้มีอากาศเป็นอารมณ์”

• วิญญาณัญจายตน → ไปเกิดใน “พรหมผู้มีจิตเป็นอารมณ์”

• อากิญจัญญายตน → ไปเกิดใน “พรหมผู้ไร้สิ่งใดๆ”

• เนวสัญญานาสัญญายตน → ไปเกิดใน “พรหมผู้มีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่”

“ผู้สำรวมจิตในอรูป ย่อมไปเกิดในอรูปภพ ตามธรรมที่เขาสมาทาน” (พระไตรปิฎก มัชฌิมนิกาย)

ตัวอย่าง: เหมือนสายลมที่ไร้รูป แต่ยังคงมีอยู่

6. ปรมาณูสูญญตา → นิพพาน (พ้นจากภพทั้งปวง)

เมื่อจิตละอุปาทานทั้งหมด ไม่ยึดติดแม้แต่ความเป็นพรหมหรืออรูปพรหม จิตจะไม่ไปเกิดอีก แต่ดับสนิทคือ นิพพาน

“ดูก่อนอานนท์ ผู้บรรลุสูญญตาสูงสุด ไม่กลับไปเกิดในภพใดอีก เพราะไม่มีเชื้อแห่งภพเหลืออยู่”

ตัวอย่าง: เปรียบเหมือนเปลวเทียนที่ดับลง ไม่มีที่ไป เพราะไม่มีสิ่งใดเหลืออยู่

🪷สรุปได้ว่า ผู้ที่บรรลุปฐมฌานจะไปเกิดในพรหมโลกชั้นต้น ได้แก่ พรหมปาริสัชชาและพรหมปุโรหิตา ซึ่งเป็นบริวารของมหาพรหม หากบรรลุทุติยฌาน จะไปเกิดในมหาพรหม ซึ่งเป็นพรหมผู้เป็นใหญ่กว่าชั้นแรก

ผู้ที่บรรลุตติยฌานจะไปเกิดในพรหมโลกที่มีรัศมีงดงาม ได้แก่ ปริตตสุภะ อัปปมาณสุภะ และสุภกิณหา ซึ่งเป็นพรหมที่มีแสงสว่างเจิดจ้า หากเข้าถึงจตุตถฌาน จะไปเกิดในเวหัปผลาพรหม ซึ่งเป็นพรหมที่สงบที่สุด และในบางกรณีอาจเกิดเป็นอสัญญีสัตตาพรหม ซึ่งเป็นพรหมที่ไม่มีสัญญาหรือการรับรู้ใดๆ

สำหรับผู้ที่บรรลุอรูปฌาน จะไปเกิดในอรูปภพ ซึ่งเป็นภพที่ไม่มีรูปกาย เหลือเพียงจิตละเอียดตามระดับของอรูปฌานที่บรรลุ ได้แก่ อากาสานัญจายตน วิญญาณัญจายตน อากิญจัญญายตน และเนวสัญญานาสัญญายตน

อย่างไรก็ตาม หากสามารถละอุปาทานในอรูปฌานทั้งหมดจนถึงระดับปรมาณูสูญญตา จิตจะไม่ไปเกิดในภพใดอีก แต่จะดับสนิท เข้าถึงนิพพาน ซึ่งเป็นการพ้นจากสังสารวัฏอย่างสิ้นเชิง

ดังนั้น ผู้ปฏิบัติที่ยังมีอุปาทาน แม้จะเข้าฌานลึกเพียงใด ก็ยังต้องเวียนว่ายอยู่ในภพที่เหมาะสมตามสภาวะแห่งจิตของตน จนกว่าจะดับเชื้อแห่งภพได้ทั้งหมด

🪷ทำไมเพียงแค่ปฐมฌานก็เพียงพอต่อการบรรลุมรรคผลนิพพาน

แม้ว่าฌานที่สูงขึ้นจะทำให้จิตละเอียดขึ้น แต่ ปฐมฌานก็เพียงพอแล้วต่อการบรรลุมรรคผลนิพพาน หากมีปัญญากำกับ เพราะการบรรลุธรรมไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับของสมาธิที่ลึกที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับ ปัญญาที่เห็นไตรลักษณ์ของสังขารทั้งปวงและละอวิชชาได้

ใน “คิริมานนทสูตร” (พระไตรปิฎก เล่ม 10 ข้อ 106-110) พระพุทธเจ้าตรัสว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ใดบรรลุปฐมฌานแล้ว เจริญวิปัสสนาเห็นความไม่เที่ยงของสังขาร ย่อมสามารถบรรลุอรหัตผลได้”

ต้องใช้อะไรถึงจะทำได้?

1. สัมมาทิฏฐิ (ความเห็นชอบ) – ต้องเข้าใจว่าแม้แต่ฌานก็ไม่ใช่ที่พึ่งที่แท้จริง เพราะยังเป็นสังขารที่ไม่เที่ยง

2. วิปัสสนาญาณ (ปัญญาเห็นไตรลักษณ์) – ต้องพิจารณาเห็นว่า สุขในฌานก็เป็นของไม่เที่ยง และไม่ควรยึดติด

3. สัมมาสมาธิ (สมาธิชอบ) – ปฐมฌานต้องเป็นไปเพื่อการพิจารณาไตรลักษณ์ ไม่ใช่เพื่อเสวยสุข

4. ละอุปาทานในฌาน – ไม่สำคัญว่าฌานลึกแค่ไหน แต่สำคัญว่าปล่อยวางได้หรือไม่

อิงตัวอย่างจากพระสาวก

• พระสารีบุตร บรรลุอรหัตผลด้วยปฐมฌานในขณะที่ฟังธรรมจากพระอัสสชิ เพราะปัญญาของท่านแทงตลอดไตรลักษณ์ทันที

• พระอานันทเถระ บรรลุอรหัตผลหลังจากพ้นจากปฐมฌาน แล้วพิจารณาเห็นไตรลักษณ์ของขันธ์ห้า

ดังนั้น แค่ปฐมฌานก็บรรลุมรรคผลได้ หากใช้ปัญญากำกับและไม่ยึดติดในสุขของฌาน

#Siamstr #พุทธวจนะ #พุทธวจน #nostr #ธรรมะ

🦾

ตอนแรกผมนึกว่า ตู้คอนเทนเนอบนเรือ

Replying to Avatar Boss

staple

น่ากินจังครับ เนื้อปรุงอะไรบ้างงะ