Avatar
Thita@98⚡️
cc2783215f21a578e492ac0cf31e5038be7a9f7b8b8d696ac753c48bcd6074a5

Cacao กับถ้วยอุ่น 💨⚡️☕️

แสงแลบคำราม

ต้นไม้โยกตามลม

ทุกสิ่งผ่านไป

แอนโเทแนีย เลอะโขงงงง

#siamstr #ข้อคิดวันนี้ #เรื่องเล่าเบาสมอง #ให้กำลังใจ

บทเรียนจากความตั้งใจผิดพลาด.

วันนี้อยากจะเขียนในหมวดความรักอีกสักหนึ่งบทความ ซึ่งเป็นเรื่องที่อยากจะเขียนเพื่อเป็นวิทยาทานเรื่องความรักในอีกรูปแบบที่เราได้เรียนรู้

ในค่ำคืนที่เราเจ็บปวดจากรักครั้งเก่าไม่หายและได้ซ้ำตัวเองด้วยการบอกว่า "ใครก็ได้มาแทนที่คนเก่าที" สรุปได้ใครก็ได้สมใจ

ในทีนี้หมายถึงคนที่เราชอบนี่แหละ แต่เราไม่ได้มีการตั้งใจรัก ตั้งใจศึกษาดูใจ เราขอแค่เค้าที่เราคลิกกันแค่คนเดียวมาเยียวยาจากความพัง จากคำถามว่าฉันไม่ดีตรงไหน จนได้พบในวันนี้ว่า ไม่ต้องถามตัวเองว่าไม่ดีตรงไหนหรือเมื่อไหร่จะดีพอ ไม่ต้องสงสัยตัวเองเลยจริงๆ

ในระหว่างที่คบกันจนจิตใจหายดีจากคนเก่า เรารู้เต็มอกว่าเจอพระเอกธงแดงแบบในมังงะเข้าให้แล้ว แต่เราก็เข้าแพทเทิร์นนิยาย 'ชั้นนี่แหละ จะเปลี่ยนใจนายแบ้ดบอย' ตามสเต็ป ขยับฟุตเวิร์ค เธอ โยกอยู่ในฟลอ ซ้ายขวาซ้าย

ย้ายเข้าสู่ฤดูกาลแห่งเม็ดฝนบนใบหน้าประมาณแปดร้อยล้านหยด ตั้งแต่นอยด์เล็กๆ ไปจนถึงไม่กินข้าวกินน้ำเลยสามวัน (แต่ไม่ตาย เพราะไม่ได้ขยับตัว นอนนิ่งๆเหมือนเปิดโหมดประหยัดพลังงาน)

ตลอดเวลาที่ซึมเศร้าจากพื้นฐานชีวิต กลับมาดิ่งซ้ำแม้ได้รับยาปรับเคมีในสมอง ถึงจะเป็นหนักขนาดนั้นแต่ใจสู้นะ ไม่ยอมเล่าให้ใครฟังเลยว่าที่ผ่านมาที่ได้รับความสุขจากเขา สังเวยพลังงานไปเท่าไหร่ เงิน เวลา น้ำตา ความฝัน

ซึ่งคุ้มมาก มันคือการเรียนรู้ที่เหมือนเรียนซ้ำชั้นมัธยมหกประมาณ 6 รอบกับอาจารย์คนเดิมๆและเรารักมาก ตั้งใจเรียนของแกมาก แต่ไม่รู้โดนอคติอะไร แกไม่เคยให้จบไปเรียนมหาลัยต่อเลย

กลับมาบนพื้นฐานความรักที่เรายึดถือ เราเชื่อมั่นว่าโอกาสและความรักจะทำให้คนเราดีขึ้นได้ ในเมื่อเค้าเยียวยาเราจากคนเก่าได้ เราก็สามารถรักเค้า เข้าใจเค้าและเติบโตไปพร้อมกับเค้าได้..

ใช่ค่ะ เพ้อเจ้อ คิดไปเองจริงๆนั่นแหละ เราเปลี่ยนใครไม่ได้! แม้จะให้ทุกอย่างกระทั่งตายแทน มันก็เปลี่ยนใครไม่ได้ เพิ่งได้เรียนรู้คำว่าตัวใครตัวมันก็จากคนๆนี้แหละ

ท่ามกลางความละเมอเพ้อฝันว่าความดีของฉันจะเปลี่ยนเธอ เราก็ได้ภาวนากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดิน ฟ้า อากาศมาตลอดหลายปีว่า พระเดียวที่จะขอคือ ขอให้กลับมารักตัวเอง และมันก็ไม่เคยสมหวัง กระทั่งเช้าวันนึงที่ตื่นขึ้นมา

ใช่เลย.. มันเรียบง่ายแบบนั้นเลยค่ะ ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า บ้าเอ้ย งานก็ต้องทำ พ่อแม่ทั้งแก่ทั้งป่วย ข้าวแมวก็จะหมด เหมือนตื่นจากฝันที่แช่แข็งตัวเองราวกับเป็นศพมาตลอดหลายปี

เราไม่ได้รับบทเจ้าหญิงแสนสวย หรือแม่บ้านญี่ปุ่นที่ทำกับข้าวรอสามี แต่บทจริงๆที่เราได้รับคือท่านโป๊ปแมงกะพรุน..

ทำไมน่ะเหรอ.. ก็เพราะผู้คนที่เรามอบความสำคัญให้ต่างต่อคิวยาวจากโลกนี้ไปถึงโลกหน้า เพื่อได้รับการปลอบโยนจากเราน่ะสิ

ทั้งสปอยล์คนรอบข้างโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งกอดที่เมื่อกอดไปแล้วคนก็อยากกลับมากอดอีกไม่รู้จบ หรือแม้แต่ยิ้มขึ้นมาก็เหมือนเป็นดอกไม้ในแจกันที่ห้อง

ที่ผ่านมาเราเองก็ขาดอะไรพวกนี้มาตลอด อยากได้ใครสักคนที่เหมือนเรา เป็นน้ำเปล่าแช่เย็นไม่ใส่น้ำแข็งที่ขายในวันสงกรานต์ แต่ก็ไม่มี และนั่นทำให้เรากลายเป็นสิ่งที่เราขาดเพื่อเติมเต็มตัวเอง

พอมีคนสัมผัสได้ก็กลายเป็นแห่กันมาเพื่อขอแค่ความรู้สึกสดใส สดชื่น กำลังใจจากเรา.. แน่นอนว่าจากการตั้งใจผิดพลาดในตอนนั้น ส่งผลให้โป๊ปพรุนเข้าระบบทุนนิยมแบบเต็มตัว (ตรูไม่ให้จับตัวฟรีๆหรอกว้อยยย ไม่โดเนทก็ส่งโดนัทมาซะ)

สรุปสุดท้ายนี้

ไม่ว่าเราจะตัดสินใจทำอะไรแบบไหนแล้วมันเกิดอะไรขึ้น ก็ยอมรับและปล่อยให้มันเป็นไปนะ ไม่มีอะไรจบสิ้นหรือไร้ความหมายเมื่อเรายังมีชีวิตอยู่ มีโอกาสที่จะทำอะไรก็ได้โดยไม่เดือดร้อนใคร ยินดีและขอบคุณทุกประสบการณ์เถอะ ไม่มีใครไม่ชิบหย ก่อนที่จะมีความสุขหรอก

------------------------------------------------------------------------

อันนี้ไม่เกี่ยวแต่อยากจะขายตัวเอง ♥️

จะบอกว่า อิจฉาคนที่จะมาเป็นกระพรุนนัมเบอร์ทูมาก เนื่องจากโป๊ปพรุนเป็นนักสปอยล์ตัวยง ในวันที่เค้าไม่มั่นใจในตัวเอง ชั้นจะอวยและช่วยแต่งตัวก่อนออกจากบ้านโดยไม่เร่ง ในวันที่เค้าไม่มีตังค์ ชั้นจะยังเป็นคนเท่ห์ๆที่โอนเงินให้แล้วบอกว่า เมื่อครู่นี้พี่เท่ห์หรือไม่ หรือกระทั่งก่อนนอนในวันหยุด ประโคมยานวด น้ำมันตั้งแต่หัวยันเท้าเหมือนไปสปาแต่ฟรีและอยู่ที่บ้าน เปิดแอร์เย็นๆ วางหินร้อนบนหลัง ฟังเสียงน้ำไหล คลายเส้นคอบ่าไหล่ที่ตึงจากการสู้ชีวิตตลอด 6 วันต่อสัปดาห์ ยังไม่รวมอีเว้นพิเศษที่สรรหามาเซอร์ไพรส์อนึ่งกำลังเล่นเกมจีบสาว

โฮ่ๆ ช่างน่าอิจฉายิ่งนัก ใครกันนะที่จะเป็นคนโชคดียิ่งกว่าถูกหวยแบบนั้น การถูกรักไม่อั้นโดยบุคคลชำนาญการด้านความรักระดับหกปีซ้อนนี่มันน่าสนใจจริงๆ

โอ้พรุนปางนี้ 🤩 ส่องกระจกดู

คือคักแท้ นั้นไงผู้โชคดี ผ่องเชียว

Replying to Avatar Mr.Note

GM #siamstr หนังสือ Principles: Life and Work ของ Ray Dalio เล่มนี้ตอบคำถามที่ผมสงสัยมานานว่า การบริหารคนที่เยอะๆ ยิ่งมีหลายสาขา บริษัทใหญ่ๆเค้าทำกันอย่างไร😁ใครเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีคนเยอะๆ ให้บริหาร ต้องหาอ่านเลย เนื้อหาเยอะหน่อย แต่มีประโยชน์กับตัวเรามากๆ ขอสรุปเนื้อหา ดังนี้

🔸Part 1: Where I’m Coming From (ชีวิตและบทเรียนของ Ray Dalio)

เป็นเรื่องราวชีวประวัติของ Ray Dalio ตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตการทำงาน จนก่อตั้ง Bridgewater Associates เขาเรียนรู้จากความล้มเหลวครั้งใหญ่ในปี 1982 ซึ่งเปลี่ยนแนวคิดเขาอย่างสิ้นเชิง เขาตระหนักถึงคุณค่าของความถ่อมตน การฟังผู้อื่น และการเรียนรู้ตลอดชีวิต

🔸Part 2: Life Principles(หลักการชีวิต)

1.โอบกอดและรับมือกับความจริง (Embrace Reality and Deal With It): เผชิญความจริงด้วยความกล้า—แม้จะเจ็บปวด—เพราะการเข้าใจสถานการณ์อย่างแท้จริงคือจุดเริ่มต้นของการเติบโตที่มั่นคง การยอมรับข้อบกพร่องและความจริงของตัวเองให้ได้ จะช่วยให้ตัดสินใจได้เฉียบขาดและมีประสิทธิภาพ

2.ใช้วิธีการ 5 ขั้นตอน เพื่อให้ได้ทุกสิ่งที่คุณต้องการในชีวิต (Use the 5‑Step Process): ตั้งเป้าหมาย → ระบุปัญหา → วิเคราะห์สาเหตุแท้จริง → ออกแบบแผนแก้ไข → ลงมือทำจริงและตรวจสอบผล เป็นวงจรของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งให้เป้าหมายไม่ใช่แค่ฝัน แต่เป็นสิ่งที่คุณสามารถบรรลุได้จริง

3. การเป็นคนที่เปิดใจอย่างแท้จริง (Be Radically Open‑Minded): เปิดรับมุมมองที่ต่างจากตัวเองโดยไม่ยึดอัตตา เข้าใจว่าคุณอาจไม่ถูกเสมอไป ฝึกคิดเชิงวิพากษ์และใช้การถกเถียงอย่างมีเหตุผล เพื่อขจัดจุดบอดในความคิดและค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่

4. เข้าใจว่าคนแต่ละคนมีการเชื่อมโยงของสมองที่แตกต่างกัน (Understand People Are Wired Differently): ทุกคนมีจุดแข็ง จุดอ่อน และวิธีคิดต่างกัน การตระหนักในเรื่องนี้ช่วยให้คุณเลือกบทบาทที่เหมาะสมกับตัวเอง และจัดวางทีมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่พยายามบังคับให้ทุกคนคิดหรือทำเหมือนกัน

5. เรียนรู้วิธีการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ (Learn to Make Decisions Effectively): ขั้นตัดสินใจต้องประกอบด้วยข้อมูลและข้อเท็จจริง ใช้ความรู้ทางเหตุผล ลดอคติ และสำรวจผลลัพธ์ระยะยาว “Decision‑making” จึงต้องทำอย่างเป็นระบบ ใช้อารมณ์ให้น้อยลงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและคล่องตัว

🔸Part 3: Work Principles (หลักการทำงาน)

1. เชื่อในความจริงและความโปร่งใสอย่างแท้จริง (Radical Truth & Radical Transparency): เปิดเผยความจริงอย่างตรงไปตรงมาและเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูล การให้ feedback แบบตรงและไม่มีการกลั่นกรองส่งเสริมการสร้างไอเดียที่ดีที่สุดในองค์กรและลดอคติในการบริหาร

2. ปลูกฝังการทำงานและความสัมพันธ์ที่มีความหมาย (Meaningful Work & Meaningful Relationships): สร้างวัฒนธรรมที่คนมีบทบาทชัดเจนในงานที่สำคัญ และมีความสัมพันธ์บนพื้นฐานความไว้วางใจและเป้าหมายร่วมกัน ทำให้ทั้งความสำเร็จและชีวิตการทำงานมีความหมายจริง

3.สร้างวัฒนธรรมที่ยอมรับการทำผิดพลาดแต่ต้องเรียนรู้จากมัน (Accept Mistakes & Learn from Them): ส่งเสริมให้พนักงานกล้ายอมรับความผิดพลาด วิเคราะห์ต้นตอ และปรับปรุง ไม่ใช่ปิดบังหรือตำหนิ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง

4. ค้นหาแล้วคงอยู่ในความสอดประสาน (Get and Stay in Sync): ให้ทุกคนในทีมมีความเข้าใจเป้าหมายเดียวกัน ใช้เครื่องมือสื่อสาร/ระบบข้อมูลร่วมเพื่อให้ทุกคนเคลื่อนตัวไปทิศทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ

5. การตัดสินใจจากการให้น้ำหนักตามความน่าเชื่อถือ (Believability-Weighted Decision Making): ให้ความคิดเห็นของคนที่มีผลงานเชิงประจักษ์มากกว่าเป็นหลัก ไม่ใช่ตำแหน่งหรือเสียงดังที่สุด ช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลด bias และเพิ่มความยุติธรรมในการตัดสินใจองค์กร

6.รู้วิธีไปให้ไกลกว่าความไม่เห็นด้วย (Navigate Disagreements Effectively): ใช้การอภิปรายที่เน้นตรรกะ ไม่ใช่ชัยชนะ รับฟังอย่างสร้างสรรค์ และประนีประนอมตามหลักฐาน เพื่อค้นหาทางออกดีที่สุดร่วมกัน ไม่ใช่แย่งชิงความถูกต้อง

7. จำไว้ว่า “คนสำคัญกว่าอุปกรณ์อะไร” (Who Is More Important Than What): การเลือกคนที่เหมาะสมเข้าทีมส่งผลต่อผลลัพธ์มากกว่าระบบหรือกระบวนการ ใช้เวลาในการหาและรักษาคนที่ตรงกับวัฒนธรรมและเป้าหมายองค์กร

8. จ้างคนให้ถูก เพราะผลลัพธ์ในการจ้างคนผิดมันช่างมหาศาล: การคัดคนควรเข้มงวดตามค่านิยมและความสามารถจริง เพราะการจ้างผิดอาจทำลายวัฒนธรรมและสร้างต้นทุนมหาศาลทั้งเวลา พลังงาน และความเชื่อมั่นในทีม

9. ฝึกฝน ทดสอบ ประเมิน และคัดแยกคนอย่างสม่ำเสมอ: ใช้ระบบประเมินประสิทธิภาพเป็นระยะ ทดลองงาน และเลือกวางคนให้เหมาะกับบทบาท ส่งผลให้ทีมพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่องและปรับตัวได้รวดเร็ว

10.ให้คนควบคุมระบบเพื่อบรรลุเป้าหมาย (Employees Manage Systems/Machines): จัดระบบทำงาน เช่น checklist หรือซอฟต์แวร์ ให้คนเป็นผู้ควบคุม ติดตามผล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คาดหวังแบบสม่ำเสมอและแม่นยำ

11. เข้าใจและไม่เพิกเฉยต่อปัญหา (Don’t Ignore Problems): ปัญหาเล็ก ๆ หากไม่จัดการจะบานปลาย ให้มองและจัดการตั้งแต่ต้น รวดเร็วและตรงจุด เพื่อไม่ให้กระทบองค์กรในระยะยาว

12. วิเคราะห์ปัญหาไปสู่ต้นตอของปัญหา (Diagnose Root Causes): อย่าแก้แค่ Symptoms แต่ต้องวิเคราะห์ให้เจอเหตุจริง และออกแบบแก้ไขที่ต้นตอเท่านั้น วิธีนี้ลดโอกาสให้ปัญหาซ้ำได้จริง

13. ออกแบบวิธีการพัฒนาเครื่องจักรเพื่อแก้ไขปัญหา (Design Systems to Fix Problems): สร้างกระบวนการ วิธีและเครื่องมือติดตามผล เพื่อให้เมื่อเกิดปัญหาจะมีระบบรองรับและปรับปรุงได้อย่างต่อเนื่องและเที่ยงตรง

14. ทำสิ่งที่คุณควรทำ (Do What You Should Do): ประยุกต์หลักการชีวิตเข้ากับแรงบันดาลใจ ลงมือทำในสิ่งที่ถูกต้องทันทีก่อนความลังเลหรือความกลัว ไม่นำอารมณ์มากำหนดการตัดสินใจ

15. การใช้เครื่องมือและขั้นตอนการทำงานเพื่อกำหนดวิธีการทำงาน (Use Tools & Protocols): ใช้คู่มือ ระบบ หรือซอฟต์แวร์ในการทำงานประจำ เพื่อไม่ให้การทำงานขึ้นอยู่กับปัจเจกบุคคล ทำให้ผลลัพธ์คงที่ และลดข้อผิดพลาด

16. โอ้พระเจ้า อย่ามองข้ามเรื่องการปกครองเด็ดขาด (Governance Matters): ระบบบริหารภายในองค์กร เช่น การตัดสินใจอย่างมีหลักการ และกระบวนการแก้ไขข้อพิพาทชัดเจน เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาวัฒนธรรมองค์กรและป้องกันความโลเลของผู้นำ

ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ หนังสือเล่มนี้ ถ้าใครอ่านแล้วลองคิดตามดู ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ คุณต้องลงมือทำ และต้องทำอย่างต่อเนื่อง สร้างคุณค่ามันขึ้นมาด้วยตัวคุณเอง มันก็ไม่ต่างกับการ ทำ Proof of Work ที่มีคุณค่าเช่นกัน ต้องลองหาอ่านกันดูนะครับ 🙂…ถ้าผมอ่านเล่มไหนเห็นว่าดี มีประโยชน์ ขออนุญาตมาแชร์ให้ชาวทุ่งม่วงอีกนะครับ🙏❤️

GM🙏💚😊☕️

GM☕️🌱☀️10/10/33

nostr:note1dpern2wnu0clwqnarrl9k8fvw2vdfphldc8cadusqtfpsegstvjqgwgrct

เออละเนอะ ทางนี้บ่ตาวแล้วแหมเนอะ😆😆😆

เพิ่ง 3 ตอน เหมือนไขจบเลย🙏🙏🙏

https://youtu.be/TRJGH8UtnJo?si=hO3qoQf7DCW9JNP0

ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ.

วันนี้มาอวดความธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ว่าด้วยเรื่อง สุขภาพแข็งแรง ก่อนหน้านี้พรุนป่วยหนักมาก สารพัดจะรุมเร้า แต่ตอนนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ยืนหยัดจากโรคทั้งปวง ยังไม่เป็นไข้ ไม่ท้องเสีย อะไรเลยแม้จะอยู่ในกลุ่มเสี่ยงและคลุกคลีกะคนป่วยในบ้าน

เพราะนอนครบ 8 ชั่วโมง จิบน้ำทั้งวัน กินเนื้อเยอะๆ สลับผักและ วิตามินเม็ด กระทั่งนั่งเงียบๆ หายใจเข้าออกแค่สิบนาทีต่อวัน แค่นี้อะ

แล้วใจคือไม่หดหู่ สมองไวปรู้ดปร้าดถามได้ตอบได้ อับดุลย์เอ้ย ความคุมอารมณ์ไม่ให้วีนเป็นหมาบ้า ซึ่งพอเรานิ่งได้ อะไรก็ไม่ได้ยากเย็นอย่างที่เคยบ่นไว้

ขอให้ตัวเองคงสภาพนี้ไว้ได้เรื่อยๆ กำลังใจจากตัวเองมีมากจนล้นไปให้คนอื่นได้อีก มีเงินก็ดี แต่มีสุขภาพที่ดี มันดีกว่า

#siamstr

💪💪💪👍👍👍