จากที่ได้เข้าไปฟังหาญ nostr:npub1kjzk6zu2q2heayph2yle0l6tw9n4jzwlezv4vgwruqaus55a9j8qvtpkyk คุยถกเถียงกับคุณดี้ เรื่อง ระบบเงินเฟียต กับ Bitcoin
หัวข้อที่เถียงๆก็เหมือนๆกับที่เราเถียงกันในกลุ่มจนได้ข้อสรุปกันมาหมดแล้วหลายครั้ง แต่มี Pain Point หนึ่งที่ผมว่าน่าสนใจและจำได้ว่า อ. ต๊ำ เคยถามมาใน Nostr แล้วรอบหนึ่ง คือ คนข้างนอกเขาบอกว่า เขาเบื่อเขาเอือมกับพวกที่อวย Bitcoin หรือพวกที่ เบี้ยวBitcoin เหมือนกัน นอกนั้นเขาไม่มีปัญหาอะไร ผมมีข้อเสนอสำหรับคนที่คิดแบบนี้คือ ลองให้เขาอ่านหนังสือที่ไม่เกี่ยวกับ Bitcoin ไม่เกี่ยวกับระบบการเงิน แต่มีข้อคิดเห็นบางอย่างที่ยังเกี่ยวกับหัวใจสำคัญของระบบไร้ศูนย์กลางของBitcoin อย่างเช่นหนังสือเล่มนี้ดูครับ Agianst Method ของ Paul Feyerabend ว่าด้วยเรื่องการตั้งคำถามเชิงปรัชญาว่าทำไมวงการวิทยาศาสตร์ถึงเจริญกว่าวงการอื่น ซึ่งค่อนข้างเหมาะกับคนที่คิดว่าโลกของเรานี้ปกครองด้วยแค่ระบบคอมมิวนิสหรือไม่ก็ประชาธิปไตย2ระบบ แต่จริงๆแล้วมันมีระบบซึ่งดีกว่านั้นคือระบบที่ไม่ต้องมีรัฐครับ เมื่อไหร่ที่ระบบไหนไม่มีรัฐมากำกับดูแลแทรกแซงในระบบนั้น มนุษย์เราจะดูแลปกป้องและแข่งขันกันเอง เราจะค้นหาวิธีการที่ดีที่สุด หรือระบบที่ดีที่สุด ณ ช่วงเวลานั้นขึ้นมา จนกว่าเราจะพบสิ่งใหม่ที่ดีกว่าที่จะมาทดแทนระบบเดิม ข้อดีของการแนะนำให้คนที่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการรวมศูนย์ของอำนาจรัฐหรือมีอคติกับBitcoin อ่านหนังสือเล่มนี้คือ เขาจะไม่สามารถมาอ้างได้ว่าเขาเอือมหรือเบื่อ Bitcoin เพราะมันไม่เกี่ยวกับ Bitcoin หรือ เงินเฟียต แต่มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับว่าทำไมความเจริญก้าวหน้าหรือสิ่งที่ดีที่สุดจึงเกิดขึ้นมาได้ในระบบที่มีความเป็น Anarchist สูงมากกว่าระบบที่เกิดขึ้นภายใต้ระบบคอมมิวนิสหรือประชาธิปไตยและระบบใดที่ต้องการความก้าวหน้ารัฐไม่ควรมากำกับดูแลแซงแทรกหรือมายุ่ง ปล. ผมเชื่อว่าหนังสือแนวนี้น่าจะยังมีอีกครับผมคิดว่าในอนาคตมันจะเป็นประโยชน์กับกลุ่มเราค่อนข้างมากเวลาที่มีคนมาถามหรือมีคนมาถกเถียงซึ่งเราใช้เป็นแหล่งอ้างอิงได้ #Siamstr

ความสุขอันเกิดจากการฟันฝ่าอุปสรรคคือความสุขที่แท้จริง
ตราบใดที่อำนาจการเงินอยู่ในมือรัฐ
และรัฐควบคุมได้ทุกอย่าง อย่าหวังว่าวงการไหนจะเจริญ.
ทฤษฎีเก่าๆ ของไอสไตน์ นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ผมยังไม่เห็นมีใครสร้าง ทฤษฎีใหม่มาแย้งจนเป็นที่ยอมรับวงกว้างได้เลยครับ ในส่วนของ Hawking นี่แค่เอาของเดิมมาต่อยอด ถ้าเงินเฟ้อมันดีจริงๆสมัยนี้ต้องค้นพบทฤษฎีใหม่ๆที่ใช้ได้จริงและล้มแนวคิดแบบเดิมๆได้แล้ว และปัญหาอีกอย่างคือ การเรียนสมัยใหม่เขาบังคับให้เรียนเฉพาะ Pure Knowledge ห้ามเอาภูมิปัญญาความรู้เดิมทางศาสนามาป่นกับวิทยาศาสตร์ครับมันเลยไปได้ยาก แต่นักวิทยาศาสตร์รุ่นก่อนๆเขาเรียนเรื่องปรัชญาทางศาสนาไปพร้อมๆกับวิทยาศาสตร์ครับ สังเกตดูจากนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ๆจะแอนตี้ศาสนาค่อนข้างเยอะครับซึ่งตรงส่วนนี้มันจะทำให้ไปปิดกั้นจิตนาการการตั้งคำถามหรือการสงสัยครับ โดยเฉพาะวัตถุเล็กๆที่ใช้แสงส่องแล้วมองไม่เห็น หรือ วัตถุใหญ่อย่างหลุมดำที่ไม่มีใครตอบได้ว่าข้างในสุดใจกลางของหลุมดำมันคืออะไร ยุคนี้จะเป็นยุคที่มืดบอดที่สุดของวิทยาศาสตร์ละครับ แม้กระทั่งเรื่องอาหารการกินเรายังโดนบิดเบือนได้เลยครับ ตราบใดที่อำนาจเงินอยู่ในมือรัฐและรัฐควบคุมได้ทุกอย่างอย่าหวังว่าวงการไหนจะเจริญได้
เปลี่ยนมา Zap ให้แล้วเขียนโน๊ตผ่าน Nostr ตอน Zap ครับปลอดภัยกว่าคนเห็นโน๊ตเราก็มีแค่คนเดียวที่เรา Zap ให้เขา
มาแล้ว #CDCTalk 06 เงินทองเป็นของนอกกาย
#Siamstr
Come check out my stream on zap.stream! https://zap.stream/naddr1qq9rzde3xsunsvesxsmsz9thwden5te0wfjkccte9ejxzmt4wvhxjme0qgsrrpkuu5qywzu0470c8ejctwlw9hpj7u9mun28lcsmfvvnwkcs4tsrqsqqqan89x9j3c
ขยายความจากที่คุณลุงสอนในรายการ
คำสอนของศาสนาพุทธคือ "ทำดีแล้วดี" "ทำชั่วแล้วชั่ว"
ถูกต้องครับอ่านไม่ผิด คนไทยแม้กระทั่งหนังหลวงพี่แท่งภาคแรกเคยเอามุกนี้มาล้อว่า ทำดีแล้วได้ดี ทำชั่วแล้วได้ชั่ว ทำอย่างไหนได้อย่างนั้น แล้วทำไมถึงปลูกถั่วเขียวเราได้ถั่วงอก อันนี้จริงๆถ้าอ่านอีกรอบกับ คำที่ผมพิมพ์ไปตอนแรกจะเห็นว่ามันจะมีบางคำที่ผมพิมพ์ตกไปแต่จริงๆผมไม่ได้พิมพ์ตกครับ ทำดีแล้วได้ดี ทำชั่วแล้วได้ชั่ว นั้นมันคือแนวคิดของ ศาสนาเชน ครับ ซึ่งถือเป็นศาสนาพี่ศาสนาน้องของพุทธ มันจึงมีคนเข้าใจผิดและชอบโว้ยวายตลอดว่า แล้วทำไมผมทำดีแล้วไม่เห็นได้ดีเลยครับ. อันนี้ต้องไปคุยต่อและลงลึกของศาสนาเชนครับไม่ใช่พุทธ หลักของ พุทธคือ "ทำดีแล้วดีเลย" "ทำชั่วแล้วชั่วเลย" ไม่ต้องรอครับ จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า การทำดีทำชั่วของศาสนาพุทธนั้นจะเกิดขึ้นไวกว่าไม่ต้องรอ ถ้าคุณคิดจะทำดีคุณได้ดีตั้งแต่ตอนคิดแล้ว ถ้าคุณคิดจะทำชั่วคุณก็เป็นคนชั่วตั้งแต่ตอนคิดแล้ว เช่น คุณคิดจะช่วยเหลือใครสักคน คุณได้บุญตั้งแต่คุณคิดแล้ว แต่ส่วนใหญ่เรามักเข้าใจผิดว่า ผมไปช่วยใครสักคนแต่คนๆนั้นไม่เห็นค่าในสิ่งที่ผมจะช่วยเลยครับงั้นผมทำดีแล้วผมก็ไม่ได้ดีสิ ถ้าคุณคิดแบบนี้แสดงว่าคุณทำดีแล้วคุณไม่ต้องการความดีแต่คุณทำเพราะหวังผลครับ การทำดีตามหลักพุทธคือแค่คุณคิดดีหรือต้องการจะช่วยเหลือผู้อื่นสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นในความคิดของคุณแล้วครับ ไม่ว่าคนที่คุณไปช่วยเขาจะคิดหรือกระทำไม่ดีหรือด่าคุณที่หลังสิ่งนั้นมันคือความคิดที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นกับตัวเขาครับ ไม่ใช่ตัวเรา ดังนั้นการทำสิ่งใดควรทำด้วยปัญญาอย่างที่คุณลุงบอกครับเมื่อเราคิดว่าเราทำดีแล้วดี ตั้งแต่ตอนคิดแล้ว ถ้าคนอื่นจะคิดกับเราไม่ดีวิธีง่ายๆคือให้เราเดินหนีครับ เพราะถ้าคุยกับคนแบบนี้ต่อ มีแต่จะทำให้จิตเราเศร้าหม่อง และกลายเป็นว่าสิ่งที่เราคิดดีจะกลายเป็นสิ่งที่ไม่ดีในท้ายที่สุด ซึ่งเราเลือกได้ครับ ดังนั้น ทำดีแล้วดีเลยไม่ต้องรอ เพราะคุณคิดดีมาแล้วก่อนจะทำ ทำชั่วแล้วชั่วเลยไม่ต้องรอเพราะคุณคิดชั่วมาแล้วก่อนจะทำ ไม่ต้องรอผล เพราะผลดีหรือชั่วเกิดขึ้นกับคุณตั้งแต่คุณคิดแล้ว. ดังนั้นใครที่ชอบโวยวายว่าฉันทำดีแล้วไม่เห็นได้ดีเลย แสดงว่าคุณไม่ได้ทำดีเพราะอยากทำดีแต่คุณกำลังทำเพราะหวังผลครับ. ดังนั้นก่อนจะทำอะไรให้คิดไต่ตรองให้ดีครับ เช่น คุณกำลังทำบุญเพราะอยากได้บุญ หรือ คุณอยากทำบุญเพราะรู้ว่าสิ่งนี้คือการทำบุญ คุณทำดีเพราะอยากได้ดี หรือ คุณกำลังทำดีเพราะคุณรู้ว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ดี
เอาไว้จัดเก็บ โน๊ตเก่าๆงี้หรอ
ลองเช็คดูที่ OKX ครับ
เรื่องแปลกอย่างหนึ่งพี่ผมเพิ่งรู้ไม่นานมานี้ คือคอมมูฯ บิตคอยน์ไทยรู้จักหนังสือเล่มนี้กันน้อยมาก บางคนอาจเคยผ่านตาแต่ไม่รู้มันเกี่ยวอะไรกับบิตคอยน์ และบางคนที่รู้ว่ามันเกี่ยว ก็ไม่ค่อยรู้ว่านี่คือหนังสือที่ nostr:npub1ysvk3na2kzmfy3yw9mj2947srkqpm7w3m4nmhey2sdet9xg9480qjn54x4 และ nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85 เป็นผู้ร่วมเรียบเรียง คือเรียกได้ว่าแม่งโคตร exclusive อะ เพราะทฃสองจอมยุทธคู่นี้คงไม่จับกระบี่ในบรรณพิภพอีกนานแน่ ๆ และส่วนตัวผมอ่านเล่มนี้แล้วชอบมากกว่า The Bitcoin Standard ซะอีก!!!

ใครยังไม่อ่านเล่มนี้ ไปหยิบไม้เรียวมาซะดี ๆ
#siamstr
#bookstr
ซื้อมาดองยังไม่ได้อ่านเลย 555 ไว้ผมจะมานั่งตีความหรือทช่อง Podcast เล่าหนังสือดีช่วงนี้อยากตีความเชิงปรัชญาละอยากทำ Proof of Work ของตัวเองไปพร้อมๆกัน
ดีค่ะ




