Avatar
BossMan
d0864ad0528ff7e0becdd502d19e9ddc18ccadc790318fd60f9988e3ca373f75
BossMan (เจ้ามนุษย์!)

เอาหรอ ละพี่จัด Format ยังไงนะ ของผมงงๆ บางทีเราจัดอีกแบบแต่ตอนเขียนเสร็จมันออกมาอีกแบบ

ปัญหาคำว่า พอเพียง หรือ เพียงพอ นั้น

ไม่ได้สำคัญเลยว่าใครเอาไปโยงกับอะไร

คำถามคือว่า เกิดอะไรทำไมทุกคนที่ออกมาพูดถึงเอาไปโยงเข้ากับสิ่งนี้หรือสิ่งนั้น สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของปัญหานี้คือการที่ระบบการศึกษาไม่เคยสอนเด็กให้มีการแสดงความเห็นหรือความคิดนอกกรอบ แต่ไปเน้นที่การท่องจำและปฎิบัติตามห้ามถามห้ามสงสัย ถ้าคิดต่างจากครูคือผิด ดังนั้นการสอนเรื่องปรัชญาพอเพียง ผู้สอนไม่ควรรีบด่วนสรุปและให้เด็กท่องตามแต่ควรให้เด็กได้แสดงความคิดเห็น หรือให้เด็กได้หัดใช้ความคิด รู้จักตีความ เพราะการตีความเชิงปรัชญานั้นทำได้หลากหลายไม่มีผิดถูก หน่วยงานรัฐหรือโรงเรียนก็ควรเลิกเสนอภาพพจน์เกี่ยวกับปรัชญาพอเพียงในเชิงการเกษตรได้แล้วเพราะมันมากพอจนคนส่วนใหญ่เกือบทั้งประเทศเข้าใจเป็นเสียงเดียวกันหมดว่าเมื่อพูดถึง คำว่าพอเพียง หน้าคนแก่ๆจับปลาปลูกข้าวต้องลอยมาก่อน ข้อเสนอและวิธีแก้ปัญหาของผมคือ เมื่อคำว่า พอเพียง มัน Mass มาระดับหนึ่งแล้วให้นำเสนอปรัชญานี้ในมุมวิชาการหรืออาชีพอื่นๆในเชิงสร้างสรรค์และก้าวหน้าบ้าง เช่น การขุด Bitcoin โดยใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานน้ำจากเขื่อน หรือ การเปลี่ยนตดวัว และ บ่อขยะมาแปลงเป็นไฟฟ้าเพื่อเอาไปใช้ขุด Bitcoin จะเห็นได้ว่าการใช้พลังงานเหลือใช้ที่ผู้ผลิตไฟฟ้าผลิตเกิน หรือ การใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานที่คนไม่มีความการนำกลับมาวนใช้ใหม่อีกครั้งนั้นมันช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนช่วยสร้างเศรษฐกิจตามหลักปรัชญาพอเพียงได้เหมือนกัน แต่มุมนี้กลับไม่มีคนเอามาโยงและไม่ค่อยมีคนเอาไปนำเสนอ นั่นเพราะเพียงว่าผู้ที่เป็นตัวแทนของจังหวัดหรือประเทศที่ประชาชนเลือกกันมานั้นมัวแต่หาเรื่องทะเลาะกันจนลืมเรื่องปากท้องของประชาชนเป็นสำคัญ เอาแต่เถียงกันและย่ำอยู่กับที่จึงไม่ได้สนใจว่าในอนาคตข้างหน้าจะมีสิ่งไหนนำมาบริหารจัดการหรือใช้ทดแทนทรัพยกรภายในประเทศที่มีข้อได้เปรียบและส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชนบ้าง เมื่อแข่งขันกับเศรษฐกิจระดับโลก เมื่อคนที่บอกว่าเป็นตัวแทนของประชาชนเห็นแก่ตัวประชาชนจึงมีคำถามต่อมาว่า รัฐมีไว้ทำไม? จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะถูกประชาชนตั้งคำถาม ตั้งข้อสงสัยและขัดขืน ตราบใดที่ระบบภายในประเทศยังคงเป็นเช่นนี้คนตั้งข้อสงสัยก็จะมีมากขึ้นเรื่อยๆและสุดท้ายทุกคนจะเห็นพร้อมตรงใจกันไปเลือกพรรคหรือสิ่งที่เป็นตัวแทนที่เขาเห็นและคิดว่าจะมอบอิสระและความเป็นเสรีให้แต่กับกลายเป็นสิ่งที่จะพาประเทศไปสู่ความเป็นหายนะยิ่งกว่าเดิม.

มันทำได้หลายท่าครับ ไม่จำเป็นถึงกับต้องใช้แทนเงินบาท ทำแบบตอแหลๆ แบบที่รัฐไทยถนัดเพื่อสร้างเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาวมาบ้านเราก็ได้ครับ ผมว่าไม่เสียหาย นักท่องเที่ยวก็อย่างเยอะ

Replying to Avatar Gawyn ⚡

แอบส่องดู บรรยากาศผ่านๆ ในงาน Bitcoin Asia ที่ฮ่องกง

บูทเยอะ สปอนเซอร์แน่น Speaker ดูดี แต่ Attendees อาจจะยังสู้งานไทยไม่ได้

อย่างว่า งาน Bitcoin conference ทั่วโลกเหมือนจัดงานให้ชาวต่างชาติมาเที่ยว : บิทคอยเนอร์ยุโรปไปเที่ยวงานเมกา บิทคอยเนอร์เอเชียไปเที่ยวงานยุโรป บิทคอยเนอร์เมกาไปเที่ยวงานเอเชีย วนๆ กันไป สนุกสนาน / กลับกัน งานไทย คนไทย นั่งตาแดงกันเต็มฮอลล์ ฝรั่งอึ้ง เอเชี่ยนงง ทำไมคนไทยมีบิทคอยเนอร์เยอะขนาดนี้ พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลย

กลับมาที่ฮ่องกง ซึ่ง Proudly present อย่างเต็มปากในงานว่า เขาคือ “Bitcoin Frontier in Asia” ด้วยหลายปัจจัย เช่น มี ETF และ กฏหมายที่เอื้อ เพราะเป็น Hub ของ Traditional finance อยู่แล้ว ดังนั้น ถ้าจีน(Mainland) ที่ประกาศแบนการใช้งาน Bitcoin ทั้งการทำธุรกรรมและเหมือง แต่ก็ยังอยากมี Exposure ใน Bitcoin อยู่ จึงจำเป็นต้องกระทำการผ่านฮ่องกงนี่แหล่ะ (ถึงแม้ปัจจุบันนักลงทุนชาวจีนจะยังมาลงทุนใน Hong Kong Bitcoin spot ETF ไม่ได้ก็ตาม)

Anyway ดูแล้วยิ่งเสียดาย กฏหมายงี่เง่าล้าหลังของไทยทำให้เราอาจจะไปไหนไม่ได้ ทั้งที่จริงๆ ศักยภาพในการเป็น Bitcoin hub of Asia (or even the world ??) ของเราไม่ได้แพ้ฮ่องกงเลยแม้แต่น้อย

โครงสร้างพื้นฐานของไทย น้ำไฟ ถนน โรงพยาบาล โรงเรียนนานาชาติ สถานที่ท่องเที่ยว พร้อมรับ Bitcoin Nomad จากทั่วโลกได้พร้อมกันโดยไม่ต้องสร้างอะไรเพิ่มเลย

อย่างไรก็ตาม เราที่เชื่อในกลไกตลาด ยังเชื่อว่าสักวันรัฐไทยจะหมุนไปตามบิทคอยน์อย่างแน่นอน ต่อให้ไม่ใช่ประเทศแรกๆ แต่คงไม่ใช้กลุ่มสุดท้าย เพราะว่าพวกเราบิทคอยเนอร์ไทยนี่แหล่ะ ที่ค่อยๆ ขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จากสิบเป็นร้อย ร้อยเป็นพัน จนทุกวันนี่น่าจะหลักหมื่นคน ซึ่งไม่น้อยเลยสำหรับประเทศระดับนี้

#Siamstr มาประกาศศักดาให้โลกรู้กันนะที่ #TBC2024 นี้ อยากไปแล้ววโว้ยย 🔥🤩

ประเทศเราไม่เคยทันกินครับ ทั้งๆที่สิ่งนี้ช่วยสร้างรายได้ให้ประเทศมหาศาล มัวแต่จะไปแจกเงินหมื่น ถถถ..

Replying to Avatar Tungkukk🇹🇭

กลุ่มคนที่ผลักดันให้คุณประหยัดอดออม…คือกลุ่มที่ใช้จ่ายเงินไปกับเรื่องไร้สาระ

กลุ่มคนที่บอกให้คุณรักโลก…คือกลุ่มคนที่มาจากผลผลิตทางอุตสาหกรรม

กลุ่มคนที่บอกให้คุณเคารพเสียงคนอื่น…คือกลุ่มคนที่ไม่เคยเคารพเสียงคนอื่น

กลุ่มคนที่บอกให้คุณรักในเสรีภาพ…คือกลุ่มคนที่กำลังผลักดันกฏหมายศีลธรรมด้วยตัวเองเพื่อให้คุณนำผลผลิตของคุณไปแจกให้กลุ่มคนที่ไร้ผลผลิตชั้นต่ำ

กลุ่มคนที่บอกว่าเค้ารับใช้ประชาชน…คือกลุ่มคนที่สามารถมีอภิสิทธิ์ทางชนชั้นเหนือคุณหลังจากเข้ารับตำแหน่ง

โปรดจงจำไว้ว่าผู้ที่ช่วยตัวคุณเอง ไม่ใช่นักพรตพวกนั้น…

ไม่มีผู้ใดสามารถช่วยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ขณะจมอยู่ในคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่ได้จากตัวเค้าเอง และเรือที่พวกเค้าสร้างไว้

#siamstr

ถ้าโชเพินเฮาเออร์ยังอยู่ผมจะบอกว่า

ผมโง่ทุกเรื่องเลยอ่านแม่มทุกเรื่องเลยครับ

นักเขียนที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่จะเขียนหนังสือให้คนโง่อ่าน เพราะคนโง่นั้นมีมากกว่า

ส่วนหนังสือดีๆส่วนใหญ่ คนโง่มักไม่ค่อยอ่านเพราะมันอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง

ดังนั้นงานเขียนของใครดีๆแต่คนอ่านน้อยไม่ต้องน้อยใจครับ อันนี้ผมไม่ได้กล่าวนะ คนกล่าวคือ Schopenhauer โชเพินเฮาเออร์

Replying to Avatar Tungkukk🇹🇭

ยังขอยืนยันคำเดิมว่า Friedrich Nietzsche รวมถึงมุมมองทางปรัชญาแบบหลังยุคสมัยใหม่นั้นเป็นสิ่งที่เราต้องพยายามทำความใจมันสุดๆ

และทุกคนควรที่จะอ่าน Nietzsche

ในโลกที่เต็มไปด้วยพวก วิทยาศาสตร์นิยม กับ โลกเก่าหรือความเชื่อทางศาสนา คือมุมมองที่แท้จริงของเรื่องนี้ การที่มนุษย์มีวิวัฒนาการที่ตามมาด้วยแนวคิดลัทธิทำลายล้าง

มันเหมือนการสำรวจตัวเอง และ สำรวจความเป็นปัจเจก มันไม่มีความจริง หรือ การสร้างความจริงที่เป็นจริง นั้นสร้างได้จริงเหรอ

ทำไมประโยคที่กล่าวว่า “พระเจ้าตายแล้วและผู้ปลงพระชนคือพวกเรา“จึงดูศักดิ์สิทธิ์

หากเราก้าวข้ามพ้นสิ่งที่เรียกว่ามนุษย์ไปแล้วจิตวิญญาณนั้นจะก่อให้เกิดสิ่งไหน

และเราควรมีความคิดเห็นเช่นไรกับศาสนา

ผมกำลังจะบอกว่าสิ่งที่คุณหาได้จากการตีความงานเขียนของ Nietzsche ในบริบทโดยคนไทย คือผิดหมดเลย งานเขียนของเค้ามีความเป็นเอกลักษณ์คืองานเขียนคล้ายดังนักพรตและพ่นสบถมันออกมาเป็นลูกศร ย้อนกลับทิศและไปคนละทาง

หนังสือของเขาเสนอมุมมองและการเป็นอยู่ของสรรพสัตว์ ผ่าน ”เสรีทางเจตจำนง“ ซึ่งความเสรีนำมาซึ่งอำนาจ และอำนาจนั้นทำให้ผู้ที่แข็งแกร่งสามารถดิ้นรนในชนชั้นได้อย่างมีระเบียบ และ มุมมองของ Ubermench และ Last Man ซึ่งต่างกัน

เทพเจ้านิทานปกรณ์นัม แห่งความโกลาหล Dionysus และ Apollonion คือตัวสะท้อนกลับมายังมนุษย์ รวมถึงเพศสภาพ

คำโกหกรวมถึงความจริงภายใต้คำโกหกนั้นๆ ก็ล้วนแต่เป็นคำโกหก

หากความจริงคือคำลวง แล้วสิ่งใดเล่ามีค่า ? หรือ แท้จริงมนุษย์ไม่มีคุณค่าใดๆ

นั่นคือเหตุผลหลักๆ ของแนวคิด Individualism

งานเชิงปรัชญาไม่มีถูกผิด แต่ควรตีความได้หลากหลาย งานนั้นถึงจะอยู่ได้แบบอมตะ

Replying to Avatar Peeraphat.han

อยากบ่นหวะ เซ็ง คือนี่เป็นเรื่องที่อยู่ในใจมานานละ คือเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่ได้มีกลุ่ม Siamese กลุ่มคอมมู Bitcoin คือคนที่หาคำตอบว่า Bitcoin คืออะไรแทรกแซงได้ไหมในเชิงเทค บทสนทนาส่วนใหญ่ มันเลยไปในเชิงหาคำตอบ

.

แต่หลังมี Bitcoin standard และเกิดกลุ่มนี้ขึ้น แรกก็ไม่อะไรนะรู้สึกดีที่เออมีสังคมชาว Bitcoin เข้ามาชอบก็ดี พูดคุยกันในหลายเรื่องๆที่เป็นไปได้

.

แต่พอเริ่มมีแนวคิด Free speech Hate Speech เท่านั้นแหละ เริ่มรู้สึกว่านี่แม่งไม่ใช่ที่ของเราละ หลายทีที่มันกลายเป็นบทสนทนาด้วยอารมณ์โดยที่ไม่สนใจความเป็นจริง หรือแม้แต่การเหยียดคนอื่น ทำตัวเหนือคนอื่น คือรู้สึกว่าแม่งไม่ใช่สังคมที่เรามาหาคำตอบในเชิงความรู้

.

จำได้เลยช่วงนึงคุยเรื่อง DeFi ก็โดนคนในกลุ่มจับมาแขวน WTF ต้องระรานขนาดนั้น แล้วไอคนที่แขวนหรือมองว่า DeFi เป็นแชร์ลูกโซ่ยังไม่รู้จักแต่ระบบ AMM หรือ Tech ที่ใช้เลย แล้วมันต่างยังไงกับคนที่ไม่รู้จัก Bitcoin แล้วบอกว่า Bitcoin เป็นแชร์ลูกโซ่

.

Don't trust,Verfy คติสำคัญของวงการ Bitcoin ได้ใช้กันหรือเปล่า หรือแค่ฟังอันไหนแล้วถูกใจก็เชื่ออย่างเดียว ที่ ดร มั่วๆมาเคยลอง Verify จริงๆบ้างไหม?

.

จริงๆทุกวันนี้เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนสังคม Bitcoiner ก็ดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังเห็นกรณีที่ว่าอยู่บ้าง ที่พูดนี่ไม่ได้เหมารวมทุกคน แต่โดยส่วนตัวเห็นสังคมในเชิงสร้างสรรค์มากกว่า

.

เมื่อก่อนเวลาคนไม่เข้าใจเรื่อง Bitcoin เราก็กวนตีนเค้าบ้างก็มีนะ แต่ไปเหยียดเค้านี้เราว่าไม่ใช่ คนมันมีความคิดต่างกัน แล้วคนที่เค้าไม่เชื่อก็ไม่ได้แปลว่าเราต้องเหยียดเค้า

#siamstr

เรื่องปกติ นายย้อนเวลากลับไปไม่ได้นะ แต่สร้างสิ่งใหม่ได้

สวัสดีครับพี่ชิต

Replying to Avatar BossMan

จากที่ได้เข้าไปฟังหาญ nostr:npub1kjzk6zu2q2heayph2yle0l6tw9n4jzwlezv4vgwruqaus55a9j8qvtpkyk คุยถกเถียงกับคุณดี้ เรื่อง ระบบเงินเฟียต กับ Bitcoin

หัวข้อที่เถียงๆก็เหมือนๆกับที่เราเถียงกันในกลุ่มจนได้ข้อสรุปกันมาหมดแล้วหลายครั้ง แต่มี Pain Point หนึ่งที่ผมว่าน่าสนใจและจำได้ว่า อ. ต๊ำ เคยถามมาใน Nostr แล้วรอบหนึ่ง คือ คนข้างนอกเขาบอกว่า เขาเบื่อเขาเอือมกับพวกที่อวย Bitcoin หรือพวกที่ เบี้ยวBitcoin เหมือนกัน นอกนั้นเขาไม่มีปัญหาอะไร ผมมีข้อเสนอสำหรับคนที่คิดแบบนี้คือ ลองให้เขาอ่านหนังสือที่ไม่เกี่ยวกับ Bitcoin ไม่เกี่ยวกับระบบการเงิน แต่มีข้อคิดเห็นบางอย่างที่ยังเกี่ยวกับหัวใจสำคัญของระบบไร้ศูนย์กลางของBitcoin อย่างเช่นหนังสือเล่มนี้ดูครับ Agianst Method ของ Paul Feyerabend ว่าด้วยเรื่องการตั้งคำถามเชิงปรัชญาว่าทำไมวงการวิทยาศาสตร์ถึงเจริญกว่าวงการอื่น ซึ่งค่อนข้างเหมาะกับคนที่คิดว่าโลกของเรานี้ปกครองด้วยแค่ระบบคอมมิวนิสหรือไม่ก็ประชาธิปไตย2ระบบ แต่จริงๆแล้วมันมีระบบซึ่งดีกว่านั้นคือระบบที่ไม่ต้องมีรัฐครับ เมื่อไหร่ที่ระบบไหนไม่มีรัฐมากำกับดูแลแทรกแซงในระบบนั้น มนุษย์เราจะดูแลปกป้องและแข่งขันกันเอง เราจะค้นหาวิธีการที่ดีที่สุด หรือระบบที่ดีที่สุด ณ ช่วงเวลานั้นขึ้นมา จนกว่าเราจะพบสิ่งใหม่ที่ดีกว่าที่จะมาทดแทนระบบเดิม ข้อดีของการแนะนำให้คนที่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการรวมศูนย์ของอำนาจรัฐหรือมีอคติกับBitcoin อ่านหนังสือเล่มนี้คือ เขาจะไม่สามารถมาอ้างได้ว่าเขาเอือมหรือเบื่อ Bitcoin เพราะมันไม่เกี่ยวกับ Bitcoin หรือ เงินเฟียต แต่มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับว่าทำไมความเจริญก้าวหน้าหรือสิ่งที่ดีที่สุดจึงเกิดขึ้นมาได้ในระบบที่มีความเป็น Anarchist สูงมากกว่าระบบที่เกิดขึ้นภายใต้ระบบคอมมิวนิสหรือประชาธิปไตยและระบบใดที่ต้องการความก้าวหน้ารัฐไม่ควรมากำกับดูแลแซงแทรกหรือมายุ่ง ปล. ผมเชื่อว่าหนังสือแนวนี้น่าจะยังมีอีกครับผมคิดว่าในอนาคตมันจะเป็นประโยชน์กับกลุ่มเราค่อนข้างมากเวลาที่มีคนมาถามหรือมีคนมาถกเถียงซึ่งเราใช้เป็นแหล่งอ้างอิงได้ #Siamstr