เอาหรอ ละพี่จัด Format ยังไงนะ ของผมงงๆ บางทีเราจัดอีกแบบแต่ตอนเขียนเสร็จมันออกมาอีกแบบ
เขียนในมือถืออะ 55
ส่วนผมเมาจนเรื้อนเพราะรักเบียร์!
ปัญหาคำว่า พอเพียง หรือ เพียงพอ นั้น
ไม่ได้สำคัญเลยว่าใครเอาไปโยงกับอะไร
คำถามคือว่า เกิดอะไรทำไมทุกคนที่ออกมาพูดถึงเอาไปโยงเข้ากับสิ่งนี้หรือสิ่งนั้น สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของปัญหานี้คือการที่ระบบการศึกษาไม่เคยสอนเด็กให้มีการแสดงความเห็นหรือความคิดนอกกรอบ แต่ไปเน้นที่การท่องจำและปฎิบัติตามห้ามถามห้ามสงสัย ถ้าคิดต่างจากครูคือผิด ดังนั้นการสอนเรื่องปรัชญาพอเพียง ผู้สอนไม่ควรรีบด่วนสรุปและให้เด็กท่องตามแต่ควรให้เด็กได้แสดงความคิดเห็น หรือให้เด็กได้หัดใช้ความคิด รู้จักตีความ เพราะการตีความเชิงปรัชญานั้นทำได้หลากหลายไม่มีผิดถูก หน่วยงานรัฐหรือโรงเรียนก็ควรเลิกเสนอภาพพจน์เกี่ยวกับปรัชญาพอเพียงในเชิงการเกษตรได้แล้วเพราะมันมากพอจนคนส่วนใหญ่เกือบทั้งประเทศเข้าใจเป็นเสียงเดียวกันหมดว่าเมื่อพูดถึง คำว่าพอเพียง หน้าคนแก่ๆจับปลาปลูกข้าวต้องลอยมาก่อน ข้อเสนอและวิธีแก้ปัญหาของผมคือ เมื่อคำว่า พอเพียง มัน Mass มาระดับหนึ่งแล้วให้นำเสนอปรัชญานี้ในมุมวิชาการหรืออาชีพอื่นๆในเชิงสร้างสรรค์และก้าวหน้าบ้าง เช่น การขุด Bitcoin โดยใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานน้ำจากเขื่อน หรือ การเปลี่ยนตดวัว และ บ่อขยะมาแปลงเป็นไฟฟ้าเพื่อเอาไปใช้ขุด Bitcoin จะเห็นได้ว่าการใช้พลังงานเหลือใช้ที่ผู้ผลิตไฟฟ้าผลิตเกิน หรือ การใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานที่คนไม่มีความการนำกลับมาวนใช้ใหม่อีกครั้งนั้นมันช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนช่วยสร้างเศรษฐกิจตามหลักปรัชญาพอเพียงได้เหมือนกัน แต่มุมนี้กลับไม่มีคนเอามาโยงและไม่ค่อยมีคนเอาไปนำเสนอ นั่นเพราะเพียงว่าผู้ที่เป็นตัวแทนของจังหวัดหรือประเทศที่ประชาชนเลือกกันมานั้นมัวแต่หาเรื่องทะเลาะกันจนลืมเรื่องปากท้องของประชาชนเป็นสำคัญ เอาแต่เถียงกันและย่ำอยู่กับที่จึงไม่ได้สนใจว่าในอนาคตข้างหน้าจะมีสิ่งไหนนำมาบริหารจัดการหรือใช้ทดแทนทรัพยกรภายในประเทศที่มีข้อได้เปรียบและส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชนบ้าง เมื่อแข่งขันกับเศรษฐกิจระดับโลก เมื่อคนที่บอกว่าเป็นตัวแทนของประชาชนเห็นแก่ตัวประชาชนจึงมีคำถามต่อมาว่า รัฐมีไว้ทำไม? จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะถูกประชาชนตั้งคำถาม ตั้งข้อสงสัยและขัดขืน ตราบใดที่ระบบภายในประเทศยังคงเป็นเช่นนี้คนตั้งข้อสงสัยก็จะมีมากขึ้นเรื่อยๆและสุดท้ายทุกคนจะเห็นพร้อมตรงใจกันไปเลือกพรรคหรือสิ่งที่เป็นตัวแทนที่เขาเห็นและคิดว่าจะมอบอิสระและความเป็นเสรีให้แต่กับกลายเป็นสิ่งที่จะพาประเทศไปสู่ความเป็นหายนะยิ่งกว่าเดิม.
มันทำได้หลายท่าครับ ไม่จำเป็นถึงกับต้องใช้แทนเงินบาท ทำแบบตอแหลๆ แบบที่รัฐไทยถนัดเพื่อสร้างเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาวมาบ้านเราก็ได้ครับ ผมว่าไม่เสียหาย นักท่องเที่ยวก็อย่างเยอะ
ปาดดด อันนี้เท่มากผมชอบ
นักเขียนที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่จะเขียนหนังสือให้คนโง่อ่าน เพราะคนโง่นั้นมีมากกว่า
ส่วนหนังสือดีๆส่วนใหญ่ คนโง่มักไม่ค่อยอ่านเพราะมันอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง
ดังนั้นงานเขียนของใครดีๆแต่คนอ่านน้อยไม่ต้องน้อยใจครับ อันนี้ผมไม่ได้กล่าวนะ คนกล่าวคือ Schopenhauer โชเพินเฮาเออร์
เอาน่า 55 เราก็ไปห้ามหมดไม่ได้ ปล่อยวาง
จากที่ได้เข้าไปฟังหาญ nostr:npub1kjzk6zu2q2heayph2yle0l6tw9n4jzwlezv4vgwruqaus55a9j8qvtpkyk คุยถกเถียงกับคุณดี้ เรื่อง ระบบเงินเฟียต กับ Bitcoin
หัวข้อที่เถียงๆก็เหมือนๆกับที่เราเถียงกันในกลุ่มจนได้ข้อสรุปกันมาหมดแล้วหลายครั้ง แต่มี Pain Point หนึ่งที่ผมว่าน่าสนใจและจำได้ว่า อ. ต๊ำ เคยถามมาใน Nostr แล้วรอบหนึ่ง คือ คนข้างนอกเขาบอกว่า เขาเบื่อเขาเอือมกับพวกที่อวย Bitcoin หรือพวกที่ เบี้ยวBitcoin เหมือนกัน นอกนั้นเขาไม่มีปัญหาอะไร ผมมีข้อเสนอสำหรับคนที่คิดแบบนี้คือ ลองให้เขาอ่านหนังสือที่ไม่เกี่ยวกับ Bitcoin ไม่เกี่ยวกับระบบการเงิน แต่มีข้อคิดเห็นบางอย่างที่ยังเกี่ยวกับหัวใจสำคัญของระบบไร้ศูนย์กลางของBitcoin อย่างเช่นหนังสือเล่มนี้ดูครับ Agianst Method ของ Paul Feyerabend ว่าด้วยเรื่องการตั้งคำถามเชิงปรัชญาว่าทำไมวงการวิทยาศาสตร์ถึงเจริญกว่าวงการอื่น ซึ่งค่อนข้างเหมาะกับคนที่คิดว่าโลกของเรานี้ปกครองด้วยแค่ระบบคอมมิวนิสหรือไม่ก็ประชาธิปไตย2ระบบ แต่จริงๆแล้วมันมีระบบซึ่งดีกว่านั้นคือระบบที่ไม่ต้องมีรัฐครับ เมื่อไหร่ที่ระบบไหนไม่มีรัฐมากำกับดูแลแทรกแซงในระบบนั้น มนุษย์เราจะดูแลปกป้องและแข่งขันกันเอง เราจะค้นหาวิธีการที่ดีที่สุด หรือระบบที่ดีที่สุด ณ ช่วงเวลานั้นขึ้นมา จนกว่าเราจะพบสิ่งใหม่ที่ดีกว่าที่จะมาทดแทนระบบเดิม ข้อดีของการแนะนำให้คนที่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการรวมศูนย์ของอำนาจรัฐหรือมีอคติกับBitcoin อ่านหนังสือเล่มนี้คือ เขาจะไม่สามารถมาอ้างได้ว่าเขาเอือมหรือเบื่อ Bitcoin เพราะมันไม่เกี่ยวกับ Bitcoin หรือ เงินเฟียต แต่มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับว่าทำไมความเจริญก้าวหน้าหรือสิ่งที่ดีที่สุดจึงเกิดขึ้นมาได้ในระบบที่มีความเป็น Anarchist สูงมากกว่าระบบที่เกิดขึ้นภายใต้ระบบคอมมิวนิสหรือประชาธิปไตยและระบบใดที่ต้องการความก้าวหน้ารัฐไม่ควรมากำกับดูแลแซงแทรกหรือมายุ่ง ปล. ผมเชื่อว่าหนังสือแนวนี้น่าจะยังมีอีกครับผมคิดว่าในอนาคตมันจะเป็นประโยชน์กับกลุ่มเราค่อนข้างมากเวลาที่มีคนมาถามหรือมีคนมาถกเถียงซึ่งเราใช้เป็นแหล่งอ้างอิงได้ #Siamstr







