Avatar
Jakk Goodday
d830ee7b7c30a364b1244b779afbb4f156733ffb8c87235086e26b0b4e61cd62
#Siamstr

เพลงตะก่อนเขียนขึ้นมาราวกับบทกวี เต็มไปด้วยปรัชญาท เพลงทุกวันนี้ไม่อาจแตะความรู้สึกนั้นของผมได้อีกเลย

Replying to Avatar Tendou

“...สิ่งที่พวกคุณมักพลาดกันก็คือ ไม่มี Long-term Plan ทั้งที่เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ไม่ว่าจะยุคนี้หรือยุคไหนๆ...“

เป็นคำกล่าวสรุปของอาจารย์หลังจากชมกลุ่มของผม กับ Markstrat Simulation Game หนึ่งในโปรเจคเกมที่ตอนต้นเทอมเครียดจนนอนไม่หลับ สู่การพลิกล็อคมาเป็นที่ 1

ในคลาสเรามีทั้งทีมที่กู้อย่างบ้าคลั่ง ออกสินค้ามาหลายตัวแล้วก็ต้องออกจากตลาดไปเพราะบริหารต้นทุนไม่ไหว

มีทั้งทีมที่ Conservative จนไม่กล้ากู้เลย จนเกิด Loss sale และตามกลุ่มอื่นไม่ทัน

มีทีมที่ออกสินค้า Margin สูงๆ อย่างกะจะเป็นยูนิคอร์นให้ได้

และมีกลุ่มของผมที่พลาดกู้ทะลุเพดานจนเกือบโดน Disqualified แต่ก็พลิกกลับมาได้เพราะยังคงยึดมั่นในความเชี่ยวชาญในตลาดที่ถนัด พร้อมกับวางแผนรับมือตามเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดในทุก Scenario (นี่มันคำสอนลูกพี่ nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85 เลยนี่)

เทอมนี้เป็นหนึ่งในเทอมที่(หนัก)สนุกและชอบมากๆ ครับ💖

#Siamstr #SiamstrOG

“There is no greater weapon than a prepared mind.” | เก่งมากครับ มาเล่าให้ฟังหน่อยนะ น่าสนใจๆ

สู้ๆ คับวิน งานยุ่ง > มีเฟียตเพิ่มไปแลกบิตคอยน์

Replying to Avatar Wooodyy

ทุกคนคิดว่าระบบโลกเราทุกวันนี้ เหมือนถูกจัดระบบให้ ผู้ที่มี hard power แข่งขันกับ ผู้ที่มี soft power ไหม - ในอารมณ์แบบ class/power conflict ที่มีการสู้กันระหว่างชนชั้นต่างๆในสังคม เช่น แรงงาน vs นายทุน เป็นต้น แต่ผมว่าการแข่งขันแบบนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของ hard power vs soft power เพราะผมคิดว่าการได้มาของ hard/soft power ของแต่ละยุคแตกต่างกันไป เนื่องอาจจะมีการ evolve/regress ตามนโยบายความเป็นหัวก้าวใหม่หรือหัวอนุรักษ์นิยมของผู้คุมระบบหรือเปลี่ยนไปตามวิวัฒนาการของมนุษย์และสังคม

ถ้าเบื้องหลังที่เราทุกคนมักได้ยินในยุคนี้เป็นจริง ยิวคุมเงินเพราะฉนั้นพวกเค้าก็คือหัวหน้าของ soft power ผมคิดว่าพวกเราทุกคนที่นี้ก็เคยอยู่ฝั่ง soft power ในอดีตระบบแรกเริ่มมันดีจริงๆครับ เป็นระบบที่ให้ fair reward กับงานที่เราทำ เช่นมนุษย์เงินเดือนในยุคแรกสามารถสร้างเงินที่สามารถเก็บเป็น wealth จริงๆได้ง่ายกว่ามนุษย์เงินเดือนในทุกๆวันนี้ ทุกคนแฮปปี้ดีมากมายแต่ก่อน แต่ทุกวันนี้ soft power เริ่มสูญเสียพลังในการต่อสู้ ทำให้ระบบการตอบแทบของงานเสียสมดุจ ส่งผลกะทบต่อคนส่วนใหญ่ที่ได้ผลตอบแทน/ผลโยชน์จากระบบ เช่นการมีเงินเดือนที่ไม่พอหรือ make sense ต่อการใช้ชีวิตที่ดีระดับนึงในเมืองที่เจริญแห่งนึง

ผมคิดอีกว่าในตอนนี้ เรากำลังอยู่ในยุคเสื่อมของ soft power แล้ว นี้จะทำให้ hard power มามีบทบาทของอำนาจบนโลก ผู้คนที่เข้าถูกพวกไม่ทันอาจจะเป็นผู้แพ้ในยุคต่อไป

จบด้วยผมว่าคนในชุมชนนี้ มีความหวังที่ว่าเราจะไม่เลือกข้างอีกต่อไป

ในมุมมองของผม บิตคอยน์....ได้เปิดทางเลือกใหม่ที่ดีกว่าสำหรับมนุษยชน ที่จะไม่ขอเลือกข้างเหมือนในระบบปัจจุบัน

#siamstr

#siamstrog

#rightshift

#siamesebitcoiners

มันจะมีวันที่ อำนาจจะถูกผลัดใบ เทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่พวกเขาชี้นำเรา สำหรับพวกเขามันก็เหมือนกับดาบสองคม มันจะกลับไปทิ่มแทงพวกเขาในสักวันครับ

ความซุกซนในวัยเด็ก ทำให้เราหมุน Knot เครื่องวิทยุเล่น เราอยากรู้อยากเห็นว่ามันจะส่งผลแบบไหน แต่ท้ายที่สุดเมื่อลองมันนานพอ เราจะรู้ว่า "คลื่นความถี่" ที่ชัด มันถูกกำหนดเอาไว้แต่ต้นแล้ว..

## ใจแพ้ตัว ตัวแพ้ใจ

เมื่อ 'ตัว' กับ 'ใจ' หากันจนเจอ เราจะพบกับ "ความสุข"

'ความสุขที่พอดี' มันก็เหมือนกับคลื่นเพลงวิทยุที่เราชอบและอยากฟัง คุณต้องหมุนคลื่นให้พอดีกับความถี่ที่ชัดที่สุด เพลงที่คุณอยากฟัง รายการโปรดที่คุณชื่นชอบ จะคมชัดและไพเราะที่สุด ณ คลื่นความถี่หนึ่งเท่านั้น..

หมุนเลยไปทางซ้าย หมุนเตลิดไปทางขวา มากหรือน้อยเกินไปมันก็เกินจุดพอดี.. ความสุขที่พอดีจึงมีคลื่นความถี่ที่ชัดเจนและแตกต่างกันไปสำหรับแต่ละคน

หลายคนเกิดไม่ทันวิทยุทรานซิสเตอร์อาจไม่ค่อยเข้าใจความหมายดังกล่าว..

ผมนั่งทำงานหลังขดหลังแข็งนับตั้งแต่เช้า เพื่อพบว่า.. ทำเท่าไหร่งานก็ไม่ยอมหมดเสียที ชีวิต 'หนูถีบจักร' ที่วนลูปซ้ำไปซ้ำมา

หากความสุขของผมคือ ว่าว ด้ายในมือก็กำลังถูกปล่อยให้ยืดยาวออกไปเรื่อย ๆ

อย่าว่าแต่ GM Notes เลย..

แค่เวลาจะเปิดเข้ามาเดินเล่นในทุ่งม่วงผมก็แทบจะไม่มี..

แต่ผมคิดว่า.. ผมไม่ใช่คนเดียวที่ยังไม่ยอมเกษียณตัวเองออกจากระบบเฟียต การออกมาบ่นในเรื่องที่ใครๆ ต่างก็กำลังเจ็บปวด อาจเป็นการแผ่พลังลบส่งผลทำให้ทุ่งม่วงนี้มัวหมอง

อย่ากระนั้นเลย.. ทุก ๆ ครั้งเมื่อผมรู้สึกพ่ายแพ้ เหนื่อยหน่าย หรือท้อแท้กับการใช้ชีวิต ผมจะนึกถึงเนื้อร้องที่ว่า..

“ฉันเรียนรู้เพื่ออยู่.. เพียงตัวและจิตใจ

เป็นมิตรแท้ที่ดีตลอดกาล”

มันเป็นคาถาชั้นดีที่ทำให้เรารู้สึกปล่อยวางและมีความสุขกับชีวิตอย่างเรียบง่ายโดยไม่ต้องพยายามไปคิดอะไรมาก ถ้อยคำเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการค้นหาตัวตนตลอดจนเป้าหมายบางอย่างของมนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างเราๆ

ชีวิตเล็กๆ ของมนุษย์ แต่มักคิดเรื่องราวใหญ่โตอยู่เสมอ และแทบจะเป็นสูตรสำเร็จเลยก็ว่าได้ที่เรามักผิดหวังหรือพ่ายแพ้ทางความรู้สึก

เนื้อหาใน “ทะเลใจ” ชี้ทางให้ผมระลึกถึง "การปรับสมดุลในการใช้ชีวิต" ด้วยการประนีประนอมอารมณ์ของโลกแห่งความฝัน (ใจ) ให้เข้ากับสภาพของความเป็นจริงที่กำลังเผชิญอยู่ (ตัว)

เมื่อครั้งวัยหนุ่มสาว.. ความตั้งใจของมนุษย์มักต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมที่เป็นอยู่ให้เข้าสู่สังคมอุดมคติ

แต่เมื่อเติบใหญ่ขึ้น.. ความตั้งใจเหล่านั้นกลับค่อยๆ หดหายลดทอนไปพร้อมๆ กับกำลังวังชาตามวัย

หากแต่สิ่งที่ได้มาจากบาดแผลที่เจ็บปวด คือ การเรียนรู้ที่จะเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ โดยเฉพาะ "เป็นมิตรกับตัวเอง" เลิกทะเลาะกับตนเองให้ได้เสียที รวมไปถึงรื่นรมย์ไปกับโลกความเป็นจริง

ผมเดินทางมาถึง "วัยกลางคน" ที่ผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน เมื่อมองย้อนกลับไปยังอดีต เราผ่าน "วัยแห่งความฝัน" มาแล้ว ซึ่งไม่เคยไปถึงจุดหมายอะไรเลย

วันนี้เราต้องอยู่กับ "ตัว" อยู่กับความต้องการทางด้านวัตถุ ความต้องการทางด้านสังคม ความคาดหวังของครอบครัว ที่ทำงาน ฯลฯ ซึ่งอาจแตกต่างกับความต้องการทางด้านจิตใจที่แท้จริง หรือก็คือ "ใจ"

เราทำตามความต้องการภายนอก (ตัว) จนบางครั้งเราอาจลืมไปแล้วว่าแท้จริงแล้ว เรานั้นต้องการสิ่งใด (ใจ) ดังท่อนที่ว่า..

"ตัวเป็นของเรา ใจของใคร"

หลายคนยังฝืนทำ ฝืนดำเนินชีวิตในหลายๆ อย่าง เพียงเพราะแคร์ปัจจัยภายนอกมากกว่าใจตัวเอง เปรียบได้กับวรรค "ใจแพ้ตัว"

ท่ามกลางกิเลสจากภายนอก สิ่งเย้ายวนต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา เราอาจจะหลงไหลไปติดกับมัน ซึ่งเป็นความต้องการทางกายและทำให้เราเกิดทุกข์มากยิ่งขึ้น เราจะเพ้อฝันถึงความต้องการภายนอกจนแทบไม่มีจุดสิ้นสุด

แต่ไม่ว่าเราจะเก่งขนาดไหน มีทรัพย์มากเท่าไหร่ ก็ไม่อาจทำให้สำเร็จได้ไปทุกเรื่อง สักวันเราจะพบกับความผิดพลาด ทั้งเล็ก ทั้งใหญ่ เหมือนนกที่ล่องลอยไปตามนภา ไล่ตามความต้องการที่ไม่เคยมีวันสิ้นสุด ในวันที่เราอับโชค หมดเรี่ยวแรง นกน้อยจะร่วงลงสู่ "ทะเลของใจ" ใจที่ไม่ใช่ของเรา ใจ ที่มาจากภายนอกซึ่งกว้างใหญ่ดุจดั่งทะเล..

เราวิ่งหาแต่จุดหมายภายนอก แต่ความต้องการภายในใจจริง ๆ เรากลับไม่เจอ เฝ้าพร่ำเพ้อถึง "ความต้องการภายนอก" ของตัวเอง สุดท้ายเราก็พบตัวเองที่ตั้งคำถามว่า.. "เราเกิดมาทำไม?"

"หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข.."

แค่หมุนหาคลื่นที่ "ภายนอก" กับ "ภายใน" จะเจอจุดนัดพบที่ลงตัว

แต่นั่นก็หมายความว่า.. เราได้ "หาหัวใจของตัวเอง" จนเจอแล้ว เรารู้ว่า "ความสุขที่พอดี" ของเราแห่งหนไหน ปรับชีวิตของเราให้เข้าสู่จุดสมดุลย์

ผมอาจเบื่อหน่ายกับหน้าที่การงานที่ซ้ำวนไปในแต่ละวัน แต่ผมก็รู้ว่าปรารถนาของตัวเองคืออะไร

ผมปรับจูนทั้งสองสิ่งเพื่อหาจุดเชื่อมที่จะให้พลังบวกในแต่ละวัน แม้จะยากในช่วงต้น แต่เพียงแค่ลดอัตตาของตัวเองลง ปล่อยวางบางอย่างและผ่อนคลายตัวเอง คลื่นความถี่ที่พอดีนั้นก็หาได้ไม่ยาก..

---

มันก็แค่ผมได้พักเที่ยง เหน็บหูฟังเพื่อตัดเสียงจอแจจากภายนอก พลางละเมียดเนื้อไก่ของตัวเองลงท้อง บทเพลง "ทะเลใจ" ที่อยู่ในลิสต์มันดังขึ้นมาผ่านโสตประสาทของผมพอดี

จุดที่ผมมีสมาธิในการทานมื้อเที่ยงที่สุดนั้น.. คือจุดที่ผมรับสาส์นและความหมายจากเนื้อเพลง ทำความเข้าใจกับมันได้อย่างลึกซึ้ง

สิ่งต่าง ๆ สะท้อนขึ้นมาจนผมรู้สึกคันมือกับเวลา 30 นาทีที่ผมเหลืออยู่ ก่อนต้องรีบกลับไปทำงาน

ผมเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมผมจึงไม่ค่อยชอบตัดผม ทำไมผมไม่ยอมโกนหนวด ไม่ล้างหน้าด้วยโฟมแพง ๆ ไม่ประแป้งแต่งผม และอีกหลายเรื่องที่ดูขัดตาคนทั่วไป

แม้นคนรอบกายจะพยายามบอกกับผมว่า.. ผมควรจะดูแลภาพพจน์ให้สมกับบทบาทที่กำลังรับผิดชอบ ผมควรจะให้เกียรติเพื่อนสมาชิกคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง..

กฟ้เพราะผมให้เกียรติคน..

ผมจึงไม่โผล่หน้าออกสื่อที่ไหนเลยตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา จนกระทั่งมาถึงทุ่งม่วง ผมไม่อยากให้ อ.พิริยะ ต้องมาคอยนั่งอธิบายกับใครว่าทำไมถึงเลือก "กุ๊ย" มาเป็นผู้ก่อตั้งร่วม..

ผมไม่อยากให้เมียอายเพื่อนที่มีสามีไม่ชอบอาบน้ำ..

ผมแค่รู้ว่า "ตัว" กับ "ใจ" ของผมอยู่ที่คลื่นความถี่ไหน

ผมเจอ "หัวใจ" ของตัวเองมาตั้งนานแล้ว...

หัวใจของพวกคุณอยู่ที่ไหน..

ลองมาเล่าสู่กันฟังหน่อยครับ

#Siamstr #SiamstrOG