Avatar
OrangepillmasteR
e047f82fd6905f9224d9a927e0474819cf4dc8654ef599240b3876d5f7d05b0b
doesn’t matter who you are

ประธานพี่ซุปเสนอมาครับ

ไม่ต้องดื่มแก้วใหญ่ก็ได้ครับ ผมเตรียมแก้ว 8 Oz คนเดียว และ 4 Oz ไว้ สำหรับคนที่อยากลองกาแฟหลายๆ ตัว จับกลุ่ม รวมคนมาหารเฉลี่ยๆ กันได้ครับ

^^ ตอนสเตอร์ดร็อปอุณหภูมิ เลม่อนลอยมาบางๆ ครับ

ต้องมิถุนาสักพักแล้วครับ

นิยมสิ่งพิเศษในความธรรมดา

ลาก่อนครับหมอ

GA #siamstr

- ดีใจแทนคนที่ได้มางาน #tbc2024 นะ คือหลังจากที่แกะกล่องกาแฟ เพื่อจะเทส กลิ่นและรสชาติของกาแฟที่พี่เค้าส่งมา ความดีใจเมื่อเห็นเจ้านกกระจอกเทศก็ส่วนหนึ่ง แต่หลังจากนั้นไม่นาน ชิบหายละ กุจะทำกาแฟของพี่เค้าเสียของมั้ยว่ะ

- เวลาผมไปกินกาแฟร้านอื่นๆ ผมมักจะสั่งกาแฟพื้นฐานของร้านนั้นๆ (อเมริกาโน่) เพราะอยากรู้ว่าเขาเสิร์ฟอะไรให้ลูกค้ากิน ในราคาที่ไม่ต้องบวกเพิ่ม แล้วมันก็จะเป็นตัวตัดสินว่า ผมจะใช้บริการร้านนั้นๆ อีกหรือเปล่า

- กาแฟถุงนี้ Hi west blend ถึงแม้จะถูกคั่วมาเพื่อ การสกัด espresso แน่นอนว่า เมื่อสกัดแบบ pour over ต้องได้สัมผัสของกาแฟที่หนักเป็นธรรมดา

เอาเข้าจริงๆ ไม่ได้หนักขนาดนั้นครับ ออกไปทางละมุนมากกว่า กลิ่นช่วงแรกเรียบง่าย คุ้นเคย มีความเปรี้ยวเล็กน้อย เมื่ออุณภูมิลดลงเข้าช่วงอุ่น ความหนักของบอดี้กาแฟเป็นตัวเสริมให้ความหวานที่ค้างในปากยาวขึ้น

- Proof of work จากแม่สอด ส่งต่อมาที่ห้วยผึ้ง

ไว้เจอกันที่โซนตลาดนัดนะ พี่เค้าทิ้ง qr ไว้ ยิงตรงได้เลย เดี๋ยวพาซองไปด้วย

#v4v #ตลาดนัทไลท์นิ่ง #thaicoffee

เฮ้!!!!!!! แกะกล่องออกมาแล้วเจอสิ่งนี้!!!

#siamstr #v4v

Replying to Avatar Jakk Goodday

## **My philosophy**

แนวคิดหลักของผมเกี่ยวกับการผลักดันคอมมูนิตี้ นำไปสู่การยอมรับและการเผยแพร่บิตคอยน์อย่างมีประสิทธิภาพ ผมขอสรุป Foundation รากฐานแนวคิดออกมาเป็นข้อหลักๆ

1. Decentralization (การกระจายอำนาจ)

- ผมเชื่อว่าอำนาจไม่ควรกระจุกตัวอยู่ที่บุคคลหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ควรกระจายไปสู่สมาชิกทุกคนในคอมมูนิตี้

- ส่วนตัวผมต่อต้านการควบคุมจากภาครัฐหรือองค์กรขนาดใหญ่ ที่มักจะจำกัดเสรีภาพและโอกาสของปัจเจกชน

- ผมส่งเสริมความเป็นอิสระและความรับผิดชอบ สนับสนุนให้สมาชิกในคอมมูนิตี้คิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ และรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง

- ผมผลักดันระบบที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน ผมเชื่อว่าคอมมูนิตี้แบบกระจายอำนาจจะสามารถปรับตัวและอยู่รอดได้ แม้ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน

2. Proof of Work (พิสูจน์ด้วยการลงมือทำ)

- เน้นให้ความสำคัญกับคุณค่าเกิดจากการกระทำ เพราะผมเชื่อว่าการลงมือทำสำคัญกว่าคำพูดหรือการวางแผนลอยๆ

- ผมให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ เพราะผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงจะเป็นเครื่องพิสูจน์คุณค่าของงานและความมุ่งมั่นของสมาชิก

- ผมส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ การลงมือทำจะทำให้เราได้เรียนรู้จากความผิดพลาด พัฒนาตัวเอง และเติบโตขึ้น

3. Subjective Value (คุณค่าเชิงอัตวิสัย)

- ผมเคารพในความแตกต่าง ผมยอมรับและเคารพในมุมมอง ความคิด และคุณค่าของแต่ละบุคคล

- ผมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนโดยสมัครใจ ผมสนับสนุนให้สมาชิกในคอมมูนิตี้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างกัน โดยยึดหลักการแลกเปลี่ยนที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน (win-win)

- ผมเชื่อในการค้นหาคุณค่าที่แท้จริง ผมเชื่อว่าแต่ละคนควรค้นหาคุณค่าที่แท้จริงของชีวิตในแบบของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

4. การสร้างพื้นที่ให้กับคอมมูนิตี้

- ผมพยายามสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับสมาชิกในคอมมูนิตี้ ที่ซึ่งทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็น แบ่งปันประสบการณ์ และเชื่อมต่อกันได้อย่างอิสระ

- ผลักดันให้เกิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองของสมาชิก ผ่านการแบ่งปันความรู้ การจัดกิจกรรม และการสร้างสรรค์เนื้อหา

- ผมอยากเห็นพื้นที่แห่งความสุข ผมมองหาคอมมูนิตี้ที่อบอุ่น สนุกสนาน มีความเป็นกันเอง และเปิดกว้างสำหรับทุกคน

นอกจากนี้.. ผมยังเชื่อว่าการสื่อสารที่ดีนั้น มีพลังในการสร้างแรงบันดาลใจ ความสัมพันธ์ที่ดี ความหวัง และพฤติกรรมของผู้คนในทาวที่ดี จึงถูกเรียกว่า ผู้ยิงใย

และยังมีอีกหลายๆ หลักคิดที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ และสอดแทรกอยู่ในโน๊ตต่างๆ ของผม

- การสร้างคุณค่ามาก่อนผลตอบแทน

- Value for Value

- เน้นการสร้างผลงานที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น

- Reputation สำคัญกว่าเงิน

- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกคน

- Organic growth

- Storytelling

- Long-form

- Low time preference

- ความผิดพลาดคือบทเรียน

- ความสุขที่แท้จริง

- การใช้เทคโนโลยี

- Analogy

Foundation รากฐานแนวคิดของผม ในการช่วยผลักดันให้เกิดคอมมูนิตี้ ก็คือการผสมผสานแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์แบบออสเตรีย ปรัชญาส่วนตัว และใช้การสื่อสาร ในการสร้างคอมมูนิตี้ที่กระจายอำนาจ ยั่งยืน และให้ความสำคัญกับคุณค่าของสมาชิกทุกคน

#โน๊ตไว้เผื่อได้พูดบนเวที

#Siamstr

ขอบคุณครับพี่

GM ครับ #siamstr งานนำเสนอข้อมูลในกลุ่ม กาแฟพิเศษไทย ได้จบลงแล้ว จะเหลือก็แต่การตอบคำถามให้กับผู้ที่เข้ามาแลกเปลี่ยน

Replying to Avatar Mr.Note

GM #siamstr ชีวิตดีขึ้นทุกๆด้าน ด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว ของคนโด มาริเอะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดบ้านอันดับหนึ่งของโลก จากการที่ผมอ่านหนังสือพีระมิดสามสุข ก็ได้แนะนำหนังสือเล่มนี้ ผมก็ตามมาอ่านล่ะ หนังสือ Flow ที่หาอ่านยากแล้ว เล่มนี้หายากกว่ามากๆๆๆๆๆ เพราะเป็นหนังสือตั้งแต่ปี 2015 หาเป็นเดือนเลย😅 แต่ก็ไม่เกินความพยายามล่ะครับ😁…ตอนแรกผมก็งงๆ ว่าจัดบ้านแล้วมีความสุขได้ยังไงทำไม่ถึงแนะนำให้อ่าน พออ่านจบ รู้เลยว่ามันมีความหมายซ่อนอยู่ในการจัดบ้านที่เราคาดไม่ถึง มีอะไรบ้างผมพอสรุปเนื้อหาคร่าวๆดังนี้

บทที่ 1 ทำไมพยายามเท่าไรบ้านก็ไม่เป็นระเบียบสักที

การจัดบ้านไม่ควรจัดและทำไปทีละนิด ห้องมันไม่รกเองแต่คุณต่างหากที่เป็นคนทำ คุณต้องจัดบ้านแบบรวดเดียวจบ โดยทำให้การจัดบ้านเป็นกิจกรรมพิเศษ มันจะทำให้เราเห็นผลลัพธ์ทันที คุณจะมีกำลังใจรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้าน การจัดบ้านเป็นแค่เครื่องมือ ไม่ใช่เป้าหมาย เพราะเป้าหมายที่แท้จริง คือการสร้างรูปแบบการใช้ชีวิตที่คุณต้องการหลังจากบ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว

บทที่ 2 เริ่มต้นด้วยการทิ้ง

ผมชอบบทนี้ เพราะเปลี่ยนมุมมองผมเรื่องการทิ้งสิ่งของ หลักการ คือ

- เอาของที่ต้องการจัดมากองรวมกัน เป็นทีละหมวดหมู่ เช่น เสื้อผ้า, หนังสือ, ของเล่น

- การเลือกว่าจะเก็บหรือกำจัดของแต่ละชิ้น คือ ให้ถือของชิ้นนั้นทีละชิ้นในมือแล้วถามตัวเองว่า “มันปลุกเร้าความสุขให้เราได้ไหม” ถ้าได้เก็บ ไม่ได้ให้ทิ้ง ถามไปแยกไปเรื่อยๆจนครบทุกชิ้น

- เริ่มต้นจากหมวดหมู่ง่ายๆ เช่น เสื้อผ้า,หนังสือ,ของเล่น ฯลฯ การตัดสินใจจะราบรื่น อย่าไปเริ่มต้นที่หมวดยาก หมวดที่กระทบคุณค่าทางจิตใจ เช่น รูปถ่าย,ของเก่าของพ่อแม่ที่เสียไป ฯลฯ

- หากมีของชิ้นใดที่ตัดใจทิ้งไม่ลง ให้ลองไตร่ตรองถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของมันที่มีต่อชีวิตคุณ ของบางอย่างมันทำหน้าที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว แค่คุณยังไม่อยากทิ้งมัน เช่น รูปแฟนเก่าในอดีตที่ทำให้เรามีความสุขที่เคยคบกันในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ปัจจุบันคุณมีครอบครัวอันอบอุ่นของคุณแล้ว ฯลฯ

บทที่ 3 จัดตามหมวดหมู่

จัดบ้านใช้วิธีแบบ “คมมาริ” ต้องมีลำดับเพื่อให้เราตัดสินใจได้ง่าย เรียงดังนี้

- เสื้อผ้า

- หนังสือ

- เอกสารต่างๆ

- โคะโมะโนะ ของจิปาถะหมวดที่ 1 เช่น เหรียญ, กิ๊บติดผม, ยางลบ, ถ่านไฟฉาย, ยาที่ทานไม่หมด ฯลฯ

- โคโมะโนะ ของจิปาถะหมวดที่ 2 เช่น ของขวัญ, กล่องโทรศัพท์มือถือ, กล่องเครื่องใช้ไฟฟ้า, ของฟรี ฯลฯ

- ของที่มีคุณค่าทางจิตใจ เช่น ภาพถ่าย

ไม่ว่าเรื่องราวตอนนั้นจะยอดเยี่ยมสักแค่ไหน แต่เราก็ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่กับอดีตได้ ความสุขและความตื่นเต้นที่เราได้สัมผัสในตอนปัจจุบันนี้ต่างหากที่มีความสำคัญกว่า

บทที่ 4 จัดข้าวของเพื่อชีวิตที่เปล่งประกาย

กำหนดตำแหน่งตายตัวให้ข้าวของภายในบ้าน ก็เพื่อให้ของแต่ละชิ้นมีที่ทางของมัน โดยมีกฎเพียง 2 ข้อเท่านั้นคือ ให้เก็บข้าวของในหมวดหมู่เดียวกันไว้ที่เดียวกัน และอย่ามีพื้นที่เก็บของกระจัดกระจายไปทั่ว ถ้าอาศัยอยู่กับครอบครัว คุณก็กำหนดพื้นที่เก็บของของแต่ละคนอย่างชัดเจน โดยกำหนดให้แต่ละคนมีพื้นที่เก็บของคนล่ะจุดเท่านั้น การกำหนดตำแหน่งตายตัวให้กับข้าวของแต่ล่ะชิ้นและคุณจัดวาง จัดเก็บได้ตลอดเวลา คุณก็จะรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย จนกลายเป็นนิสัย คุณสามารถจัดวาง จัดเก็บสิ่งของในเวลาสั้นๆ คุณก็จะเหลือเวลาไปสร้างความสุขให้กับชีวิตมากขึ้น

บทที่ 5 เวทมนตร์แห่งการจัดบ้าน เปลี่ยนชีวิตได้อย่างมหัศจรรย์

บทสรุปถึงผลลัพธ์ที่ได้จากการจัดบ้านด้วยตัวเองโดยที่เราไม่รู้ตัวได้อธิบายในบทนี้ คือ

- สิ่งที่เราชื่นชอบอย่างแท้จริงมักเปลี่ยนไปตามกาลเวลา และการจัดบ้านจะช่วยให้เราค้นพบว่า ณ.ปัจจุบัน สิ่งที่เราชื่นชอบเหล่านั้นคืออะไร

- การกองสิ่งของที่เราจะเลือกว่า เก็บหรือทิ้ง มันคือการให้เราฝึกการตัดสินใจ สร้างความเชื่อมั่นให้ตัวเองอย่างไม่รู้ตัว และการตัดสินใจนั้นทำให้อยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งที่เรารัก มีความสุขที่ได้เห็นและสัมผัสตลอดเวลา

- เหตุผลที่แท้จริงจะเหลืออยู่ 2 ข้อเท่านั้น คือ การยึดติดอยู่กับอดีตและความกังวลเกี่ยวกับอนาคต มี 3 ทางเลือก คือ เผชิญหน้ากับมันตั้งแต่ตอนนี้, เผชิญหน้ากับมันในสักวัน หรือหลีกเลี่ยงมันไปจนวันตาย

- เรียนรู้ว่าขาดบางอย่างเราก็ไม่ตาย สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ หรือดีขึ้นกว่าเดิม

- เมื่อพื้นที่เปลี่ยน ร่างกายก็เปลี่ยนตาม เมื่อบ้านเป็นระเบียบ อากาศในบ้านจะสะอาด สดชื่นกว่าเดิม ข้าวของลดลง ฝุ่นในห้องก็จะลดลง ห้องสะอาด เราก็จะไม่ให้สกปรกหรือรกอีก เราจะต้องทำความสะอาดบ่อยๆ นั่นคือเราจะเคลื่อนไหวร่างกาย เป็นการออกกำลังกายไปในตัว

- การจัดบ้านให้เป็นระเบียบจะช่วยให้เราได้ใช้ชีวิตในสภาพที่เป็นธรรมชาติ ตามสิ่งที่เรากำหนดได้ด้วยตัวเราเอง

เมื่อคุณอยู่ท่ามกลางข้าวของที่ปลุกเร้าความสุขให้คุณได้ คุณก็จะพบกับชีวิตที่เปี่ยมสุข จงทุ่มเทกายและใจให้กับสิ่งที่ปลุกเร้าความสุขให้คุณได้มากที่สุด นี่คือ“ภารกิจในชีวิตของคุณ”….ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าผมอ่านเล่มไหนเห็นว่าดี มีประโยชน์ ขออนุญาตมาแชร์ให้ชาวทุ่งม่วงอีกนะครับ🙏❤️

#TBC2024 Countdown: 11 Days

GM ครับ

ไม่ใช่ ผญ นะ เป็นคนที่ไปคอมเมนท์

หมายถึงคุณบัวหรอครูโบว์ _lotuslotuslotus