Avatar
R0PE
e4cd9ea1d22fe6e01f09c0557a7b4b9c5b9ce31221ee2cb0b707e49000b369b8
Replying to Avatar KORsiroj🦷👄

⭐️ทำไม? เราถึงโดนทำให้เชื่อว่าถ้าอยากรอดต้องลงทุนให้เงินงอกเงย

การออมมันทำให้เราไม่รอดหรอก บทความนี้จะพาให้ทุกคนกระจ่างกับความจริงของโลกการเงินจอมปลอมนี้ที่ทำให้การออมเป็นเรื่องยากจนต้องไปฝึกวิชาการลงทุนเพื่อสู้กับคนอื่นในตลาดทุน ทั้งที่จริงชีวิตเรา แค่การออมเงินที่ดีก็น่าจะพอแล้วครับ😄

เชิญอ่านกันได้เลยครับ🎁

💥เหตุผลที่บิตคอยน์กำลังจะมาแทนที่พันธบัตรสหรัฐในการเป็น store of value ที่แท้จริง

ในยุคของเงินเฟียต คอนเซ็ปท์ของการออมและการลงทุนถูกเอามาปนกันจนสับสนไปหมด

การออมคือ การผลิตให้มากกว่าที่ใช้จ่าย จนมีส่วนเหลือที่จะนำไปออม

ส่วนการลงทุนคือการกระจายเงินทุนไปยังธุรกิจที่มีอนาคตสร้างความรุ่งเรืองให้ได้ การลงทุนมีความเสี่ยง แต่ก็ให้ผลตอบแทนที่ดี กว่าการออม

แต่ทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่คิดกันว่าการออมคือการลงทุน

นั่นเพราะพวกเขาใช้เงินส่วนเหลือใช้ของรายได้เข้าลงทุนในหุ้นหรือพันธบัตร

ส่วนใหญ่ก็เข้าใจดีว่า มันไม่เป็นการดีแน่ถ้าจะเก็บไว้เป็นเงินเฟียต ธนาคารกลางทำให้เงินเสื่อมค่าอยู่ตลอด เก็บไว้ก็รังแต่จะต้องเจ๊ง เก็บไว้เป็นทรัพย์สินอื่นดีกว่า เช่นพันธบัตรหรือหุ้น

พูดอีกอย่างคือ เงินเฟียตกับเงินเฟ้อเป็นตัวทำลายเงินออมของประชาชน ทำให้ต้องเข้าสู่ความเสี่ยงในการลงทุนเพื่อรักษาอำนาจซื้อของเงินออมของตน

แต่ก็ไม่มีการันตีว่าการลงทุนจะตามทันเงินเฟ้อได้ แล้วถึงแม้จะได้ ก็ยังต้องไปเจอเรื่องภาษีจาก capital gain อีก แค่จะรักษาอำนาจซื้อของเงินตัวเอง ทำไมมันยุ่งยากจังเลยนะ

นั่นทำให้การออมเงิน เป็นเรื่องที่ impossible ไปเลยสำหรับคนส่วนมาก

ก่อนที่จะมาถึงยุคเงินเฟียตที่พิมพ์กันง่าย ๆ ผู้คนก็เก็บกันไว้เป็นทองคำเอามาแขวนไว้ที่คอหรืออะไรอื่นที่อิงกับทองคำ

ยุคนั้นใครก็ออมเงินกันได้ง่าย ๆ ไม่ต้องทำตัวเป็นผู้จัดการเฮดจ์ฟันด์จำเป็นให้ตัวเองแบบทุกวันนี้หรอก

ยุคเงินเฟียตจึงเป็นยุคของการ monetize หุ้น พันธบัตร อสังหาริมทรัพย์ แบบไม่เคยเป็นมาก่อน

เมื่อ 50 กว่าปีก่อน market cap ของทองคำทั่วทั้งโลกมีปริมาณสูสีกับ market cap ของหุ้นทั่วทั้งโลก แต่ตอนนี้ทองคำมีเหลือแค่ 10% ของ market cap ของหุ้น นั่นพอจะบอกได้ว่า เงินทุนที่เคยอยู่ในทองคำ ถูกแบ่งมาลงทุนในหุ้นแทนแล้ว

ไม่ได้หมายความว่า ปกติ หุ้น พันธบัตรหรืออสังหาริมทรัพย์จะไม่มีใครเอานะ มันมีเสมอ ผู้คนเข้าไปลงทุนเองมากกว่าและในกรณีอสังหาริมทรัพย์ก็ยังได้กำไรใช้อีกด้วยนะ ไม่ใช่แค่การลงทุน

หุ้นกู้และโดยเฉพาะพันธบัตรสหรัฐ จึงใช้ออมเป็น store wealth ในยุคที่เฟียตครองโลก

แต่ผมคิดว่าซักวันหนึ่ง พันธบัตรก็จะไม่ store value ได้อีกต่อไป ปี 2022 เป็นปีที่เลวร้ายที่สุดของพันธบัตร Treasuries ในประวัติศาสตร์อเมริกัน คนเริ่มจะถอยหนีออกห่างจากพันธบัตรกันแล้ว นั่นหมายความว่าเงินทุนจำนวนมากกำลังมองหาบ้านใหม่ที่ทำหน้าที่ store of value ได้ดีกว่า

บิตคอยน์ คือ สิ่งที่ทำให้เกิดการออมกลับมาอีกครั้ง

บิตคอยน์เป็นทรัพย์สินที่สะสมความมั่งคั่งให้มนุษยชาติเพราะคุณสมบัติที่ไม่เหมือนอะไรอื่น

มันมีความคงทน แบ่งแยกได้ มั่นคง สะดวกในการเคลื่อนย้าย มีไม่มากเกินไป และที่สำคัญมันผลิตได้ยากที่สุดในหมู่สินค้าโภคภัณท์ทั้งหลาย

พูดอีกอย่างคือบิตคอยน์ผลิตเพิ่มขึ้น (จากที่มีอยู่แล้ว) ได้ "ยากที่สุด" ในหมู่สินค้าโภคภัณท์ด้วยกัน การ "เสื่อมค่า" (debasement) ของมันจึงเกิดขึ้นได้ "ยากที่สุด"

ในวันที่ผู้คนทั่วโลกให้ค่าต่อบิตคอยน์ มูลค่าในตัวของมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการการันตีของใครหน้าไหนทั้งนั้น ไม่ว่ารัฐบาลหรือองค์กรที่มีชื่อเสียงไหน ๆ

ถ้าว่ากันตามประวัติศาสตร์ พันธบัตรรัฐบาลที่ใช้เป็นตัวสะสมมูลค่า เป็นคอนเซปท์ที่เพิ่งเกิดขึ้นนี่เอง ถ้าความคิดนี้เสื่อมลง ผู้คนทั่วโลกจะเก็บ value ของตนไว้ที่ไหนถ้าไม่ใช่ “บิตคอยน์”

ผู้คนทั่วไป ธุรกิจต่าง ๆและรัฐบาลทั่วโลกเริ่มย้าย savings จากพันธบัตรไปไว้ในบิตคอยน์กันบ้างแล้ว

ปัญหาการเงินของโลกกำลังเปิดเผยมาเรื่อย ๆ ผมคิดว่าธนาคารกลางทั้งหลายก็กำลังเทขายพันธบัตรสหรัฐออกมาเรื่อย ๆ และเปลี่ยนไปเป็นสินทรัพย์ที่ดีแทน

อาจจะเป็นทองคำหรือบิตคอยน์ครับ

🤩บทสรุปออกมาให้เฝ้าสังเกต 9 ข้อ

1: รัฐบาลสหรัฐไม่มีวันใช้หนี้ได้ ชักดาบจึงเป็นอันหวังได้

2: การชักดาบของสหรัฐไม่ต้องหลบซ่อนเลย อย่างหน้าด้าน ๆ (explicit)

3: หนี้ยังจะเพิ่มไปอีก ในอัตราเร่งซะด้วย

4: ไม่มีประเทศไหนจะซื้อหนี้ของสหรัฐอีกแล้ว

5: รัฐบาลสหรัฐไม่อาจทำให้ดอกเบี้ยสูงกว่านี้ได้แล้ว

6: Federal Reserve เป็นผู้ซื้อหนี้รายใหญ่รายเดียว ก็เป็นการพิมพ์เงินใช้เองจนเงินเสื่อมค่าไปเรื่อย ๆ

7: รัฐบาลสหรัฐใช้ปัญหาการเงินนั่นแหละ มาทำให้เงินเสื่อมค่าไปเรื่อย ๆ แบบคอยควบคุมไว้ แต่ซักวันนึง มันจะพลาดและคุมไม่อยู่ วนเป็น spiral เลย

8: พันธบัตรสหรัฐไม่ใช่ store of value อีกแล้ว คนหนีไปหาอย่างอื่นกันแล้ว

9: บิตคอยน์เสนอตัวเป็นทางเลือก store of value ชั้นยอด ...เมื่อดีมานด์พันธบัตรลดลง ดีมานด์บิตคอยน์จะเพิ่มขึ้น

เรากำลังใกล้ถึงขั้นการเปลี่ยนแปลงระดับ paradigm shift ในโลกการเงิน..เริ่มมีบิตคอยน์มาแทนพันธบัตรในฐานะทรัพย์สินสะสมมูลค่ากันแล้วครับ

#bitcoin

#siamstr

เห็นด้วยกับบทความเกือบทั้งหมด

แต่เห็นต่างในส่วนสรุป

ผมกลับมองต่างว่ามันคงจะกลมกลืนกันไป

แต่คิดว่ามันไม่หายไปใหนแน่ๆ

พันธบัตรก็คือหนี้ หนี้ก็คือเงิน

ในระบบเฟียต

ผมคิดว่าถ้ามองมุม เรื่องของอำนาจ

รัฐบาลจะไม่ยอมปล่อยอำนาจเงิน

เพื่อควบคุมประชาชนไปง่ายๆแน่ๆ

เพราะมันคืออาวุธเกือบท้ายสุดของรัฐบาลแล้ว

nostr:nevent1qqsftt78ppz07n73ygv4ujplktjntvppsh90e29ce2lvyg7fr3hudkgppemhxue69uhkummn9ekx7mp0qgsr7rp6d0q0xnah5mdwuelzm7hg2vsj968rnq2s3wvcl4f6086735qrqsqqqqqpf6j8wt

Replying to Avatar AM I

จารย์หมอเดชาบ่นในเฟสอ่านแล้วมันส์ดีแชร์ต่อในทุ่งม่วง

#siamstr

1. ทำไมผมไม่สามารถพูดถึงสาเหตุของวิกฤตประชากรเกิดน้อยในเชิงลึกได้อย่างที่อยากจะพูดในรายการคุณจอมขวัญ

คุณจอมขวัญเป็นพิธีกรที่พัฒนามาจากสาย news reporter ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในเมืองไทย ถ้าเป็นงานข่าวเชิงลึกด้านสังคมและการเมือง ผมถือว่าคุณจอมขวัญเก่งที่สุด แต่คุณจอมขวัญไม่ใช่นักวิชาการหรือมาสาย documentarist ดังนั้นพอผมดันทุรังจะไปในเชิงลึกในรายการ เราก็จะจูนกันไม่ติดเป็นธรรมดา

ผมพยายามจะ discourse ปัญหาทางสาธารณสุขในรายการหลายครั้งแต่ failed เกือบหมด ดังนั้นไม่ต้องไปถึงเรื่อง Medical Gaze ของฟูโกต์ที่ผมรับปากไว้เลย เอาแค่เรื่อง Medicalization (แปลเป็นไทยแบบชุ่ยๆได้ว่า อะไรก็ทำให้เป็นเรื่องทางการแพทย์) ก็ไปไม่รอดแล้วครับ

ก็เหมือนกับที่ผมเคยเตือนอาจารย์ทางนี้ไว้หลายครั้งแต่ตัวเองดันมาทำซะเอง คุณจะไปสลายโครงสร้างของอำนาจรัฐในขณะที่ประชาชนยังเรียกร้องอำนาจรัฐให้ดูแลสวัสดิการของตนอยู่ ...ไม่ง่ายครับ

ผมจึงได้ข้อสรุปว่า ออกรายการ ต้องพูดเรื่องที่ง่าย เรื่องที่คนอยากฟัง เราทำได้แค่ให้ความรู้เชิงสุขศึกษากับประชาชน

อยากวิเคราะห์เชิงลึก ต้องมาเขียนใน facebook เพราะอย่างมากก็ไม่มีคนอ่าน แต่ไม่ถึงกับเดือดร้อนรายการคนอื่น

ดังนั้นผมจะมาพูดเรื่อง low birth rate crisis ตรงนี้แหละ

...

2. คำแนะนำต่อรัฐสำหรับวิกฤตอัตราการเกิดต่ำ

2.1 ผมจะไม่ทำให้คุณเชื่ออย่างที่ผมเชื่อ ผมสิ้นหวังกับคุณในด้านนี้ไปแล้ว ถ้าคุณไม่ยอมเชื่อว่ามันเกี่ยวกับความเครียดของสังคม ไม่ยอมเชื่อว่ามันเป็นการระบาดของความสิ้นหวังในคนรุ่นใหม่ ก็แล้วแต่คุณเลย ...ผมขอร้องอย่างเดียว

อย่าได้ใช้ Draconian Policy แบบอิหร่านในการแก้ปัญหาเป็นอันขาด (อิหร่านใช้วิธีจำกัดการเข้าถึงยาคุมด้วยกลไกทางกฎหมาย)

ต่อให้อัตราการเกิดต่ำเป็น side effect ของเสรีภาพ แต่ไม่มีทางที่คุณจะแก้มันได้ด้วยการเอาเสรีภาพกลับคืน อิหร่านล้มเหลวในการนี้จนถึงขนาดต้องเลือกใช้สงครามเป็นการแก้ปัญหา ซึ่งเดี๋ยวผมจะอธิบายต่อไป

2.2 Pro-Natalist Funding (การแจกเงินให้คนมีลูก) ที่เกือบทุกประเทศที่เจอปัญหานี้เลือกใช้นั้น คุณก็คงทราบดีอยู่แล้วว่าได้ผลแค่ 2 ประเทศ

ทั้งฝรั่งเศสและสวีเดนได้ผลนั้น ผมเชื่อว่าได้ผลจาก Social Campaign & State Attitude มากกว่าแค่เรื่อง Funding เพียงอย่างเดียว แล้วแม้กระทั่งว่ามันได้ผลจริง แต่ตอนนี้ตัวเลขออกมาแล้วว่าผลนั้นอาจจะไม่ยั่งยืน มีความเป็นไปได้สูงมากว่าฝรั่งเศสและสวีเดนอาจจะหมดตูดกับการนี้ แล้วทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม

ปัญหาของเราซับซ้อนกว่านั้นอีก ประเทศเราจนกว่าฝรั่งเศสและสวีเดนมหาศาล คุณก็รู้

คุณจะเอาเงินที่ไหนมาแจกได้อีก 50 ปี 100 ปี แค่เรื่องคนแก่คุณเอาตัวให้รอดก่อน นั่นก็หายนะรออีกด้านนึง ระวังแก้กันไปกันมาจะพัวพันอีรุงตุงนังเป็นวัวพันหลักแล้วแก้อะไรไม่ได้เลย

ซึ่งผมดูแววจากความเข้าใจปัญหาด้านนี้ของคุณแล้ว มีสิทธิ์สูงมากที่คุณจะพันหลักหกล้มคะมำในเวลาอันใกล้นี้

2.3 มีแค่ 2 ประเทศในโลกนี้เท่านั้นที่แก้ปัญหานี้ได้ผลจริงด้วยการแก้ที่อื่น ด้วยการยอมรับความจริง ยอมรับว่าปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาด้วยตัวของมันเอง

คนเกิดน้อย คนน้อยลง จะเป็นอะไรไปล่ะ? เศรษฐกิจหดตัว ใครเดือดร้อนเหรอ?

สหรัฐและอังกฤษแก้ปัญหานี้ด้วย Immigration Policy (การนำเข้าประชากร) ได้ผลดีเยี่ยม ...แต่แล้วพวกเขาก็พบความจริงว่าประชากรนำเข้านั้นพอเข้ารุ่นที่ 2 รุ่นที่ 3 ก็อัตราเกิดต่ำลงจนเท่ากับประชากรดั้งเดิมอยู่ดี

เหมือนอย่างถ้าเราแก้ปัญหานี้ด้วยการยอมให้แรงงานพม่ามีฝีมือด้านที่เราต้องการเปลี่ยนเป็นสัญชาติไทย มันก็จะแก้ได้เพียงแค่ 1-2 ชั่วคน พอคนไทยเชื้อชาติพม่าเหล่านั้นอยู่ในไทยผ่านไป 2-3 รุ่น ก็จะเกิดน้อยลงจนเท่ากับคนไทยอยู่ดี

แต่แก้ได้ 30 ปี 50 ปีเพื่อรอหาวิธีอย่างอื่น (ใจผมอยากจะบอกมากว่าเพื่อรอให้กระโหลกมึงบางลงหน่อยจะได้เข้าใจปัญหาดีกว่านี้) ก็โอเคอยู่นะครับ ในทัศนะของผม วิธีนี้เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ใช้ได้เลย การลด sovereign power on population migration ลง ไม่ได้แปลว่าเราสูญเสียอธิปไตยซะหน่อย เลิกคิดอะไรแบบโบราณคร่ำครึเสียทีน่ะ

2.4 และอย่ามัวแต่ไปศึกษาเฉพาะในประเทศที่แก้ปัญหาได้บางด้าน กรุณาศึกษาประเทศที่แก้ปัญหาได้ผลเป็นความบรรลัยด้วย

ประเทศแรกคือรัสเซีย ประเทศนี้น่าสนใจเพราะเรามีหลายอย่างเหมือนรัสเซีย ถึงรัสเซียจะคนมากกว่าเราแต่ก็แค่เท่าตัว ไม่ห่างกันมากเกินไป ระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจก็เช่นเดียวกัน รัสเซียดีกว่าเราไม่มากนัก ทัศนคติของรัฐก็ใกล้เคียงกัน รัฐเราสารเลวกว่ารัสเซียแค่นิดหน่อยเอง แล้วนโยบายที่เลือกใช้ หลายๆอย่างก็เลือกคล้ายกัน ดังนั้นที่ตัวเลขการหดตัวของประชากรรัสเซียนำล่วงหน้าเราไปหลายปี รัสเซียจึงเป็น role model ที่ดีที่สุดที่เราควรศึกษา ผมเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ อัตราการยุบตัวลงของประชากรไทยจะรุนแรงใกล้เคียงกับรัสเซีย

ก่อนอื่นเลย.. รัสเซียตายไหมครับ?

ไม่เป็นไรเลย ...อยู่ดีมีสุข แค่ไม่รู้จะทำยังไงก็หาเรื่องตีกับชาวบ้านไปเรื่อยๆก็แค่นั้น ประเทศสิ้นหวังไม่มีอนาคต ประชากรก็อพยพหนีไปที่อื่นสิ ...เป็นไรไปล่ะ

ดังนั้นแทนที่จะคิดมาก กลัวจะเป็นอย่างรัสเซีย ควรเตรียมรับมือกับปัญหาแบบรัสเซียไว้บ้างจะดีกว่ามั้ย ถ้าประเทศเราจะแตกเป็นล้านนา ล้านช้างใต้ ไทยอยุธยาเดิม มลายูเหนือ จะเป็นอะไรไปไหม

น่าสนใจออก..

ส่วนอีกประเทศที่ควรดูไว้เป็นตัวอย่างคือจีน จีนเป็นเจ้าพ่อ Draconian ของโลกใบนี้ บังคับประชาชนตัวเองมีลูกคนเดียวอยู่เป็นสิบปี แล้วหลงระเริงบันเทิงใจว่าโอ้โห..ทำไมได้ผลดีเยี่ยงนี้ พอสั่งเลิก อ้าว..ประชากรยังเสือกไม่หยุดการไม่มีลูก แจกเงินก็แล้ว หาผัวหาเมียให้ประชากรก็แล้ว ทำไมพวกมึงยังเกิดกันน้อยลงเรื่อยๆวะ

สรุปที่ผ่านมาทั้งหมด มึงแค่ตอแหลตัวเองว่าสั่งคนมีลูกคนเดียวได้ผล แต่ความจริงคนมีลูกน้อยของเขาเองครับ พอตอนนี้มาสั่งให้คนมีลูกมาก ไม่ได้ผลอะไรละ ..ชิบหายล่ะสิ

แต่ปัญหาจีนรอได้ อีกร้อยปีก็อาจยังไม่วิกฤตเพราะจีนคนเยอะครับ ประชากรลดลงสักครึ่งนึงก็ยังพอถูไถ

แต่ของไทยที่กะกันว่าประชากรจะเหลือ 30 ล้านภายใน 60 ปีนี่ บันเทิงจริงๆ แต่ที่ให้ดูจีนคือปัญหานี้ของเรากับจีนเกิดในเวลาใกล้ๆกัน ทัศนคติของรัฐก็หลงตัวเอง นึกว่าตัวเองสั่งอัตราเกิดของประชากรได้คล้ายๆกัน

ยังกับประเทศ copy cat กันน่ะครับ

2.5 แล้วถ้าทำทุกอย่างแล้วไม่ได้ผล ...จะทำยังไงดี

วงจรประชากรขยายตัวหดตัวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพียงแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดจากความตั้งใจของประชากรเอง แต่ไม่มีอะไรที่แก้ไม่ได้ครับ ในประวัติศาสตร์ รัฐแก้ปัญหานี้ด้วยสงคราม

ถ้าสิ้นคิด คิดอะไรไม่ออกจริงๆ ผมเสนอแนะให้รัฐไทยสนับสนุนให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 แล้วบังคับเกณฑ์ผู้ชายที่พอเป็นทหารได้สัก 15 ล้านคน แล้วส่งมันไปทำสงคราม

เราสามารถคาดหวังได้ว่าน่าจะมีผู้ชายไทยตายทันทีสัก 5 ล้านคน

ผมรับประกันว่า 20 ปีหลังจากนั้น อัตราการเกิดของเราจะระเบิดระเบ้อเลย แก้ปัญหาได้ผลชงัดนัก แก้ได้มากกว่าไอ้วิธีตวักตะบวยทั้งหลายที่คุณคิดกันมาหลายปีรับรองว่าหลายเท่า

ไม่เชื่อจดไว้ก็ได้..

...

3. คำแนะนำต่อประชาชนสำหรับวิกฤตอัตราการเกิดต่ำ

นี่ไม่ใช่วิกฤตของเราครับ

มันคือวิกฤตของสิ่งประดิษฐ์ของเราที่ชื่อว่ารัฐชาติ

แต่ตัวเราจะอยู่ปกติสุขดีเหมือนเดิมทุกประการ อาจจะต้องรับภาระดูแลคนแก่มากขึ้นหน่อย ซึ่งถ้าดูไม่ไหวก็ไม่ต้องดูครับ ทำไงได้..

ตัวเลขทางประชากรศาสตร์และเศรษฐกิจต่างๆที่รัฐมันกลัวขี้แตกขี้แตนนั้น...ไม่มีผลอะไรกับชีวิตจริงมากมาย เผลอๆตัวเลขบางอย่างพอหารจำนวนประชากรที่น้อยลง อาจจะดีขึ้นด้วยซ้ำ เราทุกคนจะมีที่ดินมากขึ้น มีทรัพยากรมากขึ้น แน่นอนว่าอาจจะโดนไถภาษีหนักขึ้น แต่จ่ายไม่ไหวก็ไม่ต้องจ่าย มันจะจับเราไปติดคุกได้หมดทั้งประเทศก็ลองดู

จริงๆปรากฏการณ์นี้เป็นผลจากการปลดแอกของผู้หญิง นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติที่ผู้หญิงมีอำนาจเหนือมดลูกของตัวเองอย่างแท้จริง ไม่ต้องถูกกดหัวให้เป็นเครื่องมือผลิตเด็ก ถูกครอบงำว่ามึงต้องมีลูกอย่างนู้นอย่างนี้ ตั้งแต่เกิดจนตายเป็นได้แค่ทาสในเรือนเบี้ย

มันจึงโคตรดีสำหรับปัจเจกบุคคลโดยเฉพาะผู้หญิง กรุณาระลึกรู้ไว้เสมอว่านี่คืออาวุธลับของเราที่รัฐชาติมันกลัวชิบหายวายป่วง

ด้วยมันคือผู้รับใช้เราที่ลืมกำพืด คิดว่าตัวเองเป็นเจ้านาย ถ้าจะไม่มีไพร่ทาสเกิดใหม่ให้เจ้านายอย่างมันปกครอง ก็ให้มันไปเป็นเจ้านายหมูหมากาไก่ในเล้าเอา เราจะไปเดือดร้อนทำไม

ในเมื่อมันไม่เคยอยู่ร่วมโลกกับเราด้วยความจริงใจ ไม่เคยให้เกียรติเรา จำเป็นอะไรเราจะต้องไปยอมมัน เรายอมมันมาขนาดไหนแล้ว ถูกมันรีดไถมาแต่เกิด แต่พอไม่ได้ดั่งใจอะไรก็จับเราไปติดคุก อ้างนู่นอ้างนี่อ้างโคตรพ่อโคตรแม่ หลอกล่อลวงเราต่างๆนานา

ในที่สุดก็ถึงทีเรามั่ง..

ไม่อยากมีลูกก็ไม่ต้องมีครับ ไม่จำเป็น แสนสบายตัวสบายใจ ไม่มีภาระ ไม่มีลูกกวนตัวมีผัวกวนใจ เหงาขึ้นมานึกอยากจะไปนิ๊งหน่องกับใครก็ไป นึกอยากเที่ยวไหนก็เที่ยว ไม่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำเป็นควายให้มันสนตะพาย ทำพอมีเก็บสำหรับอยู่ตอนแก่ ถ้าอยู่ไม่ไหวก็ให้มันเลี้ยง มันไม่ยอมเลี้ยงก็แค่ตาย ...จะไปยากตรงไหน

เราเกิดมา ดำรงอยู่ มีคุณค่าที่เรามอบให้ตัวเอง แล้วก็ตายไป ..แสนจะดีงาม

มีแต่มันนั่นแหละเกิดมาจากความจอมปลอม ดำรงอยู่บนความจอมปลอม เลยกลัวกบฏตลอดเวลา พอเจอว่าไม่มีใครมาให้กูกดขี่อีกต่อไป ทีนี้ล่ะมาเดือดร้อนจะเป็นจะตาย

โคตรสมน้ำหน้า

ดังนั้นสุดท้ายผมจึงขอสรุปคำแนะนำได้อย่างเดียวครับว่า จงไม่มีลูกต่อไป

...การไม่มีลูกจงเจริญ

แม่มเอ้ย อ่านแล้วโคตรมัน

ยิ่งอ่านยิ่งพีค

ยิ่งอ่านยิ่งขยี้

อ่านแล้วมันเขี้ยวดีชิปหาย

จนอยากออกไปด่ารัฐบาลด้วยคน

nostr:nevent1qqs2y43tgjs53g4vx5qa6pxns982gjhg5sjpxzjme94aqzml6920hsspz9mhxue69uhkummnw3ezuamfdejj7q3qaxsvhla4qmgwmuf6x0mwfmtajapy008uz8sxd8gtfdvrqm8zel3qxpqqqqqqzh79zl4

Replying to Avatar satoshinawatomo

อารมณ์เสียกับแอพธนาคารหลายรอบละ จะดูยอดเงินก็ไม่ได้ โอนก็ช้า แถมยังต้องสูญเสีย privacy ในธุรกรรมของเราอีก

มีอยู่ตอนนึงกำลังรีบๆ ยังต้องมาเสียเวลาถูกบังคับให้ยืนยันตัวตนบ้าบออะไรก็ไม่รู้เพื่อเข้าถึงเงินในธนาคาร ทั้งๆ เงินทั้งหมดนั่นมันก็เป็นของเรา

ล่มก็บ่อย เวลาล่มนี่ เงินของเราในธนาคารเหมือนไม่ใช่ของเรา เราไม่สามารถใช้เงินของเราได้ กลายเป็นคนจนที่ไม่มีเงินจะจ่ายอะไรขึ้นมาทันที

แล้วมาบอกว่า Bitcoin ไม่เสถียร; สภาพเนอะ ตั้งแต่ที่ใช้มาตลอดไม่เคยมีตอนไหนที่ล่ม ส่งได้ในเวลาอันรวดเร็ว เงินของเราคือเป็นของเราจริงๆ เราอยากจะใช้ทำอะไรตอนไหนเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีใครมาห้ามอะไรได้ทั้งนั้น

ลองสักครั้ง: แล้วจะรู้ว่า เงินของเราที่เป็นของเราจริงๆ กันเงินที่คนอื่นทำให้เราคิดว่าเป็นของเรา มันต่างกันยังไง

Happy Birthday #Bitcoin 🎂

#siamstr

วันนี้ แอพม่วงผมล่ม เรียบร้อยช่วงบ่ายๆ

ที่ฮาคือล่มวันนี้

แล้วมีข่าว ธปท บอก

ถ้าล่มเกิน 8 ชั่วโมงต่อปี

จะปรับ สูงสุด 5 แสน ตายแล้วขนลุกขนพองไปหมด

ถ้าไม่แก้ไข 5000 บาท ต่อวัน โถววว สุดๆ

กาบควบแบบ Centalize ฮาก๊าก 555

แวะมาปัก time stamp สักหน่อย

จะต้องบอกว่านอกจาก bitcoin แล้ว

ก่อนหน้านี้ผมก็สนใจลงทุนหลายอย่าง

หนึ่งในนั้นคือ การลงทุนในหุ้น

(ผมอาจจะไม่เก่ง มือใหม่มากๆก็ได้)

แต่หลังๆผมเริ่มรู้สึก ขัดแย้ง ย้อนแย้งกับหุ้นบางตัว

โดยเฉพาะหลักการ การหาหุ้นดีๆสักตัว

หาหุ้นแข็งแกร่ง ที่มีกำแพงทำให้คู่แข่งหน้าใหม่

เข้ามายากไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี สถานที่

เงินลงทุนเบื้องต้น หรือกฏหมาย

มีน้อยราย ก็จะทำให้ต้นทุนต่ำก

ยิ่งถ้ากึ่งผูกขาดด้วยแล้ว บริษัทสามารถกำหนดราคาได้

ผลักภาระไปให้ผู้บริโภคได้ กำไรเพียบเลยทีนี้

เวลามีสัมภาษหรือให้ข้อมูลของบริษัท

จะเห็นเลย ว่าโอเค ปีนี้ เราจะลดโปรเหมาจ่าย

ให้ลูกค้ามาใช้แพคเกจที่มีราคาสูงขึ้น (อ้างว่าได้คุณภาพมากขึ้น)

ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มให้ผู้ใช้เห็นโฆษณามากขึ้นมั่งละ

ไม่จ่าย อ่านได้ เขียนไม่ได้มั่งละ

ถามในฐานะนักลงทุนว่าได้กำไรมั้ย

ก็ต้องตอบว่าได้

ถามว่าในฐานะผู้ใช้ว่าโอเคมั้ย

ก็ต้องตอบเลยว่าไม่

ซึ่งพอถึงตอนนี้ ผมจะเริ่มสับสนละเชี่ยไรวะเนี่ย

ใจนึงเราก็อยากให้ บริษัทแม่งกำไร จะได้เติบโต

อีกใจนึงของผู้บริโภคก็อยากให้แม่มมีการแข่งขัน

พวกแม่มจะไม่ได้เอารัดเอาเปรียบ

โดยเฉพาะกึ่งผู้ขาดในไทย เนี่ย

เยอะเหลือเกิน ล่าสุดตอนนี้ก็ TELECOM

สุดท้ายก็ต้องลงทุน เพื่อสนับสนุนพวกนี้เหรอวะ

บางที่อาจจะเพราะ

ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่บนโลกคู่ขนาน

โลกจริงอยู่บนพื้นฐาน FIAT

โลกแห่งความหวัง BITCOIN

-------------------------

มองโลกตอนนี้สิ่งที่มองเห็น

หลอกยิ่งกว่าผี

มันมีอะไรขัดแย่งกันเสมอ

โดยเฉพาะสิ่งที่หวัง กับ สิ่งที่เป็น

#siamstr

https://void.cat/d/3XTsVep7vQjedFMSk7CSox.webp

ปักไว้เตือนตัวเองสักหน่อย

พิมพ์อะไรคิดมีสติ

Edit ไม่ได้

ลบไม่ได้

...........

# พระพุทธเจ้า ทั้งในอดีต, อนาคตและในปัจจุบัน ล้วนแต่ตรัสรู้อริยสัจสี่

ภิกษุทั้งหลาย ! พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ใดๆ ได้ตรัสรู้ตามเป็นจริงไปแล้ว ในกาลยืดยาวนานฝ่ายอดีต, ท่านทั้งหลายเหล่านั้น ได้ตรัสรู้ตามเป็นจริง ซึ่งความจริงอันประเสริฐสี่อย่าง.

ภิกษุทั้งหลาย ! พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ใดๆ จักได้ตรัสรู้ตามเป็นจริง ต่อในกาลยืดยาวนานฝ่ายอนาคต, ท่านทั้งหลายเหล่านั้น ก็จักได้ตรัสรู้ตามเป็นจริง ซึ่งความจริงอันประเสริฐสี่อย่าง.

ภิกษุทั้งหลาย ! แม้พระอรหันตสัมมาสัมพุทธะ ผู้ตรัสรู้ตามเป็นจริงอยู่ ในกาลเป็นปัจจุบันนี้ ก็ได้ตรัสรู้อยู่ ซึ่งความจริงอันประเสริฐสี่อย่าง.

ความจริงอันประเสริฐสี่อย่างนั้น เหล่าไหนเล่า ? สี่อย่างคือ :- ความจริงอันประเสริฐคือ ทุกข์, ความจริงอันประเสริฐคือ เหตุให้เกิดทุกข์, ความจริงอันประเสริฐคือ ความดับไม่เหลือของทุกข์, และความจริงอันประเสริฐคือ ทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์.

ภิกษุทั้งหลาย ! เพราะเหตุนั้นในกรณีนี้ พวกเธอพึงทำความเพียร เพื่อให้รู้ตามเป็นจริงว่า “นี้ เป็นทุกข์, นี้ เป็นเหตุให้เกิดทุกข์, นี้ เป็นความดับไม่เหลือของทุกข์, นี้ เป็นทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือของทุกข์” ดังนี้เถิด.

***************************************

#ธรรมะ #พุทธวจน #เปิดทำที่ถูกปิด #คำสอนตถาคต #วันนี้วันดีมีธรรมมาฝาก #Nostr #Siamstr

***************************************

พึ่งเห็นว่ามี ไม่น่าเชื่อ...

ถ้ามีเพจที่น่าสนใจมากกว่านี้ คงได้ deactive

Facebook จริงๆ สักที

nostr:nevent1qqs2vx2x54rd44u83a4qrh259m7m4wc4860fnmyehz7h8f6qcc8vrgsppemhxue69uhkummn9ekx7mp0qgswcljvlkle5dthsycug4shh2au0447fwtqthfl56ahepkxjshy2qqrqsqqqqqpzsuzgr

Replying to Avatar chontit

เมื่อ 2-3 วันก่อนเห็นหลาย ๆ ท่านได้มาเล่าประสบการณ์เส้นทางการเข้ามาสู่โลกของ “บิตคอยน์” กัน .. ผมก็อยากจะขอแปะเป็นโน๊ตไว้บ้าง เผื่อในอนาคตกลับมาอ่านจะได้ยังรู้สึกว่าสิ่งนี้มันมีเรื่องราวนะ อิอิ 😁🧡🙏

ก่อนอื่น .. ถ้าคุณไม่ใช่ชาวเนิร์ด พวก Geek หรือคนที่มองโลกด้วยภาษา C แล้วล่ะก็…. คุณอาจจะเข้ามาด้วยผลกำไรอันล่อตาล่อใจจากคำว่า “ลงทุนในคริปโต” เหมือนผมแน่ ๆ 5555 😎

.

จุดเริ่มต้นของผมในโลกของบิตคอยน์ก็เช่นเดียวกัน .. ผมเริ่มต้นจากการหลงไปในคำพูดสวยหรูว่า "ลงทุนในเหรียญดิจิตอลเป็นอนาคตการเงินของโลก 👍" และได้เข้าสู่โลกของคริปโตเคอเรนซี่เต็มตัวเมื่อวันที่ 9 เมษายน ค.ศ.2021 เวลา 16:57:46 ซึ่งเป็นธุรกรรมแรกบน Bitkub และเหรียญที่ซื้อก็ คือ "USDT" ด้วยตอนนั้นยังไม่มีมีความเข้าใจแม้แต่น้อยว่าแต่ละเหรียญคืออะไร ทำหน้าที่อะไร .. ไม่รู้แม้กระทั่ง USDT มันก็คือ Peg กับเงินดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งไม่มีทางได้กำไรเป็น Order of Magnitude แน่ ๆ 55555 🥹

หลักจากนั้นไม่นานผมก็ไปหลงไหลในบรรดา "Shitcoins" ทั่ว ๆ ไป เพราะความรู้สึกที่ว่า "บิตคอยน์ราคาเป็นล้านบาท .. ถ้าเหรียญที่เราถือราคาแค่ไม่กี่ร้อยบาทตอนนี้มีราคาพุ่งไปเป็นล้านบาทบ้างละก็ .. สบายเลย" ผมก็เลยเก็บไว้ชะหลายเหรียญเลยแหละ กะว่าขึ้นสักเหรียญก็สบายละ 😏

ซึ่งเป็นความคิดที่แม่งโครตรปัญญาอ่อน คิดยังไงก็ไม่มีความฉลาดหลงเหลืออยู่เลย 5555 🤣

ระหว่างนั้นผมก็ไม่ได้ซื้อมาขายไปเป็นเดย์เทรดนะ มีเวลาว่างก็ไปตาม Youtuber บางช่อง ตามเพจในเฟชบุ๊ค และก็ไปศึกษา Defi เหมือนกับคนอื่นเค้า ... และก็ได้ไปทำฟงทำฟาร์มอะไรเล่น ๆ (ก็ไม่เล่นหรอกนะ ทำฟาร์มจริงจังเลยนี่แหละ)

Pancake, Definix, Six, Warden พวกนี้ คือ ฟาร์มหลักของผมเลย คู่เหรียญ Finix-WBNB มี %APR เป็น 100++ ยังไม่พอนะ .. บางส่วนแบ่งไปฝากไว้ใน Binance อีก เหรียญไหนกำไรดี ไปซื้อมาฝาก ๆ ๆ ๆ ... ถ้าเป็นแบบนี้ทำฟาร์มแค่ปีเดียวก็สบายละ แค่คิดก็เตรียมตัวลาออกจากงานประจำเลย (แต่เดชะบุญยังดีที่ไม่ลาออก 555)😊

อีกอย่าง .. เนื่องจากผมพอใช้ MS Excel เป็น ก็เลยทำตารางบัญชีซื้อขายด้วยมือเองทั้งหมด และก็จะเห็นว่าเหรียญไหนเราซื้อไปเท่าไหร่ กำไรเท่าไหร่ ขาดทุนเท่าไหร่ ทำเป็นกราฟ PNL สวยงาม ส่วนของ Defi ก็มีช่องบอกว่ากำไรวันละกี่บาทด้วย นั่งอัพเดทไฟล์ excel ตามราคาตลาดทุกวัน ทำแบบนี้ประมาณ 7-8 เดือน ... ก่อนที่จะรู้จักบิตคอยน์ 🙏🧡

.

ยอมรับว่าช่วงที่ราคาไปพีคสุด ๆ ตอนต้นเดือน พ.ย. ปลายปี 2021 ช่วงนั้นก็เริ่มเห็นคลิปอาจารย์ต๊ำโผล่มาบ้างละ พอลองฟังก็ฟังได้ไม่นานหรอก เพราะคลิปแกยาวเหลือเกิน 😁 และก็ได้ฟังคำเตือนของอาจารย์เองว่าตลาดจะเป็นยังไงต่อไป ... ด้วยความมั่นใจในศักยภาพของ Shitcoins ทั้งหลาย ผมก็เลยยังถือมันไว้แบบนั้นแหละ 55555 แต่ก็มีอะไรบางอย่างดลใจให้เริ่มฟังคลิป CDC Bitcoin Talk โดยเริ่มฟังที่ตอน #51 : Welcome welcome! (05/01/2021) และมันสนุกดีเว้ยยยย ... อีกอย่างผมเป็นคนที่สนใจเรื่องคอมพิวเตอร์อยู่แล้วเป็นพื้นฐาน จึงไล่ฟังมาเรื่อย ๆ เลย โดยเฉพาะตอนที่เกี่ยวกับ Technical ผมฟังประมาณตอนละไม่ต่ำกว่า 3 รอบ จนกว่าจะเข้าใจ

.

เมื่อตลาดหมีมาเยือน จาก Portfolio ที่กำไรเกือบ 60% ตอนพีค ๆ ... เริ่มลงมาเท่าทุน .. และก็เริ่มเป็นขาดทุน 😰 จนเมื่อถึงประมาณเดือน พ.ค.ปี 2022 ผมก็ตัดสินใจ Cut Loss เหรียญขยะทั้งหลายเป็นบิตคอยน์ทั้งหมด และไม่ลืมที่จะทำตาราง PNL เพื่อดูว่าขาดทุนจากความโง่ของตัวเองไปเท่าไหร่ รวม ๆ แล้วก็ประมาณ 2 พันดอลล่าร์แหะ (สำหรับบางคนอาจจะดูไม่เยอะหรอก แต่เงินนี้มันคือประมาณ 70% ของเงินเก็บของครอบครัวเราแหละ .. น้ำตาซึม) 😭

แต่ยอมรับว่าช่วงนี้พลพลนะ (ยังยิ้มได้) อาจเป็นเพราะเราไหวตัวทัน โดยใช้เวลาช่วงต้นปี 2022 ศึกษาบิตคอยน์อย่างจริงจัง ... จนพอเข้าใจถึงพื้นฐาน ความแข็งแกร่ง และอนาคตของบิตคอยน์แล้ว และหลังจากนั้นก็เป็นช่วงตลาดหมีเต็มตัว เราก็ทำได้แค่ stack sat ไปเรื่อย ๆ หากมีเงินก้อน หรือเงินเดือนหลังหักหนี้บัตรเครดิตเรียบร้อยแล้ว ก็เอาไปซื้อบิตคอยน์เก็บ ๆ ๆ ๆ ไว้ก่อน และก็ใช้เงินดำรงชีวิตเท่าที่เหลือติดบัญชี

จากยอดดอยเดิมที่สูญเสียไปกับค่าบทเรียน Shitcoins อันทรงเกียจแสนแพงอยู่ที่ประมาณ 58,000 usd/btc ตอนนี้ลงมาเหลือ 44,000 usd/btc แล้วแหละ พร้อมกับความเข้าใจอันแท้จริงที่เกิดจากการลงลึกไปหลุมกระต่ายกับพวกเราชาว Bitcoiner 🧡😊

ถึงแม้ว่าราคา ณ ตอนนี้จะขึ้นมาชะเยอะเชียว แต่ผมกลับอยากเห็นราคา 15,000 - 20,000 อีกครั้ง เพราะได้ sat เยอะดี 555

.

สุดท้ายนี้ต้องขอบอกว่า .. ขอบคุณอาจารย์ต๊ำผู้ซึ่งนั่งพูดถึงบิตคอยน์เป็นปี ๆ โดยไม่เหนื่อย ขอบคุณประสบการณ์การขาดทุนที่ผ่านมา ขอบคุณตัวเองที่ไม่ยอมแพ้ และขอบคุณทุก ๆ อย่างที่ส่งผลให้ผมหันมาศึกษาและเข้าใจบิตคอยน์ อีกทั้งต้องขอบคุณ "ครอบครัว 👨‍👩‍👧" ที่ยอมรับในผลของการกระทำโดยที่ไม่กล่าวว่าร้ายหรือซ้ำเติมที่ผมเอาเงินครอบครัวไปทำติดลบ 70% ... และหวังว่าวันนึงภรรยาผมจะหลงเข้ามาในทุ่งม่วงและเธอก็น่าจะได้มาอ่านโน๊ตนี้ของผมเนาะ 👩‍❤️‍👨

สุดท้ายนี้ (อีกที) .. มีคำกล่าวที่ว่า "ทุกคนจะได้บิตคอยน์ในราคาที่เหมาะสม" เป็นคำพูดที่ไม่เกินจริงเลย 🧡

#siamstr

ผมว่าผมก็ทำ excel ละนะ

แต่นี่ทำดีกว่าผมอีกนะเนี่ย...

สู้ๆครับ ทีมเดียวกันเลย

สวัสดีครับ

ยินดีต้อนรับ...

Replying to Avatar teemie ⚡

เราเข้ามาใน bitcoin ได้ยังไงนะ

ผมได้ยิน bitcoin แบบแว๊บๆ มาหลายครั้ง แม้จะจำช่วงเวลาที่แน่ชัดไม่ได้ แต่ไม่ใช่คนที่ไม่รู้จัก bitcoin มาก่อนแน่ๆ แต่ในช่วงเวลานั้นไม่เคยสนใจมันแม้แต่น้อย เข้าใจว่ามันเป็นเงินพวก geek ที่สร้างมาเล่น เก็งกำไรกัน อีกทั้งเราฟังแต่นักลงทุนสาย VI ซึ่งเอาแต่ด่า bitcoin ความคิดตอนนั้นยังเชื่อว่ามันจะสร้างปัญหาในอนาคตจนอาจเกิดวิกฤติได้

แต่เมื่อประมาณปี 2019 ช่วง facebook จะสร้างสกุลเงิน libra และ bitkub เริ่มโปรโมตคุณท็อปออกรายการเยอะ พอได้ฟังคุณท๊อปเริ่มสนใจเทคโนโลยี blockchain เปิดบัญชี bitkub ไว้ แต่ก็ยังไม่กล้าซื้ออะไร ผ่านมาปีถัดไป 2020 ราคา bitcoin ร่วงเหลือสองแสนกว่าบาท ยังคิดในใจว่าโชคดีที่ไม่ซื้อไว้

ต้นปี 2021 ราคา btc ขึ้นไปเกิน 1 ล้านบาท ผมเองตกใจกับราคาที่ขึ้นไปอย่างมากในเวลาอันรวดเร็ว เริ่มสนใจว่ามันคืออะไรนะ เริ่มหาใน youtube ฟังช่องพี่บิต และได้ว้าวกับคลิปที่พี่บิตคุยกับอาจารย์ตั๊ม และเริ่มซื้อ btc ครั้งแรกด้วยเงิน 500 บาทในวันที่ 9 มกราคม 2021

หลังจากนั้นก็นั่งไล่ฟัง cdc bitcoin talk เยอะมาก แต่ความโลภก็เกิดขึ้น เราเริ่มสนใจใน defi เข้าไปเล่น defi ใน bnb บ้าง ในใจคิดว่าราคา btc ผันผวนมาก วางแผนซื้อ btc แบบ dca แต่เงินก้อนที่มีก็อยากได้ yield ผลตอบแทนบ้าง จึงนำเงินไปล็อคไว้ใน defi แล้วค่อยทยอยถอนออกมาซื้อ btc อีกที

ความซวยมันอยู่ตรงที่เริ่มเข้าไปเล่นใน terra anchor ซึ่งเป็น defi บน Luna นั่นเอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ Luna ทุกคนคงรู้อยู่แล้ว ผมโดนผลกระทบแบบเต็มที่ เงินที่อยู่ใน Luna หายไปเหลือไม่ถึงครึ่ง ยังดีที่ขายหนีออกมาได้บางส่วน ช่วงนั้นมี btc พอสมควรแต่ราคาก็ร่วงเละ ปลายปี 2022 นั่งดูพอร์ตคลิปโตติดลบกว่า -70% ผมเบนความสนใจมาที่เทคโนโลยี lightning network เรียนรู้จากอาจารย์เดชา และเข้าใจเลยว่า defi ที่เล่นกันมันแค่ใช้ความโลภมาหลอกเงินกัน

ราคา bitcoin ในวันนี้ทำให้พอร์ตของผมเริ่มเท่าทุน (รวมผลขาดทุนของ luna ด้วย) และมีกำไรบ้าง แต่ในใจยังไม่อยากให้มันขึ้นเลย อยากเก็บของต่อ 555 แม้จะราคาแพงขึ้นแต่ก็ยังซื้อเหมือนเดิมนะ

#siamstr #satsday

ส่วนผมนั้นโดน ruh pull กับ gamefi

โชคดีที่ไม่โลภมาก ก็เลยพังไม่มาก

Replying to Avatar tukjedsadatik

--สวัสดีครับผมตุ๊กเจษฏาติ๊ก ผมรับหน้าที่ดูแลเขตพันธุ์สัตว์ป่า ชายแดนทุ่งม่วง โซนไฟนรก--

ถ้าคุณเดินหลงมาโซนนี้. แสดงว่าคุณเริ่มอิ่มเอมกับโซนตรงกลางที่เรียกว่าโซนโอเอซิสที่เต็มไปด้วยความรู้ พืชพันธุ์สัตว์ป่าน้อยใหญ่ แม่น้ำที่เต็มไปด้วยน้ำสะอาดให้ทุกคนดื่มกิน

.

ตรงนี้แห้งแล้ง ร้อนแรง พร้อมให้ทุกคนได้ปลดเปลื้องอารมณ์ขุ่นมัวที่คุณสะสมมาในระหว่างวัน

.

อย่าเพิ่งหันหลังกลับไป ผมจะเล่าอะไรให้ฟัง

.

สาระคืออะไร

.

สาระเป็นความชอบส่วนบุคคล เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา โตไปตามวัย สิ่งๆเดียวกันจะมีสาระไม่เหมือนกัน ตามสถานการณ์ต่างๆที่เราพบเจอในชีวิต เช่นถ้าคุณกำลังทำงานอย่างหนักจนไม่มีเวลา การ์ตูนจะเป็นสิ่งที่ไร้สาระสุดๆในชีวิตคุณ เพราะคุณกำลังรีบทำบางสิ่งบางอย่างให้สำเร็จลุล่วง

.

แต่ถ้าวันไหนคุณเหนื่อยล้าจนแทบบ้า ชีวิตแม่งมีแต่ปัญหาชิบหายวายวอด คุณรู้สึกคิดถึงสมัยอดีต อยากทิ้งทุกอย่าง คุณหย่อนตูดบนโซฟาเปิดการ์ตูนดู แล้วคุณมีความสุข การ์ตูนก็จะมีสาระกับคุณในช่วงเวลานั้น

.

กางเกงในเสื้อผ้าหล่นกองอยู่เต็มพื้น แต่คุณเสือกอารมณ์ดี เอามันมาเรียงเป็นรูปหน้าโมนาลิซ่า แล้วแม่งดันเจ๋งไม่เบาอีก จากเรื่องเลอะเทอะสกปรกก็กลายเป็นมีสาระได้

.

การรับสารที่มีสาระนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลจะกรองสาระนั้นอย่างไร

.

แต่บอกเลย ความไร้สาระแม่งใช้สมองเยอะไม่แพ้เรื่องมีสาระแน่นอน

.

และความฝันของผมคืออยากผนวกความรู้ในนี้ ผสมผสานกับความไร้สาระของผม เป็นบทความดีๆซักอันนึง ผมเรียกสไตล์การเขียนสาระ+ไร้สาระ=ไซรารุ ไม่มีความหมายแต่มันคือตัวผม

.

แต่ตอนนี้ยังไม่รู้จะทำไงหว่ะ

.

T.tukjedsadatik

#ไซรารุ

#siamstr

ผมที่แสวงหาสาระ มากมายช่วงนี้

ทำให้ผมต้องย้อนมาคิดอีกที..

สะกิดใจได้ตั้งแต่เช้าเลย

nostr:nevent1qqsdkylkzwjqe245jt5vht5f2shqe407qyrerj4qag4q9qf8uch8rqsppemhxue69uhkummn9ekx7mp0qgs90jvjzm43r86ty6pvtqst4vnjluczlt5fh83jak6n35x0ve3ar3crqsqqqqqpmju7ej

ยิ้มรับวันใหม่ ยิ้มให้แก่กัน

(ไม่เด็กแล้วนะ)

พวกเราเบิกบานรีบมาเร็วไว

GM

จิ้งจอกมาก สวยงามมาก

Welcome to parallel world

มีคำถามครับคุณหมอ...

เคยได้ยินว่า...

ก่อนนอนให้แปรงลิ้น

ลดเชื้อแบคทีเรีย

ความเชื่อนี้ถูกต้องมั้ยครับ

แฟนผมบังคับผมตลอดเลย