Avatar
Code Name C
ee1f5407f9b7bdbf40bfdcb8ce00c84b234ffdf0ed0c6bfb5b2181104f54b986
User,SKY,Bitcoin,craft beer,Sharing economy 🏴‍☠️🧭☮️⚡🔑 🩵💚🦜🌻🐒🌈🍭🪐🔭🚀📷🎞️🎙️🍻💡
Replying to Avatar Khing_T21

บัณฑิตหนุ่มถือบิตคอยน์ แต่ใจของเขาร้อนรน

ยามราคาลงเขากังวล พร่ำถามตัวเองว่าควรขายดีหรือไม่

ยามราคาขึ้นเขาก็กระวนกระวาย พร่ำถามตัวเองว่าตรงนี้ถึงเป้าหมายแล้วหรือยัง

เจ้าหนุ่มไม่เข้าใจ ใยเงินที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างที่เขาร่ำลือ จึงถือแล้วแผดเผาหัวใจ ดั่งถ่านไฟประลัยกัลป์

บัณฑิตหนุ่มจึงไปพบนักปราชญ์ สอบถามปัญหาที่ค้างคาใจ

นักปราชญ์ได้สดับตลอดเรื่องราวแล้วก็ยกนิ้วขึ้น ชี้ไปที่เบื้องเท้าของเจ้าหนุ่มตรงหน้า

นักปราชญ์เอ่ยว่า บัณฑิตเอ๋ย เมื่อเจ้าซื้อรองเท้า เจ้าอยากได้อะไร

บัณฑิตตอบว่า ข้าซื้อรองเท้า เพราะอยากได้รองเท้า เอาไว้สวมใส่

ปราชญ์เฒ่าได้ฟังคำตอบก็พอใจ ยกปลายนิ้วสูงขึ้น ถามต่อว่า บัณฑิตเอ๋ย เมื่อเจ้าซื้อเสื้อ เจ้าอยากได้อะไร

บัณฑิตตอบว่า ข้าซื้อเสื้อ เพราะอยากได้เสื้อ เอาไว้ห่มคลุมกาย

อาจารย์ปราชญ์เร่งถามต่อ เช่นนั้นเจ้าบัณฑิตเอ๋ย เมื่อเจ้าซื้อบิตคอยน์ เจ้าอยากได้อะไร

ครั้งนี้บัณฑิตหนุ่มได้ฟังคำถาม กลับอึ้งเงียบไป

ผู้ปราชญ์เห็นดังนั้นจึงอธิบายพลัน เจ้าซื้อบิตคอยน์โดยมิได้อยากได้บิตคอยน์ แท้จริงแล้วเจ้าอยากได้ทรัพย์ศฤงคาร อยากได้คฤหาสน์เพนเฮาส์ อยากขี่แลมโบ อยากกินโอมากาเสะ

ยามบิตคอยน์ราคาลงเจ้าก็ร้อนรน เพราะใจเจ้าเอาแต่นึกถึงสิ่งที่สูญเสียไป โอ้ นั่นบุฟเฟ่ต์มื้อหนี่งเชียว โอ้ นั่นทริปเที่ยวญี่ปุ่นเชียว

ยามราคาบิตคอยน์ขึ้นเจ้าก็ร้อนรน เพราะเจ้าคิดว่ากำไรที่ได้มา เทียบเคียงเป็นของที่เจ้าอยากได้ จากนั้นก็กลัวว่าจะสูญเสียมันไป จ้องแต่จะหาจังหวะขายให้ทันการ

ใจเจ้าไม่เคยเห็นบิตคอยน์เป็นบิตคอยน์เลย อย่างนี้จะเรียกถือบิตคอยน์ได้อย่างไร

ในมือเจ้าถือฮาร์ดแวร์ วอลเล็ต แต่ในใจเจ้าถือแต่เฟียตเต็มไปหมด สิ่งที่แผดเผาใจเจ้าไม่ใช่บิตคอยน์ แต่คือเฟียต

หากเจ้าไม่เรียนรู้ที่จะวางเฟียตลง เจ้าจะไม่มีวันถือบิตคอยน์ได้เลย

บัณฑิตได้ฟังคำตอบแล้วก็เข้าใจขึ้นมาบ้าง สำนึกรู้ว่าเส้นทางบิตคอยเนอร์ของเขายังอีกยาวไกล

ก่อนจะจากลา เขาแอบเห็นนักปราชญ์ตรงหน้าแอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูกราฟราคา จึงถามว่า ท่านอาจารย์เองก็วงเฟียตได้แล้ว ใยจึงยังต้องใส่ใจมูลค่าในหน่วยเงินเฟียตเล่า

ปราชญ์ได้ฟังดังนั้นก็ส่งเสียงหึเบาๆ แล้วหันมา

ก็โบนัสปลายปีข้า มันออกเป็นเฟียตนี่หว่า...

มึงอย่ารีบขึ้นนะเว้ย...

#Siamstr

อย่าชอบเลยครับ

สวัสดีครับ ยินดีตอนรับ

Replying to ExchThai

เปิดเทอมใหม่ ภาคเรียนที่ 2/2566

ผมไม่เคยกระตือรือร้นอย่างนี้มาก่อน ผมขอสอนตามภาระกิจ โดยไม่ต้องมีใครมาประกบคู่ วิชาอะไรก็ได้ แต่ต้องไม่มากเกินไป เพราะผมมีภาระกิจอื่นค่อนข้างมากโข ผมต้องการสอนในคาบแรกของทุกวัน เพื่อจะให้เด็กๆ มาเจอกับผมก่อนในทุกๆ วัน ผม่ไม่อาจสอนได้ตลอดวันแน่ๆ แต่ผมเชื่อว่า ในคาบแรก เด็กๆ จะต้องได้รับพลังบวกอันมากมายมหาศาลของผมในขณะนี้ ให้เขาได้เบิกบานก่อนในตอนเช้า เพื่อที่เขาจะได้ไปเจอครูคนอื่นๆ ที่มีทั้งบวกและลบ ที่เราไม่อาจรู้ได้

ผมสอนในกลุ่มสาระการงานฯ วิชา เศรษฐกิจพอเพียง และอาชีพท้องถิ่น (ผมเลือกที่จะเปลี่ยนหลักสูตรทันที เพราะนี่เป็นวิชาเพิ่มเติม) ผมสอนนักเรียนชั้น ม.4-6 ทุกห้อง ผมเลือกสอนเด็กโต เพราะเขาจะมีเวลาอยู่กับผมแค่ถึง ม.6 นักเรียน ม.ปลาย ผมมีชั้นละ 1 ห้อง ไม่ต้องกังวล ผมสอนแค่ 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ผมวางแผนไว้ตลอดช่วงปิดเทอมไว้แล้ว ว่าจะสอนอะไร หึหึหึ

1 พ.ย. 2566 วันเปิดภาคเรียนที่ผมรอคอยก็มาถึง คาบแรกวิชาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ผมสอน ผมเริ่มด้วยเรื่องของ "เงิน" ในทันที 55 ผมไม่ต้องทำสื่อการสอนเรื่องนี้ เพราะในโลกของทุ่งม่วง โลกของบิตคอยเนอร์ นั้นมีเต็มไปหมด จนผมใช้เวลาค่อนข้างมากที่ต้องเลือกสื่อเพื่อเริ่ม "ป้ายยา" สุดท้ายหวยก็ไปออกที่คลิปๆ นึง ของสาวน้อยแสนสวยแห่งไรท์ชิพ น้องนิ่ม นั่นเอง แต่ผมเลือกที่เปิดคลิปเพียง 20 วินาที โดยยังไม่เริ่มเรื่องของบิทคอยล์ โดยคลิปเป็นระยะๆ เพื่ออธิบายเสริมเพิ่มเติม เช่น ประวัติการใช้ เปลือกหอย วัว หินราย ทองคำ และ เงินเฟียต เด็กๆ มีท่าทีสนใจอย่างมาก จนเวลา 1 ชั่วโมงหมดไปอย่างรวดเร็ว .. สำเร็จ..

https://youtube.com/shorts/PN1LSra_uac?si=qEy54mI8MOEd15Ia

#siamstr

แอบอิจฉาเด็กสมัยนี้เลย สมัยผมเรียนไม่ค่อยมีวิชาด้านการเงินเลยครับ

Replying to Avatar Bow RightShift

3 Nov Happy birthday RightShift

วันนี้พวกเราครบรอบ 1 ขวบ อย่างเป็นทางการ

อ. ตั๊ม กับ นายแจ๊คไม่รู้หรอก เพราะคนจดทะเบียนบริษัทนั่นนะ เป็นนายสมนึกต่างหาก แต่นายสมนึกไม่น่าจะจำได้ เพราะหลักจากจดเสร็จ ทุกอย่างก็มากองที่เราเอง วนไปสรรพากรไม่รู้กี่รอบ เลือกสีเสื้อมงคลไม่รู้กี่ตัว จนทุกอย่างเสร็จสิ้นทันเปิดขายตั๋วงาน BTC พอดิบพอดี

เพราะฉะนั้น วันนี้ทางสะดวก ไม่มี longform มาตัดหน้าแม่แน่ๆ

เอาล่ะ เราแค่อยากจะเล่าให้ฟัง

พวกเราเริ่มต้นกันแบบง่ายๆ เป้าหมายแค่เผยแพร่ความรู้ พวกเราเริ่มต้นที่เลข 1 แล้วตามด้วยเลข 0 เพียงแค่ห้าตัว ด้วยสัดส่วนที่เท่ากันของผู้ก่อตั้ง 5 คน อ. ตั๊ม คุณลุงโฉลก นายแจ๊ค สมนึก และเราเอง

กองทัพของเราเจอกันครั้งแรกนั่นก็ตามที่ Jakk Goodday ได้เล่าไปแล้ว อาหารมื้อแรกที่เรากินด้วยกัน นั่นก็ตามที่น้องนิ่มได้เล่นเกมแจกตุ๊กไปแล้วเช่นกัน

ทุกวันนี้กองทัพเรามีสมาชิก 16 คน

แน่นอนมีคนเดียวที่ได้เงินเดือน นั่นก็คือมือ graphic ประจำบริษัท คุณตุ้ย เจ้าของผลงาน art work ทุกชิ้นที่ทุกคนได้เห็นกัน แต่นั่นก็ไม่ใช่เงินที่เยอะอะไร น้อยกว่าค่าจ้างพนง. พาร์ทไทม์เสียด้วยซ้ำ

ส่วนที่เหลือน่ะเหรอ..หึหึ.. ค่าน้ำมันรถ ได้บ้างไม่ได้บ้าง ค่าอุปกรณ์ ที่ใช้เงินส่วนตัวออกเองกันไปบ้าง ของมือสอง ที่ผลัดกันส่งต่อกันบ้าง

ผ่านไปสามสี่เดือน เรายังไม่สามารถจ่ายเงินเดือนพวกเค้าได้ เราตัดสินใจใช้ sat ส่วนนึง แจกให้กับกองทัพ เพื่อแทนคำขอบคุณ เราทำแบบนี้ ทุกๆ 4เดือน พอจ่ายด้วยsat นานๆเข้า เราก็รู้สึกว่าเฮ้ะ มันก็ดีนะ มันเหมือนเตรียมตัวย้ายจักรวาล ทำงานแลก sat เตรียมย้าย

ประโยคนึงที่ได้พูดกับพวกเค้าในวันสุดท้ายของงาน BTC หลังจากที่อ. ตั๊ม ได้โยนคำถามมาว่า "ทำไมถึงยอมให้ทำ" น้ำตารื้นทันที แต่โชคดีที่ดันทำแก้วแตก เลยพอจะดึงสติกลับมาได้ เราไม่ได้ตอบคำถามที่โดนถามหรอกนะแต่ เป็นการพูดกับพวกเค้าแทน

"มันไม่ไม่กี่องค์กรหรอกนะ ที่เราพูดแค่เป้าหมาย แล้วทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ พวกเราขาดใครคนใดคนนึงไม่ได้ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยซัพพอร์ตกัน และก็ขอให้พวกเราไปถึงเป้าหมายที่เรามีร่วมกัน แล้วก็ช่วยอ.ตั๊มไปนานๆ"

สิ่งที่ช่วยให้ทีมใจฟูขึ้นไปอีก ก็ตอนหลังงาน BTC ที่พวกเราได้รับรู้ถึงความรู้สึกอิ่มเอม ตื้นตัน ดีใจ ตื่นเต้น แถมยังมีผู้สนับสนุนใจดีส่งเงินมาซัพพอร์ตหลังจากงานจบ รวมทั้ง โอเพ่นดามจากพี่ปณัยด้วย

มาถึงวันนี้ ครบรอบ 1 ขวบ แล้ว ความรู้สึกผิดที่ไม่ได้จ่ายเงินเดือนก็เริ่มหายไปแล้วสิ ทำไมนะ หรือเพราะว่าตอนนี้ทุกคนดูมีความสุข และโลดแล่นกับบทบาทของตัวเอง ไม่เหมือนตอนเริ่มใหม่ๆ ที่ดูจะอึดอัด ติดขัดไปหมด

งั้นขอใช้วันดีวันนี้ ขอบคุณเรียงตัวเลยละกัน

ขอบคุณสมนึก ที่ทำงานแทนเราในด้านที่เราไม่ถนัดเอาซ้ะเลย ทั้งบี้ราคา ทดลองผ้า ถามเซ้าซี้ เช็คสต๊อก ส่งของ คุยกับบัญชี เจาะแจ้ะ ตอบแชท เคลียร์ลานทัวร์

ขอบคุณพี่เป็ด ที่เป็นผู้ใหญ่ของทีม ดูแลบ้านและคนในบ้านอย่างใจเย็น ทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน

ขอบคุณนายแจ๊ค ที่สามารถคัดสรรบุคลากรคุณภาพและรักษาพวกเขาไว้ ถึงแม้สภาพร่างนายจะดูโรยรา หรือนายจะอ้วกตามทางรถไฟ ก็ไม่เป็นไร แต่ขอร้อง ตัดผมเถอะ!

ขอบคุณประธานซุป ที่โค่นอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จ ผู้สร้างผลงานตัดต่อแฝดซุป เรียกแขก จนกระทั่งทำเซอร์เวอร์ล่ม ผู้สร้างผลงาน บิตคอยน์คือทางออก และผู้สร้างตำนานการล่าแซตด้วยแรมและการมาส์กหน้า

ขอบคุณจิงโจ้ ที่เติบโตมาได้อย่างดี ผู้ชายที่ดูจะหยาบกร้าน แต่ใช้ภาษาได้เหมือนร่ายเวทย์ มือแปลและมือเขียนคนสำคัญ ผู้สิงตัวอยู่กับตัวหนังสือในตอนเช้า อยู่กับเนื้อตอนบ่าย อยู่กับไก่ตอนเย็น และอยู่กับแก้วโดเรม่อนตอนไลฟ์

ขอบคุณขิง ที่เป็นนักเล่าที่ดี นักคิดที่เก่ง นายรู้ตัวมั้ย นายจะเป็นร่างโคลนปิรันย่าแล้วนะ เตรียมตัวเป็นนักเรียนของจารย์ขิงกันได้เลย

ขอบคุณอาร์ม ที่เป็นนักค้นคว้า นักทดลอง ผู้อ่อนน้อมและอดทน ชายไทยผู้ไลฟ์ใน zapstream เป็นคนแรก ขอบคุณที่คอยซัพพอร์ตในทุกๆเรื่อง

ขอบคุณหมอนิว ที่เป็นตัวของตัวเอง เป็นคุณหมอที่พร้อมซัพพอร์ตทีม เป็นมือตัดต่อช่วยท่านประธาน แถมเป็นแอ้คหลุมรับทัวร์ได้อีกจะหาก

ขอบคุณน้องนิ่ม ที่ในที่สุดก็กล้าออกแจมสภายาส้มด้วยตัวเอง มือเย็บตุ๊กตาของทีม เอาจริงๆ เย็บสวยกว่าร้านอี๊กก เตรียมแซตรออุดหนุนผลงานน้องนิ่มละนะ

ขอบคุณพี่พง ที่คอยเป็นกำลังหลัก และกำลังเสริมด้านการถ่ายทำ ถึงแม้งานจะรัดตัวขนาดไหน ก็ยังปลีกตัวมาช่วยพวกเราเสมอ

ขอบคุณคุณตุ้ย ที่สามารถเสกสภาพสวยๆ จากลายเส้นกากๆของอาร์ม หรือจากบรีฟคำไม่กี่คำของซุป ได้เหนือความคาดหมายทุกครั้ง

ขอบคุณอิสระ ที่ทำให้รู้ว่าเด็ก 18 ที่มีสมองดีเกินอายุไปหลายเท่านั้น ไม่ใช่แค่สมองที่แก่ แต่มุกก็แก่ด้วย

ขอบคุณเทนโด้ ที่เข้ามาเติมสีสันให้ทีมดูครึกครื้น แถมยังมีไอเดียสนุกๆพุ่งไปพุ่งมาตลอดเวลา

ขอบคุณมิวนิค ที่ในที่สุด นาย ก็ เปิด ตัว ซ้ะ ที มาทำให้โลกรู้กัน ว่านายเจ๋งขนาดไหน

ถ้าถามเราว่า Right Shift จะไปไหน เราตอบได้แค่ว่า พวกเราเป็น your everyday bitcoin ไม่จะไปทางไหน พวกเราจะไปด้วยกัน น้องๆแต่ละคนจะเติบโตและสร้างสรรค์คุณค่าของเค้าเอง และพวกเรามีเป้าหมายเดียวกัน คุณค่าที่พวกเราสร้างจะส่งต่อไปให้คนรุ่นถัดๆไป

ถ้าถามว่าแม่โบว์อยากบอกอะไรน้องๆมั้ย เราก็จะบอกว่าชีวิตมีแค่นี้ ใช้ซ้ะ ใช้ให้สนุก ใช้ให้สมวัย บางทีพวกนายก็จริงจังเกิ้นนนนนนน

ส่วนคำตอบที่อ. ตั๊มถามน่ะเหรอ ตอบง่ายมาก แต่มันพูดยากมาก

"ทำไมถึงยอมให้ทำ"

"ถ้าตั๊มไม่ทำแล้วใครจะทำ ถ้าต้องทำแล้ว ก็ทำให้ดีที่สุด ถ้าอยากทำให้ดีที่สุด ก็ต้องช่วยกัน"

นี่คือภาพความรกบนตู้เย็น ข้อความเล็กๆ บนกระดาษสีชมพูนั่น ถูกแปะมากับลังขนมลังเบ้อเร้อ เมื่อประมาณ 2 หรือ 3ปีที่แล้ว เป็นตอนที่ยอ. ยังจับทิศอะไรๆ ไม่ถูกซ้ะด้วยซ้ำ แต่เชื่อมั้ย นั่นเป็นกำลังใจแรกที่ทำให้เชื่อมั่นว่าเรามาถูกทาง

ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ฮ้ะ

ขอให้เป็นวันที่ดี

ปล. เดินทางปลอดภัยนะฮ้ะ ทีม meet up

#siamstr

ติดตามผลงานตลอด ยินดีด้วยนะครับ 🧡⚡🔑

Happy 15 ปี Bitcoin White Paper

คิดถึงสมัยครั้งแรกที่ได้เจอกันเลย

ไถเฟสบุ๊คไปเจอข่าว ไวรัสเรียกค่าไถ่อะไรกันว่ะ ชื่อ WannaCry ชื่อเหมือนกะยี่ห้อน้ำตาลเลย อ่านไปสักพักไปเจอ บิตคอยน์ ในใจคิดอะไรอีก ทำไมเอ็งไม่เอาเงิน สรรหาแต่ของแปลกๆรับกัน คิดตอนนั้น มันจะเอาไปทำอะไรของมันต้องมีอะไรแน่ๆ ถึงกับยอมรับมัน ลำบากคนที่ติดไวรัสต้องไปรับแลกอีก ไอ้เราก็อยากรู้ขึ้นมาบ้างทีนี้ก็หาข้อมูลกันวุ่นเลย ตามอ่าน White Paper งงไปหมด สมัยนั้นยังไม่เข้าใจอะไรเลย แต่ก็พอจะเป็นโพรงกระต่ายให้เข้ามาจนถึงทุกวันนี้

โพสต์สองบนกลุ่ม #siamstr

ผิดถูกประการใดขออภัยด้วยครับ จริงๆยาวกว่านี้อีก

คิดว่าผมเป็นคนเดียวซะอีก

Replying to Avatar AM I

จารย์หมอเดชาบ่นในเฟสอ่านแล้วมันส์ดีแชร์ต่อในทุ่งม่วง

#siamstr

1. ทำไมผมไม่สามารถพูดถึงสาเหตุของวิกฤตประชากรเกิดน้อยในเชิงลึกได้อย่างที่อยากจะพูดในรายการคุณจอมขวัญ

คุณจอมขวัญเป็นพิธีกรที่พัฒนามาจากสาย news reporter ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในเมืองไทย ถ้าเป็นงานข่าวเชิงลึกด้านสังคมและการเมือง ผมถือว่าคุณจอมขวัญเก่งที่สุด แต่คุณจอมขวัญไม่ใช่นักวิชาการหรือมาสาย documentarist ดังนั้นพอผมดันทุรังจะไปในเชิงลึกในรายการ เราก็จะจูนกันไม่ติดเป็นธรรมดา

ผมพยายามจะ discourse ปัญหาทางสาธารณสุขในรายการหลายครั้งแต่ failed เกือบหมด ดังนั้นไม่ต้องไปถึงเรื่อง Medical Gaze ของฟูโกต์ที่ผมรับปากไว้เลย เอาแค่เรื่อง Medicalization (แปลเป็นไทยแบบชุ่ยๆได้ว่า อะไรก็ทำให้เป็นเรื่องทางการแพทย์) ก็ไปไม่รอดแล้วครับ

ก็เหมือนกับที่ผมเคยเตือนอาจารย์ทางนี้ไว้หลายครั้งแต่ตัวเองดันมาทำซะเอง คุณจะไปสลายโครงสร้างของอำนาจรัฐในขณะที่ประชาชนยังเรียกร้องอำนาจรัฐให้ดูแลสวัสดิการของตนอยู่ ...ไม่ง่ายครับ

ผมจึงได้ข้อสรุปว่า ออกรายการ ต้องพูดเรื่องที่ง่าย เรื่องที่คนอยากฟัง เราทำได้แค่ให้ความรู้เชิงสุขศึกษากับประชาชน

อยากวิเคราะห์เชิงลึก ต้องมาเขียนใน facebook เพราะอย่างมากก็ไม่มีคนอ่าน แต่ไม่ถึงกับเดือดร้อนรายการคนอื่น

ดังนั้นผมจะมาพูดเรื่อง low birth rate crisis ตรงนี้แหละ

...

2. คำแนะนำต่อรัฐสำหรับวิกฤตอัตราการเกิดต่ำ

2.1 ผมจะไม่ทำให้คุณเชื่ออย่างที่ผมเชื่อ ผมสิ้นหวังกับคุณในด้านนี้ไปแล้ว ถ้าคุณไม่ยอมเชื่อว่ามันเกี่ยวกับความเครียดของสังคม ไม่ยอมเชื่อว่ามันเป็นการระบาดของความสิ้นหวังในคนรุ่นใหม่ ก็แล้วแต่คุณเลย ...ผมขอร้องอย่างเดียว

อย่าได้ใช้ Draconian Policy แบบอิหร่านในการแก้ปัญหาเป็นอันขาด (อิหร่านใช้วิธีจำกัดการเข้าถึงยาคุมด้วยกลไกทางกฎหมาย)

ต่อให้อัตราการเกิดต่ำเป็น side effect ของเสรีภาพ แต่ไม่มีทางที่คุณจะแก้มันได้ด้วยการเอาเสรีภาพกลับคืน อิหร่านล้มเหลวในการนี้จนถึงขนาดต้องเลือกใช้สงครามเป็นการแก้ปัญหา ซึ่งเดี๋ยวผมจะอธิบายต่อไป

2.2 Pro-Natalist Funding (การแจกเงินให้คนมีลูก) ที่เกือบทุกประเทศที่เจอปัญหานี้เลือกใช้นั้น คุณก็คงทราบดีอยู่แล้วว่าได้ผลแค่ 2 ประเทศ

ทั้งฝรั่งเศสและสวีเดนได้ผลนั้น ผมเชื่อว่าได้ผลจาก Social Campaign & State Attitude มากกว่าแค่เรื่อง Funding เพียงอย่างเดียว แล้วแม้กระทั่งว่ามันได้ผลจริง แต่ตอนนี้ตัวเลขออกมาแล้วว่าผลนั้นอาจจะไม่ยั่งยืน มีความเป็นไปได้สูงมากว่าฝรั่งเศสและสวีเดนอาจจะหมดตูดกับการนี้ แล้วทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม

ปัญหาของเราซับซ้อนกว่านั้นอีก ประเทศเราจนกว่าฝรั่งเศสและสวีเดนมหาศาล คุณก็รู้

คุณจะเอาเงินที่ไหนมาแจกได้อีก 50 ปี 100 ปี แค่เรื่องคนแก่คุณเอาตัวให้รอดก่อน นั่นก็หายนะรออีกด้านนึง ระวังแก้กันไปกันมาจะพัวพันอีรุงตุงนังเป็นวัวพันหลักแล้วแก้อะไรไม่ได้เลย

ซึ่งผมดูแววจากความเข้าใจปัญหาด้านนี้ของคุณแล้ว มีสิทธิ์สูงมากที่คุณจะพันหลักหกล้มคะมำในเวลาอันใกล้นี้

2.3 มีแค่ 2 ประเทศในโลกนี้เท่านั้นที่แก้ปัญหานี้ได้ผลจริงด้วยการแก้ที่อื่น ด้วยการยอมรับความจริง ยอมรับว่าปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาด้วยตัวของมันเอง

คนเกิดน้อย คนน้อยลง จะเป็นอะไรไปล่ะ? เศรษฐกิจหดตัว ใครเดือดร้อนเหรอ?

สหรัฐและอังกฤษแก้ปัญหานี้ด้วย Immigration Policy (การนำเข้าประชากร) ได้ผลดีเยี่ยม ...แต่แล้วพวกเขาก็พบความจริงว่าประชากรนำเข้านั้นพอเข้ารุ่นที่ 2 รุ่นที่ 3 ก็อัตราเกิดต่ำลงจนเท่ากับประชากรดั้งเดิมอยู่ดี

เหมือนอย่างถ้าเราแก้ปัญหานี้ด้วยการยอมให้แรงงานพม่ามีฝีมือด้านที่เราต้องการเปลี่ยนเป็นสัญชาติไทย มันก็จะแก้ได้เพียงแค่ 1-2 ชั่วคน พอคนไทยเชื้อชาติพม่าเหล่านั้นอยู่ในไทยผ่านไป 2-3 รุ่น ก็จะเกิดน้อยลงจนเท่ากับคนไทยอยู่ดี

แต่แก้ได้ 30 ปี 50 ปีเพื่อรอหาวิธีอย่างอื่น (ใจผมอยากจะบอกมากว่าเพื่อรอให้กระโหลกมึงบางลงหน่อยจะได้เข้าใจปัญหาดีกว่านี้) ก็โอเคอยู่นะครับ ในทัศนะของผม วิธีนี้เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ใช้ได้เลย การลด sovereign power on population migration ลง ไม่ได้แปลว่าเราสูญเสียอธิปไตยซะหน่อย เลิกคิดอะไรแบบโบราณคร่ำครึเสียทีน่ะ

2.4 และอย่ามัวแต่ไปศึกษาเฉพาะในประเทศที่แก้ปัญหาได้บางด้าน กรุณาศึกษาประเทศที่แก้ปัญหาได้ผลเป็นความบรรลัยด้วย

ประเทศแรกคือรัสเซีย ประเทศนี้น่าสนใจเพราะเรามีหลายอย่างเหมือนรัสเซีย ถึงรัสเซียจะคนมากกว่าเราแต่ก็แค่เท่าตัว ไม่ห่างกันมากเกินไป ระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจก็เช่นเดียวกัน รัสเซียดีกว่าเราไม่มากนัก ทัศนคติของรัฐก็ใกล้เคียงกัน รัฐเราสารเลวกว่ารัสเซียแค่นิดหน่อยเอง แล้วนโยบายที่เลือกใช้ หลายๆอย่างก็เลือกคล้ายกัน ดังนั้นที่ตัวเลขการหดตัวของประชากรรัสเซียนำล่วงหน้าเราไปหลายปี รัสเซียจึงเป็น role model ที่ดีที่สุดที่เราควรศึกษา ผมเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ อัตราการยุบตัวลงของประชากรไทยจะรุนแรงใกล้เคียงกับรัสเซีย

ก่อนอื่นเลย.. รัสเซียตายไหมครับ?

ไม่เป็นไรเลย ...อยู่ดีมีสุข แค่ไม่รู้จะทำยังไงก็หาเรื่องตีกับชาวบ้านไปเรื่อยๆก็แค่นั้น ประเทศสิ้นหวังไม่มีอนาคต ประชากรก็อพยพหนีไปที่อื่นสิ ...เป็นไรไปล่ะ

ดังนั้นแทนที่จะคิดมาก กลัวจะเป็นอย่างรัสเซีย ควรเตรียมรับมือกับปัญหาแบบรัสเซียไว้บ้างจะดีกว่ามั้ย ถ้าประเทศเราจะแตกเป็นล้านนา ล้านช้างใต้ ไทยอยุธยาเดิม มลายูเหนือ จะเป็นอะไรไปไหม

น่าสนใจออก..

ส่วนอีกประเทศที่ควรดูไว้เป็นตัวอย่างคือจีน จีนเป็นเจ้าพ่อ Draconian ของโลกใบนี้ บังคับประชาชนตัวเองมีลูกคนเดียวอยู่เป็นสิบปี แล้วหลงระเริงบันเทิงใจว่าโอ้โห..ทำไมได้ผลดีเยี่ยงนี้ พอสั่งเลิก อ้าว..ประชากรยังเสือกไม่หยุดการไม่มีลูก แจกเงินก็แล้ว หาผัวหาเมียให้ประชากรก็แล้ว ทำไมพวกมึงยังเกิดกันน้อยลงเรื่อยๆวะ

สรุปที่ผ่านมาทั้งหมด มึงแค่ตอแหลตัวเองว่าสั่งคนมีลูกคนเดียวได้ผล แต่ความจริงคนมีลูกน้อยของเขาเองครับ พอตอนนี้มาสั่งให้คนมีลูกมาก ไม่ได้ผลอะไรละ ..ชิบหายล่ะสิ

แต่ปัญหาจีนรอได้ อีกร้อยปีก็อาจยังไม่วิกฤตเพราะจีนคนเยอะครับ ประชากรลดลงสักครึ่งนึงก็ยังพอถูไถ

แต่ของไทยที่กะกันว่าประชากรจะเหลือ 30 ล้านภายใน 60 ปีนี่ บันเทิงจริงๆ แต่ที่ให้ดูจีนคือปัญหานี้ของเรากับจีนเกิดในเวลาใกล้ๆกัน ทัศนคติของรัฐก็หลงตัวเอง นึกว่าตัวเองสั่งอัตราเกิดของประชากรได้คล้ายๆกัน

ยังกับประเทศ copy cat กันน่ะครับ

2.5 แล้วถ้าทำทุกอย่างแล้วไม่ได้ผล ...จะทำยังไงดี

วงจรประชากรขยายตัวหดตัวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพียงแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดจากความตั้งใจของประชากรเอง แต่ไม่มีอะไรที่แก้ไม่ได้ครับ ในประวัติศาสตร์ รัฐแก้ปัญหานี้ด้วยสงคราม

ถ้าสิ้นคิด คิดอะไรไม่ออกจริงๆ ผมเสนอแนะให้รัฐไทยสนับสนุนให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 แล้วบังคับเกณฑ์ผู้ชายที่พอเป็นทหารได้สัก 15 ล้านคน แล้วส่งมันไปทำสงคราม

เราสามารถคาดหวังได้ว่าน่าจะมีผู้ชายไทยตายทันทีสัก 5 ล้านคน

ผมรับประกันว่า 20 ปีหลังจากนั้น อัตราการเกิดของเราจะระเบิดระเบ้อเลย แก้ปัญหาได้ผลชงัดนัก แก้ได้มากกว่าไอ้วิธีตวักตะบวยทั้งหลายที่คุณคิดกันมาหลายปีรับรองว่าหลายเท่า

ไม่เชื่อจดไว้ก็ได้..

...

3. คำแนะนำต่อประชาชนสำหรับวิกฤตอัตราการเกิดต่ำ

นี่ไม่ใช่วิกฤตของเราครับ

มันคือวิกฤตของสิ่งประดิษฐ์ของเราที่ชื่อว่ารัฐชาติ

แต่ตัวเราจะอยู่ปกติสุขดีเหมือนเดิมทุกประการ อาจจะต้องรับภาระดูแลคนแก่มากขึ้นหน่อย ซึ่งถ้าดูไม่ไหวก็ไม่ต้องดูครับ ทำไงได้..

ตัวเลขทางประชากรศาสตร์และเศรษฐกิจต่างๆที่รัฐมันกลัวขี้แตกขี้แตนนั้น...ไม่มีผลอะไรกับชีวิตจริงมากมาย เผลอๆตัวเลขบางอย่างพอหารจำนวนประชากรที่น้อยลง อาจจะดีขึ้นด้วยซ้ำ เราทุกคนจะมีที่ดินมากขึ้น มีทรัพยากรมากขึ้น แน่นอนว่าอาจจะโดนไถภาษีหนักขึ้น แต่จ่ายไม่ไหวก็ไม่ต้องจ่าย มันจะจับเราไปติดคุกได้หมดทั้งประเทศก็ลองดู

จริงๆปรากฏการณ์นี้เป็นผลจากการปลดแอกของผู้หญิง นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติที่ผู้หญิงมีอำนาจเหนือมดลูกของตัวเองอย่างแท้จริง ไม่ต้องถูกกดหัวให้เป็นเครื่องมือผลิตเด็ก ถูกครอบงำว่ามึงต้องมีลูกอย่างนู้นอย่างนี้ ตั้งแต่เกิดจนตายเป็นได้แค่ทาสในเรือนเบี้ย

มันจึงโคตรดีสำหรับปัจเจกบุคคลโดยเฉพาะผู้หญิง กรุณาระลึกรู้ไว้เสมอว่านี่คืออาวุธลับของเราที่รัฐชาติมันกลัวชิบหายวายป่วง

ด้วยมันคือผู้รับใช้เราที่ลืมกำพืด คิดว่าตัวเองเป็นเจ้านาย ถ้าจะไม่มีไพร่ทาสเกิดใหม่ให้เจ้านายอย่างมันปกครอง ก็ให้มันไปเป็นเจ้านายหมูหมากาไก่ในเล้าเอา เราจะไปเดือดร้อนทำไม

ในเมื่อมันไม่เคยอยู่ร่วมโลกกับเราด้วยความจริงใจ ไม่เคยให้เกียรติเรา จำเป็นอะไรเราจะต้องไปยอมมัน เรายอมมันมาขนาดไหนแล้ว ถูกมันรีดไถมาแต่เกิด แต่พอไม่ได้ดั่งใจอะไรก็จับเราไปติดคุก อ้างนู่นอ้างนี่อ้างโคตรพ่อโคตรแม่ หลอกล่อลวงเราต่างๆนานา

ในที่สุดก็ถึงทีเรามั่ง..

ไม่อยากมีลูกก็ไม่ต้องมีครับ ไม่จำเป็น แสนสบายตัวสบายใจ ไม่มีภาระ ไม่มีลูกกวนตัวมีผัวกวนใจ เหงาขึ้นมานึกอยากจะไปนิ๊งหน่องกับใครก็ไป นึกอยากเที่ยวไหนก็เที่ยว ไม่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำเป็นควายให้มันสนตะพาย ทำพอมีเก็บสำหรับอยู่ตอนแก่ ถ้าอยู่ไม่ไหวก็ให้มันเลี้ยง มันไม่ยอมเลี้ยงก็แค่ตาย ...จะไปยากตรงไหน

เราเกิดมา ดำรงอยู่ มีคุณค่าที่เรามอบให้ตัวเอง แล้วก็ตายไป ..แสนจะดีงาม

มีแต่มันนั่นแหละเกิดมาจากความจอมปลอม ดำรงอยู่บนความจอมปลอม เลยกลัวกบฏตลอดเวลา พอเจอว่าไม่มีใครมาให้กูกดขี่อีกต่อไป ทีนี้ล่ะมาเดือดร้อนจะเป็นจะตาย

โคตรสมน้ำหน้า

ดังนั้นสุดท้ายผมจึงขอสรุปคำแนะนำได้อย่างเดียวครับว่า จงไม่มีลูกต่อไป

...การไม่มีลูกจงเจริญ

Replying to Avatar Jingjo

จักย่ำถนนกี่สาย จึ่งได้เป็นชายชาตรี

จักโผผินบินผ่านกี่ย่านนที พิราบขาวจึ่งซุกกายผืนทรายหนา

จักกระหน่ำศาสตราวุธอีกกี่ครา สงครามบ้าป่าเถื่อนจึ่งสิ้นไป

โอ เพื่อนเอย คำเฉลยนั้นแผ่วเบา

ปลิดปลิวหายในสายลมอันแผ่วเบา

สักกี่ปีขุนเขาอันยืนยง จักทลายลงกลับสู่มหาสมุทร

สักกี่นานการยืนหยัดของมนุษย์ จักสิ้นสุดหลุดพ้นทาสได้เป็นไท

สักกี่คราเบือนหน้าหนีความจริงได้ จักลดเลิกปฏิเสธซึ่งสัจธรรม

โอ เพื่อนเอย คำเฉลยนั้นแผ่วเบา

หลุดลอยหายในสายลมอันแผ่วเบา

สักกี่ครั้งที่เงยหน้า จึ่งเห็นฟ้าแจ่มชัดจักษุระดับ

สักกี่โสตประสาทรับ จึ่งสดับเสียงทุกข์ระทมน่าใจหาย

สักกี่ร่างไร้วิญญาณจักล้มตาย จึ่งสำเหนียกความฉิบหายอันเกินทน

โอ เพื่อนเอย คำเฉลยนั้นแผ่วเบา

ลอยเงียบหายในสายลมอันแผ่วเบา

https://youtu.be/MMFj8uDubsE?si=4hu8g4yGKBgU8ZZS

เคยแปลไว้ตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน วันนี้ได้ฟังและอ่านคำแปลซ้ำอีกรอบ นี่มันเพลงโฟล์กลำนำระบบมาตรฐานเฟียตชัด ๆ แม้คุณปู่บ๊อบ ดีแลนประพันธ์เพลงนี้ไว้ตั้งแต่ปี 1962 หรือ 60 กว่าปีที่แล้ว แต่เนื้อหายังทันสมัย เพราะสงครามบ้าป่าเถื่อนเพื่อสนองแท่นพิมพ์เงินแสนระยำนั้นยังดำเนินต่อไปไม่มีวันจบสิ้น

#siamstr #songoftheday #musicoftheday