Avatar
Stellar ✨🪐
0daa268236e2d434619c2afe3ad2fd7282cab0de2a34195f973bb067e6d2e00e
Bitcoiner who want to be free ✨⚡️🥕 ⚡️last1boy@getalby.com

ต้องขอบคุณพี่แคท พี่มิค พี่เจน คุณฮิป เฮียหมู น้องเซีย และ หลายๆคนในห้องข้าวพวดวันนั้นที่ช่วยให้เราเข้าใจในชีวิตและธรรมะ ได้เยอะขึ้นมากเลย อาจจะยังไม่ถึงขนาดลึกล้ำ แต่เป็นการเริ่มต้นที่ดีมากๆ nostr:npub1wjcyh4udtmx5k5qm90l807k56mkmag5dcu04vhc0h46vpepwew7sxe79nf nostr:npub1uprlst7kjp0eyfxe4yn7q36gr885mjr9fm6ejfqt8pmdta7stv9s2xvysq nostr:npub1dp4gc3vcww4ln2gr3wspwz4nhusar92dzwu52ncuc7y808l5vfassxvwmh nostr:npub1hj0m0vnskgu2k357thz3ct7mpsdt8km8sewsu232cq40n0t5rpss5s57yu nostr:npub1p0glyrz85nu86gevlhrsg9t3pg5uhrhq3sgwjmy8mzq0k09m30pq2jv9kv @Sia

ลองฟังพระอาจารย์ดูลย์ตอนทำงานแล้วก็ได้มามากอยู่ แต่ต้องฟังซ้ำหลายๆรอบ

https://youtu.be/ENslxqWJd1s?si=t1W8CvqBtGZkVVpZ

#siamstr

ไปๆมาๆ รู้สึกอยากเรียนรู้ที่จะละทางโลกละ มันรูัสึกมีความปลอดโปร่ง สงบมาก เวลามีสติ สมาธิ ที่เหลือตอนนี้คือ ฝึกอย่างจริงจังมีวินัย ละก็พยายามหาหนทางเลี้ยงตัวเองกายหยาบนี้ ในทางโลกต่อไป (ยังไม่คิดจะบวช)

ผมใช้ในคอมลองเปลี่ยนสีละรีเฟรชกลับมาสีเดิม 555555 ละมัน zap ได้ไหมครับ

ทุกสิ่งใดๆในโลกล้วนไม่ใช่ของเรา ได้เพียงแต่เชยชมจนกว่าวันที่เราต้องจากลาโลกนี้ไป

ละเสียเถิดสิ่งใดๆที่ก่อทุกข์ อย่ายึดติด อย่าอาวรณ์ เรียนรู้ที่จะละวางต้นเหตุแห่งความเป็นทุกข์ เฝ้ามองจิตอันว้าวุ่นจนกระทั่งสงบและมีความสุขกับความว่าง

โน้ตนี้เป็นเครื่องเตือนใจตัวเองให้คอยเรียนรู้ หมั่นมีสติ และ ตั้งใจพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในแต่ละวัน จะมาก จะน้อย ไม่สำคัญ แค่มีสติ ก้าวต่อไปข้างหน้า และ ใช้ชีวตให้สนุกในโลกเสมือนอีกใบนี้

#siamstr

noStrudel แซ่บไม่ได้ save setting ต่างๆไม่ได้ดั้ว ใครเป็นบ้างไหมครับ

#siamstr #siamask

Replying to Avatar L.SUVANN

สิ่งที่บัณฑิตสะกิดใจ มันช่างน่าสะเดาะไข ซะเหลือเกิน

พอเรามาพิจารณา

“ทุกข์” ที่ว่าคือ การไม่ประสบกับสิ่งที่หวัง(สิ่งที่ชอบ)

“สาเหตุของทุกข์” ปัจจัยภายนอก ร้อยแปดพันเก้า มากระทบกับ ***ปัจจัยภายใน*** เกิดการกระเทือน

“เหตุของการดับทุกข์” เมื่อเริ่มเห็น กระบวนการเกิดของทุกว่ามี 2 ปัจจัยมากระทบ เราจึงเริ่มสร้างเหตุปัจจัยให้เกิดผล (ในกรณีนี้ ท่านบัณฑิตเริ่มค้นพบเหตุปัจจัยภายนอกที่มากระทบ แต่ลืมดู ลืมพิจารณาปัจจัยภายใน และกระบวนการกระทบ)

“ทางพ้นทุกข์”

ปัจจับภายนอก ของแนะนำภาพกว้างๆ อะไรที่ใช้เผาเวลาแล้วน่าจะแก้ได้ก็ใช้ ความพยายามเป็นเชื้อ สร้างมันขึ้น

ส่วนปัจจัยภายใน ขออนุญาตแนะนำ

“อภิธรรม” ธรรมะของรุ่นใหญ่ เป็น ปรมัตถธรรม* คือธรรมขั้นสูง ธรรมละเอียด

*

“เป็นความจริงที่ไม่ใช้สมมุติ

เป็นเนื้อความที่แท้จริง ที่แท้แน่นอน

ไม่มีการแปรปรวนกลับกลอก

จริงแบบ จะเถียงก็ไม่ได้

ไม่ว่าเวลาไหน  หรือในที่ใด

ทั้งไม่เกี่ยวกับบุคคล  สัตว์  หรือสิ่งของ  ทั้งสิ้น”

ธรรมที่ต้อง verify รัวๆต้องอ่านแล้วอ่านอีก ไม่พอ”ต้องปฏิบัติ ให้รู้จักสภาวะต่างๆที่เกิดขึ้นจากภายใน”

ประกอบการพิจารณา อีกอย่างรู้ทัน รู้ตลอด รู้เนืองๆ 🙏🏼🙏🏼🙏🏼

ขอบคุณมากครับบผมม จะลองศึกษาดูนะครับบ

Replying to Avatar BossMan

ผมเชื่ิอว่าเราจะเจอที่ๆเหมาะกับเราครับ

ตอนผมจบใหม่ๆก็พยายามสมัครหางานทำอยู่ปี1 2ปี เข้าๆออกที่ๆอยากไปที่ๆหมายตาไว้มักจะไม่ค่อยสมหวังแต่พอเราเลิกหวัง สิ่งๆนั้นมันดันวิ่งเข้ามาหาเราเอง อ.เบียร์ คนตื่นธรรมส่วนหนึ่งแกก็พูดถูกครับ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดชีวิตคนเราบางที่มันก็กำหนดอะไรไม่ได้ 100% การยึดมั่นถือมั่นมากเกินไปพอสิ่งนั้นไม่เป็นอย่างที่หวังมีแต่ซ้ำให้เกิดความทุกข์ แต่ถ้าเราปล่อยวางบ้างไม่ตึงเกินไปทำความเข้าใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าและยอมรับว่ามันก็คงจะได้แค่นี้จริงๆเพราะเราทำเต็มที่ไปแล้ว แบกรับความทุกข์ไว้แล้วเดินหน้าต่อไปผมเชื่อว่ามันจะมีจังหวะของเราครับ ถึงพุทธะจะไม่เชื่อเรื่องดวงแต่จริงๆ ปัจจัยภายนอกมันก็ยังมีผลต่อเราครับและจริงๆมันไม่ได้ขัดกับแนวคิดของพุทธะด้วย ยกตัวอย่างเช่น อยู่ๆวันหนึ่งดวงอาทิตย์ดับไปแบบนี้ลองคิดดูว่ามันมีผลต่อโลกแค่ไหน หรือวันดีคืนดีมีดาวอะไรไม่รู้มาพุ่งชนใส่โลกเรางี้ ยังไงมันก็ส่งผลครับ แต่แนวคิดของพุทธะสำหรับผมมันคือการใช้สติปัญญาดิ้นรนหาทางแก้ปัญหาที่อยู่ตรงหน้าครับและมันยังช่วยให้ชีวิตมีเป้าหมายและความหมายด้วยไม่ว่าสิ่งที่เราทำนั้นมันจะสำเร็จหรือไม่แต่มันก็มีความหมายสำหรับครั้งหนึ่งในชีวิตที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์ละครับต่อให้จะล้มเหลวมันก็ยังมีความหมาย และถ้าสำเร็จมันยิ่งดีเลยครับอย่างน้อยเรามีบทเรียนหรือผ่านบทเรียนนั้นแล้วนำมันไปบอกเล่าหรือสอนผู้อื่นต่อได้มันก็คล้ายๆเวลาเราผ่านอะไรมาก่อนพอเจอคนที่ประสบเหตุการณ์แบบเราแล้วเขามีความทุกข์พอเราไปเห็นเราก็รู้ทันทีว่าเขากำลังทุกข์เรื่องอะไรเพราะเราเจอและผ่านมันมาแล้ว แล้วเราก็แนะนำได้ว่าควรทำยังไงผมว่าตอนที่พุทธะสอนคนน่าจะอารมณ์นี้มากกว่าเพราะเป้าหมายในชีวิตของแกคือ การพ้นทุกข์ เพราะแกออกมานอกกำแพงวังแล้ว ไปเห็นสัจจะธรรมหรือความจริงเข้า ว่าเรา ต้องเกิด ต้องเจ็บ ต้องแก่ และตาย ผมว่านี่แหละคือจุดเริ่มต้นว่าทำไมแกจึงเลือกใช้สติปัญญาดิ้นรน ถ้าเกิดว่าแก่เลือกอีกทางล่ะ แกเลือกที่จะไม่ทำอะไรเลย เป็น สิทธะมีชีวิตอยู่กับลูกกับเมียไปจนแก่จนเฒ่าไม่ต้องดิ้นรนอะไรแบบนั้นคงจะมีความสุขกว่าในฐานะคนมียศถาบรรดศักดิ์ทั่วๆไป แต่ความเป็นจริงคือแกไม่เลือกทางนั้นอะครับ แกเลือกเส้นทางที่ต้องใช้สติปัญญาดิ้นรนหาทางดับทุกข์ จึงเกิดเป็นพุทธะและโลกเราจึงมีศาสนาพุทธมาจนทุกวันนี้ ดังนั้นในชีวิตเราผมมองว่า เราเลือกแบบไหนก็ได้ครับไม่จำเป็นต้องดิ้นรนแบบพุทธะเสมอไป เราควรเลือกตามความพอใจของเราครับ เลือกทางที่เราสะดวกและไม่ตึงเกินไปผมว่ามันมีความทุกข์น้อยกว่า ถ้าผมเจอพุทธะคำแรกที่ผมจะถามแก ผมจะถามว่าตลอดชีวิตที่แกตัดสิ้นใจบวชจนนิพานแกมีความสุขไหม? ผมว่าน่าถามนะครับอยากรู้เหมือนกันว่าแกจะตอบยังไง

ขอบคุณมากครับ กระจ่างมากเลย คิดตามได้เป็นทอดละก็เออจริงว่ะ 555555 ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเบยครับ

ตื่นมาพรูฟ Bitcoin Diploma ต่อออ

น่าสนจุยย ขอบคุณครับคุณวินน

Replying to Avatar Tungkukk🇹🇭

Cancel Culture เป็นตัวทำลายโครงสร้างหลักของสังคมครับ จริงๆ แนวคิดมันมีมาตั้งแต่การปฏิวัติฝรั่งเศส

ในทฤษฎีของตัวเลขและเวลา

ไอ้พวกนักปฏิวัติที่จับกษัตริย์ไปฆ่า แม่งจะปรับเปลี่ยนให้โครงสร้างทางเวลาไม่ใช่ 24 ชม. พวกคอมมูน ปารีส

ลองหาอ่านใน Sliberty ครับ

ซึ่งไอ้ทฤษฎี Cancel Culture เป็นในสังคมไทยในตอนนี้ เพราะ มีพวก Minority ที่ไม่มีพื้นฐานด้านสังคมเดินเข้ามาในกลุ่มสังคมและบอกว่า ที่พวกมึงทำอะ… ทำลายคุณภาพชีวิต และความเชื่อที่ไร้แก่นสารของพวกมึงแม่งผิด

“ยกตัวอย่างประเพณีสงกานต์ที่มีอุบัติเหตุเป็นประจำ ความผิดมาจากเล่นน้ำสงกานต์หรอ? คำตอบคือไม่ใช่ มันมาจาก ปริมาณรถที่ค่อนข้างเยอะที่ใช้ในการสัญจร”

คนเหล่านี้ก็จะบอกว่าถ้าไม่มี ปัญหานี้ก็จะไม่เกิด ซึ่งหลงลืม ความเป็นมาของสังคมดั้งเดิม

วัฒนธรรมเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสร้างมาตรฐานสำหรับภาคพื้นนั้นๆ

พวกวัฒนธรรมหรือการส่งออก มันมี Value ของมัน ซึ่ง Cancel Culture มันนำไปสู่การเอารัฐมาครอบกฏหมายอีกที

อย่างการที่ ร.6ไล่ปราบผีบุญ หรือ ที่ไอ้ ป.พิบูล หรือ พวกระยำ 2475 มันทำกับการที่บังคับให้ผู้ที่มีเชื้อชาติใกล้เคียงกันพูดภาษาไทย ละทิ้งภาษาถิ่นเดิม(ย้อนกลับไปดูจังหวัดผม แม่งมี 4 ภาษา)

ปัญหาของการรวมศูนย์มันทำให้ภาครัฐส่วนกลางมีบทบาทในวัฒนธรรมท้องถิ่นมากเกินไป แต่ประเทศไทยดีหน่อย ที่รัฐแม่งปล่อยอิสระ(บ้าง)ต่างกับจีน ที่สุดท้ายความดีความชอบขึ้นอยู่กับความเท่าเทียม

อยากให้ลองสังเกตด้านประเพณีบ้าง สงกรานต์ของพรรคเพื่อไทยปีที่ผ่านมา(กฏหมายค่อนข้างหลวม) ต่างกับ ยุคก่อนมาก ที่แม่งบังคับทุกอย่าง เอาน้ำเย็นสาดใส่คนอื่น แม่งโดนปรับ

คือไอ้ห่ากูออกมาเล่นสงกรานต์กูพร้อมเปียกเมษาแม่งร้อน น้ำเหี้ยไรก็เอามาเถอะ อย่าอาน้ำร้อนมาก็พอ พวกเชี่ยนี่ก็ใส่กฏหมายลงไปชิบหาย ตำรวจที่ไปช่วยแทนที่จะได้มีความสุขช่วงเทศกาลรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ต้องไปคอยระวังไปทุกอย่าง ระวังว่าคนนู้นคนนี้จะทำผิด ผมมองว่าสังคมที่ต้องมีกฏมาบังคับในสังคมและวัฒนธรรม รวมถึงประเพณี มันทำให้กฏนั้นเป็นกฏที่แท้จริงด้านประเพณี

และใครเล่าจะทำได้ดีเท่ากับสิ่งที่ดำรงค์อยู่

เอออจริง เหมือนที่โทษทัศนศึกษาเพราะรถบัสไฟไหม้เลย

ก็จริงแหะ ยังมีบางส่วนที่ยังสงสัยอยู่ ต้องหาข้อมูลเพิ่ม