กลับมาอ่านต่อหลังจากมัวติดซีรีส์อยู่พักใหญ่ 🤣
วันก่อนเดินผ่านร้านหนังสือก็เห็นว่าพิมพ์ครั้งที่สองแล้ว หนังสือเขาขายดีจริงๆ ถือว่าผิดคาดพอสมควรถ้าเทียบกับที่ปกติหมวดพัฒนาตนเองเป็นหมวดขายดีที่สุด
#Siamstr

นิยามของความเป็นศัตรูเกิดขึ้นตอนไหน
ตอนที่สองฝ่ายมีใจเป็นปฏิปักษ์ต่อกันหรือไร
เช่นนั้นเราเลือกได้ใช่ไหม
เราไม่ต้องมีใจปฏิปักษ์ต่อใคร แม้คนที่มีใจปฏิปักษ์ต่อเรา
เช่นนั้นใช่หรือไม่
ราเมน
#Siamstr
ธีมเรื่องเกี่ยวกับอะไรครับ?
อะไรคือสิ่งที่แท้จริง ผมคงตอบไม่ได้ เพราะแม้แต่การรับรู้ของเราก็เป็นเพียงการตีความสารสื่อประสาทของสมอง ซึ่งหลายครั้งก็ถูกบิดเบือนได้หลายวิธี แค่ความจริงของคนตาดีกับคนตาบอดก็ไม่เหมือนกันแล้วครับ เราอาจไม่เคยสัมผัสสิ่งที่แท้จริงเลยก็ได้ แต่ผมยกตัวอย่างความสมมติของศีลธรรมให้คุณได้นะ เช่น มุสลิมบอกว่าการมีเมียสี่คนเป็นสิ่งที่ถูกต้องเพราะผู้ชายมีหน้าที่ดูแลผู้หญิงที่อ่อนแอฉะนั้นยิ่งดูแลได้เยอะยิ่งดี แต่วัฒนธรรมไทยบอกว่าต้องผัวเดียวเมียเดียว คริสเตียนบอกว่ารักร่วมเพศผิดธรรมชาติ ในขณะที่หลายวัฒนธรรมก็บอกว่าเป็นเรื่องปกติ มีเส้นแบ่งอีกมากมายเลยครับที่แต่ละพื้นที่ขีดเส้นไม่เหมือนกัน
ศีลธรรมเป็นแค่สิ่งสมมติครับ แต่ละวัฒนธรรมทั่วโลกยังมีระบบศีลธรรมไม่เหมือนกันเลย ผมไม่จำเป็นต้องผูกตัวเองกับศีลธรรมของที่ใดที่หนึ่ง และผมไม่เคยบอกว่าใครผิดนะ ผมแค่เชิญชวนให้ตั้งคำถามกับความมั่นใจในความถูกต้องของตนเอง (ซึ่งรวมถึงการตั้งคำถามกับความเชื่อของตัวเองของผมด้วย) เพราะในโลกนี้ไม่มีอะไรถูกต้องแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้แต่ทฤษฎีฟิสิกส์ที่อธิบายกลไกธรรมชาติยังถูกหักล้างมาครั้งแล้วครั้งเล่า
สำหรับผมการมั่นใจว่าตัวเองถูกแน่ๆ จึงไม่ใช่เรื่องเมคเซนนัก ส่วนถ้าคุณจะคิดว่าไร้สาระ เสียเวลาก็ตามสบายครับ
อันนั้นมันมุมมองของคุณครับ ถ้าคุณคิดว่าไม่จำเป็นต้องศึกษาแนวคิดอื่นๆ ก็สิทธิของคุณ ผมแค่ชอบความหลากหลายและอยากเห็นประเด็นต่างๆ จากหลายมุมมอง ผมไม่ได้เป็นกลางหรอกหรืออยากยืนตรงกลางหรอก ผมก็มีธงของผม แค่การคิดว่าตัวเองต้องคิดถูกแน่ๆ โดยไม่สงสัยว่าถูกจริงมั้ยมันไม่ใช่แนวทางของผม
ก๊อปรีวิวมาแนะนำครับ ยังไม่ได้อ่าน แค่เพิ่มไว้ในกองดองเพราะคิดว่าน่าสนใจดี
ข้อความด้านล่างคัดลอกจากเฟซบุ๊ก //
อ่านเล่มนี้จบตอนไปเชียงใหม่ ผู้เขียนเสนอข้อถกเถียงว่าวิธีคิดแบบเสรีนิยมที่โปรตลาดในปัจจุบัน เป็นวิธีคิดที่ล้าหลังไปจากความเป็นจริงของการจ้างงานโดยตลาด เนื่องจากความเข้าใจต่อตลาดของพวกนี้คือความเข้าใจในศตวรรษที่ 17-18 ซึ่งเป็นช่วงที่ระบบเศรษฐกิจโลกยังไม่ผ่านการปฏิวัตอุตสาหกรรม ตลาดจึงเต็มไปด้วยนายทุนน้อยและผู้ประกอบการขนาดย่อมที่ืฐานะและความสามารถในการแข่งขันยังไม่แตกต่างกันนัก ทำให้การแข่งขันในตลาดเป็นการแข่งขันที่ค่อนข้างเท่าเทียม และทำให้ตลาดกลายเป็นอุดมคติของปัญญาชนยุคนั้นในการท้าทายการจัดลำดับชั้นด้วยศักดินา ตลอดจนการสร้างสังคมแห่งความเสมอภาคเท่าเทียม ปัญหาก็คือ เมื่อโลกเข้าสู่ยุคสมัยแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 19 หลัก economy of scale ก็ได้เข้ามาครอบครองวิธีคิดเรื่องการผลิตและการแข่งขันในตลาด ส่งผลให้ข่องว่างระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างขยายใหญ่มากขึ้น เช่นเดียวกับช่องว่างระหว่างบริษัทขนาดใหญ่ที่มีสายป่านยาวกับผู้ประกอบการการขนาดย่อม จนส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเป็นความสัมพันธ์ที่่ฝ่ายแรกมีอำนาจบงการและปกครองฝ่ายหลังอย่างสูง โดยเฉพาะอำนาจในการกำหนดเงื่อนไขการจ้างงานต่างๆที่ทำให้ลูกจ้างไม่มีทางเลือกอื่นๆในชีวิตนอกจากการจำเป็นต้องเชื่อฟังอำนาจของนายจ้าง ในแง่นี้ ตลาดตามความเป็นจริงของสภาพการทำงานจึงไม่ใช่พื้นที่ของเสรีภาพแบบที่ถูกเข้าใจกัน แต่เป็นพื้นที่ของสิ่งที่ผู้เขียนเรียกว่า private government นั่นคือ พื้นที่ทางการปกครอง ที่ลูกจ้างจะกลายเป็นผู้ถูกปกครองภายใต้อำนาจของนายจ้างในการบงการเงื่อนไขการใช้ชีวิตตลอดจนพฤติกรรมต่างๆของลูกจ้างในแบบที่เกือบๆจะไม่มีข้อจำกัด
ความผิดพลาดของพวกเสรีนิยมที่โปรตลาดจึงเป็นความผิดพลาดบนช่องว่างระหวา่งทฤษฎีกับความเป็นจริง ที่ทฤษฎีจะถูกแช่แข็งอยู่กับภาพของตลาดก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม ขณะที่ความเป็นจริงของตลาดซึ่งอยู่ในความสัมพันธ์แบบ private government กลับเป็นสิ่งที่ถูกละเลย อันเป็นผลมาจากการที่่่ฝ่ายเสรีนิยมเข้าใจประเด็นเรื่องเสรีภาพบนฐานของเสรีภาพในการมีทางเลือก ที่ว่าลูกจ้างทุกคนต่างก็มีทางเลือกในการลาออกและถอนตัวจากการจ้างงานที่ตนเห็นว่าไม่เป็นธรรม (โดยไม่สนใจความเป็นจริงของชีวิตว่าทางเลือกอย่างการลาออกนี้ไม่ควรถูกถือว่าเป็นทางเลือกตั้งแต่ต้น) จึงมองไม่เห็นสภาพอำนาจนิยมที่ไร้เสรีภาพในความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง แตกต่างจากตัวผู้เขียนที่ใช้วิธีคิดแบบสาธารณรัฐนิยมหรือ republicanism ซึ่งนิยามเสรีภาพว่าเป็นเรื่องของความสามารถในการปกครองตนเองโดยไม่ถูกครอบงำหรือตกภายใต้บงการในชีวิตของผู้อื่น จึงทำให้ตระหนักว่าการจ้างงานในตลาดปัจจุบันนั้นคือสภาวะที่ลูกจ้างสูญเสียเสรีภาพ ไม่สามารถกำหนดแนวทางชีวิตของตน และตกอยู่ภายใต้การปกครองแบบไร้ขีดจำกัดของนายจ้าง
ทางออกที่ผู้เขียนเสนอจึงเป็นเรื่องของการสลาย ภาวะ private government ในความสัมพันธ์ระหว่างลูกจ้างกับนายจ้าง ด้วยการทำให้ความสัมพันธ์ที่ไม่เท่าเทียมตรงนี้กลายเป็นความสัมพันธ์ตามกลไกของสาธารณะซึ่งจะนำไปสู่การตรวจสอบที่เรียกร้องให้รัฐและสาธารณะสามารถเข้ามาตรวจสอบเงื่อนไขทางกฏหมายและทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นธรรมมากขึ้น
สนุกดีครับ เป็นงานทฤษฎีที่อ่านสนุก ใครที่สนใจเรื่องสภาพแรงงานและการจ้างงานไ่ม่เป็นธรรมควรหามาอ่านกัน https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid036MJ3dduhpNox8evaa3gvxexhvRRYwwNYHae5YemTsVcsu3MiMRbigsqWVPTziAEal&id=100002014868309&mibextid=Nif5oz
การศึกษาแนวคิดที่มีมุมมองแตกต่างไปจากเรา ผมว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ สำหรับชาวบิตคอยเนอร์ เพราะไม่ว่าคุณมั่นใจว่าคุณคิดถูกแค่ไหน ก็ไม่มีอะไรรับประกัน 100% ว่าคุณคิดถูก การเปิดใจและรับรู้ข้อมูลที่หลากหลายจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บิตคอยเนอร์มือใหม่ เพราะผมเจอเยอะมาก มือใหม่ที่ไม่ได้เข้าใจแนวคิดอื่นๆ นอกจากออสเตรียนดีพอ (อันที่จริงความเข้าใจออสเตรียนก็ยังไม่ดีพอด้วยซ้ำแต่เน้นจำจากคนดังในวงการ) ที่ไปถกเถียง วิจารณ์แนวคิดอื่นๆ โดยไม่มีความเข้าใจที่ดีพอ ข้อโต้แย้งที่ใช้ก็จำๆ มาทั้งนั้น
จงถามตัวเองให้ดีว่าคุณเห็นด้วยกับแนวคิดที่คุณเชิดชูจริงๆ หรือเปล่า หรือแค่เพราะคนดังที่รู้จักเชื่อแนวคิดนั้น ถ้าเป็นอย่างหลังคุณก็ไม่ต่างจากคนที่อินกับ propaganda ของรัฐบาลหรอก คุณแค่ชอบ propaganda ของฝั่งนึงเฉยๆ
#Siamstr

นอกจากประเทศไทยไม่มีดี อีกอย่างที่รำคาญคือ เวลายกข้อเสียมา คนจะชอบยกเรื่องอากาศเหี้ย ทั้งที่จริงๆ ถ้าเทียบระหว่าง ไทย เกาหลี ญี่ปุ่นหรือเมกา รวมๆ แม่มสภาพเหมือนกันเลย คือในเมืองใหญ่อากาศเหี้ย นอกเมืองอากาศปกติดี คือไม่ได้บอกว่าปัญหามลพิษทางอากาศไม่ต้องแก้นะ แต่บอกว่าประเทศไทยทั้งหมดอากาศเหี้ย แม่มก็มุมมองประเทศกรุงเทพเหมือนทุกทีอะ น่าเบื่อ น่ามคาญ จริงๆ ทั้งโลกที่ที่อากาศดีสุดๆ ระดับต่ำ 20 ที่คนชอบอวยกันมีแต่ยุโรป ออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์อะ ถามว่าทำไมมันอากาศดีได้ นอกจากเรื่องลมช่วยแล้ว อีกอย่างคือมันผลักภาระอุตสาหกรรมหนักให้ประเทศเพื่อนหมดแล้วไง อากาศเลยดี
ยืนยันว่าไทยมันไม่ได้ดีทุกอย่างหรอก ข้อเสียเยอะอย่างที่ว่าแหละ แต่การยกเรื่องที่เช็คเอาแค่ไม่กี่นาทีก็ได้มาพูดถึงเรื่อยๆ ทั้งที่ข้อมูลผิดมันไม่ได้เหี้ยอะไรขึ้นมาเลย
#Siamstr



ช่วงนี้ถ้าพูดเรื่องประเทศไทยดีในโซเชียลก็จะเสียวๆ หน่อย จริงๆ เข้าใจได้แหละที่คนรำคาญ เพราะสลิ่มแม่มทำไว้เยอะว่าไทยดีสุดในโลก แต่การมองอะไรแบบสุดโต่งไม่เคยให้อะไรใครอะ พอเราจ้องแต่จะหาจุดผิดก็กลายเป็นไทยไม่มีอะไรดีสักอย่าง ทั้งที่ถ้าลองมองเหมือนทำธุรกิจ ถ้าเราจะวางแผนปรับปรุงกิจการ สิ่งแรกๆ ที่ควรทำคือวิเคราะห์ SWOT หาจุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรค โอกาส เราต้องรู้ตัวเราเองก่อนถึงจะรู้ว่าควรเดินไปทางไหน
อย่างทุกวันนี้ถามว่ามีใครรู้บ้างว่าสกุลเงินบาทนี่อยู่ตำแหน่งไหนบนเวทีโลก ในฐานะสกุลเงินที่ใช้ชำระเงิน?
ตอบ: เงินบาทอยู่ใน top 25 ของสกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนทั่วโลก
ปริมาณหมุนเวียนของเงินบาทอาจไม่สะท้อนความเป็นอยู่ของคนในประเทศ แต่การรู้ว่าเงินบาทอยู่ตำแหน่งแห่งใดมันช่วยในการตัดสินใจว่าเราจะทำอะไรยังไงมากกว่าไม่รู้อะไรเลยใช่มั้ยล่ะ?
#Siamstr

ชั่ยครับๆ ผมจำชื่อแต่ละอย่างไม่ได้ แต่สามอย่างนี่คือแกงไก่ แกงเนื้อแล้วก็แกงผักโขมชีส
ตอนแรกก็คิดว่าสั่งแค่ 3-4 อย่างคงกินหมดละมั้ง แต่พอกินจริงเท่านั้นแหละ อิ่มเหลือเกินนน ช่วยด้วยยยย 😖
#Siamstr


เขาชอบอ้างกันว่าที่ล่มบ่อยเพราะกำลังอัพเดตกันอยู่ แต่มันก็ล่มงี้มาตั้งเป็นปีๆ ละ ไม่รู้เมื่อไรจะอัพกันเสร็จ
ช่วงต้นเดือนที่ธนาคารล่มบ่อยๆ พิสูจน์แล้วว่า transaction finality ของบิตคอยน์ที่คนชอบแซะว่าช้าๆ นี่เร็วกว่าโอนเงินกับไทยพาณิชย์ช่วงต้นเดือนอะคับ เคยมีทีนึงโอนเงินจากไทยพาณิชย์ไปบัญชีอื่นหลายหมื่น ตังไม่เข้าอยู่สามวัน ไอ้สัส แล้วถ้านั่นเป็นการโอนเงินไปใช้หนี้ก็คือกูโดนข้อหาเบี้ยวหนี้แล้วอะ คิดดู
เวลาทั่วไปมึงจะทำ transaction เร็วแค่ไหนไม่สำคัญเท่าในช่วงเวลาที่สำคัญมึงทำ transaction ได้มั้ยอะ ถ้าจังหวะความเป็นความตาย ทำธุรกรรมไม่ได้ก็ชิบหายอะ
#Siamstr
เอาจริงความน่าเบื่อของทวิตเตอร์คือมันเหมือนทุกคนไม่ได้อยากคิดเอง แค่อยากเฮโลไปทางใดทางนึงที่เป็นคนหมู่มากซะมากกว่า อย่างเคสในรูป มันมีอะไรให้คุยกันมากกว่าแค่ ว้ายยย นักแปลแปลผิด แปลทื่ออะ เพราะในวงการแปลเองมันก็มีหลายแนวคิด บางคนก็อยากรักษาความเป็นต้นฉบับ รักษาสำนวนไว้ ไม่ใช่ว่าจะตั้งใจแปลทื่อๆ เพราะไม่สนใจบริบท แต่เพราะสนใจบริบทนั่นแหละจึงเก็บสำนวนเดิมไว้ ซึ่งมันถกเถียงกันได้อะว่าคุณเห็นด้วยหรือชอบแนวทางไหน แต่ไอ้เฮโล ว้ายๆ แปลผิดนี่น่าเบื่อมาก
#Siamstr

รู้ตัวอีกที เพื่อนหลายคนลูกสองแล้ว 😐
#Siamstr
ทำไมแถลงข่าวซะเหมือนเป็นบุญเป็นคุณ ที่ของรัฐมันก็เป็นของประชาชนแต่แรกอยู่แล้ว ไม่ใช่ของทหาร 😡😡😡
#Siamstr

ทีมน้ำมันมวย ตลอดปัยยยย 🤣🤣
#Siamstr


