Avatar
U
2448a66f6e7bfa55a566bbf6160a82a19a5c914701629fbb122c45de838296c9
Running and Stacking / #Siamstr

นั่งมอง logo นี้บนจอ Mac แล้วรู้สึกว่า มันแปลกๆป่ะนะ

เหมือนกำลังโดนด่ายังไงไม่รู้

#siamstr

⏰รีวิวแอปเอาไว้ Track ชั่วโมงของการทำ IF สำหรับชาว iOS

.

หลังจากที่ลองดูหลายๆตัวว่าตัวไหนโอเคบ้าง

เพราะเราต้องการแค่ Tracker ก็ไปเจอแอปนึง

ชื่อ Bear IF โหลดได้บน App store

มันมี Tracker และมี State ของร่างกายเป็นของแถมมาด้วย

✨ในแอปเรียบๆง่ายๆ น่ารักดี

-มี Tracker ใส่เวลาว่าเราทานอาหารมื้อล่าสุดไปตอนกี่โมง

-ตอนนี้เรา Fasting มากี่ชั่วโมงแล้ว

-ร่างกายเรากำลังอยู่ในสภาวะไหน

-มีบันทึก Record

-มีเมนูอาหารตัวอย่าง(ที่ไม่ได้ใช้)

-มีแหล่งความรู้เล็กๆน้อยๆ(ที่ยังไม่ได้ลองอ่าน)

-และถ้าลืม Track มื้อล่าสุด สามารถกด Track แล้วแก้ไขเวลาได้

#siamstr

Replying to Avatar Jingjo

ช่วงนี้ได้คุยกับมนุษย์หลายคนมากกว่าช่วงเวลาปกติที่ผ่านมาทั้งปีที่แล้ว แล้วก็ได้พบกับบทสนทนาที่ซ้ำซากจำเจราวกับเป็นแผ่นเสียงตกร่องจากแทบทุกคนอย่างไม่น่าเชื่อ บางประโยคฟังแล้วถึงกับต้องชะงักว่านี่เราเปลี่ยนคู่สนทนาแล้วจริง ๆ หรือ

- ไม่มีเวลาเลย

- ไม่ว่างเลย

- ยังไม่ได้อ่านเลย

- ยังอ่านไม่จบเลย

- ยังไม่ได้ดูเลย

- ยังดูไม่จบเลย

- ทำไงดี พออ่าน/ดูแล้วหลับทุกที

- ทำงาน/เรียนก็เครียดพอแล้วอะ ขอดู/อ่าน/เสพอะไรผ่อนคลายได้มั้ย (= binge watch ซีรีส์ 10 ตอนรวดจนตีสาม)

- ขี้เกียจอะ

- อืม/งืม

เอาจริงนะ เรื่องของคุณเลยครับ ชีวิตของคุณ เวลาของคุณ อยากทำอะไรเต็มที่เลย สู้ ๆ ครับ

#siamstr

ยังอ่านไม่จบเลย

When money dies 🥲

Replying to Avatar tukjedsadatik

-ทำไมคุณถึงอยากมางานนี้-

ปีที่แล้วผมแค่เคยได้ดูบรรยากาศงานในโทรศัพท์ และนี่เป็นปีที่2 มันน่าจะเจ๋งกว่าปีที่แล้ว บรรยากาศน่าจะคล้ายๆงานสงกรานต์ที่สีลม เดินๆเบียดๆไหลๆเคล้าคลึงๆ เพราะปีนี้น่าจะคนเยอะมากกว่าปีที่แล้ว ผมอยากเห็นกับตาเฉยๆอ่ะ

-คุณอยากมาเจอใครในงานนี้-

ตอนผมไหลไปตามคลื่นมวลมนุษย์ไปเจอใครแล้วผมคว้าเอาไว้ได้ก็เอาคนนั้นแหละ จริงๆได้หมดแหละใครก็ได้ มานั่งจ้องตากัน ใครพูดก่อนแพ้นะคะ☺️เลิฟๆ

เพราะดูทรงแล้วทีมงานRightshiftน่าจะยุ่งกันมากๆ ผมต้องดูก่อนว่าจะหาจังหวะสอดแทรกเข้าไปทักทายได้มั้ย แต่ละคนน่าจะเหนื่อยนะวันนั้น

-คุณอยากฟังเนื้อหาแบบไหนในงานนี้-

ผมชอบเรื่องพวกเศรษฐศาสตร์ออสเตรียนนะ ผมรู้สึกว่าถ้าผมหน้าตึงพูดเรื่องพวกนี้ได้คงเท่ดี

-คุณอยากได้อะไรกลับไปหลังจากจบงาน-

หลังจากผมดำผุดดำว่ายอยู่ในคลื่นมนุษย์จังหวะนั้นผมคงไม่คิดอะไรแล้ว ผมขอแค่เหลืออวัยวะครบ32กลับบ้านพอ(หยอกๆนะ☺️)

จริงๆก็น่าจะเป็นเรื่องความทรงจำนะ ผมอยากเก็บภาพไว้ในสมองของผมเพื่อระลึกเป็นความทรงจำในวันหลัง

แล้วก็อยากไปเจอทุกๆคนตัวเป็นๆ ผมแค่อยากไปเก็บกลิ่นบรรยากาศในงานให้มันเข้าไปซึมลึกในทุกอณูขุมขนของผมแค่นั้นเอง แล้วคืนนั้นผมจะไม่อาบน้ำด้วยขังกลิ่นไว้

#TBC2024

#ThailandBitcoinConference

#siamstr

nostr:nevent1qqstmp5890w9peqsnhdn65r2n5npya2y6wyjs8mddjsnhf354f7se8cpzpmhxue69uhkummnw3ezuamfdejsygxv5lh4g8dcx6y5z0vht38k5d0ya3eezk39jmrhqsfdj2rwwv33wcpsgqqqqqqs7a9m2w

แต่งานมันมี 2 วันนะ 😀

ทำไมถึงอยากไปร่วมงาน?

เอาจริงๆอยากไปในฐานะมดงานตัวจิ๋วคนนึงมากกว่าไปในฐานะเป็นผู้เข้าร่วมงาน

อยากเอาแรงไปช่วย

เนื้อหางานเราตามฟังเอาได้ แต่ได้ช่วยงานมันตามไปช่วยย้อนหลังไม่ได้

.

อยากเจอใครในงานนี้ หรอ?

อยากเจอพวกเราที่ยังไม่เคยได้พบกันที่ #North101 ทุกคนเลย

.

อยากฟังเนื้อหาแบบไหนในงานนี้?

จาก 2 ข้อข้างบน ทำให้ไม่อยากฟังเนื้อหาอะไรเป็นพิเศษเลยจากบนเวที

เพราะตอนงานจัดน่าจะกำลัง Bull กันสุดๆ

เวลา Bull พูดเรื่องอะไรมันก็ดูดีไปหมด

เลยอยากฟังการพูดคุยเนื้อหาจากทุกคนในคอมมูมากกว่า มันคือทางลัด Shortcut ชีวิต

.

อยากได้อะไรกลับไปหลังจากจบงานนี้?

อยากได้ฟังเรื่องราวจากทุกคน มาเป็นเครื่องมือพร้อมใช้อีกชิ้น ที่ทำให้เราสามารถต่อสู้กับปัญหา หรือ เลือกหยิบมาใช้ท้าทายตัวเองได้ในยามที่จำเป็น

#TBC2024

#ThailandBitcoinConference nostr:note1hkrgw27u2rjpp8wm84gx48fxzf65f5uf9q0k6m9p8wnrf2napj0sevkdjy

Replying to Avatar KORsiroj🦷👄

เรื่ิองทุนประกันชีวิต📖 ไว้ทำแผนประกันให้ตัวเราเองครับ😄

#ทุนประกันชีวิตที่จำเป็น

1 - ทุนประกันชีวิต (จำนวนเงินเอาประกันภัย) คือเงินที่บริษัทประกันจะจ่ายให้เราเมื่อเสียชีวิต เราควรเริ่มจากการกำหนดทุนประกันชีวิตที่เหมาะสมก่อนที่จะซื้อประกันชีวิต โดยคิดว่าหากเราต้องจากไป คนข้างหลังควรได้เงินเท่าไหร่เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตต่อได้โดยไม่เดือดร้อน เพราะจุดประสงค์หลักของการทำประกันคือ “ความคุ้มครอง” ส่วนการลดหย่อนภาษีเป็นเพียงผลพลอยได้

2 - การคิดทุนประกันชีวิตมีหลายวิธี อาจคิดเร็ว ๆ ได้จาก 5 เท่าของรายได้ต่อปี หรือ 10 เท่าของรายจ่ายต่อปี ซึ่งน่าจะเพียงพอสำหรับการปรับตัวของครอบครัวเมื่อเราจากไป แต่การคิดที่ละเอียดรอบคอบยิ่งขึ้น คือคิดจากความจำเป็นทางการเงิน (Financial Needs) เช่น ถ้าเรายังมีหนี้สิน หากเราจากไปแล้ว หนี้สินนั้นควรต้องหายไปพร้อมกับเราด้วย ไม่ตกเป็นภาระแก่คนข้างหลัง

3 - ทุนประกันชีวิตที่จำเป็น = “ภาระหนี้สินและค่าใช้จ่าย” หักลบด้วย “ทรัพย์สินที่มี”

• ภาระหนี้สินและค่าใช้จ่าย = หนี้สินที่ยังเหลือทั้งหมด + ค่าใช้จ่ายพิธีศพ + ทุนเพื่อการปรับตัวของครอบครัว (คิดจากเงินที่อยากส่งเสียให้ครอบครัวรายเดือน x จำนวนเดือน เช่น ส่งเสียเดือนละ 20,000 บาท ต้องการเงินเป็นทุนเพื่อการปรับตัว 5 ปี ทุนก้อนนี้คือ 20,000 x 60 = 1.2 ล้านบาท)

• ทรัพย์สินที่มี เช่น เงินออม กองทุนรวม หุ้น ทองคำ รวมถึงทุนประกันที่มีอยู่เดิม (เงินที่จะได้รับหลังจากเสียชีวิตแล้ว เช่น ทุนประกันกลุ่มของบริษัท เงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินประกันสังคม)

4 - เมื่อคำนวณทุนประกันที่จำเป็นแล้ว ค่อยมาดูเบี้ยประกันว่าต้องจ่ายเท่าไหร่? เราจ่ายไหวมั้ย? เบี้ยประกันที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 10-20% ของรายได้ต่อปี (หรือเงินเดือน 1-2 เดือน) การเลือกแบบประกันที่เหมาะสมจะช่วยให้เราจ่ายเบี้ยถูกลงโดยได้รับความคุ้มครองตามที่ต้องการได้ ทำให้เบี้ยที่จ่ายไปคุ้มค่ามากที่สุด

5 - ควรทบทวนกรมธรรม์อย่างน้อยทุก 5 ปี เพื่อดูว่าทุนประกันชีวิตและความคุ้มครองต่าง ๆ ที่เรามียังสามารถครอบคลุมความจำเป็นทางการเงินของเราได้อยู่หรือไม่

#siamstr

หากจะใส่ในประกันออมทรัพย์ สะสมทรัพย์ คำนวนดีๆ ว่ามันโอเค (ส่วนใหญ่ไม่ค่อยโอเค เพราะจ่ายสูงคุ้มครองน้อย ในทีานี้เราไม่ค่อยแนะนำ จากใจคนทำมาแล้ว 🥹)

เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม

ยุคของ High time สิ่งใด High time โคตรๆ

สิ่งนั้นขายดี

ยุคของ Fiat สิ่งใด Fiat โคตรๆ

สิ่งนั้นขายดี

GM ครับคุณยู :)

อยู่ ๆ การเป็นมนุษย์ก็กลายเป็นสิ่งที่ยากลำบากมากขึ้นเมื่อยามหนุ่มสาว เราเอาพลังงาน เวลา สุขภาพ ไปแลกกับเงินที่เก็บออมไม่ได้ เราจึงกลายเป็นคนที่แก่เฒ่าและดูแลตัวเองไม่ได้ ทั้งจากเงินออมที่ไร้ความหมาย ทั้งจากเวลาที่ไม่เคยได้ใช้เพื่อดูแลตัวเอง ไม่เคยสะสมมัดกล้ามเนื้อและมวลกระดูเอาไว้ในยามหนุ่มสาว ทั้งทำลายสุขภาพจากพฤติกรรมการกินอาหารที่จะก่อโรคร้ายแรงยามชรา ทั้งพฤติกรรมการนอนที่ทำลายสภาวะความทรงจำในยามที่ชราลง เพียงเพื่อแลกกับเงินที่ไม่มีความหมาย

เรากำลังเอาทุก ๆ สิ่งที่เรามี ไปแลกกับเงินถูกผู้ควบคุมบั่นทอนคุณค่าของมันอยู่ตลอดเวลา

ไม่.. มันจะต้องไม่เป็นแบบนั้น

นี่ก็อาจจะเป็นผลกรรมของเบบี้บูมเมอร์ กลุ่มที่เข้าถึงทรัพยากรได้ก่อน สูบมันได้ก่อนใคร แต่ไม่เข้าใจและใช้มันไม่เป็น

จนทำร้ายตัวเองในที่สุด

เพราะคิดด้วยความคิดแบบเก่าว่า

เงินใส่ไหฝั่งดินไว้ แก่ตัวไปมันจะมีค่ามากขึ้น ให้ลูกให้หลาน เสียสละเวลามาเลี้ยงตัวเองได้

แต่พอมาคิดอีกทีว่า แล้วพวกเขาผิดอะไร ที่คิดและทำแบบนั้น ก็เพราะมันเคยเป็นแบบนั้นมาตลอดไม่ใช่หรอ มันไม่ผิดอะไรเลย แล้วทำไมถึงต้องโดนเงินลงโทษแบบนี้

โดนครอบครัวและลูกหลานที่เราเลี้ยงมาด้วยความหวังพึงพออาศัยกันและกัน ลงโทษซ้ำอีกที

ยุคของ

”ทำชั่วได้ดีมีถมไป ทำดีได้ดีมีที่ไหน“

แทร่ๆ

เราอาจจะเป็นคนกลุ่มน้อย

ที่มองเห็นประเด็นเรื่องเงินในนี้

เราเห็นคำอธิบายใต้คลิปแล้วเรารู้สึกว่ามันทัชในมิติของครอบครัว(และเงิน)

หวังว่าเนื้อหาข้างในมันจะทำออกมาได้ดี ไม่กลวงนะ

เข้าวันที่ 4 เมษาค่ะ อยากรู้เนื้อหาเต็มๆเหมือนกัน ว่าจะเป็นแบบที่คิดไหม

เย็นเจี๊ยบบ

สวัสดีค่ะ 🤙🏻

GM #siamstr

เรื่องราวของหนังเรื่องนี้ เกิดจาก

หลานคนนึงกลับไปดูแลอาม่า ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง เพราะ หวังมรดก

(เหมือนว่าตัวเอกจะลาออกจากงานไปดูแลด้วย)

.

เมื่อคีย์ของมันคือ ”เงิน“

เงินที่ดีทำให้เราดูแลกันและกันในครอบครัวด้วยความเต็มใจ มันทำให้คำว่ากตัญญูเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม

.

ในขณะที่เงินที่ไม่ดีทำให้ครอบครัวมีปัญหา

เราดูแลกันและกันไม่ได้ เพราะแค่ตัวเองยังเอาไม่รอด

สถาบันครอบครัวอ่อนแอลง

.

คำว่ากตัญญูกลายเป็นโซ่ตรวนที่ผูกคนรุ่นใหม่

พร้อมคำถามในใจว่า

“ทำไมถึงไม่เก็บเงินไว้ดูแลตัวเองว่ะ”

.

ความจริงอันโหดร้ายคือพวกเขาทำแล้ว

แต่เงินที่มันเสื่อมค่าได้ มันทำร้ายความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมาของพวกเขาทิ้งไปหมดแล้ว

.

ตัวอย่างหนัง: https://youtu.be/0fksoEJvdLE?si=54EqZ4Rxr4zrbUys