Avatar
L.SUVANN
2bfc8bf7711b426bdebcd295cc459300a0a0d8bd918b3572ba98a34f2671a2ae

เหตุขอการนำไปใช้ได้จริง เพราะเกิดจากการเห็นบ่อยๆจนละเอียด ยิ่งๆขึ้นไป ในทุกๆเรื่องเอง

ละเอียดอ่อน(จิตในใจ) เกิด-ดับ รัวๆ หรือเห็น ,รู้ (รู้สึก) ในทุกๆธรรมชาติ รอบตัว

ผมว่าที่ขอให้มีสติไม่ได้อ้อนวอน แต่คือเมตตา ในใจผมเองครับ 🙏🏼

หาก สัมมาทิฏฐิ เป็น 1 ในมรรค 8

และมรรคเป็นหนทางให้พ้นทุกข์

เหตุของการไม่พ้นทุกข์ คือ มิจฉาทิฐิ

ความคิดเห็นของท่านเองก็ดู เข้าท่า แต่ไม่น่าพ้นทุกข์

Replying to Avatar Tungkukk🇹🇭

หลักการมองเศรษฐศาสตร์ ของ Austrians Economic

จริงหลักการ ในการใช้การวิเคราะห์ของ Mises นั้นน่าสนใจมากคือเรื่องของ praxeology(Human Action) การกระทำของมนุษย์ซึ่งบ่งบอกถึงการนำไปสู่ Axioms(สัจพจน์) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การมองมนุษย์ในเชิงการมีเหตุและผลเชิงเศรษฐกิจ แต่เป็นปัจเจกต่างหากที่ไร้เหตุผล

Mises ใช้หลักการและแนวคิดที่มองมนุษย์ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคเสรีภาพนิยม เพื่อต่อต้านอำนาจของการกีดกันการค้า จากความคิด โดยบอกได้ว่าตัวของระบบ บางระบบมันนำไปสู่เผด็จการและลดทอนคุณค่าของเสรีภาพในด้านปัจเจก

ผมขอพูดเรื่อง Axioms นิดนึงว่าเวลาที่ผมคุยเรื่องศาสนาผมถึงค่อนข้างเกลียดพวก รักธรรมชาติ โลกสวย มองนั่นมองนี่คือสิ่งสวยงาม ปล่อยวางจิตใจ โดยมองว่า ธรรมะ คือสิ่งที่เป็นอยู่ ตั้งอยู่และดับไป ซึ่งไอ้ความเป็นการตั้งอยู่และดับไปนี่ ไม่ได้ช่วยเพิ่มคุณค่าแถมเป็นการลดทอนคุณค่า ของสภาวะทางความเป็น จริงๆลงไปด้วย

ใน Narrative หรือ Perspective ที่ดูใหม่ดูสวยและดีงาม มันยังข้ามสัจจพจน์ไปไม่ได้ ดังนั้น มันไม่สามารถตอบคำถามแห่งความเป็นจริงทางสัจพจน์ได้ ผมยกตัวอย่างว่า หากเราเติบโตมาในการมองว่าทะเลกว้างกว่ากว่าผืนแผ่นดิน นั้นคือสัจพจน์ที่เราพิสูจได้ พวกเค้ากลับกรอกพูดว่า น้ำทะเลสีฟ้า ก็แค่ปล่อยวาง เห๋นสิ่งใดเกิดสิ่งใดก็แค่มองมันให้ลึกลงไป

โอ้ การให้อภัย สิ่งประเสริฐ ศีลธรรมอันดีงาม ท่านผู้ฉลาดในอุมคติมิได้หยั่งรู้ถึงความลึกซึ้ง เพียงแค่เห็นแต่ภาพภายนอก และ สิ่งที่ดำเนินอยู่ มิใช่การดำรงค์อยู่

ดังนั้นหัวใจของพวกท่านจึงไร้ซึ้ง ซึ่งคุณค่าของความเป็น

ศีลธรรมมิได้กำเนิดถึงสิ่งสวยงาม และการมองโลกตามธรรมชาติ มันแค่ศีลธรรมเท่านั้นที่ท่านมองเห็น

แต่ ก็ไม่สามารถเถียงได้ว่า

ธรรมชาติ ของดวงอาทิตย์ เกิดขึ้นทางทิศตะวันออก ตั่งอยู่กลางหัวตอนเที่ยง ดับไปยามเย็น และทำซ้ำ

“ในความไม่ละเอียดเห็นความละเอียด “

การเทียบเคียงกับ สภาวะอารมของตนเองเมื่อมีสิ่งมากระทบ เช่น ได้กลิ่นไก่ย่าง อยากกินสัด-กินอิ่มhappy-หิวใหม่ มันก็เถียงไม่ได้ว่า เกิดขึ้นตั่งอยู่ดับไป หากเราจะพิสูจน์ ก็เอาไก่ย่างมาตั่งตรงหน้า

ยังไม่ต้องกินใช้เวลา ประมาณ5นาที สังเกตไก่

ตาเห็น สีของชิ้นปีกไก่ย่าง เหลี่ยมนี้กัดเข้าไปดูท่าจะพอดีคำ

จมูกได้กลิ่น น้ำซอสหมักไก่ กลิ่นไก่แดงย่างกับเตา

ปาก ถ้าได้กัดลิ้นสัมผัส น้ำลายสอ

หูได้ยิน คนข้างๆบอกเหลือให้ด้วย

กายจับ มือขวาถือขวาเหนียว มือซ้ายถือไม้ไก่ย่าง

อารมณ์ อยากกินไก่ “เกิด”

กินกำลังเพลิน หูดับไม่ได้ยินเสียงคนข้างๆ “ตั่งอยู่”

กินอิ่ม ลืมตัวไม้สุดท้ายกินเข้าไปแล้ว โดนด่า ทำมัยไม่เหลือให้ด้วย “ความอยากดับลง”

ส่วนเรื่องให้ อภัย เถียงกันให้ตาย แต่การให้อภัยมันทำให้ “คนให้อภัย” รู้ สึกโล่งๆ สบาย ยกภูเขาออกจากอก ยกเรื่องที่โกรธแค้นเคือง ออกจากหัว เรื่องนั้นๆไม่มีอิทธิพลต่อเราแล้ว ลอง พิสูจน์เอา ท่านผู้เจริญ ทั้งหลาย

ธรรมชาติ จะว่าบื้อๆก็ บื้อๆ บางทีแค่หิวก็ทำให้เหตุแห่งการไม่หิวมันเกิด แค่รู้เรื่องโง่ๆแบบนี้ด้วยตัวเองแล้วกินไก่ย่างแบบน้ำตาไหล ใครจะมาพูดกรอกหู”ว่ากินไก่ไม่สนองความอยากหลอกน่าอย่ากิน” เราก็ไม่เชื่อ

ขอความมีสติ จงมีแก่ท่าน

หากวัตถุดิบชั่นดี ,ปรุงโดยเชฟชั่นเซียน และบดเคี้ยวด้วยผู้คน.

จะขอเป็นผู้เสพ “กาก”ชั้นยอด ที่กำลังจะย่อยออกมา จากการดูดซัพของมันสมองไม่ใช้ลำไส้ใหญ่ 🔥🔥🔥🔥🔥 nostr:note14lm90sc07f4pahhqq9c0wcs33tx7tecx8v7zx3595ydvh05l4y0ssvxk6m

จะ เวย์ไหนก็เวย์นั้น ตามจริต ครับ

ท่านผู้เจริญปัญญา🙏🏼🙏🏼🙏🏼

แล้วยังมีความทุกข์ เหมือนเดิมมั้ยครับ

หลังจากนั้น ยังทุกข์ อีกมั้ยครับ

หรือว่างๆนิ่งๆ คงสภาพตลอด ได้จนถึงตอนนี้

หากไม่แสดงว่า ว่างๆนิ่งๆ คงยังไม่ใช้ช่อง พ้นทุกข์ ครับ 🙏🏼🙏🏼🙏🏼

การสัมผัส หรือการกระทบกระเทือน ที่มากระทบ จิตใจ, อารมณ์หรือความรู้สึก หลังจากการพิจารณา เรื่องๆนั้นซ้ำๆ ผู้พิจารณาอาจจะว้าวเอง จากเหตุปัจจัยที่มากระทบ ครับ

Replying to Avatar U

มันเลยเป็นเหตุผลที่เรามองว่า พุทธะ มันเหมือนเครื่องมือทางคณิตศาสตร์ ที่เราหยิบเอาไปบวกลบคูณหารยังไงก็ได้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในแบบของเราเอง

จะมองว่าพุทธ ต่อยอดมาจากผี มีความใกล้เคียงกันแบบไหนก็ได้ เพราะ สูตรคณิตศาสตร์เราเป็นแบบนี้ แบบไหนล่ะ

แบบที่เราออกแบบมาเพื่อหาคำตอบให้เราเอง

สูตรคณิตศาสตร์ของเราออกแบบมาเพื่อหาความว่างเปล่า หาจุดเชื่อมโยงเรากลับไปสู่ความว่างเปล่า

ความว่างเปล่านี่คือ ความว่างในตัวตนของเรา กลับคืนสู่จุดหนึ่งเดียวกันกับธรรมชาติ กับทุกสรรพสิ่ง

ซึ่งมันอาจจะคือ “ความเป็น” ในนิยามใดนิยามหนึ่งของตั๋งก็ได้นะ “ความเป็นหนึ่งเดียวอันนั้น”

ขออนุญาตถือวิสาสะแนะนำครับ 🙏🏼🙏🏼🙏🏼

ก่อนสู่ความว่างเปล่า… ลองหาจุดเขื่อมโยงกับต้นสายดูก่อน “ความทุกข์” อาจจะเจอช่องครับ

การแย่งชิงดินแดน

ใช้ใจดู ก็มี3 อย่าง ชอบ ไม่ชอบ และไม่สนกับเรื่องนั้น

เพราะ การทำเหตุปัจจัยให้พร้อม เป็นสำเร็จครับ “ทำให้มากทำให้บ่อยทำให้ชิน”

“เพราะรู้ชัดจึงหน่าย” กับ “เพราะไม่รู้(หาคำตอบไม่ได้)จึงหน่าย” ผมว่านะ

ตอนที่ 8 คำชี้แจงเกี่ยวกับการศึกษาเรื่องปฏิจจสมุปบาท

สอนผิดจนปฏิบัติไม่ได้

เรื่องปฏิจจสมุปบาทที่กำลังสอนอยู่นี้ไม่ตรงหรือไม่ถูกต้องตามบาลีเดิม ของเดิมมีไว้อย่างนึงเดี๋ยวนี้มาสอนกันเสียอีกอย่างหนึ่ง ก็คือในบาลีเดิมพูดไว้ในลักษณะติดต่อกันเป็นสาย ใน 1 รอบมี 11 อาการ เดี๋ยวนี้มาสอนว่า ใน 11 อาการรอบนึงนี้จะกินเวลายืดออกไปตั้ง 3 ชาติคืออดีตปัจจุบันอนาคตไปสอนอย่างนี้จนปฏิบัติอะไรไม่ได้

ในบาลีเดิมมันติดต่อกัน 11อาการในสายเดียวที่คนเรามีเรื่องที่เป็นกิเลสเกิดขึ้นในใจครั้งหนึ่ง หมายความว่าบางทีชั่วกะพริบตาเดียวเท่านั้นธรรรมนี้ก็เต็มรอบ กินเวลาไม่ถึงชาติ ถึงปี ถึงเดือน ถึงวัน นี่สอนผิดจากบาลีเดิมก็กลายเป็นเรื่องที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าสอนถูกมันจะตรงกับปัญหาเฉพาะหน้าที่มีอยู่ประจำวัน

การจะเข้าใจได้ดีต้องรู้จำนวนปฏิจจสมุปบาททั้ง 11 อาการก่อน

1เพราะอวิชชาเป็นปัจจัยจึงเกิดสังขาร

2 เพราะสังขารเป็นปัจจัยจึงเกิดวิญญาณ

3 เพราะวิญญาณเป็นปัจจัยจึงเกิดนามรูป

4 เพราะนามรูปเป็นปัจจัยจึงเกิดอายตนะ 6

5 เพราะอายตนะเป็นปัจจัยจึงเกิดผัสสะ

6 เพราะผัสสะเป็นปัจจัยจึงเกิดเวทนา

7 พระเวทนาเป็นปัจจัยจึงเกิดตัณหา

8 เพราะตัณหาเป็นปัจจัยจึงเกิดอุปาทาน

9 เพราะอุปทานเป็นปัจจัยจึงเกิดภพ

10 เพราะภพเป็นปัจจัยจึงเกิดชาติ

11 เพราะชาติเป็นปัจจัยจึงมีชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกขโทมนัส อุปายาส ซึ่งเป็นความทุกข์ทั้งนั้นเกิดขึ้น

จะเห็นได้ว่าติดต่อกันไปไม่มีอะไรมาคั่น ไม่จำเป็นต้องเอา 2 ตอนแรกไว้ชาติในอดีต เอา 8 ตอนกลางมาไว้ในชาติปัจจุบัน แล้วเอาอีกตอนหนึ่งไว้ในชาติหน้า ถ้ารอบนึงสาย 1 กินเวลา 3 ชาติอย่างนี้มันจะทำอะไรได้ ควบคุมมันได้อย่างไร จะปฏิบัติดับทุกอย่างไร เพราะมันแยกกันอยู่ เหตุชาติหนึ่ง ผลชาติหนึ่ง แล้วมันจะควบคุมได้อย่างไร

ผมจะขอเสริมตรงนี้นะครับจากคำชี้แจงจะยังไม่มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเกิดอวิชชา(อาหารของอวิชชา) เพราะกว่าจะรู้ที่มาของอวิชชาเนี่ยก็อยู่ท้ายๆ เล่มแล้วแต่จะหยิบมาให้ทำความเข้าใจก่อน เรียงลำดับการเกิดอวิชชาแบบนี้

อวิชชามีอาหารคือนิวรณ์ 5 (ลองหาคำอธิบายเพิ่มนะครับ) นิวรณ์ 5 มีอาหารคือทุจริต 3 ทุจริต 3 มีอาหารคือการไม่สำรวมอินทรีย์ การไม่สำรวมอินทรีย์มีอาหารคือความไม่มีสติสัมปชัญญะ ความไม่มีสติสัมปชัญญะมีอาหารคือการทำไว้ในใจโดยไม่แยบคาย(อโยนิโสมนสิการ) อโยนิโสมนะสิการมีอาหารคือความไม่มีศรัทธา ความไม่มีศรัทธามีอาหารคือการไม่ได้ฟังสัทธรรม การไม่ได้ฟังสัจธรรมมีอาหารคือการไม่คบสัตบุรุษ

ตอนที่ 8 จบเพียงเท่านี้ เพราะว่าจริงๆ แล้วมันจะมีตัวอย่างอีก 4 ตัวอย่าง ในชีวิตประจำวันซึ่งยาวพอสมควร ไว้ผมจะเอาตัวอย่าง มาให้อ่านในโน๊ตถัดๆไป ราตรีสวัสดิ์รักษาสุขภาพครับ #siamstr #ปฏิจจสมุปบาท #พ่อออกค้ำ

อ่าน อาการต่างๆแล้ว

เกิดอาการขี้เกียจ แว๊ปนึกถึงคำแปล คำทำวัตร

“โดยย่อรวบยอด อุปาทานใน ขันธ์ทั้ง5 ล้วนเป็น ทุกข์”

🙏🏼🙏🏼🙏🏼 GM ท่านผู้เจริญธรรม

สิทธาระถะ อ่านจบยังครับ🥹

“รู้จนเบื่อไปเอง” กับ “ไม่รู้อะไรเลย” ต่างกันอยู่ ส่วนตัวผมมองแบบนี้

รอการกระทบ กระเทือน ตามธรรมชาติ ครับ มิการสอน 🙏🏼🙏🏼🫡

Replying to Avatar Jakk Goodday

ตั๋ง.. สิ่งที่มึงเลือกไป ทางที่มึงเลือกเดิน คือ สิทธิ์ตามธรรมชาติของมึง พี่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่า.. แสดงความห่วงใยอยู่ห่างๆ

ในฐานะพี่กับน้องต่าง DNA กูจะทำอะไรได้ มึงโตแล้ว มึงมีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง ความชอบในแบบตัวเอง มึงสุขภาพดี มึงมีความสุข มึงไม่โดนหมากัด ไม่ถูกคนรุมกระทืบ แค่นั้นกูก็พอใจแล้ว

ครั้งหนึ่งมึงเขียนว่า จะหันมาให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของตัวเอง จริงๆ กูยิ้มมุมปาก เพราะเป็นกูนี่แหละที่รู้ว่าอะไร เพราะที่ผ่านมามึงไม่ค่อยสนใจตัวเองมากเท่าเรื่องรอบตัว

ความสุข ความทุกข์ ความหวัง ความอ่อนล้า ความปิติ ความเจ็บปวด ทุกเรื่องราวของมึง กูได้ฟังมาจนหมดแล้ว คงมีไม่กี่คนที่เข้าใจตัวตนของมึง หนึ่งในนั้นคือกูนี่เอง

เวลามีคนไม่เข้าใจในตัวมึง เวลามึงไปเกรียนใส่คนอื่น คนแรกที่โดนฟ้องคือกูเหมือนกัน กูก็ทำได้แค่.. "อย่าไปถือสาไอ้เด็กนี่เลย.." บ่ายเบี่ยง บอกปัดโอกาสที่จะได้อธิบาย เพราะเรื่องบางอย่าง.. คำพูดมันแสดงแทนไม่ได้

กูอยากจะเกลียดมึงแบบที่คนอื่นเขาเป็นกัน แต่กูทำจริงๆ ไม่ได้สักที คนที่ผ่านหลายๆ เรื่องราวมาด้วยกัน มันถูกลบความรู้สึกไม่ได้เพียงเพราะความเห็นของคนอื่น ที่ไม่ใช่เรา กูอยากจะลืมมึง บางครั้งกูภูมิใจในสิ่งที่มึงทำ บางครั้งกูก็แอบผิดหวัง แต่กูทำไม่ได้หรอก เพราะสำหรับกู มึงคือน้องกูตลอดไป

เว้นแต่มึงคิดจะเป็นอริกับกูเท่านั้นเอง

..ซึ่งกูรู้ มึงคงไม่ทำเรื่องไร้สาระแบบนั้น

มึงจะนิยามตัวเองยังไงดี ถ้าคิดจะทำร้ายจิตใจคนที่รักมึง จริงไหมล่ะ?

ในอดีตกูเคยคิดจะสอนมึง แนะนำมึง เกี่ยวกับวิธีที่เราจะมองโลก อยู่บนโลกนี้ให้มีความสุข สุขพอที่จะมีพลังไปทำสิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับตัวเองได้..

ถึงจุดนึงกูก็ได้สติ.. กูไม่ใช่เจ้าชีวิตใคร ไม่มีธุระกงการอะไรจะไปบังคับชี้นำอนาคตของใครในลักษณะของการคิดว่ากูแน่กว่ามึง.. กูเลยตัดสินใจ ถอยออกมา ให้มึงได้เรียนรู้ เติบโตบนโลกนี้ในแบบของตัวเอง ซึ่งมันอาจจะให้ประโยชน์กับมึงมากกว่าที่กูคิดไปเองและคิดจะทำก็ได้

มึงรู้ว่ากูมีภารกิจของตัวเอง มีความรับผิดชอบที่ใหญ่มากจากลมปากของตัวเอง บางทีกูก็ต้องเลือกว่าจะเอาพลังตัวเองไปใช้กับเรื่องอะไรก่อน-หลังดี

แต่ไม่มีพี่น้องคู่ไหนตัดกันจากใจได้จริงๆ หรอก..

กูพร้อมกอดมึงเสมอ พร้อมทำแผลเย็บปากให้มึง หาที่ให้มึงนอนพักเอาแรง กลับไปสู้ใหม่ กับโลกของมึง

ย้อนกลับไปวันที่ 30 สค. 67 เวลาเกินเที่ยงคืนไปหน่อยๆ

"ปัญญาจะมีคุณค่าจริงๆ เมื่อมันถูกส่งต่อ"

ส่งด้วยหัวใจ..

มึงอาจจะคิดว่ากูชอบพูดเอาหล่อ เจ้าสำบัดสำนวน มันก็ใช่ แต่ทุกสำนวนกูใช้หัวใจเขียนออกมานะเว้ย

อย่าให้คุณค่าดีๆ มันตายไปพร้อมกับตัวมึง

ชะตามึงไม่ได้ด้อยไปกว่าเพื่อนงี่เง่าแต่ดันบ้านรวย ไม่ได้ด้อยไปกว่านีกการเมืองหัวควยแต่วาสนาดี มันไม่้กี่ยวกับเรื่องพวกนี้

กูทำให้มึงเห็นแล้ว.. อนาคตของเรา เราสร้างมันเองได้

ปล. เขียนเหมือนอยู่กันคนละมุมโลก..

กูก็แค่รักมึง ไม่มีอะไร

nostr:nevent1qqs2xv7n2ufeqnzkfpx4g62e30m69asuhe9ayulr92rk8fkkuy2x2kgprpmhxue69uhhyetvv9ujumn0w3hhx6rf9emkjm30qgsvnucsxdzd87m9ew5svjlxl4mzap5e8wvkfjw0hm8vahvyra3dw8srqsqqqqqp62vze9

ธรรมชาติ

กู

ทุกข์

สติ

ปัญญา

สติ

ทุกข์

กู

ธรรมชาติ

ชอต การเกิดสภาวะ “อุเบกขา” แม้ซักวิ ทางความรู้สึก จะถ่ายทอดยังไงดี😮‍💨 ยากตรงคงสภาวะนั้นไว้นาน โดย “รู้ตัว”