Avatar
Somnuke
30aeab00931a8a6d4a3f9e8cfa255abf5f87f3091a8efe0bf24afe8c2eec28f5
ผมชื่อสมนึก มาจากองค์การสร้างความปวดกบาลแห่งชาติ
Replying to Avatar Thita@98

หมอกหรือควัน เพลงโปรดเลย nostr:npub1rvma69x4qjvn4arp5elmaqzgw2gxm82fm8syp7szkkc3lhl3xkxqqr22ur

ฉันเป็นอย่างบูมเมอแรง ขว้างไปยิ่งแรง ยิ่งกลับมาเร็ว

ชอบมากกกกก บูมเมอแรง-ผ่องศรี วรนุช

ใครสักคน :

ทำไมช่วงนี้ไม่เห็นกินข้าวเลย เห็นกินแต่เนื้อสัตว์ไม่ก็ไข่ไก่ ป่วยอยู่หรือเปล่า?

ผม :

ร่างกายของเราใช้พลังงานจากน้ำตาลเพียง 5 กรัม สำหรับเซลล์ที่ไม่สามารถใช้พลังงานจากกรดไขมันได้ แต่เซลล์อื่นๆในร่างกายของเราล้วนใช้พลังงานจากกรดไขมัน เพื่อเป็นพลังงาน เพื่อใช้ซ่อมแซม หรือ สร้างภูมิคุ้มกัน

แต่ตามที่ Standard American Diet : SAD (ไทยเราเรียกอาหาร 5 หมู่) ระบุหลักโภชนาการเอาไว้ให้เป็นมาตรฐานสำหรับทุกคน คือการบอกให้เราเน้นการทานคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว แป้ง ขนมปัง เป็นหลัก รองลงมาคือผักและผลไม้ ซึ่งการทานผักและผลไม้นั้นร่างกายจะได้รับน้ำหวาน (น้ำตาลกลูโครส) และ ไฟเบอร์ (ซึ่งจริง ๆ แล้วก็คือน้ำตาลที่สานตัวกันเป็นเส้นใย) ก็คือคาร์โบไฮเดรตอีกรูปแบบหนึ่ง น้อยสุดเป็นเนื้อสัตว์ ไข่ นมวัว (โปรตีน) และสุดทายที่ให้หลีกเลี่ยงคือไขมัน

ประเภทของอาหารที่ทาน

แป้ง ข้าว ขนมปัง (คาร์โบไฮเดรต) - 41%

ผัก (คาร์โบไฮเดรต) - 19%

ผลไม้ (แร่ธาตุ, คาร์โบไฮเดรต) - 15%

เนื้อสัตว์ ถั่ว (โปรตีน, ไขมัน) - 22%

น้ำมัน (ไขมัน) - 4%

เมื่อจำแนกเป็นประเภทของสารอาหารจะได้

คาร์โบไฮเดรท > น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว = 74%

โปรตีน > กรดอะมิโน = 22%

ไขมัน > กรดไขมัน = 4%

เราทานคาร์โบไฮเดรตสูงถึง 74% ต่อวัน เพียงเพื่อนำน้ำตาลโมเลกุลเดียว 5 กรัม ไปเป็นพลังงานสำหรับเซลล์ที่ใช้ไขมันเป็นพลังงานไม่ได้? แต่ไขมันและโปรตีนที่ร่างกายและเซลล์อื่นๆ ต้องการเป็นจำนวนมาก เรากลับรับประทานร่วมกันเพียงวันละ 26% ต่อวัน? ไม่คืกว่ามันย้อนแย้งไปหน่อยเหรอ?

และถ้าน้ำตาลส่วนเกินที่ไม่สามารถนำไปใช้งานได้จนหมด มันจะเกิดกระบวนการแปลงรูปจากน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวไปเป็นกรดไขมันเพื่อเก็บสะสมไว้ที่ตับ และเมื่อเกิดกระบวนการนี้ซ้ำ ๆ จากการทานคาร์โบไฮเดรตเกินความต้องการ ตับที่ไม่มีพื้นที่เหลือพอสำหรับเก็บกักไขมัน ก็จะถูกนำไปสะสมไว้ที่อื่น เช่น ใต้ผิวหนัง พุง ขา แขน เกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่าโรคอ้วน และ ไขมันพอกตับ

ใครสักคน :

จริงเหรอ? ตรวจสุขภาพหมอยังบอกเลยว่าอย่ากินเนื้อสัตว์เยอะ ไข่ก็ด้วยเพราะมันมีโคเลสเตอรอลสูง

ผม :

อย่างที่บอกมันมีไม่เซลล์ไม่กี่ชนิดในร่างกายที่ใช้น้ำตาลเป็นพลังงาน เพราะว่าเซลล์อื่น ๆ มันใช้พลังงานจากไขมันเป็นหลัก โคเลสเตอรอลที่บรรดาหมอสุขภาพบอกว่าไม่ดีต่อสุขภาพ การทานอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่ไก่ ไข่เป็ด เนื้อวัว ไขมันหมู นั้นเพิ่มความเสียงในการเกิดโรคหัวใจ แต่รู้หรือไม่ปริมาณโคเลสเตอรอลที่อยู่ในร่างกายเราประมาณกว่า 80% นั้นถูกผลิตมาจากตับที่เป็นอวัยวะภายในร่างกายของเรา และอีก 20% ที่เหลือนั้นมาจากการทานอาหาร

ใครสักคน :

หืม~ จะใช่หรอ นี่ก็กินแต่แป้ง ไม่ได้แตะไขมันเลยก็ดูปกติไม่เห็นเป็นไรนะ

ผม :

อ่า~ ใช่ ค่าผลเลือดที่ตรวจมาปกติตามค่ามาตรฐานเลยสินะ ;)

ใครสักคน :

ใช่.. นี่ว่าจะสั่งชานมไข่มุกอยู่อะ ค่ายังไม่เกิน Tolerance ยังกินได้อยู่.. ว่าแต่ เอาด้วยมั้ยอะ จะได้สั่งพร้อมกัน?

ผม :

GGEZ

#Siamstr

#GGEZ

ใครสักคน: กินแต่เนื้อกับไข่ ป่วยรึป่าว?

สมนึก: เสือก

ใครสักคน: หมอยังบอกอย่ากินเนื้อเยอะ โรเล่อโคสเตอร์สูง

สมนึก: หมอก็เสือก

ใครสักคน: ใช่หรอ นี่กินแต่แป้งแทบไม่แตะไขมัน ก็สดชื่นดี

สมนึก: เรื่องของมึงไง อ้อ ผลตรวจเลือดปกติสินะ ไหนขอยันหน้าให้ปากแตกเพื่อตรวจสอบสีเลือดหน่อย

หยอกๆ นะคุณใครสักคน

5555+ นึกว่าเสรี วงมนทาเขียนไว้ซะอีก

Replying to Avatar Jingjo

"ตลอดประวัติศาสตร์ มนุษย์ส่วนใหญ่ล้วนเข้าใจว่าหากคุณใช้เวลาช่วงเยาว์วัยไปกับการสร้างครอบครัวที่ดี คุณก็มีโอกาสที่จะมีผู้คนที่คุณรักอยู่เคียงข้างและคอยดูแลคุณในบั้นปลายชีวิต ความต้องการมีลูกเป็นความต้องการตามสัญชาตญาณทางธรรมชาติสำหรับผู้คนส่วนมาก ความสุขที่ได้รับจากเด็ก ๆ นั้นก็เป็นอีกสิ่งที่กระตุ้นให้หลาย ๆ คนอยากมีลูก

"แต่น้อยคนนักที่จะมองว่าการมีลูกคือการเตรียมพร้อมสำหรับวัยชรา ทุกวันนี้มันกลับเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้คนจะยืดช่วงวัยหนุ่มสาวของพวกเขาออกไปอย่างไม่มีกำหนด และยอมเสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระ ไม่มีประโยชน์ และให้ความสนุกเพียงชั่วครู่ แต่ปราศจากซึ่งความมั่นคง ความพึงพอใจ หรือความอิ่มเอมใจอย่างยั่งยืนในชีวิต"

"The Fiat Standard บทที่ 7 : วิถีชีวิตแบบเฟียต" เสร็จส่งซีเอ็ดแล้ว เตรียมลุยต่อกับบท 8 สุดเดือดอย่าง "ฟักกิ้งเฟียตฟู้ด" !!

#siamstr #FiatStandard #Bookstr

อ๋า อันนี้จำได้ ประโยคเด็ดของเล่ม พ่อรวยสอนลูก

แน่นอนนนน ค่าแรงก็ขึ้นตามที่โม้ไว้เห็นป๊าว ทำตามที่พูดเพ๊ะๆ ข้าวของที่แพงขึ้นมันไม่เห็นจะเกี่ยว

เถียงนาไม่มีปัญญาเช่าครับ เงินหมื่นที่ได้มาใช้ไม่ได้ เถียงมันห่างไป 5 โล

เอาใหม่ มือลั่น แก้วโลกร้อนนนน สิ้นเปลืองการเผาไหม้ทราย แถมใส่น้ำได้จึ๋งเดียว

Replying to Avatar Jingjo

เบรกไปเล่นเกมมาสองวัน รู้สึกเลยว่าสมองรวนทันที กิจกรรมที่ทำนี่ส่งผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก และพลังงานในแต่ละวันจริง ๆ พอวันนี้กลับมารูทีนเดิม ลุกก่อนตะวัน แปลข่าวทันตะวันขึ้น ออกไปยืดเส้นยืดสายกายบริหารเบา ๆ รอแดดเช้า พอถึงเวลากำลังดี ชงกาแฟดำ ย่ำหญ้า อ่านหนังสือ รับแดด (วันนี้มาน้อยจัด)

ผลคืออ่านเล่ม Fiat Food ได้ยาวเกือบ 2 ชม. รวด สมาธิมาเต็ม ๆ ผิดกับวันที่เล่นเกมที่ไม่มีสมาธิเลย

สมองกลับโหมดทำงานละ ลุยพรูฟมาตรฐานเฟียตต่อได้ เอาให้หายใจรดต้นคอสมนึกและพี่ยะไปเลย!

ป.ล. เอ้อ! เรากลับมาทยอยลง #FuckIMF ใน nostr:npub1l2cp3t052ljhqnt2emsq5py30qqppj3pytprppc4ygjznhv6lzws99ye04 แล้วนะครับ หลังจากเบรกให้ชาว #Siamstr มีเวลาได้อ่านกันบ้าง เพราะทุกวันนี้โน้ตดี ๆ ยาว ๆ เต็มทุ่งม่วงไปหมด เหนื่อยแทนครับ

Anyway, GM!

จริง ผมทำกิจกรรมมากจนออกแต่ลม เรื่อยแรงหาย รู้สึกอ่อนล้ามากครับ แถมยังมองฟ้าเป็นสีเหลืองอีกด้วย

ผมหลีกหนีเรื่องน่าหดหู่ ตวามเกลียดชังด้วยการซักผ้าลูกเดียวเลยครับ ได้ผลดีมาก เราจะยุ่งและเมื่อยจนไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น ส่วนมากจะคิดแค่เรื่องด่าเมียในใจ

งั้นผมลองกอง

ชโรจุงเบ้อคือใครครับ

ลมเปลี่ยนทิศนี่ผมชื่นชอบอย่างมาก แต่น้อยกว่า"คำว่ารักมันกลายเป็นฝุ่นไปแล้ว" นิดนึงครับเพื่อนเจน

ผมทำวันละสามมื้อสำเร็จมาเป็นเวลาหลายปีแล้วครับ ดูดทุกวันเลย

Replying to Avatar jakkapat.S

เหตุผลที่ผมเก็บสะสมBitcoin

1. "เงินที่ไม่สามารถลดมูลค่าลงจากการพิมพ์มากเกินไปนั้นสามารถทำให้เกิดการเก็บกักความร่ำรวยแบบไม่ยุติธรรมและไม่มีที่สิ้นสุดได้."

2. "บิตคอยน์จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติของมนุษย์ต่อการคุ้มครองค่าเงินและการเก็บรักษามูลค่าในอนาคต."

3. "การสร้างความเสี่ยงในการเพิ่มเงินสดด้วยความผูกพันทางกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องค่าเงิน."

4. "ระบบเงินที่สามารถพิมพ์มากเกินไปไม่มีความมั่นคงและสร้างความไม่สมดุลในสังคม."

5. "บิตคอยน์ทำให้เรามีความเป็นเจ้าของที่แท้จริงไม่ขึ้นอยู่กับระบบทางธนาคารหรือรัฐบาล."

6. "การบริโภคจริงคือการลงทุนในอนาคตและเราสามารถทำได้ดีที่สุดเมื่อเราแบ่งเงินของเราเป็นส่วนๆ และลงทุนในสิ่งที่มีความคืบหน้าและความมั่นคง."

7. "บิตคอยน์เป็นเครื่องมือสำหรับควบคุมความมั่งคั่งของเราและไม่ใช่วิธีในการบริจาคกำไรให้กับทะเลแสงแดด."

8. "เมื่อเงินกลายเป็นสินค้าในตลาดเสรีและสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็ว มันจะส่งผลให้มีการสร้างค่าเพิ่มและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ."

9. "การควบคุมดุลย์ในระดับท้องถิ่นส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลและวิกฤติเศรษฐกิจ."

10. "บิตคอยน์อาจเป็นวิธีที่สำคัญในการสร้างระบบเงินใหม่ที่ยืนยงและมีความยืนยาวในอนาคต."

#siamstr #Bitcoin

เสริมให้อีกข้อครับ "บิตคอยน์ช่วยลดอำนาจการควบคุมเงินของเมีย"