Avatar
Thita@98
74b04bd78d5ecd4b501b2bfe77fad4d6edbea28dc71f565f0fbd74c0e42ecbbd
Replying to Avatar Lina Engword ⚡

คุณยายวัย 79 ประกาศขาย Mazda RX-7 มือเดียวของเธอ ล่าสุด มีข่าวว่า Mazda Japan ขอซื้อคืน

เชื่อว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนน่าจะผ่านตาภาพคุณยายท่านหนึ่ง ยืนโพสต์คู่กับ Mazda RX-7 สีเทา ทะเบียนญี่ปุ่นเลข 7 ตัวเดียว สภาพเนียนกริ๊บ พร้อมคำบรรยายภาพว่านั่นคือรถยนต์ของเธอเอง และคุณยายกำลังจะตัดใจขายให้กับผู้ที่สนใจ ล่าสุด วันนี้มีรายงานว่าคุณยายเลือกเจ้าของคนถัดไปได้แล้ว ซึ่งก็คือ Mazda ประเทศญี่ปุ่น แต่ก่อนจะเฉลยว่าเหตุไฉนถึงลงเอยเช่นนี้ เราขอพาย้อนกลับไปทำความรู้จักกับคุณยายสุดเฟี้ยวท่านนี้ก่อน

ชื่อของคุณยายคือ Naoko Nishimoto แม่บ้านวัย 79 ปี จากเมือง Nagasaki เจ้าของ Mazda RX-7 คันในภาพ โดยคุณยายเหล่าว่าเธอชอบรถยนต์มานานแล้ว เพราะชื่นชอบในความเร็ว และซื้อรถยนต์คันแรกของตัวเองตอนอายุ 21 ปี ด้วยเงินโบนัสของเธอเอง ส่วนรถยนต์ที่เธอเลือกในตอนนั้นคือ Toyota Publica และคุณยายภาคภูมิใจมาก เนื่องจากคนมักจะมองตามเวลาเธอขับรถผ่าน เพราะในยุคนั้นไม่ค่อยมีผู้หญิงขับรถเท่าใดนัก

ต่อมา คุณยาย Naoko แต่งงานในวัย 23 ปี และเมื่อมีลูก จึงต้องเปลี่ยนเป็นรถครอบครัวทำให้มี Toyota Corona และ Corona Coupe ผ่านเข้ามา วันเวลาผ่านไปจนถึงปี 2000 ที่วันหนึ่งลูกชายคนเล็กของเธอดูการ์ตูนเรื่อง Initial D อยู่ที่บ้าน และเมื่อเธอเห็น Mazda RX-7 ในการ์ตูน สัญชาตญาณบอกเธอว่านี่คือสิ่งที่เธอต้องการ เธอเลยถามลูกว่านั่นรถอะไร พอได้คำตอบแล้ว เธอตรงดิ่งไปโชว์รูม Mazda พร้อมสั่งซื้อ RX-7 สีเทาคันในภาพทันที แม้จะมีเสียงค้านจากคนรอบตัวบ้างว่าจะดีเหรอ เพราะ RX-7 ไม่ใช่รถที่ขับง่ายเลย

ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณยาย Naoko ใช้ Mazda RX-7 เป็นรถยนต์ในชีวิตประจำวัน รวมถึงขับไปเที่ยวด้วย ทั้งยังชื่นชอบความรู้สึกเวลาขับขึ้นทางด่วน ที่เธอเป็นหนึ่งเดียวกับรถ ไหนจะเรื่องคนมองตามและต้องแปลกใจที่เห็นเธอเป็นคนขับ จนปัจจุบัน คุณยายใช้รถยนต์คันนี้ไปราว 75,000 กิโลเมตร และเธอตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่เธอต้องหยุดขับรถ ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุ โดยเธอวางแผนที่จะคืนใบขับขี่ในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งเธอจะมีอายุครบ 80 ปี

เมื่อคุณยาย Naoko ตัดสินใจและทำใจได้แล้ว เธอจึงประกาศหาผู้ที่จะมาดูแล Mazda RX-7 ของเธอต่อ ทำให้เกิดเป็นข่าวใหญ่ไม่ใช่แค่ในท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังบานปลายไปยังประเทศอื่นด้วย ล่าสุด มีรายงานว่าคุณยายได้รับ e-mail ขอจีบ Mazda RX-7 ไม่ต่ำกว่า 400 ฉบับ และเธอพบว่าหนึ่งในนั้นคือ Mazda ประเทศญี่ปุ่น ที่ขอซื้อรถยนต์คันนี้ไปทำเป็นรถยนต์เพื่อการประชาสัมพันธ์ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน ผ่านเรื่องราวของรถยนต์คันนี้

ในจดหมายจาก Mazda ระบุว่าถ้าบริษัทได้รับโอกาส Mazda จะให้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญดูแล Mazda RX-7 ของเธอเป็นอย่างดี เพื่อให้ใช้งานได้ไปตลอดกาล ซึ่งนั่นทำให้คุณยาย Naoko ตัดสินใจให้ Mazda ประเทศญี่ปุ่น รับ RX-7 ของเธอไปดูแลต่อ โดย Hideaki Tanaka ตำแหน่ง Product PR ของ Mazda ระบุว่ารถยนต์เพื่อการ PR จะถูกนำไปใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ รวมถึงออกวิ่งในกิจกรรมพิเศษอีกด้วย แถมเมื่อ 5 ปีก่อน บริษัทเคยขอซื้อ Mazda Roadster รุ่นแรกจากสตรีเจ้าของเก่าวัย 90 ปีมาแล้ว ทั้งหมดนี้เพื่อนำไปถ่ายทอดความสุขที่ได้รับจากรถยนต์ ไปพร้อมกับการบอกเล่าประวัติของรถยนต์แต่ละคันด้วย

ที่มา: nagasaki-np

ว้าวววว😃

ขอบคุณคร้าบบ🥰🐕🐕

สวีสดีเช้าสายๆค่ะ😊☕️🌞🐕🐕

เสียบไม้ย่างพอคำ😋

GM สายๆเช้าวันเสาร์🌞☕️🐕🐕

เมือวานวันศุกร์หรรษา

หรรษาเพราะได้เจอเด็กๆแล้ว55555 เด็กๆทีถูกอ้ายมิคnostr:npub1uprlst7kjp0eyfxe4yn7q36gr885mjr9fm6ejfqt8pmdta7stv9s2xvysq เนรเทศ5555ผ่านหรมแดนมาส่งเกือบถึงที่โดยแม่และพี่สาวอ้ายมิค ขอบคุณ🙏🙏😍แม่กับพี่สาวมิคมากคร้าบบ(แม่อ้ายมิคน่ารัก😍)

มาถึงบ้านเด็กๆกลัวมากจนไม่ยอมออกจากกล่อง

กลางคืนกะกังวลเด็กๆแปลกที่จะร้องเสียงดังนอนกันไม่ได้มั้ย แต่ไม่เลยออกมาเล่นกันสนุกแบบเงียบๆพี่มิคฝึกสกิลมาดีมาก555

สวนอีป้านอนไม่หลับเพราะกระดกกาแฟผิดเวลานั่งมองเด็กๆเล่นผ่านกระจกสนุกดี

(ความเป็นเด็กที่ไม่คิดอะไร)

ตื่นเช้าวันแรกของเด็กๆสำรวจบ้านใหม่และสำรวจป้ากันหน่อย😁🐕🐕 https://video.nostr.build/28fb43d686fb8055d6ba4d608a8dcd43c306abdd2292a4e22d042a9a4afba96d.mp4

เล่นทำความคุ้นเคยกินนมอาหารเม็ดเรียบร้อยเข้าบรรทม ณ ที่พำนักอย่างสงบเช้าวันแรก

เกือบลืม ขอบคุณน้าแคทททททnostr:npub1hj0m0vnskgu2k357thz3ct7mpsdt8km8sewsu232cq40n0t5rpss5s57yu โดเนทฟาดสายฟ้าช่วยค่านมตามมาเร็วกว่าแสง กระดาษกับขาว🐕🐕ขอบคุณครับ

Replying to Avatar Mr.Note

GM #siamstr “Eat That Frog กินกบตัวนั้นซะ” ของ Brian Tracy เป็นหนังสือเมื่อปี 2012 แต่ผมพึ่งซื้อมาอ่าน(ยังรู้สึกเสียดายเลยที่พึ่งได้มาอ่านไปอ่านของยากๆ เล่มหนาๆก่อน)😅 ต้องบอกได้เลยว่า ใครเริ่มต้นหาหนังสือเรื่องการบริหารเวลาและบริหารตัวเราเอง ต้องเริ่มจากเล่มนี้เลยครับ เพราะอ่านง่ายและเนื้อหาไม่เยอะ เหมาะกับคนเริ่มต้นอ่านหนังสือแล้วลงมือทำได้ด้วยตัวเอง ผมพอสรุปเนื้อหาคร่าวๆดังนี้

กบ หมายถึง งาน ที่กองอยู่ตรงหน้า ต้องกินกบตัวที่สำคัญที่สุดก่อนจนกลายเป็นนิสัย ความสำเร็จย่อมอยู่ไม่ไกล โดยมีกฎ 21 ข้อ คือ

1. จัดโต๊ะ: เขียนเป้าหมายและจุดประสงค์ก่อนเริ่มลงมือทำ

2. วางแผนแต่ละวันเอาไว้ล่วงหน้า

3. ใช้กฎ 80/20 กับทุกเรื่อง: ทุ่มเทให้กับงาน 20% แล้วเกิดผลลัพธ์ 80%

4. คำนึงถึงผลลัพธ์ที่ตามมา: งานสำคัญจะกระทบต่อชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงาน ทั้งแง่บวกหรือลบ ต้องยอมรับมัน

5. ฝึกผัดวันประกันพรุ่งอย่างสร้างสรรค์: ผัดผ่อนงานไม่สำคัญ ให้มีเวลามากพอกับงานที่สำคัญกว่า

6. หมั่นใช้เทคนิค ABCD จัดประเภทงานตามความสำคัญ: เพื่อให้มั่นใจว่าคุณกำลังทำงานสำคัญอยู่

7. ให้ความสำคัญกับหน้าที่หลัก

8. ประยุกต์ใช้กฎทองสามประการ: ระบุงาน3 อย่างที่ทำแล้วได้ประโยชน์ถึง 90% ของงานที่มีทั้งหมด ที่วางผลต่อชีวิตหรือบริษัท

9. เตรียมการอย่างรอบคอบก่อนเริ่มงาน: เตรียมสิ่งจำเป็น เช่น รายงาน เครื่องมือ ฯลฯเพื่อให้เริ่มทำงานได้ต่อเนื่อง

10. จับตามองถังน้ำมันทีล่ะถัง: ทำงานไปทีล่ะขั้นตอนจนกว่างานจะเสร็จ

11. พัฒนาทักษะสำคัญๆ ของคุณให้ดีขึ้น: ฝึกทักษะที่จำเป็นในงานที่ทำ

12. มองหาข้อจำกัดของคุณ: หาให้เจอแล้วพยายามพัฒนาและแก้ไข

13. สร้างแรงกดดันให้ตัวเอง: ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่อยู่นอก Comfort Zone ทั้งนั้น

14. กระตุ้นตัวเองให้ลงมือทำ: ให้กำลังใจตัวเอง คิดในทางบวกเสมอ

15. เทคโนโลยีเป็นเจ้านายที่ยอดแย่: ใช้เทคโนโลยีให้เป็นทาส อย่าเสพติด ทวงคืนเวลาของเราคืนมา

16. เทคโนโลยีเป็นทาสรับใช้ที่ยอดเยี่ยม: ใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีมาช่วยทำในสิ่งที่สำคัญที่สุด

17. ใช้ประโยชน์จากพลังแห่งการจดจ่อ: มันจะเกิดสภาวะลื่นไหล(Flow) คุณจะสิ่งนั้นได้ดี

18. หั่นงานเป็นชิ้นๆ: ซอยงานใหญ่ออกเป็นชิ้นๆ เริ่มทำจากส่วนเล็กๆก่อน

19. สร้างช่วงเวลาขนาดใหญ่: แบ่งเวลาในแต่ละวันออกเป็นช่วงๆ แล้วหาทางรวบช่วงเวลาเข้าหากันสำหรับการทำงานที่สำคัญที่สุด

20. สร้างสำนึกแห่งความเร่งด่วน: สร้างนิสัยลงมือทำงานสำคัญทันที ให้เสร็จสุล่วงโดยเร็ว

21. แน่วแน่กับงานทุกอย่างที่ทำ: จัดลำดับความสำคัญของงานให้ชัดเจน ลงมือทำงานที่สำคัญที่สุดทันที ทำโดยไม่หยุดจนกว่างานจะเสร็จ

การบริหารเวลาให้งานสำเร็จก็เริ่มต้นที่ตัวเราเอง ทำให้เป็นนิสัย เมื่อถึงเวลาหนึ่งเราก็จะเติบโตไปบริหารคนต่อ ผมแนะนำเลยว่า ต้องอ่านหนังสือ 2 เล่มนี้ต่อ คือ The 7 Habits และ The 8 Habits ของ Stephen R.Covey รวมถ้ายังมีเวลาพอต่อด้วย สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) อีกสัก 2-3 รอบ รับรองเก็บเรื่องบริหารงาน บริหารคนได้ทุกเม็ด มันจะเป็น Proof of Work ที่มีคุณค่าแน่นอนถ้าอ่านแล้วลงมือทำ🙂….ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าผมอ่านเล่มไหนเห็นว่าดี มีประโยชน์ ขออนุญาตมาแชร์ให้ชาวทุ่งม่วงอีกนะครับ🙏❤️

GM ค่ะ 🙏🫡☕️🌞🌱

อยากอวดของตัวเองบ้าง🐕🐕

จะเสียบไม้ย่างไม่อิ่มอ่ะเค้าตัวเล็กมากต้องขุนอีกนาน 😆

หรือเค้าพันธ์เล็กกันนะ🐕🐕

Replying to Avatar Arn Sange

เมื่อวัยรุ่น low carb กินหมูกระทะ vs กินอาหารข้างทาง ด้วยงบที่เท่ากัน

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่แม่มจ่อมาที่สี่แยกอีกฝั่งแล้ว ผมดันบ้าพลังไม่ถูกเวลาถ่อไปหาค่าขนมถึงแถวสันกำแพง ซึ่งต้องขับออกจากตัวเมืองไปประมาณชั่วโมงนึง แต่นั่นก็ทำให้ผมมีอะไรเขียนในนี้หลังจากไม่ได้เขียนมานาน

หลังเสร็จงานผมอยากหาอะไรกินข้างทางแบบเน้นร้านที่ไม่เคยซื้อ ตอนแรกก็อยากกินอะไรเบาๆ เลยจัดหมูย่าง-ไส้ย่างมาหน่อย แล้วเดินหาของกินต่อ เดินไปเดินมาไปเจอร้านโจ๊ก-ต้มเลือดหมู เลยสั่ง ต้มเลือดหมู เพิ่มไข่เยี่ยวม้า 2 ฟอง (อยากกิน!) แล้วก้เห็นว่าหน้าเซเว่นมีร้านขนมจีบซาลาเปา เลยจัดขนมจีบไม้นึง เปาถั่วดำลูกนึง ก่อนจะขับรถกลับบ้านท่ามกลางความมืด

เอาละมาถึงเวลารีวิว

1. หมูย่าง2ไม้-ไส้ย่าง1ไม้ 30 บาท หมูที่ให้มาไม้ดูยาวใหญ่น่ากิน แต่พอซื้อมาแล้วพบว่าเหมือนเอาเนื้อหมูหมักความหนาประมาณหมูร้านหมูกระทะ เอามาเสียบไม้โดยให้มันดูแบนในแนวยาวตามไม้เสียบให้มากที่สุด อันนี้ไม้ละ 10 บาท ดูเหมือนให้เยอะ แต่ปริมาณจริงๆ พอๆ กะหมูย่างรถเข็นแถวหอ

2. ต้มเลือดหมู 50 บาท เพิ่มไข่เยี่ยวม้าสีชมพู 2 ฟอง 30 บาท รวม 80 บาท ต้มเลือดหมูไม่เอาเลือด มีแต่หมูเด้งชิ้นพอดีคำประมาณ 10 กว่าชิ้น กับเศษผักอีกเกือบครึ่งถ้วย ผมกินไปจนเริ่มจะรู้สึกหนักท้องนิดๆแบบไม่อิ่มดี แต่มาจากไข่ไม่ได้มาจากหมู

3. ขนมจีบไม้ละ 20 บาท 1 ไม้ ซาลาเปาถั่วดำลูกละ 10 บาท 1 ลูก รวม 30 บาท ขนมจีบลูกใหญ่ดี ตัวไส้หมูอร่อย ไม่แน่นมากนักแต่พอรับได้กับราคาและรสชาตินี้ ส่วนซาลาเปาถั่วดำ ใหญ่ประมาณอุ้งมือตัวเอง พอฉีกตรงกลางแล้วไส้ถั่วดำเทไปอยู่ข้างหนึ่ง ไส้น้อย แป้งหนาเว่อร์ประมาณ 1-2 เซนต์ ไส้ถั่วดำรสชาติดูคล้ายกับซาลาเปาจ้าวถูกๆ ที่เคยกิน น่าจะไส้ซื้อมา ผมคว้านแต่ไส้กินแล้วเหลือก้อนแป้งขาวๆเอาไว้บีบเล่น

ทั้งหมดนี่ผมเสียไป 140 บาท ไม่อิ่ม

ผมเลยนึกถึงเมื่อวานที่ไปกินชาบูราคาถูกๆ 99 บาท เครื่องดื่ม 39 บาท รวม 138 บาท แม้ว่าคุณภาพอาหารจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ผมกินเท่าไหร่ก็ได้ อิ่มชิบหาย

-ในภาวะเงินจะเฟ้อ อาหารข้างทางจะราคาเฟ้อตามก้จริงแต่คนทั่วไปก็ต้องจำใจกิน แต่พอเอาส่วนที่เป็นข้าวแป้งออกมา ปริมาณเนื้อสัตว์ต่อชามจะน้อยมาก การที่เราจะกินโปรตีนให้พอดีกับที่ร่างกายต้องการจึงต้องเสียค่าใช้จ่ายมากตาม ซึ่งเรามักจะอิ่มกับอาหารประเภทแป้งไปก่อน ถ้าอาหารในชามเรามีข้าวแป้งเยอะ เราจึงอิ่มเร็วก่อนที่ควรจะเป็น

-ในปัจจุบัน buffet มันตอบโจทย์มากกว่าสำหรับคนกินเยอะและเงินหนาพอสมควร ผมหมายถึงเงินหนาในการกินมื้อเดียว ส่วนสิ่งที่เค้าจะกินก็ขึ้นกับว่าเอาอะไรเข้าปากไป ถ้าดีหน่อยก็จะเป็นมื่อที่อุดมไปด้วยโปรตีนไปเลย ซึ่งการกินแบบนี้มันทำให้คนที่กินอิ่มไปได้ทั้งวันจากมื้อเดียวนั้น ได้สารอาหารครบ แม้ว่าราคาต่อมื้อจะสูง แต่ถ้าเทียบกับการกิน SAD สามมื้อที่ต่อมื้อราคาอาจถูกกว่า การกิน buffet มื้อเดียวมันอาจถูกกว่าการกินสามมื้อก้ได้

-ผมก็เพ้อเจ้อไปนั่น มื้อที่ถูกสุดคุ้มสุดคือมื้อที่ทำอาหารกินเองคับ ถ้าไม่คิดมาก อัดไข่ลวก 5 ฟองก้อยู่ไปได้เกินครึ่งวันละคับ

#siamstr

ไข่สุดยอดหมูปิ้งยิ่งเจ๋ง ถ้าเป็นบุบเฟ่ชาบูแพ้หมอ แถวบ้านพี่ 269 คานออก

Replying to Avatar tukjedsadatik

เธอสวย

เด็กๆไม่กวนเลยฝึกมาดีมาก ณ เพลานี้เด็กๆยังเล่นอยู่ เล่นแบบเงียบๆจะถ่ายรูป เด็กๆยังกลัวป้าวิ่งมุดเข้ากล่องบ้านชั่วคาว ป้าก็เหนื่อยแต่ไม่อยากนอนเหมือนจะตื่นเต้นแต่ไม่ ป้าตื่นเพราะกินกาแฟตอนบ่ายสาม😅😂😂