Avatar
Panai Lawasut
977eb50e0c196776fb27a90270ec4459b780ac27e29eb0d1d3355b819cc938f3

ผมอยากเข้าไปในหัวคุณจริงๆ อยากรู้ว่าใช้ชิปตัวไหน

ผมเห็นPOWคุณแล้วสงสัยจริงๆ อยากรู้ว่ากินไฟเท่าไหร่

ผมอยากรู้ประวัติชีวิตคุณจริงๆ ว่าโตมาได้ยังไง

ยอมใจพี่ ไปสรรหาคำมาจากไหนได้ทั้งวันวะพี่

#นุ้กแม่งมา แม่งมาไม่หยุดด้วย!!!

แต่มันรักผมรึเปล่า อันนี้ไม่แน่ใจ🤔

ถ้านับในจานด้วยน่าจะครบครับ

นวดสายก่อนน้า

มาเพี้ยนในไลฟ์ไม่เอาน้าาา😘

เพื่อนผมๆๆๆๆๆ คนนี้มีของ ช่วยรับน้องหน่อย nostr:note19sfjkderhj24kvv9l29n25kzucd0s7zgz3jfp4m6mcfqaw2qkhts2v3smc

รบกวนพี่ nostr:npub1xzh2kqynr29x6j3ln6x05f26ha0c0ucfr280uzljftlgcthv9r6skqe7dt ช่วยสร้างแฮชแท๊กของตัวเองด้วยครับ

ผมไล่อ่านไม่ไหว ไว้ผมตาม#อันเดียวไปเลย สะดวกดี 😘

Replying to Avatar Jakk Goodday

เล่น $Prism ง่ายๆ #Siamstr แล้วมันคืออะไร?

แต่ผมก็มีสิ่งที่เริ่มกังวลด้วยเช่นกัน

- ทุกคนรีโพสต์ (บู๊สต์) โน๊ตนี้

- ระบบ $Prism จะเริ่มทำงานเมื่อมีคนบู๊สต์โพสต์ครบ 10 คนเป็นต้นไป

- เมื่อมีคน Zap ให้โน๊ตนี้ ใครที่รีโพสต์จะได้รับส่วนแบ่ง (เหมือนมีส่วนช่วยเจ้าของโน๊ตทำการโฆษณา)

$Prism ช่วยให้คนที่มีผู้ติดตามเยอะๆ สามารถแบ่งปันรายรับไปยังผู้ติดตามของเขาได้ เพียงแค่ทุกคนมาช่วยกันรีโพสต์ของเขาที่มีการติดแท็ก $boost เอาไว้

ปัญหาคือจะมีแค่ 10 คนแรกที่เห็นแล้วบู๊สต์ได้ทันเท่านั้นที่ได้รับรางวัลส่วนแบ่งนี้ นั่นเท่ากับว่า มันจะกลายเป็นเกมของ bot หรือ spam ในไม่ช้า

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าทุกคนพยายามจะบู๊สต์ทุกโน๊ตที่มีแท็ก $ นี้.. รกเต็มฟีดแน่นอน..

แต่ไอเดียคอนเซ็ปท์คือเจ๋ง!!!

ของผมให้เมื่อสองสามนาทีนี้เลย

อ่านคอมเมนท์แต่ละอันพาใจฟูทั้งนั้น

🥰🥰🥰

Replying to Avatar KKd

ฟังรายการสภายาส้มมา EP ล่าสุดเมื่อตะกี้นี้ ep 18

ในช่วงตอนต้นที่หมอนิวพูดถึงเรื่องไข้หวัด เด็กป่วยและ rsv ผมมีมุมมองนึงที่อยากจะขอแชร์

โดยมุมของผมคือ "เด็กป่วยเป็นเรื่องธรรมดา" ผมค่อนข้าง Ok กับการที่จะส่งลูกๆไปโรงเรียน ถึงแม้ในห้องจะมีเด็กป่วยก็ตาม

ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหวัด และการรักษาหวัดโดยปกติผมก็ใช้หลักการทั่วไป ถ้ามีไข้สูงก็เช็ดตัว พักผ่อนเยอะๆตามที่ร่างกายมันฟ้อง หรืออาจหยุดเรียนเพื่อให้ร่างกายฟักฟื้น ถ้าไอก็กินน้ำอุ่น แล้วอดทนรอเวลามันหายไปเอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่เกินอาทิตย์นึงก็หาย

จะเข้าโรงพยาบาลจริงๆก็ต่อเมื่อผมดูด้วยสายตาแล้วว่ามันรุนแรงมากหรือว่ามันผิดปกติ อย่างเช่นไอเยอะเกินไปและไม่หายแถมรุนแรงขึ้น (ซึ่งก็แน่นอนก็จะไปตรวจเจอว่าเป็น rsv) ซึ่งในเคสของผมลูกชายคนโตคนเดียวที่ได้เข้าโรงพยาบาลเพราะ rsv ส่วนคนเล็กกับคนรองแม้ว่าตรวจเจอก็ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล

ประเด็นของ note นี้ เรื่องเด็กป่วยที่ส่วนใหญ่แล้วผมเห็นใน facebook ไม่ว่าจะกรุ๊ปไหนก็ตามผมมักจะเห็นคุณพ่อคุณแม่หลายคนกลัวการป่วยของลูกมาก ไม่อยากให้ลูกป่วย ซึ่งผมไม่ค่อยเห็นด้วยตามที่บอกแต่แรกคือ "เด็กป่วยเป็นเรื่องปกติ" เพราะเด็กเกิดมายังไม่มีภูมิคุ้มกันไง

พอเด็กป่วยแล้วหาย ร่างกายก็จะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเอง การที่เอาเด็กอยู่บ้านเพื่อหลบเชื้อผมคิดว่ามันก็แค่ยื้อเวลา ยังไงเราก็ต้องเจอมันสักวันหนึ่ง หลบไปวันนี้วันหน้าก็ต้องเจออยู่ดีไม่ใช่เหรอครับ? อันนี้ถ้าผมเข้าใจผิดช่วยบอกด้วยนะครับ

สำหรับผมที่ผ่านมา ผมมุ่งเน้นไปที่การป้องกันและบรรเทาล่วงหน้ามากกว่าครับ คือคืดไปคิดมาก็จะคล้ายๆกับของผู้ใหญ่ เน้นการออกกำลังกาย เดินเล่นโดนแดด โดนลม โดนฝนบ้าง ปีนเขา เข้าป่า พักผ่อนเยอะๆ

ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเรียบง่ายครับ และทำให้ผมรู้สึกมั่นใจมากขึ้นเวลาลูกป่วยว่ามันจะไม่เป็นหนักและมันก็จะหายไปได้เอง

อ้อ

ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ผมรู้สึกตะขิดตะขวงใจ

หลายๆครั้งที่ผมเห็นโพสเกี่ยวกับ rsv คือ ผมมักจะเห็นผู้ปกครอง (แน่นอนว่าใน main stream media อย่าง facebook) โพสต์เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของการรักษา RSV พ่วงด้วยการบรรยายความคุ้มค่าของประกัน

จนหลายครั้งอดคิดไม่ได้ว่าอันนี้มันเป็นกระบวนการการขายประกันทางอ้อมหรือเปล่า? หรือเป็นทั้งเรื่องจริงด้วยผสมด้วยกันแน่? เรากำลังถูกปั่นว่าให้ทำประกันเด็กหรือเปล่าโดยอาศัยความกลัวและความรัก ? เรากำลังกลัวกันมากเกินไปหรือเปล่า? ทั้งๆที่ที่จริงแล้วเราสามารถทำให้เด็กมีสุขภาพดีได้ด้วยการออกกำลังกายกินอาหารดีๆและพักผ่อนง่ายๆ

ขออนุญาตแชร์มุมมองนะครับ ถ้าคิดว่าผมเข้าใจผิดประเด็นไหนแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ ผมจะได้ปรับเปลี่ยน

#สภายาส้ม #siamstr #thainostrich

เห็นด้วยเลยครับ มนุษย์เราจำเป็นต้อง update anti-virus ตลอดเวลา

จริงๆใน genome มนุษย์ ก็มีส่วนที่ evolve มาจากDNA ของไวรัสด้วย

ใช้วิธีหลบเลี่ยงเอาไม่น่าจะใช่ทางที่ถูกต้อง ☺️

วันที่ไม่มีความสุขมันมีจริงๆหรือ

เมื่อคืนผมกับลูกชายนอนอ่านหนังสือกันตามปกติ ยังไม่ทันจะพ้นหน้าแรก นางก็บรรจงเล่าเรื่องของนางทันที พักหลังนางเป็นบ่อย นางพยายามตามผมไปอ่านนิทาน แต่ถึงเวลาชอบชวนคุย ซึ่งผมก็ชอบหลอกถามนู่นนี้ แต่เมื่อคืนเหมือนผมโดนหลอกถามมากกว่า

นางเล่าว่า

“วันนี้ปั๊ง happy มากเลย ปั๊งจำที่ต้องไปพูดหน้าห้องได้แล้ว 2 sentence แล้วปั๊งก็พูดได้เร็วมากกก”

“วันนี้ปั๊ง happy ปั๊งได้ของขวัญจากคุณย่าด้วย”

“วันนี้ปั๊ง happy ปั๊งได้วาดรูปด้วย”

“วันนี้ปั๊ง happy ปั๊งช่วยหอยทาก”

“วันนี้ปั๊ง happy ……”

นางเล่าสิ่งที่นางทำวันนี้มาอีก3-4อย่าง

แล้วนางก็หันมาถามผม “พ่อเล่าให้ปั๊งหน่อย วันนี้พ่อทำอะไร happy บ้าง”

เอาอีกแล้ว!! นางมามุกนี้อีกแล้ว ฉันไม่รู้โรงเรียนนางสอนมายังไง แต่นางจะรู้มั้ยว่านี่มันคือศิลปะการเปิดใจคนแบบโกงๆเลย

ถ้าอยากรู้เรื่องเค้า เล่าเรื่องของเราให้เค้าฟังก่อน

ถ้าอยากรู้ความลับเค้า ให้เล่าความลับของเราให้เค้าฟังก่อน

บังเอิญวันนี้เป็นวันหยำเปของผมพอดี วุ่นวายเรื่องเอกสารอยู่กับกรมแรงงาน เทศบาล สรรพากร ประปา ไฟฟ้า ซึ่งวันนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เข้าไป และวันนี้ก็ยังไม่จบเลยซักที่ แต่ละเทศบาล แต่ละหน่วยงานขอเอกสารไม่เหมือนกัน เข้าไปแต่ละครั้งก็พูดไม่เหมือนกันอีก เหมือนกันเรื่องเดียวคือ พูดจากับเราแบบเหมือนเรากินหญ้า เรียกว่าวันนี้ผมหงุดหงิดทั้งวัน เป็น bad day เลย

ผมพยายามหาคำตอบให้ลูกชายเท่าที่พอจะนึกได้ และนางก็คะยั้นคะยอจะเอาคำตอบให้ได้

ปั๊งปั๊ง : “วันนี้พ่อทำอะไร happy บ้าง ?”

ผม : “พ่อ happy วันนี้พ่อได้นอนคุยกับปั๊ง”

(ซึ่งมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ)

ปั๊งปั๊ง : ”แล้วพ่อ happy อะไรอีก?”

ผม : ”พ่อ happy วันนี้พ่อได้กินชาบู”

(เจ้านี้เต็มตลอด วันนี้โชคดีจองได้)

ปั๊งปั๊ง : ”แล้วพ่อ happy อะไรอีก?”

ผม : “พ่อ happy วันนี้พ่อได้นั่งเล่นกีตาร์”

( ขอบคุณที่ราชการแม่งเลิกงาน4โมง กุยังมีเวลาเหลือ)

ปั๊งปั๊ง : ”แล้วพ่อ happy อะไรอีก?”

ผมเริ่มนึกไม่ออกแล้วและนางเค้นผมจริงจังมาก

ผม : “พ่อได้ขับรถ พ่อชอบขับรถ”

(นึกไปถึงว่าไอ้รถเราคันนี้วันก่อนมันไปความร้อนขึ้นอยู่บายพาสชลบุรีตอนตีห้า ในขณะที่เราต้องรีบไประยองด้วย วันนี้มันขับได้ดีเราก็มีความสุขนะ)

ปั๊งปั๊ง : ”แล้วพ่อ happy อะไรอีก?”

ผมหมดแล้ว นึกอะไรไม่ออกแล้ว ในใจคิดว่าอะไรก็ตอบไปก่อน

ผม : “วันนี้ขนมเรายังขายได้”

ทันทีที่ผมพูดไป มันเหมือนผมเปิดกะโหลกตัวเอง มันพาผมกลับย้อนไปในวันที่ชีวิตแม่งโคตรเลวร้าย ใช่..! เราควรยินดีกับมันจริงๆด้วย

“มันไม่มีหรอกวันที่ไม่มีความสุขเลย”

จริงๆแค่เรายังมีชีวิตอยู่ เราก็ควรยินกับมันแล้วเราควรยินดีที่ทุกอย่างมันเป็นปกติของมันอยู่

“ความเป็นปกติคือความสุข”

ผมนึกไปถึงหนังสือเรื่อง “พีระมิด 3 สุข” ของคุณหมอ ชิอน คาบาซาวะ ว่าด้วยการทำงานของฮอร์โมนแห่งความสุขในร่างกาย

บทนึงในหนังสือเชียร์ให้เราเขียนเรื่องที่ทำให้เรามีความสุข 3 เรื่องก่อนนอนทุกวัน แม้ว่ามันจะเป็นวันเลวร้ายแค่ไหน มันจะทำให้เราหลับลงไปพร้อมกับความรู้สึกว่ามันเป็นวันที่ดี ซึ่งมีผลต่อเนื่องไปจนถึงการทำงานของฮอร์โมนในร่างกายซึ่งจะส่งต่อภาพรวมของสุขภาพราางกายและจิตใจอย่างมาก

(ขออนุญาตไม่ลงรายละเอียดในหนังสือ แต่เป็นหนังสือที่ดีมากและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของบิทคอยเนอร์เลย อย่างน้อยก็ผมคนนึง ใครยังไม่อ่านผมเชียร์)

ลูกชายผมเหมือนจะจบแค่นี้ แต่เค้าหันมาพูดอีกว่า “แต่มีเรื่องที่ปั๊งไม่ happy อยู่นิดนึง ปั๊งช่วยหอยทากตัวนึงไว้ไม่ทัน มีคนเอามือไปทับมันกระดองแตกเลย ปั๊งไม่ happy “

แทนที่ผมจะมานั่งปลอบใจลูกชายว่าเรื่องไม่ happy ก็อย่าไปใส่ใจมัน แต่ประโยคสุดท้ายนี้กลับพาผมไปคิดถึงหลักปฏิบัติธรรมของครูบาอาจารย์

นี่มันเกินเรื่องของแค่ทำชีวิตให้มีความสุขไปแล้ว นี่มันการตามรู้ตามดูสภาพวะจิตใจตนเอง เข้าใจสภาวะความสุข เข้าใจสภาวะความไม่สุข

ผมยอมรับว่ามันดูพยายามเชื่อมโยงเกินไป แต่ลองคิดตามผมดู

ลูกชายผมเป็นเด็กอายุ 7 ขวบ ธรรมดาๆมากเหมือนเด็กทั่วไป ดื้อ อยากเล่นเกมส์ อยากดูทีวีควบคุมตัวยังไม่ได้ในอีกหลายเรื่อง แต่เข้าใจสภาวะจิตใจตัวเอง และตามดูทั้งวันด้วย ถึงได้มีเรื่องนู้นเรื่องนี้มาเล่าให้ผมฟังเยอะแยะ

อย่างเพิ่งเข้าใจผมผิด ผมไม่ได้จะมาอวดว่าลูกผมพิเศษ แต่ผมกำลังคิดว่า

หรือว่านี่แหละคือธรรมชาติมนุษย์ มีความสนใจใคร่รู้ทั้งเรื่องภายนอกและเรื่องภายในจิตใจอยู่แล้ว

หรือว่านี้คือธรรมดามนุษย์ มีความอยากค้นหาสภาวะต่างๆที่เกิดขึ้นในจิตใจอยู่แล้ว

แต่เพราะบริบทแวดล้อมรึเปล่าที่ทำให้เรายิ่งโตขึ้นมา เราจะยิ่งรักความสุข ยิ่งเกลียดความทุกข์

ทั้งๆที่เราก็เห็นว่าทุกสภาวะมันผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่มีสภาวะไหนอยู่กับเราตลอด และเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก ทำไมเราถึงอยากให้ความสุขมันอยู่ต่อแต่ให้ความทุกข์มันผ่านไป

หรือไม่ว่าบริบทแวดล้อมจะเป็นยังไงก็แล้วแต่ มนุษย์ก็จะเป็นเช่นนี้ต่อไป ?

เมื่อลูกชายเค้นเรื่องที่ทำให้ผม happy วันนี้ได้เยอะพอใจแล้ว

นางก็หันไปถามแม่นาง

“ แม่เล่าให้ปั๊งหน่อย วันนี้แม่ทำอะไร happy บ้าง ?”

#Siamstr

// ผมเข้าใจดีว่ามันยาวและมีหลายประเด็นเกินแต่ผมสบายใจจะเล่าแบบนี้แหละ

// ขอบคุณน้องรัก nostr:npub14xpj9j286lh0sm5mea98tzpxy5k69zx3mv76zl6ntm2z50kf9c5s42mrt6 ผู้มอบหนังสือ” พีระมิด 3 สุข” มันทำให้ผมบาลานซ์ชีวิตได้ดีขึ้นจริงๆ

// เมื่อวานเป็นวันเกิดลูกชายผมพอดี

เฮ็ดบีดี ด.ช.เป็นกลาง ของให้เจริญทั้งทางโลกและทางธรรม 🥰🥰🥰

// ยาวแบบนี้ damus แม่ง muted กุแน่นอน ขออนุญาต repost ไว้ล่วงหน้าเลย

หำเดียวก็วุ่นวายหนักอยู่แล้วนะ

ขอบคุณมากครับ ผมจะพยายามครับ

ทำไมชีวิตในทุ่งม่วงเรามันท้าทายขึ้นทุกวันว้าาา🤔