Avatar
Pikanet
b9997ee3ee40b8980b4c9d2125ece9901e4dba3f91c65325bf887dde9a4fc497
₿ BitcoinHodl This is the way ⚡️

น่าสนใจครับ “ไม่ใช่เครื่องมือของใคร” ล้ำลึกๆ

Replying to ExchThai

ลำดับความสำคัญของทรัพย์สิน 3 อย่าง bitcoin ที่ดิน ทองคำ

ถ้าให้เลือกทรัพย์สินที่ใช้เก็บความมั่งคั่ง ผมเลือกที่จะใช้ทรัพย์สินทั้ง 3 อย่างนี้ โดยเรียงลำดับความสำคัญคือ

1.bitcoin , 2.ที่ดิน, 3.ทองคำ

ทำไมผมเลือก bitcoin มาเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งที่ เมื่อพิจารณาด้านราคาแล้ว มันผันผวนเหลือเกิน ผมมีเหตุผลส่วนตัวครับ และอยากให้ท่านๆ ได้พิจารณาด้วยตัวท่านเอง โดยผมจะเริ่มอธิบายข้อคิดเห็นส่วนตัว จากลำดับที่สุดท้ายก่อนนะครับ

3. ทองคำ

ที่ชอบคือมันราคาไม่เคยตก และได้รับการยอมรับทั่วไป เปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นเช่นเงินได้ง่าย แต่สิ่งที่ทำให้ผมไม่ชอบทองคำ เอาเสียเลย อาจด้วยเป็นผู้ชายที่ไม่ชอบเครื่องประดับ หรือการสะสมสิ่งเหล่านี้ เพราะผมคิดว่า มันคือภาระสำหรับตัวเองเสียเหลือเกิน ผมเคยซื้อแหวนทอง สร้อยทองมาใส่ มันก็ดูโก้ดีหรอกนะเวลามีคนหรือเพศตรงข้ามมองมาที่เรา แต่เวลาจะถอด จะวาง จะเก็บ มันดูยุ่งยากไปหมด ไม่รู้จะเก็บไว้อย่างไร กลัวหาย กลัวคนมาขโมย และยิ่งเวลาสวมใส่ นี่ยิ่งระแวง กลัวคนจะมาปล้น มาแทง มาชิงเอา มันจึงดูเป็นปัญหาของผมเอามากๆ ผมจึงไม่ชอบมันเอาเสียเลย

เคยได้ยินไหมครับคำไทยโบราณ “มีทองเท่าหนวดกุ้ง นอนสะดุ้งจนเรือนไหว” ซึ่งถึงแม้ในคำแปลจะบอกว่า หมายถึง มีสมบัติเพียงเล็กน้อยแต่กังวลจนนอนไม่หลับ แต่ผมคิดว่า เอาเฉพาะทองคำนี้แหละ มีจะมีเพียงเล็กน้อยเท่าหนวดกุ้งจริงๆ หรือแหวนทองแค่ครึ่งสลึง ก็ล้วนเป็นภาระเช่นอธิบายด้านบนทั้งสิ้น ขนาดทองปลอมก็ยังเคยมีคนโดนทำร้าย เพราะโจรนึกว่าของจริง จนมีเรื่องเล่าตลก ว่าโจรกระชากสร้อยกลับมาทำร้ายเจ้าทรัพย์เพราะสร้อยทองเป็นของปลอม ก็มี แต่ถ้ามีคนมาถามผมว่า เมื่อไม่ชอบถ้าให้ทองคำฟรีๆ จะเอาไหม ก็ต้องตอบว่า เอาสิครับ แต่ผมจะเปลี่ยนมันเป็นอย่างอื่นทันที เช่น เป็นเงิน แล้วไปซื้อ btc หรือที่ดิน จะดีกว่า

2. ที่ดิน

อันนี้ผมชอบนะ เพราะมันไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาแย่งไปจากผมได้อย่างแน่นอน และก็ไม่ต้องกลัวเรื่องราคา และบางครั้งเราอาจได้ราคาที่ดีหากแถบนั้นมีการพัฒนา แม้มันจะซื้อขายยากไปนิดนึง เมื่อเทียบกับทองคำ แต่ปัญหาของที่ดินสำหรับผม นั่นคือการดูแลรักษา และการใช้ประโยชน์ ผมเคยซื้อที่ดิน 1 ไร่ ใกล้ที่ทำงานที่ตัวเองที่ต้องไปทำงานอยู่แถวนั้นประมาณ 3 ปี ไว้เพื่อเก็งกำไร กับจะทำไว้เพื่อพักผ่อน ปรากฎว่า ผมต้องหาดินมาถม คอยไปตัดหญ้า ล้อมรั้ว ปลูกต้นไม้ หาปลามาปล่อยในสระ ที่พอเวลามันโตขึ้น ก็มีคนมาขโมยชอร์ตไปซะเกลี้ยงบ่อ สร้างที่พัก จะทำเป็นที่พักผ่อน กลายว่าต้องมาเหนื่อยกับมันซะมากกว่า หรือถ้าจ้างคนดูแล ก็เป็นค่าใช้จ่ายขึ้นมาอีก จนเมื่อผมจะย้ายงาน ผมก็ได้ขายที่ดิน 1 ไร่นั้นไป โดยราคาเมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายๆ ต่าง ผมแค่ได้ทุนคืน สรุปว่า มันเป็นปัญหาให้กับตัวผมเอง นี่ยังดีที่ผมยังไม่เคยเจอการเรียกคืนที่ดินจากภาครัฐ เช่น การเวนคืน

ตอนนี้ผมซื้อบ้านและที่ดินไว้บ้างบางส่วน ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลย บ้านที่ซื้อไว้ นานๆ ทีได้ไปดู บางครั้งก็ไม่รู้มีใครมาอยู่ จนต้องไล่กันไป และเมื่อเราไม่ได้ดูแล มันก็มาสร้างความเสียหายให้ ส่วนที่ดินก็ต้องปล่อยรก เพราะดูแลไม่ไหว ก็จะมีผู้คนแอบบุกรุกเข้ามาหาของกินบ้าง ผมว่าคนมีที่ดินเยอะๆ ก็น่าจะมีปัญหานี้นะครับ ดูแลไม่ไหว มีค่าใช้จ่ายสูง เป็นต้น

1. ที่นี้มาถึงพระเอกของเรา bitcoin

ผมรู้จักมันมานานพอสมควรล่ะ แต่ก็รู้จักแบบเอาอะไรมาหลอกกันอันแล้วเหมือนหลายๆ ท่านนั่นแหละ แต่เมื่อได้รู้จักและศึกษาจริงๆ จังๆ ก็คงเป็นช่วงปี 2020 ถึง ปัจจุบัน ทำให้ผมนั้นชื่นชอบมันอย่างมากเลยทีเดียว และไม่ใช่มีแต่ผมแน่ๆ เพราะถ้าผมมีมันไว้บ้างช่วงที่รู้จักแรกๆ ป่านนี้ผมเป็นเศรษฐีพันล้านไปแล้ว เรื่องรายละเอียดลึกๆ เราค่อยว่ากันอีกที และคงมีหลายๆ ท่านได้พูดถึงมันไปแล้วบ้าง มาดูว่าผมชอบอะไรในตัว bitcoin ถึงยกให้เป็นเบอร์หนึ่งในใจผม ข้อแรกเลย ไม่มีใครมาขโมยจากผมไปได้ และไม่มีใครรู้ด้วยว่าผมมีหรือไม่มี วิเศษไหมล่ะ ที่ดินหรือทองคำ บางทีถ้าโจรผู้ร้ายรู้ว่าของเรา ซึ่งเขารู้นะครับว่าของใครโดยเฉพาะที่ดิน บางทีคิดในแง่ร้ายอาจมีคนมีบังคับขู่เข็ญ ทำร้าย เพื่อให้เรามอบที่ดินหรือทองคำเหล่านั้นได้ และคุณสมบัติของ bitcoin ที่สำคัญสำหรับมนุษย์ขี้เกียจอย่างผม คือ ไม่ต้องคอยไปดูแลรักษาอะไรมันเลย ซึ่งเอาแค่คุณสมบัติสองข้อนี้ ผมก็พอใจนักหนาแล้ว

ผมชอบคำพูดของนักเก็บบิทคอยล์ท่านนึง (พี่ชิต) กล่าวไว้เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ทำงาน กินให้น้อย (ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ต้องไปอวดร่ำอวดรวย) ทำตัวโง่ๆ เก็บเงินใน btc และรักษาไว้กับตัวเอง แค่นี้ก็พอแล้ว

ExchThai #siamstr #thailand

รู้สึกแค่ว่า ที่ดินและทองคำ ลังเลมากเวลาจะซื้อมาออม แต่กับ btc มีเท่าไหร่ก็รู้สึกว่าไม่พอสักที 🤣 มีน้อยเกินไป อยากได้อีกๆๆๆ

อนาคต LN และ Nostr ผมว่ามันสุดจะจินตนาการเลยนะ แต่ถ้าธุรกิจที่เกิดบน Bitcoin เราน่าจะพอจินตนาการบางส่วนออก นอกจากทฤษฎีออสเตรียนที่สามารถอธิบายว่าเงินที่ดีจะช่วยลดพิษจากการวางยาของเงินเสื่อมค่า ซึ่งในปัจจุบันเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดแทบจะทุกปัญหารอบตัวเราแล้ว

เราสามารถยกตัวอย่างที่มีอยู่แล้วและเห็นได้ชัดจริงๆคือ Bitcoin Mining เพราะทุกคนอยากได้เงินที่ดี ได้ผลตอบแทนจากทุก block กระจายกันทั่วโลก เรามีทางเลือกแค่ 2 ทางคือ 1 เราจะบริหารต้นทุนเราอย่างไร หาพลังงานประหยัดจากทางไหนได้บ้าง และ 2 เพิ่มคุณภาพในการผลิตได้อย่างไร พัฒนาคุณภาพเหมือง นำพลังงานเหลือใช้ของเรานั้นไปใช้ประโยชน์อะไรอีกได้มั้ย เหมือนที่เราเห็นนักขุดทุกคนปรับตัวไปตามข้อจำกัดนี้ ควานหาต้นทุนที่ต่ำลงทั่วโลก หาพลังงานที่สะอาดขึ้นๆๆๆประหยัดขึ้นๆๆ และเหมืองที่มีคุณภาพมากขึ้น เครื่องขุดที่คุณภาพสูงขึ้นทุกปีเมื่อเทียบกับอัตราการใช้พลังงาน โดยไม่มีใครสนใจคำว่า มูลค่าเพิ่มทางการตลาด สิ่งฟุ่มเฟือยเพื่อตอบสนองเงินเฟ้อเสื่อมค่าอีกต่อไป

แค่จินตนาการว่า หากเกิดระบบ Bitcoin Standard จริง ผลกระทบนี้คงเกิดขึ้นกับทุกอุตสาหกรรม เพราะทุกคนได้รับผลตอบแทนเป็นเงินที่ดี คุณค่าที่ทุกคนช่วยกันเพิ่มคุณค่าของสินค้า และลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น เกิดสมดุลระหว่างต้นทุนและคุณภาพในทุกๆวงการ แค่นี้โลกมันก็สวยงามขึ้นอีกเยอะแล้วครับ

#siamstr

Replying to Avatar Jakk Goodday

## มีตอัพ Siamstr โคราช

ผมได้ไอเดียตรงจริตจากคุณ nostr:npub1hxvhaclwgzufsz6vn5sjtm8fjq0ymw3lj8r9xfdl3p7aaxj0cjts40y48u ว่าเราน่าจะจัดมีตอัพ #siamstr เริ่มจากเล็กๆ เพื่อพบปะพูดคุยไม่เป็นทางการ

- อาจมีเวิร์คช็อปสอน Nostr / Q&A

- ผมสะดวกที่โคราช มีผมกับ nostr:npub15l5mxmljftnnqur8gf2nkjj2yuemqy2kuly7yc29lx7x598svx5s447rgk แหละแน่ๆ 2 คน (RS ท่านอื่นอาจมาได้)

- ไปดูว่าผมพูดยังไงให้ได้ 8 ชม สลับกับ บก. และเราคงให้ทุกคนเวียนกันพูด

- รบกวนคุณ nostr:npub1r27yp3vmr53gx9z2ltzxt8pah07p5xext2u7eeeg5zs5cmxkpeqst2hxu8 เป็นเจ้าภาพจัดแจงที่ทาง

- ทานอาหาร เม้ามอย ตอบด้วยค่ำคืนแห่งน้ำเมา

- เน้นอเมริกันแชร์ให้คัฟเวอร์ค่าใช้จ่ายเบื้องต้น ไม่เน้นกำไร

- เน้นกระชับมิตร ไม่เน้นเอาจริงเอาจัง

- วันเวลายังไม่ทราบ เป็นแค่ไอเดียตั้งต้น อยากหาแนวร่วม

- Pool Idea ช่วยๆ กันครับ

ขอบคุณที่ฟังเสียงที่เสนอไปนะครับ พยายามไปร่วมแน่นอนครับ

Replying to Avatar Jakk Goodday

### Always respect

พี่เป็ด nostr:npub1ysvk3na2kzmfy3yw9mj2947srkqpm7w3m4nmhey2sdet9xg9480qjn54x4 คอยพร่ำสอนผมเสมอ..

ตั้มควรจะแสดงความจริงใจ ตั้มควรจะให้เกียรติคนอื่นเสมอ แม้นกับภาษาที่ใช้เขียน

คนฟัง คนดู คนอ่าน เขาสัมผัสและแยกแยะได้ เราเล่นหรือเราทำจริง เราเคารพความเป็นมนุษย์และให้เกียรติผู้อื่นมากแค่ไหน..

> คนที่รู้จักให้เกียรติผู้อื่นย่อมจะกลายเป็นที่รัก

การให้เกียรติผู้อื่นไม่ได้ยากไปกว่าการดื่มน้ำสักอึก

ผมเองก็เผลอไผลไปบ้างเหมือนปุถุชนคนทั่วไป บางครั้งผมก็หลงลืม (เมื่อก่อน) บางครั้งผมก็คิดว่าตัวข้านี้แน่ เผลอ "ยกตนข่มท่าน" อยู่เป็นเนืองๆ

ทุกครั้งที่ผมเผลอ.. พี่เป็ดจะเป็นคนแรกๆ ที่เข้ามาดึงสติผมไว้เสมอ พี่เป็ดช่างกล้าหาญ เพราะการรวบรวมความกล้ามาเบรคผมไว้ในอดีตนั้น มันไม่ต่างอะไรกับวิ่งเข้าขวางรถไฟความเร็วสูง

เรามักคึกคะนอง เรามักมองได้ไม่ไกลไปกว่าวิสัยของตัวเอง เราควรคิดถึงหัวอกคนอื่นๆ ให้มาก หากเป็นเราโดนกระทำบ้างเราจะรู้สึกยังไง สารพัดคำสอน ข้อคิดที่ล้วนเป็นประโยชน์ต่อผมแทบทั้งสิ้น

พี่เป็ดยังเป็นอีกคนที่พยายามผลักดันให้ผมหันมาให้ความสนใจกับ Nostr (ป้ายยาผมร่วมกับ อ.ตั๊ม และ อ.อาร์ม) แต่สิ่งที่น่ายกย่องคือ แม้ผมจะอายุน้อยกว่าเกือบสิบปี พี่เป็ดก็ยังปฏิบัติกับผมราวกับว่า.. เราเท่ากัน

ต่อให้พี่เป็ดจะอยากให้ผมเปลี่ยนใจมากแค่ไหน พี่เป็ดไม่เคยคุกคามหรือกดดันความคิดผมเลย ไม่เคยบอกว่าตัวเอง "ถูกต้องกว่า" ไม่เคยบอกว่าใคร "ด้อยกว่า"

ทุกครั้งจะเลือกใช้คำพูดที่ยังคงให้เกียรติผมเสมอ ผมเรียนรู้วิธีให้เกียรติผู้อื่นมาจากผู้ชายคนนี้

> Nostr เป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมที่ผู้คนต่าง "Respect" กันและกัน

เพราไม่ว่าคุณจะเป็นใครมาจากไหน ผมไม่จำเป็นต้องรู้ ผมรู้ว่าเราเป็นเพื่อนมนุษย์ของกันและกัน และทุกคนปฏิบัติต่อกันอย่างเคารพ มันเกิดขึ้นเองอย่างออร์แกนิก

จะมีอะไรประทับใจเราได้มากไปกว่านี้อีก..

วันนี้ผมโน๊ตของความร่วมมือจากสมาชิกชาว #siamstr ในการช่วยกันเผยแพร่โพสต์แนะนำ Nostr ทางเฟสบุ๊คของ Right Shift

ผมแอบน้ำตาซึมนะ.. ผมไม่คิดว่าพวกเราจะพยายาม "ช่วยกัน" มากขนาดนี้ แม้ไอ้หอกหมาก สากกระบวย จะปิดกั้นการมองเห็นของโพสต์นั้นอย่างสุดฤทธิ์

แต่เชื่อผมเถอะ.. มันจะไม่จบเพียงเท่านี้ เราจะทำมันให้ได้ เราจะทำให้คนส่วนใหญ่มองเห็นมัน เราจะทำให้พวกเขาเริ่มต้นกับเราให้ได้ ผมจะทำมันใหม่ ทุกคนจะช่วยกันทำมันขึ้นมา แล้วเราจะช่วยกันอีกครั้ง

จนกว่าเราจะทำสำเร็จ..

ผมได้รับเกียรติขนาดนี้ ผมขอความช่วยเหลือ ผมก็ได้รับมันมา ผมไม่มีอะไรตอบแทนให้พวกท่าน

### ขอบคุณจริงๆ ครับ

การให้เกียรติกัน จะทำให้คนทุกกลุ่มเข้ามาใน nostr ได้ง่ายขึ้น ไม่รู้สึกแปลกแยกแตกต่างกัน

คุณตั้มและชาว siamstr ทำสำเร็จแน่นอนครับ แค่จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง 👍🏼👍🏼👍🏼

สนุกไปด้วยกันในนี้ ที่ๆเราสบายใจ แล้วค่อยๆดูว่ามันจะเปลี่ยนไปมั้ย เมื่อสังคมมีขนาดใหญ่ขึ้น มีความเห็นต่างมากขึ้น มาค่อยๆดูไปด้วยกัน ว่าธรรมชาติที่ไม่มีอะไรแทรกแซงในทุ่งม่วงจะเป็นยังไงต่อไป

ทุก ๆ การรับส่งมูลค่าบน LN Network เรากำลังส่ง "เงิน" ระหว่างกันและกันด้วยความเร็วแสง บนโครงขายใยแก้วนำแสงที่จำลองให้แสงนั้นกำลังอยู่ในสภาวะสุญญากาศ อนุภาคของแสงนั้นสามารถเดินทางได้ด้วยความเร็ว 299,798 กิโลเมตรต่อวินาที ภายใน 1 วินาทีแสงสามารถเดินทางได้รอบโลกได้ประมาณ 7.5 รอบ รวดเร็วยิ่งกว่าการดีดนิ้ว หรือการกระพริบตาของมนุษย์

ถ้าหากว่ามนุษย์สองคนที่อยู่ห่างกันราว ๆ 20,037 กิโลเมตร หรือก็คือเรายืนอยู่ตรงข้ามกันคนละซีกโลก ถ้าหากเราเดินเท้าหากันเพื่อที่จะทำการแลกเปลี่ยนมูลค่า หรือเพื่อการส่งเงินหากันด้วยการเดินเท้า (โดยไม่มีการหยุดพัก) จะต้องใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 145 วัน กลับกันเมื่อเป็นความเร็วของแสงที่อยู่ในท่อใยแก้ว ระยะทางที่ห่างกัน 20,037 กิโลเมตร แสงจะใช้เวลาโดยเฉลี่ยเพียงแค่ 0.06 วินาทีเท่านั้น

การที่เราใช้ LN Network บนโลกใบนี้ของเรา ถ้าจะนิยามมันว่าเป็น "การใช้ warp drive" ก็คงไม่ได้เกินจริงไปเท่าใดนัก ถึงแม้ว่าจะผิดกับนิยามของ warp drive ที่กำหนดว่ามันคือสิ่งที่เร็วกว่าความเร็วแสง แต่โลกเป็นพื้นที่จำกัดไม่ใช่จักรวาล ดังนั้นบนโลกที่มีเส้นรอบวงเฉลี่ย 40,075 กิโลเมตร เมื่อเรานำแสงมาใช้งานเพื่อการส่งมูลค่า เราจึงไม่จำเป็นจะต้องให้แสงทำหน้าที่ของมันจนครบ 1 วินาที

จากเคสตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนถึงความทรงพลังเมื่อเราค้นพบการส่งมูลค่า ไปพร้อมกับอนุภาคของแสงก็คือ "เอลซัลวาดอร์" ประเทศที่เงินตราประจำชาติล่มสลายและต้องเปลี่ยนมาใช้เงินสกุลดอลลาร์ ผู้คนที่ต้องไปทำงานในทวีปอเมริกาเหนืออย่างในสหรัฐอเมริกา เมื่อพวกเขาจะต้องส่งเงินกลับมาที่ประเทศบ้านเกิดของพวกเขา เพื่อครอบครัวของพวกเขา

พวกเขาที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบการเงินของธนาคารได้เพราะค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่ขูดรีดตั้งแต่ขั้นตอนการเปิดบัญชี และกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของธนาคาร พวกเขาเหลือเพียงทางเลือกที่จะต้องพึงพาคนกลางในการส่งเงินของพวกเขา จำเป็นจะต้องฝากเงินที่เป็น Physical ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของเหรียญที่ถูกกษาปณ์ หรือกระดาษที่ถูกพิมพ์ ผ่านหลายช่องทางตั้งแต่คนกลางที่ถือเงินสดผ่านช่องทางธรรมชาติ หรือการฝากเงินกับคนกลางที่เป็นพวกนอกกฎหมายที่ทำธุรกิจ รับส่งเงินเมื่อมีการยืนยันจำนวนของเงินจากต้นทาง จะมีการส่งข้อมูลให้ผู้ที่อยู่ปลายทางจ่ายเงินให้กับผู้รับ

ตัวกลางเหล่านี้ตั้งแต่ธนาคารที่มีค่าดำเนินการแพงสูงลิ่วมากกว่า 15% ของเงินที่ผู้โอนจะต้องแลก หรือเพื่อหลีกเลี่ยงกฎระเบียบการเปิดบัญชีของธนาคารและค่าธรรมเนียม ถ้าต้องใช้การส่งเงินผ่านตัวกลางที่ทำธุรกิจนอกกฎหมาย หรือฝากพวกที่ถือเงินข้ามช่องทางธรรมชาติ พวกเขาก็มีความเสี่ยงที่เงินจะถูกยึดไป ถูกโกงเงินไป และถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีค่าธรรมเนียมในการดำเนินการที่แพงไม่ต่างกับการเปิดบัญชีกับธนาคาร พวกเขาที่ไม่มีทางเลือกต้องจำใจที่จะต้องส่งเงินผ่านตัวกลางที่ขูดรีดพวกเขาอยู่นานหลายปี

จนกระทั้งการมาถึงของ LN Network เทคโนโลยีการ warp drive ที่ทำลายทิ้งตัวกลางที่คอยขูดเลือดขูดเนื้อพวกเขาอยู่หลายปี ในเวลานี้พวกเขาสามารถที่จะ warp มูลค่า ของเงินที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย ด้วยความเร็วไม่ถึง 0.06 วินาที จากทวีปอเมริกาเหนือ สู่อเมริการใต้บ้านเกิดของพวกเขา โดยที่ไม่มีใครมาคอยแบบมือขอหักส่วนแบ่งเงินที่พวกเขาหามาได้อย่างยากลำบากไปอย่างหน้าด้าน ๆ

พวกเขาเพียงแค่กดมือถือแล้วใส่จำนวนตัวเลขที่พวกเขาต้องการ และทันทีที่กดยืนยันธุรกรรม ครอบครัวของพวกเขาที่อยู่ปลายทางก็ได้รับมูลค่าเหล่านั้น "ราวกับว่าพวกเขากำลังยืนอยู่ต่อหน้าซึ่งกันและกัน"

แสง เป็นสิ่งที่น่าทึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็ว แต่มันยังทำหน้าที่รับส่งข้อมูลอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย ในขณะที่คุณกำลังอ่านข้อความที่ผมพิมพ์มันลงไปนี้ แสง ก็ทำหน้าที่นำพาข้อมูลของตัวอักษรมาสู่สายตาของคุณ หรือเมื่อคุณมองออกไปยังหน้าต่าง ต้นไม้ที่อยู่ข้างนอกนั่น ดวงตาของคุณที่มองเห็นการมีอยู่ของต้นไม้ ก็มาจากการที่แสงที่เดินทางไกลจากดวงอาทิตย์เมื่อราว ๆ 8 นาทีที่แล้ว ตกกระทบลงบนต้นไม้ต้นนั้น และอนุภาคของแสงเหล่านั้นก็ได้เก็บข้อมูลของต้นไม้ต้นนั้น สะท้อนมันมายังดวงตาของคุณ

และ LN Network ก็ได้หยิบยกความสามารถในการรับส่งข้อมูลของแสงด้วยความเร็วสูงสุดของกฎแห่งจักรวาล นำมันมาใช้ในการรับส่งมูลค่าระหว่างผู้คน และใช่..เรากำลัง warp เงินส่งหากันและกัน

ไม่เชื่อผมเหรอ Zap ให้ผมสิ หรือลอง Zap ให้ใครก็ตามที่คุณรัก คุณอาจจะลองให้เขาโหลดกระเป๋า LN Wallet แล้วลองส่งบิตคอยน์ให้เขาดู ทำให้เขาได้เห็นถึงความสุดยอดของเทคโนโลยีนี้ด้วยตัวของคุณเอง

ปล.ก็อปไปแปะที่ไหนก็ได้นะครับไม่ว่ากัน ;)

#Siamstr

อ่านจบแล้วต้อง Zap ทดสอบความเร็วแสงทันที

มันแปลกดี ตรงที่มันกลับสบายใจกว่า ทั้งที่เราคุยกับคนไม่สนิท มันกลับเป็นตัวตนของเรามากกว่าเดิม แค่ไม่แน่ใจว่าเพราะมันไม่มี ai มาคอยสั่งการ หรือเพราะในนี้เราชอบอะไรเหมือนๆๆๆกัน มันเลยทำให้เราสบายใจ เหมือนคุยแบบนี้ที่อื่นไม่ได้

มันเป็นเพราะ decentralized หรือเพราะ Community ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่า ชอบ และสบายใจ

Replying to Avatar Jakk Goodday

### ชีวิตมีขึ้นมีลง

ภาพนี้ผ่านมาแล้ว 14 ปี...

หลังจากผมพึ่งเปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเองแบบหน้ามือเป็นหลังมือ..

จากชีวิตโลดโผน ฟุ้งเฟ้อ ในยุคนำมันลิตละ 52 บาท ยุคที่กาแฟสดแบรนด์ดังๆ ยังราคาเพียง 30-40 บาท แท่งมรณะยี่ห้อดังยังซองละ 35-38 บาท เงินกระดาษสีแดงใบเดียวก็เฟี้ยวได้ทั้งวัน

ผมเดินทางท่องไปทั่วประเทศในวัยยังไม่ใกล้เบญจเพศเลยด้วยซ้ำ ผมมีแบคกราวด์ที่แสนล้าหลัง ทุกประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาจึงกลายเป็นเรื่องใหม่แทบทั้งหมด.. มีไม่ครู ไม่อ่านตำรา ไปตายเอาดาบหน้าเพียงเดียว..

ผมควรจะมีเงินเก็บเป็นตัวเลขหลายหลักด้วยลำแข้งของตัวเองล้วนๆ ตั้งแต่ช่วงชีวิตวัยรุ่น แต่ผมไม่เคยสะสมความมั่งคั่งอะไรเลย ผมไม่รู้จักการลงทุน นอกเหนือไปจากการถลุงเงิน ผมถนัดในการเอาเงินมาละลายเล่น..

ทุกวันนี้ผมยังนั่งถามตัวเองอยู่เลย ว่าผมทำเครื่องเสียงรถยนต์หมดไปหลายแสนเพื่ออะไรกัน..?

มันไม่มีใครสอนเราเรื่องเงิน เราอยู่ใกลจากความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ เราไม่ได้อยู่ในสังคมที่จะมอบสิ่งนี้ให้กับเรา.. เราก็แค่คนบ้านๆ คนหนึ่งที่ขยันทำมาหากิน..

ชะตาฟ้าลิขิตไม่อาจฝืน ผมป่วยประหลาดหนักขั้นที่ว่าทำงานต่อไปไม่ได้ ในวันที่ชีวิตกำลังรุ่งแบบสุดๆ ผมไม่มีทางเลือกนอกจากต้องกลับมาพักรักษาตัวที่บ้านเกิด..

บ้านของเรา คือที่เดียวที่ยังคงต้อนรับเราเสมอ วันนั้นผมยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจความรักอันล้นเอ่อที่เคยได้รับจากครอบครัวเสียด้วยซ้ำ

ผมพักฟื้นอยู่เกือบปี จากหนุ่มอัจฉริยะผู้มีหนทางอนาคตอันยาวไกล กลายมาเป็นหนุ่มไทบ้านใช้ชีวิตตามบ้านนอกคอกนาเหมือนคนเรียนไม่จบ ไม่มีงานทำ เพราะอาการป่วยยังกำเริบบ่อยๆ ไม่ยอมหาย ผมยังไม่พร้อมจะกลับไปทำงานใดๆ

เงินที่เก็บสะสมที่ยังพอเหลือเป็นก้อนติดตัวอยู่บ้างก็ค่อยๆ มลายหายไปทีละเล็ก ทีละน้อย

ผมนึกถึงการใช้ชีวิตเป็นเกษตรไปแล้วในวันนั้น

มันใช้เวลาหลายเดือนมากๆ กับการทำใจให้ยอมรับสภาพอันตกต่ำของตัวเอง ผมกลายเป็นคนความรู้ท่วมหัวแต่กลับเอาตัวไปรอด ไม่แข็งแรงพอจะกลับไปหางานทำ ผมหาสาเหตุอาการป่วยไม่เจอ นึกอยากจะไมเกรนขึ้นตอนไหนมันก็มา.. เราไม่รู้เลยว่า พรุ่งนี้เราจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกไหม..

ผมมักขับมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านไปคนเดียว ไปหาที่สงบๆ กลางทุ่งนา นั่งปล่อยอารมณ์เหงาๆ ทอดสายตาอย่างเหม่อลอยนึกถึงชีวิตที่เคยคึกคักของตัวเอง นึกถึงบรรยากาศของการเดินทาง การพบปะสังสรรค์ ความท้าทายในงาน ความสนุกสนานของรูป รส กลิ่น เสียงที่เคยได้สัมผัส

ช่วงเวลานั้น คลื่นโทรศัพท์เป็นของหายากแถวบ้านผม ผมติดต่อหรือส่งข่าวให้ใครไม่ค่อยได้เลย เพื่อนๆ ไม่รู้ว่าผมหายไปไหน แฟนที่รบกัรมาหลายปีก็คงกระวนกระวาย เราจะได้คุยกันบ้างก็ตอนที่ผมมีธุระเข้าเมือง

ถ้าชีวิตของคุณต้องเป็นแบบนั้นคุณจะทำยังไง?

ผมคงจะพอมีโชคหลงเหลืออยู่บ้าง.. ต่อมาผมก็ได้งานประจำทำไม่ไกลจากบ้านมากนัก.. ซึ่งผมก็อยู่กับมันจนยาวมาถึงทุกวันนี้

ผมยังคงป่วยออดๆ แอดๆ ใช้ชีวิตไปวันๆ ทำงานหมุนเดือนชนเดือน เคยหนักถึงขั้นผ่าตัดติดกัน 4 ครั้งใน 2-3 วันจนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ขนตาบอดสนิทไปข้างหนึ่ง

ผมคิดว่า.. วาสนาผมคงมาได้เพียงแค่นี้ เราตาบอดเราจะทำงานต่อได้ยังไง.. เราจะอยู่ได้นานแค่ไหน.. (แต่สุดท้ายผมก็รอดและรักษาจนตากลับมามองเห็น)

ผมแค่เจอภาพนี้ในวันที่กำลังจะบันทึกทุกอย่างที่เคยเก็บไว้บน FB มาสำรองด้วยตัวเอง ผมกำลังจะลบข้อมูลทั้งหมดของตัวเองทิ้งและไม่ต้องการจะฝากมันไว้ในการคุ้มครองของแอปสีน้ำเงินอีกต่อไป..

มันทำให้ผมนึกถึงเรื่องราวในอดีต.. ผมออกไปตกปลากับเพื่อน ในต่างจังหวัดเราไม่มีที่ให้ไปแฮงค์เอาท์ได้เหมือนชีวิตในกรุง การออกเดทกับสาว ก็คือการหาที่บรรยากาศดีๆ พาสาวไปตกปลา

ผู้หญิงที่เป็นแม่ของลูกชายผม เป็นคนกดชัตเตอร์ภาพนี้ไว้ให้ คุณเชื่อไหมว่า ผมต้องใช้เวลาราว 3-4 ปีกว่าจะปรับตัวให้ชินกับการใล้ชีวิตในต่างจังหวัดได้ (แม้จะเป็นบ้านเกิดก็เถอะ) มันโหยหาความสำเร็จ มันคิดถึงชีวิตที่เคยสะดวกสบาย..

ผมไม่เคยจินตนการออกเลยว่า อีก 14 ปีต่อมาผมจะมาอยู่ตรงนี้ เป็น Jakk Goodday บน Nostr

ไม่มีอะไรครับ ในภาพมักมีเรื่องราวเสมอ ผมแค่อยากจะเล่าให้ฟังผ่านๆ

#siamstr

แม้จะใช้เวลานานแค่ไหน แต่การที่ได้เจอและได้ทำในสิ่งที่อยากทำจริงๆมันก็คุ้มแล้วนะครับ ชีวิตที่สวิงขึ้นลงสุดเหวี่ยงของคุณตั้มมันทำให้คุณตั้มเข้าใจว่าเวลาของเรามันสำคัญขนาดไหนนะครับ 👍🏼👍🏼👍🏼

กี่พาร์ทก็รออ่านครับ นอกจากสาระดีมากแล้ว ชอบสำนวนคุณตั้มไม่เหมือนใครดี เฉียบลึก แบบต้องไม่หยาบเลย ชอบๆ fcๆๆครับ

Replying to Avatar Jakk Goodday

### การทดลอง 9 วันอันล้ำค่า : 1

คนๆ หนึ่ง จะมีแบตเตอรี่ชีวิตให้ใช้งานได้มากแค่ไหนกันเหรอ?

ผมอยากรู้.. ครั้งสุดท้ายที่ผมลางาน 9 วันน่าจะ 10 ปีมาแล้ว ครั้งนี้ผมตั้งใจเต็มที่ว่า 9 วันนี้ผมจะได้งานเป็นชิ้นเป็นอันแบบไม่เคยเป็นมาก่อน (เพราะปกติผมแทบไม่เคยลา ต้องหาเวลานิดๆ หน่อยๆ มาทำงานอื่นแทน)

ผมบอกกับประธานไปว่า.. มาลองดูกันว่าพี่ลา 9 วันเราจะทำอะไรกันได้บ้าง?

สรุป.. ไม่ได้งาน RS อะไรสักอย่างในช่วงเวลาสั้นๆ ดังกล่าว

วันแรกของการลาผมเลือกจะชาร์จแบตตัวเองให้เต็มพิกัด โดยการนอนแบบไม่ตั้งนาฬิกาปลุกและห้ามคนที่บ้านปลุก เต็มตื่นเมื่อไหร่ค่อยลืมตา เพื่อชดเชยให้กับทั้งปีที่ผ่านมา.. สรุปก็นอนได้แค่ 6 ชม.

วันที่ 2 ผมตั้งใจจะทำงานที่คั่งค้าง.. แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด วาานาผมจะไม่ได้พัก ลูกชายดันมาป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ซะก่อนและอาการก็หนักมากทีเดียว ยา Tamiflu ก็ขาดตลาดเลยต้องรักษาตามอาการกันไป

อีก 3 วันถัดมาแม่ยายก็ติดไข้ตามไปด้วย สรุปจึงเหลือผมคนเดียวในบ้านที่ยังพอเดินเหินทำนั่นทำนี่ได้ (เมียทำงาน ตจว)

วันที่ 5 ลูกชายต้องไปสอบในสภาพป่วยๆ

ลูกสาวซึ่งโตมากแล้วก็มีชีวิตของเขา กลายเป็นผมที่ต้องลางานมาเพื่อดูแลสิ่งต่างๆ ในบ้านและคนในครอบครัวไปแทน เมื่อทุกคนเริ่มอาการดีขึ้นผมก็เลือกจะเดินทางไปบ้านเกิดพาลูกๆ ไปเจอปู่กับย่า ให้เวลากับทางนั้นบ้าง (ปีหนึ่งไม่เกิน 2-3 ครั้ง)

ผมว่าผมมีอาการ "Burn-out" ค่อนข้างชัด จึงปรารถนาที่จะหลบลี้ความเร่งรีบไปหาประสบการณ์สงบๆ แบบอื่นเพื่อให้สมองที่กำลังล้าเต็มทีฟื้นกลับมาปลอดโปร่งได้อีกครั้ง

แต่สุดท้ายก็พบว่า.. ผมกลับใช้เวลาช่วงที่เหลือตลอด 9 วันนี้ไปกับการเรียนรู้และการค้นพบเรื่องใหม่ๆ แทน แบบหมกมุ่นอีกต่างหาก

เป็นการพักกแบบจริงจัง ที่ก็ทำเรื่องอื่นแบบจริงจังและมีความสุขชิบหาย และใช่... เราเปิดโอกาสให้คนอื่นๆ ได้เติบโตไปด้วย

และใช่อีกนั่นแหละ.. ผมก็หายไปจากทีมงาน RS และชาว Siamstr นานพอสมควร และกลับมาทำงานประจำตามปกติในวันนี้

ความสงบตลอด 9 วันเริ่มกลับมาจอแจ เค็มไปด้วยเสียงบ่นเสียงนินทาชาวบ้านของเพื่อนร่วมงานตลอดทั้งเช้า.. น่าเบื่อชะมัด แต่ผมไม่ควรแปลกใจ นี่คือบรรยากาศเดิมๆ ที่ผมอยู่กับมามาสิบกว่าปีแล้วนี่นา..

สงสัยต้องมีพาร์ท 2 มีเรื่องเล่าเต็มไปหมดเลย ผมต้องไปทำงานละครับ..

อรุณสวัสดิ์ #siamstr

รอฟัง พาร์ท2 ต่อ ขอยาวๆๆๆนะครับ ^^

ลัทธิบริโภคเกินตัว … ชอบครับ สั้นๆได้ใจความ