Avatar
Leave
ed8dfe7fdaeb62aa01c33e675c603dca1e464fab778095f8d9f828173e1eb968
In the beginning, we all make choices but in the end our choices make US

ซีเรียกำลังเจอกับเงินเฟ้อสูงมาก เห็นว่าล่าสุดรัฐมีการออกธนบัตรใหม่ 5,000 ปอนด์ซีเรียตีเป็นมูลค่า 12 บาทไทย เนื่องด้วยบัตรเครดิต เดบิต อะไรก็ใช้ไม่ได้ เวลาจะซื้อไร ต้องพกเงินเป็นกระสอบ ๆ คนในประเทศที่เก็บเงินสดมีแต่จะจนลงเรื่อย ๆ เงินของรัฐบาลดีนะเว้ยยยย มีธนาคารกลางรองรับเลยนะ 🤮🤮🤮🤮

#siamstr

นิทานเรื่อง : Keynesian Economics VS Austrian Economics (But Bitcoin take all)

*คำเตือน - เป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียน และเอาหัวข้อใน Quote ของน้องอิสรมาเรียงลำดับใหม่สนุก ๆ

5.Keynsian Economics

1.Deflation (เงินฝืด)

รัฐ : ประชาชนเก็บเงินกันมากเกินไป ไม่ยอมออกมาจับจ่ายใช้สอย

ประชาชน : คุณภาพสินค้าและบริการมันห่วย จะเอาเงินที่มีค่าไปแลกมาทำไม

รัฐ : ไม่ออกไปใช้เงินจับจ่ายใช้สอย เศรษฐกิจในประเทศจะไม่เติบโตนะ

ประชาชน : เรื่องของมึง, สินค้าและบริการไม่มีคุณภาพ มีแต่การผลิตของที่ไม่ได้จำเป็นกับชีวิตออกมาขาย อัดฉีดไร่อ้อยมาทำน้ำตาลเพื่อรีดภาษีน้ำหวาน อัดฉีดเหมืองอลูมิเนียมแล้วเอาฟลูออไรด์มาทำยาสีฟันให้คนเป็นมะเร็ง

รัฐ : สรุปจะไม่ออกไปใช้เงินกันใช่มั้ย?

ประชาชน : กูจะออมเงิน กูผิดอะไร?

รัฐ : ได้... เดียวเจอกูพิมพ์เงิน จะเอาให้ร้องยั๊งหมา..

2.Inflation (เงินเฟ้อ)

รัฐ : ยังไง ๆ , ผลงานรัฐปีนี้ทำ GDP โตเกินคาด ชื่นชมกูสิ ๆ

ประชาชน : ชมพ่อง.. ขาวของแพงจะตายห่าละ

รัฐ : ก็ออกไปกู้หนี้ยืมสินกันเกินตัว รู้จักมั้ยประหยัดอดออมอะ หัดเก็บออมกันบ้าง

ประชาชน : มึงพิมพ์เงิน กูจำได้มึงบอกว่ามึงจะพิมพ์เงิน จะเอาให้กูร้องยั๊งหมา

รัฐ : ก็ต้องทำให้ออมเงินกันไม่ได้นั้นแหละดี การมีเงินเฟ้ออ่อน ๆ หรือข้าวของแพงขึ้นนิดนหน่อยจะกระตุ้นให้คนออกไปจับจ่ายใช้สอย GDP เราจะได้เติบโตเป็นหน้าเป็นตาในประชาคมโลก

ประชาชน : เฟ้ออ่อน ๆ พ่องเหอะ กูเห็นนะ Money Supply M3 อะ กราฟขึ้นเป็นก่อพระเจดีย์ทรายวันสงกรานต์เลย นี่มึงเล่นกดกันหมดแม็กเลยนิหว่า

รัฐ : ไปดูอะไร Money Supply M3 ไปดูสรุป CPI ที่ทำสรุปไว้ให้นู้น นั่นอะราคาข้าวของจริง ๆ มันไม่ได้แพงขึ้นขนาดนั้นเลยนะ ชอบคิดกันไปเอง

ประชาชน : จะใช่รึ

รัฐ : อย่าสงสัยเยอะ, สิ้นปีอย่าลืมยื่นภาษีล่ะ

3.Stagflation (เงินเสือมค่าพร้อมกับสภาพคล่องต่ำ เศรษฐกิจชะงัก)

รัฐ : ชิบหายละ, คนตกงานเพียบ พวกนายทุนไม่จ่างงานเลย เงินไม่หมุนในระบบ ข้าวของก็แพง เราจะทำยังไงดี?

ธก : พิมพ์เงินแจกคนตกงาน ให้พวกนั้นเอาเงินที่ได้ไปซื้อของ เงินจะได้ไหลเข้าไปหมุนในระบบ

รัฐ : ถ้าแจกเงินไป แล้วพวกที่ตกงานใช้เงินหมด เราไม่ต้องคอยพิมพ์เงินมาเลี้ยงดูคนพวกนี้เหรอ?

ธก : อย่าไปกลัวดิ คนเดือดร้อนไม่ใช่รัฐนิ แต่ถ้าประชาชนที่ตกงานเริ่มหิว อันนั้นหนะรัฐเดือดร้อนแน่ ๆ

รัฐ : ใช่.. ไม่ดี ๆ เดี๋ยวออกมาประท้วงกันอีก งั้นพิมพ์อัดฉีดลงไปเลย ว่าแต่จะไม่มีปัญหาตามมาใช่มั้ย?

ธก : ไม่ต้องห่วง เรามีเครื่องมือที่ใช้แก้ไขปัญหาสุดเจ๋งอยู่แล้ว ทาดา... เครื่องมือเพิ่มลดอัตราดอก.. เบี้ย ๆ ๆ ๆ

รัฐ : เหมือนมึงกำลังสนุกอยู่อะ

ธก : สนุกดิ.. พิมพ์เงินได้ไม่จำกัด รวยจริง ๆ อยู่แค่คนเดียว ทำไมจะไม่สนุกอะ งานไม่ต้องทำ แรงไม่ต้องออก วัน ๆ นั่งกระดิกตีนจิ๊บวิสกี้แพง ๆ อยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ คอยอนุมัติเงินกูให้ ธพ. อีลีทจัด ๆ อะ กูบอกเลย

ประชาชน : ...

.....

4.Austrain Economy

รัฐ : เราจะทำแค่เพียง provide สิ่งที่จำเป็นให้กับประชาชน รัฐจะปล่อยให้ประชาชนมีการแข่งขันกันเองภายใต้ตลาดเสรี รัฐจะไม่เข้าไปแทรกแซงหรือตั้งหน่วยงานกำกับดูแลที่จะออกกติกาเงื่อนไขต่าง ๆ ประชาชนจะต้องเอาตัวรอดและพัฒนาขีดความสามารถเพื่ออยู่ให้ได้ภายใต้ตลาดเสรี

ประชาชน(รวม) : รัฐขา......

ประชาชน(1) : หึ ๆ มึงเจอกูแน่

ประชาชน(2) : แน่จริงมึงมาแข่งกับกูเลย

ประชาชน(3) : ไม่ต้องทะเลาะกัน บ. กู นัม บา วานนนนน

รัฐ : (นั่งทำตัวลีบ ๆ ) ปล่อยมันกัดกันไป กูอยู่เงียบ ๆ คอยเก็บภาษีน้อย ๆ แค่พอประทังชีวิตพอละ (ตะโกน) ขาดเหลืออะไรก็บอกนะเฮ้ย...

ประชาชน(รวม) : คร้าบบบบ

.....

6.Bitcoin Standard

รัฐ : (Empty)

ชาย(1) : เนื้อเนี่ยเอาส่วนไหนดี? ความสุก?

ชาย(2) : เอาส่วน tenderloin สุกนิดหน่อย

ชาย(1) : เอาเบียร์มาด้วยมั้ย? คืนนี้ท่าจะยาว

ชาย(2) : เอามา ๆ เพิ่งต้ม Lot ใหม่เลยเอามาให้ลองชิมดูเนี่ย

ชาย(1) : ไม่เอาขี้ไม่แตกแจกทองนะ เสียดายเนื้อที่จะกินวันนี้

ชาย(2) : เอาน่าปรับสูตรนิดหน่อยเอง ว่าแต่ลูก ๆ เป็นไงมั่งอะ?

รัฐ : (Empty)

ชาย(1) : ก็ Homeschool เรียนบ้างเล่นบ้างอยู่กับแม่มัน บางทีพ่อมันก็พาไปลองหัดรีดนมวัว แล้วของมึงอะ?

รัฐ : (Empty)

ชาย(2) : คนเล็กเริ่มหัดขี่จักรยานได้แล้ว ช่วงนี้สนใจพวกการวาดรูปเป็นพิเศษ ส่วนคนโตเริ่มเป็นหัวโจกพาเด็ก ๆ บ้านใกล้ ๆ เล่นนั่นเล่นนี่

เมีย(1) : (ตะโกน) กินเสร็จล้างจานด้วย...

ชาย(1) : จ๋า... แม่

ชาย(2) : ดุเหมือนเดิมนะเนี่ย

ชาย(1) : จุ๊ ๆ ... เบา ๆ เดียวกูโดนใช้ไปซักผ้า

วันธรรมดา ๆ ของ Bitcoiner...

รัฐ : (Empty)

#Siamstr

#SiamstrOG

nostr:note14w4nhum9uty0cyke4mz82f0easevf22r4fzcz67dgcur2symclpqd9dcl8

People : 1

State : 0

เขียนดีมาก ๆ เลยครับ ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ที่เขียนแชร์มาให้อ่านนะครับ ❤️ หายากมากเลย คนที่จะออกจากวังวนของการนั่งเฝ้าชาร์ตราคาโดยเฉพาะกับ digital asset ที่เทรดกันตลอด 24 ชม. ผมเคยได้ยินเรื่องเล่าของคนในกลุ่มที่นั่งเฝ้าชาร์ตราคากันจนสายตาเสียไปอย่างเอามันกลับคืนมาไม่ได้ บางคนก็เสียแฟนที่คบกันมาก็มี

ออกจาก gambler ที่นั่งเฝ่ากราฟ 1 นาที ก็ไปเป็น speculator ที่นั่งเฝ่ากราฟราย ชม. รายวัน แล้วก็กลับไปเป็น gambler อีกครั้งกับตลาด future กดกัน x5 x25 x50 x100 x125 หวังผลตอบแทนในระดับของเสี้ยววินาที

ได้มาเท่าไหร่ก็คืนให้ตลาดไปทั้งหมด

ผมเองตอนที่เริ่มก็เรียนเรื่องกราฟ การใช้ indicator แต่ละตัว ติดตามข่าวการเคลื่อนไหวของตลาด ติดตามอ่านสรุปการเพิ่มลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด ตอนนั้นก็เป็นกิจวัตรที่ต้องทำทุกวันเช้าหลังตื่น พักกลางวัน หลังเลิกงาน ก่อนนอน พอ ๆ กันเลยแค่ผมไม่ได้นั่งเฝ้าชาร์ตขนาดนั้น

เอาจริง ๆ ในตอนนี้ถึงจะเข้าใจบิตคอยน์แล้วผมก็ยังทำอยู่บ้างนะ ของที่เรียนไปแล้วรู้ไปแล้วก็ไม่ได้อยากจะทิ้งมันไปซะทีเดียว

เรื่องกราฟราคาผมใช้ TF 1 อาทิตย์ กับ TF 1 เดือน บวกกับ indicator dma200 กับอีกบางตัว เพื่อดูแนวโน้มของเทรน เพื่อเฝ้าดูความคิดของผู้คนในตลาด

ผมยังตามข่าวของเฟด SEC หรือ ETF อยู่บ้าง เพื่อรับรู้ความฉ่อฉลของกลุ่มคนที่พยายามทำตัวเป็นพระเจ้าที่กุมชะตาชีวิตทางการเงินของคนอื่น ๆ

ในตอนนี้ก็มีเวลาเยอะขึ้นกว่าวันที่เพิ่งเริ่มเข้ามาในตลาด ๆ ใหม่ ๆ เหมือนกันเลยครับ ได้เอาเวลาไปเรียนรู้ ไปค้นหาคำตอบของอะไรบางอย่างที่เคยค้นหา ได้ทำในสิ่งที่ต้องการ ได้มาเจอกับผู้คนใน Nostr ได้เอาเวลามาเขียนสิ่งที่อยากจะเขียน

และสิ่งเหล่านี้ก็มาจากพลังของการออมในเงินที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างบิตคอยน์ เมื่อเราค้นพบหนทางที่เรียบง่ายที่สุด และไม่ต้องคอยกระเสือกกระสนในการหาเงินให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะมีทางให้หาได้

ง่าย ๆ แค่ออมบิตคอยน์

Nick Ragan : “ส่วนไหนของคำว่า ออม.. ที่มึงไม่เข้าใจ?”

ใช่ มันง่ายแค่นั้นจริงๆ แค่ “ออม” จริงๆ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมก่อนหน้านี้ผมถึงทำให้อะไรมันยาก งงตัวเอง

“อย่าเป็นสายเทรดแตรดหมา” คำสอนง่ายๆ simple ที่พี่เค้าสอน อย่าเก่งกว่าตลาด ถ้าเปรียบกับ bitcoiner ก็ประมาณ “stay humble stack sats” ถ่อมตัวเข้าไว้ เก็บ sats

เพราะอะไร เพราะการเทรดในตลาดนี้ มันค่อนข้างยากมาก มัน 24/7 แล้วคนในตลาดนี้ก็อ่อนไหวมากๆ ข่าวอะไรก็พร้อมจะลากราคาได้ตลอด สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่มีการปล่อย fake news ของ bitcoin ETF เพราะ “ใครบางคน” รู้ ว่านี่คือสิ่งที่ตลาดคาดหวังกันมาก เหล่านักเก็งกำไรหวังปัจจัยนี้มาดันราคา ถ้าพวกเค้าเหล่านั้น อยากให้นักเก็งกำไร ปลาซิวปลาซ่อย ปล่อยของ ทางที่ดีที่สุดคือการเขย่า เขย่าราคา เหมือนที่ในคลิปบอก เขย่าเพื่อให้เหล่าสายเทรดทั้งหลายปล่อยของออกมาให้มากที่สุด

ย้อนความนิดนึง ก่อนหน้าที่ผมจะมาศึกษา bitcoin จริงจัง ผมเคยเป็นพวกเทรดมาก่อน วันๆนึง นั่งจ้องมันแต่โทรศัพท์ จะกินข้าว กินปลา ก็ต้องเปิด binance ไปด้วย ดูราคาเหรียญ นั่งดู rsi จะเกิด divergence ไหม นั่งดูปฏิทินเศรษฐกิจ ว่าจะมีประกาศตัวเลข cpi ป่าว จะมี fomc ป่าว เพราะช่วงนี้ราคาเหรียญจะผันผวนมากๆ วันว่าง แทนที่จะเอาเวลาไปพักผ่อน อยู่กับสิ่งที่รัก ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ผมกลับเอาเวลาไปนั่งดูเหล่า “กูรู” “เซียนกราฟ”

ในยูทูปทั้งหลายบอก เห้ย เหรียญนี้กราฟสวย จะขึ้นเวฟ3 เห้ย เหรียญนี้มี Divergence บลาๆ ซึ่งสุดท้ายมันก็ไม่ได้ขึ้นอะไรแบบที่พวกเขาเหล่านั้นพูด ผมเจ็บตัว หนักมากๆ โชคดีว่าตอนนั้นยังไม่ทำงานเพิ่งเรียนจบ ไม่งั้นได้เสียงานเสียการแน่นอน กลางค่ำกลางคืน นั่งจ้องแต่กราฟ เครียด ไม่อยากเสียเงิน

ด้วยความที่อยากเทรด อยากได้เงินเร็ว วาง stop loss ไว้ แต่ก็ทำใจไม่ได้ที่ต้องเสียเงิน เพราะชินกับภาพอันหอมหวานของ bullrun ที่เทรดไงก็ได้เงิน เงินมันหาง่าย ผมบ้าอย่างนั้นอยู่นาน จนมานั่งคิดกับตัวเองจริงๆ ว่า เราทำอะไรอยู่ ตอนนี้เราเหมือนคนบ้าเลย เราไม่มีความสุข

จนผมได้มาดูพี่นิค กับ จารย์ตั๊ม จริงจังนี่แหละ เลยเดินตามมา เลิกเทรด เลิกสนกราฟ เก็บ ออม จบ จากวันนั้น ถึงวันนี้ ก็เกือบ 2 ปีแล้ว ที่ผมไม่ค่อยรู้ข่าวเศรษฐกิจไรมากมาย การดู “ราคา” ไม่ใช่สิ่งแรกที่ผมทำตอนตื่นนอนอีกต่อไป ทุกวันนี้ ผมรู้ราคาจากในสื่อออนไลน์ที่มีคนมาโพสต์ มากกว่ามาดูเองซะอีก

ผมยังจำได้เลยว่า ตอนที่มูลค่าในหน่วยเงินดอลล่าร์มันขึ้นมาจาก 16,000 กว่าๆ ช่วงต้นปี 2023 จนถึง สิ้นปี 2023 อยู่ที่ 40,000 กว่าเหรียญ ผมทึ่งเพราะผมแทบไม่ทำอะไรเลยในเชิงของการเทรด ผมทำงาน ผมแบ่งเงินที่ได้จากการทำงานมาออมใน bitcoin ส่วนเหรียญอื่น ไม่รู้ ไม่ได้สนใจไปพร้อมๆกับการเทรด นั่นน่าจะเป็นครั้งแรก ที่ผมรู้สึกว่า มันก็ไม่ได้ยากไรนี่หว่า ที่ผ่านมา เราแค่ทำให้อะไรมันยากเอง ผมเพิ่งได้เข้าใจคนเค้าพูดๆกันว่า เงินเฟียตน่ะ มันมีปัญหา bitcoin มันแค่อยู่ของมันดีๆ ก็ตอนนั้นแหละ ผมเริ่มได้ยินคนไกล้ตัวที่ยังอยู่ในตลาดบ่นๆ กัน โอ๊ย ทำไมราคามันผันผวนจังวะ เมื่อวาน 35,000 วันนี้ลงมา 32,000 โอ๊ย จาก 45,000 ลงมา 42,000 ผมฟังแล้วก็เหมือนเห็นตัวเองในอดีตเลย สายตาสั้น มองอะไรแคบๆ ทั้งๆที่ตลอดปี 2023 มันขึ้นมาตลอด แต่ก็ยังมีคนเจ็บตัว ขาดทุน เพราะรอไม่ได้ High Time Preference สูงปรี๊ด

พอเห็นโน๊ตนี้ มันอดยิ้มไม่ได้ เพราะผมเหมือนได้มองตัวเองที่ผ่านๆมา เออ เราก็เปลี่ยนไปเยอะเลยแหะ เกือบ 2 ปีที่แล้ว ตัวกูยังบ้ากับกราฟอยู่เลย ยังพยายามจะตักตวงผลประโยชน์ระยะสั้นอยู่เลย รอไม่เป็น อยากได้ไรเร็วๆ แต่ไม่เหนื่อย ยังตามข่าวอะไรก็ตามที่มีผลกับราคาเหรียญอยู่เลย แฟนยังทักว่าทำไมไม่นอนอยู่เลย

ผมในตอนนี้ ไม่สนใจ noise ระหว่างทาง เลิกตามข่าว เลิกตามราคาแบบคนบ้า ไม่หลับไม่นอน เลิกฟังกูรูกราฟ กูรูวิเคราะห์เหรียญคริปโต เลิกติดตามทั้งหมด ทุกวันนี้เช็คแต่ fee ของ bitcoin เพื่อจะได้ดูว่า ช่วงนี้โอนออกมาเก็บเข้า Hardware wallet ได้ยัง หรือรออีกหน่อย ส่วน bitcoin spot ETF น่ะหรอ? ช่างมันดิ มีก็ดี ไม่มีก็ IDGAF ทำงาน เก็บออม ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น แล้วไปใช้ชีวิต ทำในสิ่งที่รัก มีเวลาว่างถ้าไม่เหนื่อยเกินไป ก็ศึกษาอะไรที่มันพัฒนา skill ตัวเอง หาหนทางเพิ่มรายได้ให้กับตัวเอง ถ้าเหนื่อยมากไป ก็พักสักหน่อย หาเกมไรมาเล่นไหม ? หาหนังสนุกๆ มาดูสักเรื่องไหม ?

Algorithm youtube จากแต่ก่อนยูทูปผม มีแต่ เหรียญนี้ โอกาส 10x ,วิเคราะห์กราฟวันที่ xx.xxx.xxx, ส่องเหรียญตระกูลนี้, พี่…วิเคราะห์กราฟ live วันที่ xx

ตอนนี้ youtube ผม มีแต่ cdc bitcoin talk, ฝึกสกิลภาษาอังกฤษ, สภายาส้ม, รีวิวหนังดีๆ, รีวิวเกมสนุกๆ, สอนทำอาหาร, นมดิบต่อสุขภาพ, คลิปแมว บลาๆ

จะบอกว่าไงดีนะ ผมคงพูดไม่เกินจริงถ้าจะบอกว่า bitcoin ได้คืนชีวิตของผมมาอีกครั้ง จากที่ก่อนหน้านี้ ลองมองย้อนกลับไป ตัวเองเหมือนคนโดนผีเข้าเลย ผีพนันเข้าสิง ผีคนสายตาสั้น High Time Preference สุดๆ จริงๆอีกคนที่เปลี่ยนผมนอกจากพี่นิคกับ จารย์ตั๊ม ก็พี่ชิต นี่แหละ จากนั้นก็เริ่มรู้จัก right shift ช่วงต้นปี 2023 เริ่มหาบทความมาอ่าน จนทุกอย่างมันก็หล่อหลอมผมจนกลายเป็นผมในทุกวันนี้ :)

เพิ่มอีกนิด การเทรด ไม่ใช่เรื่องที่ผิด คนเราแต่ละคนก็คงมีเป้าหมายอะไรในชีวิตที่ต่างกัน มีคนมากมายประสบความสำเร็จบนเส้นทางสายนี้ แต่มันไม่ใช่สำหรับผม มันมีอะไรต้องเรียนรู้เยอะมาก แล้วกับตลาดนี้ มันมีปัจจัยที่ไม่แน่นอนเยอะไปหมด อย่างวันนี้ก็ Fake news ไป 1 แมตซ์ หนำซ้ำ ตลาดนี้มันไม่เปิด ปิด เหมือนตลาดหุ้น มัน 24/7 ผมรู้สึกว่ามันเหนื่อยเกินความจำเป็น มันกินเวลาชีวิตผมมาก มากจนเกินไป จนตัวเองโฟกัสกับอย่างอื่นไม่ได้ แถมพอได้ศึกษา bitcoin ลึกลงเรื่อยๆ ผมรู้สึกอยากมี bitcoin เก็บเพิ่มมากกว่า มาเทรดเข้า เทรดออก

Replying to Avatar Jingjo

เราสามารถเรียนรู้สัญญาณเตือนความสัมพันธ์ที่ล้มเหลว ผ่านภาพยนตร์โรแมนติกระดับตำนานอย่าง Midnight in Paris (2011) โดยคุณปู่วู้ดดี้ อัลเลนที่ฝีไม้ลายมือจัดจ้านและผ่านงานกำกับและเขียนบทมาโชกโชนไม่แพ้ผู้กำกับชื่อดังคนใดในโลก หนังโคตรดีขนาดเข้าชิง 4 รางวัลออสการ์ ไล่ตั้งแต่รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม (หนังชนะรางวัลในสาขานี้) และกำกับศิลป์ยอดเยี่ยม (ไม่น่าเชื่อว่าไม่ได้รางวัลนี้ โดยพลาดให้กับ Hugo ของมาร์ติน สกอร์เซซี่)

แต่ความยอดเยี่ยมของ Midnight in Paris ไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากรีวิวถึงในโน้ตนี้ เพราะสิ่งที่โดดเด่นออกมาเตะตาผมคือความสัมพันธ์ของคู่ว่าที่สามี-ภรรยาในเรื่องที่มันส่งกลิ่นทะแม่ง ๆ ตั้งแต่ซีนแรก และเมื่อพิเคราะห์ตามศาสตร์ Redpill แล้วก็พบว่าหลายต่อหลายสัญญาณผิดปกตินั้นน่าสนใจศึกษาไว้ ทั้งสำหรับคนที่กำลังมีคู่ และคนที่คิดอยากจะมีในอนาคต

คำเตือน : #Redpill is super hard to swallow. Do not take it personally.

ต่อไปนี้คือ 10 สัญญาณเตือน (จากในหนัง) ที่ควรระวังให้ดี หากผู้หญิงแสดงออกสิ่งเหล่านี้ต่อคุณ ความสัมพันธ์คุณกำลังส่อเค้าหายนะ

1. เธอแสดงถึงความไม่ respect ในตัวคุณ ไม่ว่าคุณจะพูดเรื่องอะไร อธิบายอะไร บอกเล่าอะไร เธอไม่ฟัง ไม่อยากฟัง หรือหากฟังก็พร้อมจะโต้แย้งกลับให้คุณรู้สึกว่าความคิดหรือความรู้สึกของคุณนั้นไม่ได้สลักสำคัญอะไร โดยเฉพาะถ้าความคิดนั้นไปแย้งกับสิ่งทื่เธอต้องการ

2. เธอมักมีข้ออ้างเสมอเพื่อหลีกเลี่ยงการมีเซ็กส์กับคุณ

3. เธอกล่าวชื่นชมผู้ชายคนอื่นให้คุณฟังบ่อย ๆ

4. ครอบครัวเธอไม่ชอบคุณ และแสดงออกให้เห็นชัดเจนว่าไม่ชอบคุณ

5. เธอเลือกจะใช้เวลากับเพื่อนมากกว่าจะใช้เวลากับคุณ

6. เธอมีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชาย (แม้ผู้ชายคนดังกล่าวจะมีเมียแล้วก็ตาม)

7. เธอมักทำให้คุณดูเป็นตัวตลกในสายตาเพื่อนเธอเสมอ ไม่ว่าเธอจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

8. เธอมองว่าความฝันและเป้าหมายในชีวิตของคุณนั้นไร้สาระ และไม่สำคัญเท่าเป้าหมายของเธอ คุณควรจะเลิกเพ้อเจ้อและทำตามที่เธอชี้นิ้วบงการได้แล้วเสียที

9. เธอต้องการให้คุณจมปลักอยู่กับงานที่ไร้แก่นสารและสูบจิตวิญญาณของคุณ เพียงเพราะมันจ่ายค่าตอบแทนสูง สูงพอจะตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เธอปรารถนาได้

10. (หากคุณยังไม่แต่งงานกัน) เธอมักจัดแจงทุกเรื่องเกี่ยวกับการแต่งงานเองในแบบที่เธอต้องการทั้งหมด โดยเฉพาะการต้องซื้อหรือก่อหนี้ก้อนโตเพื่อมีบ้าน รถ และสิ่งอำนวยความสะดวกตามที่เธอต้องการหลังแต่งงาน แต่สิ่งที่เธอไม่เคยพูดถึงเลยคือ "การมีลูก"

ผู้หญิงที่คุณคบหาไม่ต้องมีครบทุกข้อนี้ แค่มีเพียงข้อหนึ่งข้อใดก็เริ่มส่งสัญญาณไม่ค่อยดีแล้ว รีบหาทางแก้ไขก่อนที่มันจะลุกลามกลายเป็นมีมากข้อขึ้นเรื่อย ๆ จนเกินการควบคุม

--------------------

ชาว redpiller มีมุมมองค่อนข้างตรงกันว่า หนึ่งใน The Biggest Lies ที่เฟมินิสต์อ่อมสมองผู้ชายมากเกินครึ่งศตวรรษคือวรรคคลาสสิกที่ว่า "Happy Wife, Happy Life." เพื่อชักจูงให้ผู้ชายยอมละทิ้งเกือบทุกอย่างเพื่อปรนเปรอให้ผู้หญิงได้ในสิ่งที่เธอปรารถนา (ซึ่งหากไม่โกหกตัวเอง ไม่ใช่แค่ผู้หญิงหรอก แต่ไม่มีใครเคย 'พอ' หากได้รับการเติมเต็มความปรารถนาอยู่ร่ำไป) ทั้งที่จริงแล้วการมีคู่ชีวิตที่ดีมันควรจะหมายถึงการที่คุณทั้งคู่เป็นเหมือนกับ "ทีม" เดียวกัน มีเป้าหมายร่วมกัน เสียสละและทุ่มเทเพื่อกันและกัน โดยมีจุดร่วมตรงกันว่าผู้ชายเป็นแกนหลักดูแลค้ำจุนครอบครัว และผู้หญิงเป็นผู้สนับสนุนให้เขาทำหน้าที่ของเขาได้เต็มที่ที่สุด เพื่อร่วมกันสร้างครอบครัวที่อบอุ่นแข็งแรง ครอบครัวอันเป็นโหนดย่อยที่สำคัญที่สุดของอารยธรรมมนุษย์มาช้านาน

The "Supportive Wife, Productive & Meannigful Life" mantra should replace that feminist lie we've heard for half a century. Set your frame and standards right, guys.

ป.ล. เบา ๆ อุ่นเครื่องรอ #สภายาแดง EP ใหม่ ที่จะมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ 5555

#siamstr

ขอบคุณสำหรับบทความคุณภาพอันแรก ของปี 2024 ครับ (หรือมีก่อนหน้านั้นแล้ว แต่เราไม่เห็นหว่า 😂😂)

หาดใหญ่ยังดีหน่อย น้ำท่วมบ้าง แต่ไม่หนักมาก ยะลาโซนที่ผมอยู่ ผมอยู่ที่สูง เลยรอดตัวไป nostr:note1vvefy2aql8s2cnh4wt3f0w702sleqzvzjh7pgv74y72qex84x2gsg9y42c

#siamstrog สารภาพตรงๆเวลาอ่าน ไม่เคยอ่านเป็น สยามส์เตอร์โอจี เลยสักครั้ง อ่านเป็น สยามสตร็อก ตลอด😂

Note เทพอีกแล้ว nostr:note1c2ntl4cp97wu2h2yudwuphxs5zdrp8x9h6uumau6y68pm39s0rzqqljs2g

555555 ผมชอบโควทพี่ชิทมากครับ "พี่ชิตถามว่าคุณมีกี่ตารางวา กี่ไร่จากทั้งหมด 21 ล้านไร่" แค่นี้ คมๆ ชีวิตไม่ต้องทำอะไรให้มากมาย

Its a damn shame they refuse to see the truth.

ใช่ครับ คนส่วนมากเวลามองเรื่องเงินก็จะ อ่อก็มี ๆ ไป ใช้ ๆ ไป ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เงินหรอก เงินน่ะ ต้องมีไม่จำกัด ผลิตได้เรื่อย ๆ ถูกแล้ว ปัญหาคือ เรายังไม่มีรัฐสวัสดิการดีๆต่างหากล่ะ....หมดคำจะพูดเลยผม555

มีคนรู้จักไกล้ตัวชอบมาถาม อ่าว “เล่น bitcoin ด้วยหรอ” เราก็จะยิ้มเจื่อนๆไป แล้วบอกเค้าว่า “อ๋อ เปล่าครับ ผมเก็บออมใน bitcoin สำหรับผม bitcoin มีไว้เก็บออมครับพี่ ไม่ได้มีไว้เล่นครับ” พี่เค้าก็จะทำหน้า งงๆ หน่อยแล้วถามเรากลับมาว่า

พี่ที่รู้จัก : แล้วทำไมไม่เก็บออมในเงินปกติ ? ไปเก็บออมในเงินดิจิตอลทำไม ? รัฐบาลที่ไหนเค้ายอมรับ ? ซื้ออะไรได้บ้าง ? จับต้องก็ไม่ได้ ? โจรเค้าใช้กันไม่ใช่หรอ ? คนดี ๆ ที่ไหนที่เค้าใช้ bitcoin ? ใครเป็นเจ้าของยังไม่รู้เลย

นี่เป็นคำครหาที่ในช่วง 2-3 ปีมานี้ ผมเจอบ่อยมากกับคนรอบตัว เราก็พยายามอธิบาย ว่า bitcoin น่ะ มันจำเป็นต้องไม่มีเจ้าของ ถูกแล้ว เพราะถ้ามันมีเจ้าของ แล้วมันจะต่างอะไรกับเงินรัฐบาล เงินดิจิตอลน่ะ รัฐก็สร้างได้ ไม่มีปัญหาหรอก ปัญหารากเหง้าที่แท้จริงของเงินของรัฐ คือการที่มันมีศูนย์กลาง มีเจ้าของ มีคนที่ควบคุมนโยบายของมันอย่างเบ็ดเสร็จ เค้าจะทำอะไรก็ได้กับเงินของเค้า จะเพิ่ม หรือ ลด ปริมาณของเงินก็ทำได้ดั่งใจ แล้วพี่ ที่บอกว่า ทำไมไม่ออมในเงินปกติ (เงินของรัฐ)

งั้นผมถามกลับ สมมุติ อุปทานเงินทั้งหมด เอาแค่เงินบาทพอ สมมุตินะ ว่ามันมีทั้งหมด 30 ล้านล้าน บาท ผมมีเงินเก็บอยู่ 1 ล้านบาท คำถามคือ ผมจะมั่นใจได้ยังไง ว่าผมจะเป็น 1 ใน 30 ล้านล้านต่อไป ในเมื่อนโยบายการเงินมันถูกเปลี่ยนแปลงได้เรื่อยๆ แล้วเปลี่ยนแปลงได้ไม่ยากด้วย ผมจะมั่นใจได้ยังไง ว่าอีก 10 ปีข้างหน้า “หน่วยวัดมูลค่า” ของผมมันจะไม่ถูกเปลี่ยนแปลง อุปทานของเงินมันจะมี 30 ล้านล้าน เท่าเดิมจริงๆ ? 10 ปีข้างหน้า หาก อุปทานของเงิน มันเพิ่มมาเป็น 60 ล้านล้านบาท แปลว่าสัดส่วนของเงิน 1 ล้านที่ผมถือมา มูลค่าของมันก็จะน้อยลงตามไปด้วย ถูกไหม? ใช่ เราเรียกสิ่งนี้ว่า “เงินเฟ้อ” มันเกิดขึ้นอยู่ และมันจะเกิดขึ้นต่อไป ไม่มีวันจบ พี่ลองถามตัวเองดูดิ ว่า ข้าวเมื่อ 20 ปีที่แล้ว จานเท่าไหร่ ?

มาดู bitcoin นะ bitcoin น่ะ มีอุปทานของเงินทั้งหมด 21 ล้าน ถามว่ามันเปลี่ยนแปลงได้ไหม คำตอบ คือ ได้ แต่การจะเปลี่ยนนโยบายอะไรสักอย่างใน bitcoin มันยากเอามากๆ คุณแก้ไขโค๊ด ถ้าคนทั้งระบบไม่เอาด้วย โค๊ดที่คุณแก้ก็เป็นแค่ bitcoin ในเวอร์ชั่นของคุณคนเดียว ระบบของ bitcoin มีการคานอำนาจกันระหว่างผู้ใช้งาน ผู้ปิดบล็อก และ คนรันซอฟแวร์ของ bitcoin หากการเปลี่ยนแปลงอะไร มันขัดผลประโยชน์ใครสักคนในนี้ เค้าก็จะไม่เอาด้วย พอเค้าไม่เอาด้วย การเปลี่ยนแปลงก็เปล่าประโยชน์ ที่คนสร้างต้องทำแบบนี้ เพื่อไม่ให้ใครในเครือข่ายของ bitcoin มีอำนาจมากเกินไปที่จะควบคุมระบบของ bitcoin ได้อย่างเบ็ดเสร็จยังไงล่ะ ทุกคนที่ปกป้อง ดูแล bitcoin network เค้าไม่ได้ทำเพราะเค้าเป็นคนดีย์ แต่เค้าทำ เพราะเค้าต้องการจะปกป้อง “ผลประโยชน์ของตัวเอง” เพราะ ทุกคนที่อยู่ในระบบของ bitcoin ต่างก็มีส่วนได้ส่วนเสียกันทั้งนั้น หากเค้ายอมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ส่งผลดีกับตัวเค้า เค้าก็จะเสียผลประโยชน์ ยกตัวอย่าง ถ้าผมอยากแก้ไขเพิ่มอุปทานของ bitcoin ให้มันมีมากกว่า 21 ล้าน แน่นอนว่าคนที่เค้าถืออยู่ เค้าเสียผลประโยชน์ เพราะนั่นแปลว่า bitcoin ที่เขาถืออยู่ สัดส่วนมันจะเล็กลง เพราะอุปทานเงินที่เพิ่มขึ้น มูลค่ามันก็ต้องลดลงด้วย พอทุกคนในระบบไม่เห็นด้วยที่ผมจะเพิ่มจำนวนอุปทาน bitcoin โค๊ดที่ผมไปแก้มาก็จะเป็นแค่ชุดคำสั่งโง่ ๆ ที่ไม่มีใครให้ค่า ให้ราคา หรือถ้ามันมีคนส่วนหนึ่งเห็นด้วย ให้ค่า อยากรันซอฟแวร์ bitcoin เวอร์ชั่นที่ผมสร้างขึ้นมา สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มันก็จะแตกออกมาเป็นเครือข่ายใหม่ที่ไม่มีความเกี่ยวโยงอะไรกับเครือข่าย bitcoin ที่คนปกติเค้าใช้กัน (Hardfork) เพราะอย่างงี้ ผมถึงมั่นใจ ว่าถ้าผมเก็บออมในสิ่งนี้ “หน่วยวัดมูลค่า” ของผมยังไงก็จะไม่ถูกเปลี่ยนแปลง ผมมี 0.1 bitcoin ผมก็จะเป็น 0.1 จาก bitcoin ที่มีอยู่ทั้งหมด 21 ล้าน ต่อไป ไม่เปลี่ยนแปลง

พี่ที่รู้จัก : รัฐบาลที่ไหนเค้ายอมรับ ? เห็นก็มีแค่ประเทศเล็ก ๆ ก่อนหน้านี้น่ะ พี่เห็นคนดังๆ เชียร์กันใหญ่ ใครนะ Elon Musk น่ะ ถึงขนาดว่า ใช้ bitcoin ซื้อรถได้เลย บ้าไปใหญ่แล้ว ตอนนี้เป็นไงล่ะ เห็นออกข่าวว่าขาย bitcoin เกือบทั้งหมดแล้ว ไม่มีใครสนใจแล้ว หมดกระแสแล้ว เดี๋ยวคนก็ลืม ดูราคาสิ ลงไม่เป็นท่า

อ๋อ พี่ พอดีว่า bitcoin น่ะ มันไม่จำเป็นต้องมี Elon Musk มันไม่จำเป็นต้องมีรัฐบาลที่ไหนมายอมรับมันหรอกครับ ขอแค่มีคนเห็นค่ามัน อยากเก็บมัน อยากใช้งานมันก็พอ แค่นี้พอ การยอมรับมันน่ะ เดี๋ยวมันมาเองแหละ ปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของธรรมชาติ Generation Gap อะไรก็ว่าไป ส่วนเดี๋ยวคนก็ลืมน่ะ อ่อ พี่ ถ้าพี่ลองมองอะไรให้กว้างกว่านี้ พี่จะเห็นว่า Hashrate ของ bitcoin มันเติบโตขึ้นมาตลอด แบบก้าวกระโดด ตั้งแต่ตอนที่พี่บอกว่าคนเลิกสนใจมันอะ จนถึงตอนนี้ หนำซ้ำ จำนวนเงินที่ล็อคไว้ใน Lighthing Network ก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้ง Base Layer จนถึง Layer 2 มันมีการเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในส่วนของราคามันมีผันผวนบ้าง ขึ้นบ้าง ลงบ้าง ตามช่วงเวลา แต่จุดสังเกตที่ผมฝากให้พี่ไปคิดคือ ทุกครั้งที่มันลง มันทำจุดต่ำสุดของมันที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ราคา15,000 เหรียญที่เป็นจุดต่ำสุด พี่รู้ไหม ว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้ว มันเป็นราคาที่คนในตอนนั้นตกใจ ตื่นเต้นกันเป็นแถบ แต่กลับเป็นราคาที่คนในปี 2022 รวมถึงพี่เอง กลับบอกว่า อ่อ มันจบแล้วล่ะ เดี๋ยวคนก็ลืมมัน เจ๊งแล้ว bitcoin อวสาน bitcoin

โอเค งั้นผมถามพี่กลับบ้าง bitcoin มันอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เท่าไหร่แล้วอะ 15 ปี เห็นจะได้ โดยที่รอบตัวมัน มีแต่คนจ้องจะทำร้ายมันอยู่ตลอดเวลา จากทั้งสื่อกระแสหลัก ที่พยายามโหมกระแสดราม่าเกี่ยวกับมัน พยายามสร้างความรู้ ความเข้าใจผิด ๆ เกี่ยวกับมัน หนำซ้ำ มันยังถูกโจมตีจากคนใน community ของมันเอง (Blocksize war) แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มันก็ยังอยู่รอดมาได้ คำถาม แล้วเงินรัฐบาลที่พี่บอกน่ะ เกิดวันนึง ถ้าองค์กรที่ชื่อว่า รัฐ เป็นอะไรขึ้นมา เงินของพี่ จะยังยืนยงอยู่ได้ไหม พี่มั่นใจได้แค่ไหน ว่า รัฐ จะบริหารนโยบายการเงินของพี่ได้อย่างดี มีประสิทธิภาพตลอดรอดฝั่ง ไม่ให้มีเหตุการณ์แบบที่เกิดขึ้นแบบที่เกิดกับ อาร์เจนติน่า เวเนซูเอล่า ซิมบับเว ลาว ตุรกี พี่ลองไปหาข่าวดูนะ ว่าคนประเทศพวกนี้ต้องทุกข์ ทรมาณมากแค่ไหน กับการบริหารนโยบายการเงินที่ล้มเหลว โดยองค์กรที่พวกเค้าเชื่อใจที่ชื่อว่า รัฐบาล แล้วพี่จะมั่นใจได้ยังไง ว่าสักวันหนึ่ง มันจะไม่เกิดขึ้นกับรัฐบาลของเรา ? หรือว่าพี่เลือกที่จะเชื่อทุกอย่างที่รัฐบาลพูดออกมา ? โดยไม่สงสัย หรือ ตั้งคำถามอะไรเลย ?

พี่ที่รู้จัก : แล้วทำไมถึงกล้าเก็บมันทั้ง ๆ ที่ เอาแค่รูปร่างให้จับต้อง มันยังไม่มีเลย ? มันเหมือนตัวเลขในอากาศอะ ?

ผมอยากให้พี่มองในมุมกลับกันนะ ความเป็นดิจิตอล มันจับต้องไม่ได้ นั่นแปลว่า การจะส่งมันไปหาใครที่ไหนบนโลก มันก็สามารถทำได้ง่ายมาก ๆ หนำซ้ำ การเก็บรักษามัน ก็ทำได้ง่ายมาก ขอแค่มีสิทธิในการพิสูจน์ว่านี่คือเงินของฉันก็พอ เค้าเรียกมันว่า Private Key ครับพี่ พี่ลองคิดดูนะว่า ถ้าพี่เก็บทองคำ พี่จะเก็บไว้ในบ้าน หรือ ไปเก็บรวมศูนย์ไว้ที่ธนาคารดี ใช่ พี่คงต้องไปเก็บไว้ที่ธนาคาร เพราะมันปลอดภัยกว่าถึงจะมีค่าใช้จ่ายเรื่องของการเช่าตู้เซฟ แต่มันก็ปลอดภัย เพราะพี่เชื่อใจธนาคาร หรือไม่ก็ฝากไว้กับร้านทอง เก็บที่บ้าน เราไม่รู้ว่าจะมีโจรขึ้นบ้านหรือเปล่า หรือวันดีคืนดี ไฟจะไหม้บ้านหรือเปล่า ในขณะที่ bitcoin พี่เป็นเจ้าของมันเองแบบ 100% พี่ไม่ต้องฝากให้ใครดูแล พี่แค่ต้องดูแล Private key อย่าให้มันสูญหาย หรือตกไปอยู่ในมือของคนอื่น แค่นี้เอง มันง่ายมาก ๆ การขนย้ายมันก็ง่ายมาก ๆ พี่ลองคิดดูในกรณีที่พื้นที่ ๆ พี่อยู่ มันมีสงคราม ความขัดแย้ง พี่คิดว่า พี่จะขนทอง หรือ ขนเงินสด ไปได้สักเท่าไหร่กัน ในขณะที่ bitcoin นะพี่ พี่แค่เอา Private Key ที่มันก็แค่กระดาษเล็ก ๆ แผ่นหนึ่ง หรือ พี่จะจดใส่สมุดก็ได้ แค่นี้ พี่ก็สามารถพา bitcoin ทั้งหมดที่พี่มี ไปที่ไหนก็ได้ เห็นไหม ว่าการที่มันเป็น Digital มันมีข้อดีเต็มไปหมด

พี่ที่รู้จัก : เดี๋ยวรัฐบาลก็แบน

จีนก็แบน bitcoin นะ ทั้งการขุด ทั้งการครอบครอง แล้วมันได้ผลไหม ? ถ้าเค้าอยากแบน ก็ลองดูครับ อยากทำไรก็ทำไปเลย bitcoin ไม่ได้สนอยู่แล้วครับ ไม่ว่าพี่จะชอบมันหรือไม่ มันก็จะคงอยู่ต่อไป ผลิตบล็อกใหม่ต่อไป

พี่ที่รู้จัก : มันก็แค่แชร์ลูกโซ่วงใหญ่เท่านั้นแหละ มันอยู่ได้ด้วยการหาเงินจากคนที่เข้ามาหลัง เพื่อมาเอาเงินมาจ่ายให้กับคนที่เข้ามาก่อน

ครับ 😉(ไม่น่าเสียน้ำลายเป็นปี๊บไปกับการพยายามซีซอให้...ฟังเลย)

Note via primal on PC

#siamstr

Replying to Avatar Seph

วันก่อนเห็น nostr:npub1prya33fnqerq0fljwjtp77ehtu7jlsjt5ydhwveuwmqdsdm6k8esk42xcv บ่นเรื่องระบบราชการไทยเลยนึกถึงปัญหาของระบบราชการไทยขึ้นมาได้เรื่องนึง มันคือหนึ่งใน "ต้นน้ำ" ของความห่วยเลยนั่นก็คือ ทำไมคนถึงอยากรับราชการ?

เราน่าจะเคยได้ยินผู้ใหญ่พูดกันว่ารับราชการ "งานมั่นคง" และ "สวัสดิการเยี่ยม" (รวมถึงสวัสดิการเลี้ยงดูพ่อแม่ด้วยเนี่ยแหละ)

แปลว่าอะไร แปลว่าคนที่มารับราชการ "มักจะ" มี objective ตามนี้ คือไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาพัฒนาหน่วยงานหรือพัฒนาประเทศอะไรหรอก มันเลยทำให้คนที่อยู่มักจะเฉื่อยๆ ทำงานแบบเช้าชามเย็นชามเพราะ objective เค้าสำเร็จแล้วตั้งแต่วันแรกที่ได้บรรจุแล้ว

หน่วยงานส่วนใหญ่ก็ไม่ได้มี KPI อะไรในการวัดผลงานคนด้วย ก็เรืยกว่าถ้าไม่ได้ทำผิดร้ายแรงอะไรก็สามารถอยู่นานอยู่ทนไปเรื่อยๆสบายๆชิวๆเลย ใครจะอยากไปเปลี่ยนไปพัฒนาระบบระเบียบให้มันดีขึ้นเพราะถ้าเค้าทำแล้วจะได้อะไรนอกจากเปลืองแรง? แถมเกิดไปแก้ให้คนตัวเองเสียผลประโยชน์จะพาลทำให้ตัวเองเดือดร้อนเสีย "สวัสดิการอันดีเยี่ยม" ไปเสียอีก

ปล.ก็เห็นมีนะคนที่เค้ามารับราชการด้วยใจรักอยากจะพัฒนาประเทศจริงๆ แต่ก็ต้องยอมรับด้วยว่ามันเป็นส่วนน้อยหรือหน่วยงานส่วนน้อยแหละที่เป็นแบบนั้น

ส่วนตัวก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะแก้อะไรกับระบบนี้ได้นอกจากล้างบางซึ่งมันก็ทำจริงไม่ได้อีก

#siamstr #ราชการไทย

ไม่มีใครอยากเปลี่ยนระบบหรอกครับ กล้าพูดเลยว่า ต่อให้คุณเข้าไปในระบบราชการเพราะอยากเปลี่ยนอะไรให้ดีขึ้น แต่พอคุณอยู่ไป ระบบ จะบีบให้คุณอยู่ยากขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้าย คุณจะเลิกไปเอง ในระบบราชการ อุดมการณ์อยู่ไม่ได้หรอกครับ มีแต่อุดมกูเท่านั้น ที่จะรอด

Medival fantasy นึกออกแต่ The witcher3 ครับ 55555

ไม่ก็ Kingdom come: Deliverance แต่อันนี้จะเป็น rpg แบบ old school เลย ระบบฟันดาบนึกว่าถอดมาจากเกมซิมมูเลเตอร์ เกมค่อนข้าง cult ระดับนึงเลย ถ้าไงลองหามาเล่นดูครับ จริง ๆ Epic games เกมแจกเกมนี้ฟรีด้วย

55555555555 เหมือนกันครับ ลุ้นทุกนาที โดยเฉพาะเวลาสู้กันได้แบบสูสี จนถึงตาสุดท้าย โหมดออนไลน์มันดูมีไรเยอะมาก สร้างสรรค์ อีกโหมดนึงที่ผมชอบ จำชื่อไม่ได้แล้ว เป็นโหมดใส่กล้องส่องกลางคืนยิงกัน ปิด HUD ทั้งหมด สมจริงมาก Tactical สุดๆ

https://youtu.be/-WdisG-OysI?si=n8gdYuhKusy2316d

สำหรับผมแนะนำ Red dead Redemption2 ครับคุณจอห์นนี่ เตือนก่อนว่า ถ้าคาดหวังยิงกันระห่ำแตกแบบ GTA ผ่านได้เลย แต่ถ้าคาดหวังการดื่มด่ำ ความ Immersive ซึมซับโลก เรื่องราวของเกมที่ลุ่มลึก ภารกิจเสริมที่ออกแบบมาอย่างประณีต เนื้อหาลึกซึ้ง กินใจ มีความเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องหลัก โลกของเกมที่เต็มไปด้วยรายละเอียดที่สูงมากๆ ผมแนะนำเลยครับ