Avatar
Max
97aac85c03776b937eba89711063a38324c1b1a536527f8f18af22fab6069a34
สนใจเรื่อง Matrix ธรรมมะ(แท้) สุขภาพ หนังสือ กีต้าร์ เบียร์ อาหาร ฟุตบอล

ที่นี่ค่อนข้างยึดหลักปฎิบัติเป็นหลัก เหมาะแก่การเจริญสติภาวนามากๆครับ 😊

วัดป่าสุขใจ ใครอยู่ใกล้แนะนำเลย ร่มรื่นและสงบมาก

#siamstr

เห็น 🙋

เมื่อคุณจะปล่อยโปรแกรมแอนตี้ไวรัสออกมาจำหน่าย คุณต้องปล่อยตัวไวรัสให้มันระบาดไปบนคอมพิวเตอร์ก่อน

ปล.ข้อแนะนำควรศึกษายาเคมีก่อนกินทุกชนิด และไม่มียาชนิดไหนที่ควรกินไปจนตาย

#siamstr

จุดเริ่มต้นของ"อาหารเช้านั้นสำคัญ"

เมื่อก่อนผมเป็นโรคกระเพาะหนักมาก แล้วคิดไปว่าต้องกินอาหารให้ครบ 3 มื้อ ถ้าไม่กินปวดท้องแน่ๆ ปัจจุบันผมทาน 1-2 มื้อต่อวัน ไม่เป็นโรคกระเพาะแล้ว

ก่อนอื่นต้องเข้าใจหลักการทำงานของร่างกาย กระเพาะอาหารและสมองของเราก่อน

เมื่อเราทำสิ่งใดบ่อยๆ และเวลาเดิม สมองจะจำ เพราะฉนั้นการทานอาหารครบ 3 มื้อ สมองจำเวลาการทานของคุณได้ แล้วยิ่งคุณเป็นนักกินคาร์บหรือน้ำตาลด้วยแล้ว สมองคุณจะก้าวร้าวมากเวลาหิว และเมื่อถึงเวลากิน สมองจะสั่งให้คุณมึนหัว ปวดท้อง หงุดหงิด แล้วเมื่อคุณไม่เข้าใจคุณจะไปหาอะไรมาเข้าปากทันที นี่แหละคุณแพ้

ทีนี้เราจะชนะร่างกายอย่างไรหล่ะ ง่ายๆคือค่อยๆปรับ วิธีการส่วนตัวที่ผมใช้ คือตัดแป้งแปรรูปกับนำตาลก่อนเป็นอันดับแรก ตัวช่วยที่ผมใช้คือ น้ำมันมะพร้าวMCT ถั่วแอลมอน และกาแฟดำหรือแอปเปิ้ลไซเดอร์

จะใช้ถั่วอื่นก็ได้เลือกที่คาร์บน้อย

ให้ทานถั่วแทนมื้อเช้ากับกาแฟดำใส่น้ำมันมะพร้าวMct แล้วค่อยๆลดถั่วไปเรื้อยๆจนวันนึงคุณจะเหลือแค่กาแฟดำกับน้ำมันมะพร้าว และวันนึงคุณก็จะเหลือแต่กาแฟดำเพียวๆ

หัวใจสำคัญคือคุณต้องรู้ทันร่างกายของคุณว่าสมองมันกำลังบังคับคุณอยู่ จริงๆร่างกายเรามีพลังงานไขมันเป็นแสนแคลลอลี่ คุณทำไปเรื่อยๆวันนึงสมองคุณจะเลิกติดแป้งน้ำตาล และใช้พลังงานจากไขมันในร่างกายคุณแทน

คุณจะไปวิ่งมาราทอนในตอนเช้าก็ยังได้

โดยที่พลังงานเหลือเฟือ และคุณจะเลิการเป็นทาสของอาหารเช้าอีกต่อไป

#siamstr

#siambitcoiner

nostr:nevent1qqsfvs73zqgalvypjv83klmzkuxkp055y92t9zdwqeqc8nry2m3yrtqpz3mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfdupzp90hhs6ardt94r875netl8k76vhsjwctu0wd232t27jgr90e6qdwqvzqqqqyyu9vt5yp

ผมจะใส่น้ำมันงาสกัดเย็นไปอีกอย่าง แต่ยอมรับว่าทานยากจริง

Replying to Avatar Stellar ✨🪐

ตอนที่ิอาจารย์ถามว่า what is time ? เราก็นั่งคุ่นคิดแต่ในใจเรามีคำตอบแรกอยู่แล้ว คือ Bitcoin แน่ๆ เพราะ สิ่งหนึ่งที่มันเหมือนกันคือ ความ scarcity ของทั้งสอง เป็น limited resources อย่างแท้จริง มันเก็บมูลค่าได้และไม่มีวันโกงเราเฉกเช่นเวลา

ทีนี้มันวนกลับมาถึงประเด็นที่อาจารย์พูดขึ้นในห้องว่า ทำไมเรามีเวลาน้อยลง ? ทั้งๆที่ technology มันก้าวหน้าไปมากแล้ว มันควรจะช่วย save time ให้เราสิ จุดประสงค์ในการพัฒนา tech พวกนี้ก็คือเพื่อช่วยให้มันให้เพิ่มความสะดวกสบายและเวลาให้เราไม่ใช่หรอ ทำไมทั้งๆที่แต่ก่อนการเดินทางหรือการมีชีวิตอยู่ไม่ได้สะดวกสบายแต่ผู้คนดันมีเวลาทำสิ่งที่อยากทำมากขึ้นโดยไม่ต้องมางกๆกับงานอย่างเดียว

คำตอบในใจของผม ณ ตอนนั้น ก็คือ เพราะเงินที่เป็นต้นเหตุ เก็บความมั่งคั่งไว้ไม่ได้ หรือป่าว ที่ทำให้เวลาของเราลดลงอย่างมหาศาลถึงแม้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกไว้มากมาย เราต้องทำงานอย่างต่ำ 8 ชม เพื่อที่จะเข้าถึง "ปัจจัยพื้นฐาน" แทนที่เวลาขนาดนั้นเราควรจะได้เข้าถึง "ความมั่งคั่งหรือร่ำรวยไปแล้ว" เพราะถ้าทำน้อยกว่านั้นไม่พอกินเพราะเงินมันเน่าเรื่อยๆยังไงล่ะ

ถ้าตัดเรื่องงานที่ชอบหรืองานในด้านที่สนใจออกไป, มนุษย์ควรทำงานที่ไม่ได้สนใจหรือสร้างประโยชน์เพื่อหาเลี้ยงตัวเองตั้ง 8 ชม เลยหรอ ? เราควรมีเวลาเหลือไปทำงานที่เราสนใจ หรือ งานที่สร้าง productivity ให้กับตัวเราและสังคมอย่างแท้จริงหรือเปล่า ?

การได้ทำงานที่เราสนใจ จะช่วยสร้าง specialization และ เพิ่ม productivity ได้มากกว่าที่เป็นอยู่อย่างตอนนี้ไหม ?

เป็นคำถามที่บางทีก็วนอยู่ในหัวและอยากเห็น sound money อย่าง Bitcoin ได้เปลี่ยนสังคมอย่างที่มันควรจะเป็น

ึเพราะฉะนั้น fix money, fix the world คือประโยคทีี่ไม่เกินจริง ✨

อยากฟังความคิดของเพื่อนๆครับ !

#Siamstr #Siamesebitcoiners

จริงๆมนุษย์ไม่ได้ทุกข์เพราะทำงานหนัก แต่มนุษย์ทุกข์เพราะเขารู้สึกมีคนโกงพลังงานเขาอยู่ตลอดเวลา

จงทำงานและหาที่เก็บพลังงานที่ไม่มีใครมาขโมยคุณได้

nostr:nevent1qqs2j03p8eve93dpx8ntr69qkeqqqtygsgm08ems08dzupuusqdgsnqppamhxue69uhkummnw3ezumt0d5pzqrd2y6prdck5x3sec2h78tf06u5ze2cdu235r90ewwasvlnd9cqwqvzqqqqqqywcvxxt

ยิ่งสังคมรณรงค์ให้ผัวเดียวเมียเดียวมากเท่าไหร่ มนุษย์ยิ่งอยากมีมากขึ้น เพราะมันคือการกดความเป็นธรรมชาติของมนุษย์เอาไว้

เพราะฉนั้นใครจะผัวเดียวเมียเดียว ใครจะผัวเยอะเมียเยอะ ให้มันเป็นเรื่องของเขาอย่าเข้าไปแทรกแซง

บิตคอยที่ทำให้ผมตื่นรู้เรื่องแมทริก

จนวันนึงมันพาผมมาเจอแมทริกอีกชั้นนึง

ถ้าคุณหลุดจากชั้นนี้ได้ อาจจะพบเจอคำว่า"นิพพาน"

#exitthematrix

#siamstr

Replying to Avatar U

#Siamstr

เดี๋ยวนี้มีซอสผัดสำเร็จรูป แต่เราไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในนั้นบ้างอันตรายไหม แล้วลองไปสืบดูส่วนผสมจริงๆจะรู้ว่า ไอ้น้ำสลัด หรือไอ้ซอสผัดสำเร็จรูปพวกนี้แมร่งโคตร Junk ingredients

Replying to Avatar Pikanet

ตื่นรู้ เพราะ Bitcoin

เมื่อผมเริ่ม “ตื่นรู้” เรื่องรอบๆตัวมากขึ้น จากการศึกษา Bitcoin และระบบการเงิน จนเริ่มอยาก exit จากระบบในวงการที่ทำงานอยู่ แม้ว่างานปัจจุบันไม่ได้ลำบากอะไร แต่มันเริ่มหมดรักในงานที่อยู่ในระบบเก่าๆนี้ไปแล้ว ผมต้องการแรงบันดาลใจ อยากทำในสิ่งที่เรารัก ที่เราจะอยู่กับมันไปจนทำงานไม่ไหวได้อย่างมีความสุข

ผมจึงเริ่มพยายามมองหาธุรกิจใหม่ๆ …ดูเหมือนผมจะโชคดี ที่มีเพื่อนๆพี่ๆ รอบตัวชวนทำธุรกิจหลากหลายอย่าง

แต่พอศึกษาอย่างจริงจังแบบไม่หลอกตัวเองแล้ว กิจการต่างๆที่รายล้อมเต็มไปหมดนั้น มันถูกทำลายด้วยระบบการเงินมายาลวงโลกแล้วทั้งสิ้น

- ร้านอาหาร คาเฟ่ ที่ลงทุนกับการแต่งร้านให้ถ่ายรูปอวดกัน มากกว่าทำอาหาร กาแฟอร่อยๆ

- ธุรกิจอสังหาฯ ที่ลงทุนกับการตลาด มากกว่าการเน้นคุณภาพความเป็นอยู่จริง

- ธุรกิจงานศิลปะ ที่คุณค่างานศิลปะมันลดลงมาก งานศิลปะสูงค่าสมัยนี้เทียบไม่ได้เลยกับศิลปะในยุคก่อนๆ แค่ชมว่าสวย และสะสมตามๆกัน เพราะมันฮิตกันเท่านั้นเอง

- ธุรกิจเฟรนไชส์ ที่โฆษณาว่าคืนทุนในครึ่งปี เน้นการคืนทุนให้เร็ว และเปลี่ยนแบรนด์ไปเรื่อยๆ

- ธุรกิจครีมเสริมความงาม ที่เปลี่ยนเทรนด์ไปตามเทรนด์โลกทุกๆปี โดยไม่ได้มีจุดยืนอะไรของสินค้าตัวเองด้วยซ้ำ

- ธุรกิจด้านคาร์บอนเครดิต ที่ดูเหมือนจะผลักภาระช่วยโลกใบนี้ให้กับผู้บริโภคทั้งสิ้น ซึ่งมันจะยิ่งผลักดันเงินเฟ้อให้เละไปกันใหญ่

มองๆไปแล้ว ผมกลับไม่เจออะไรที่อยากทำเลย สิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกๆวงการคือ คำว่า “คุณภาพของสินค้า” มันกลายเป็นสิ่งที่ไม่ใช่จุดขายที่คนสนใจกันแล้ว เพราะเงินที่ถูกอัดฉีดเข้าไปในระบบมากเกินไป มันทำให้ทุกวงการมันกลายเป็นอย่างในปัจจุบัน การแทรกแซงจากนโยบายรัฐ และการแข่งขันที่สูงเกินไป ทำให้สมดุลผิดเพี้ยน ส่งผลให้ราคาขายสินค้า สูงกว่าต้นทุนที่แท้จริงที่ควรจะเป็นมาก เพราะเราให้ค่ากับต้นทุนแฝงที่ “ไร้สาระ” เยอะเกินไป มันไม่ใช่ต้นทุนที่เราต้องการซื้อแต่แรกด้วยซ้ำไป

Demand & Supply มันควรจะสมดุลกันสิ ราคาที่จ่ายควรใกล้เคียงกับต้นทุนที่เป็นผลิตภัณฑ์สร้างคุณค่าจริงๆ ผู้ซื้อควรจะได้สินค้าที่มีคุณค่าในราคาที่เหมาะสม ส่วนผู้ผลิตจะได้ผลตอบแทนจากคุณค่าของสินค้า ซึ่งคุณต้องเสียพลังงานสร้างมันขึ้นมาอย่างปราณีตและขยันขันแข็ง ซึ่งนั่นก็คือ POW ที่ควรจะมีในทุกๆวงการ

ตลาดเสรี แม้จะดูโหดร้ายแต่มันก็ยุติธรรม “เน้นคุณค่าของคุณภาพ” มากกว่า “คุณค่าทางการตลาด” ไร้สาระเหล่านั้น มันคือตลาดที่เราแข่งขันกันสร้างมูลค่าที่ “แท้จริง” ทุกคนต้องมองคุณภาพของตัวเองอย่างไม่หลอกตัวเอง ถ้าคุณดีพอ คุณก็ขายได้ ง่ายๆเท่านั้นเอง

มาถึงเรื่อง POW นี้ มันทำให้ผม ตื่นรู้ในตัวเอง แม้ความรู้ทางคอมฯผมจะแย่มาก เรียกว่าใกล้เคียงศูนย์เลย แต่ก็อดใจไม่ไหวที่จะลองทำสิ่งที่อยากทำ …. ผมเลยตัดสินใจทำ Bitcoin Mining เพราะผมอยากเก็บออมพลังงานของผมด้วย POW ที่ “แท้จริง” ที่ไม่ได้อยู่ในระบบ Matrix อัน “ไร้สาระ” น่ารังเกียจนี้แล้ว มันคงจะดีกว่าที่จะลงทุนในสิ่งที่เราศึกษามา และฝากอนาคตส่วนนึงของเราไว้กับสิ่งที่เราเชื่อมั่น

ผมเริ่มทำมาครึ่งปี และมีความสุขกับมันมาก ไม่สนใจราคาขึ้นลงอีกต่อไป มีสมาธิในการทำงานเดิมมากขึ้น เพื่อหา Fiat มาจ่ายค่าไฟ แลกเป็น Bitcoin

ที่น่าแปลกคือ … มันกลับทำให้ผมเริ่มกลับมารักงานของผมอีกครั้ง มีความอยากที่จะทำงาน เพื่อที่จะสามารถพัฒนาคุณภาพเหมืองเล็กๆที่เริ่มต้นไว้ อยากสร้างพลังงานไฟฟ้าที่ต้นทุนถูกลงในอนาคต เพื่อจะได้เพิ่มการออมให้มากขึ้นๆ ในอนาคตต่อไป ผมมีโอกาสได้ทำงานที่รัก และออมในสิ่งที่เชื่อมั่น แค่คิดก็มีความสุขแล้วครับ

ขอบคุณ Bitcoin ที่ทำให้ผมกลับมารักงานของผมอีกครั้ง

#siamstr #nostr

#thematrix #escapethematrix

#exitthematrix

เห็นแบบเดียวกันเลย สินค้าในตลาดตอนนี้มันบ้าอัดการตลาด แต่ไม่ได้อัดคุณภาพเข้าไปเลย คนที่ใส่ใจคุณภาพกลับอยู่ไม่ได้เพราะไม่มีทุนการตลาดมากพอ