Avatar
Thita@98⚡️
cc2783215f21a578e492ac0cf31e5038be7a9f7b8b8d696ac753c48bcd6074a5

ทางนีัไม่เย็นไม่ร้อน แต่ งง ตื่นมา กะยัง งง อยู่ (อ่านโน๊ตเฮียหลายรอบ)

ภาพไม่ได้เกี่ยวเรื่องนายพรุนบ่น นะ

nostr:npub1dp4gc3vcww4ln2gr3wspwz4nhusar92dzwu52ncuc7y808l5vfassxvwmh (อืมมแต่พี่ลืมขออนุญาตเจ้าของรูปก่อนเอามาไช้ อันนี้ต้องเป็นพี่นะที่ต้อง🙏😊ขอโทษเฮีย nostr:npub1dp4gc3vcww4ln2gr3wspwz4nhusar92dzwu52ncuc7y808l5vfassxvwmhคราวหน้าพี่ต้องระวัง

(แต่อยากเห็นนายพรุุนตัวสีขาวอยู่แด้ เวลาท่านพรุนเข้าหมวดธรรมะ

หรือต้องขออนุญาต ท่านพรุนอีกต่อนึง🙏😊)ป้ายังหยอกล้อกับเฮียได้เหมือนเดิมอยู่รึเปล่านะ

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

Replying to Avatar Thita@98⚡️

nostr:npub1hge4uuggdfspu0wmffxqs9vj38m55238q3z2jzd907e8qnjmlsyql78hs2

🙏ขอขยายเพิ่มเติมเรื่อง “Diogenes ในสายตานักปรัชญายุคใหม่ Nietzsche กับ Foucault

nostr:npub1hge4uuggdfspu0wmffxqs9vj38m55238q3z2jzd907e8qnjmlsyql78hs2

@1hge4uug:yql78hs2 🙏ขอขยายเพิ่มเติมเรื่อง “Diogenes ในสายตานักปรัชญายุคใหม่ Nietzsche กับ Foucault

nostr:nevent1qqsppw7pkuccwmttl6qes5kzv74d4j6z2ngkxl6zt2u7pwsk5dlx57qzyzarxhn3pp4xq83amd9yczq4j2ylwj32yuzyf2gf54lmyuzwt07qsm2e7pe

nostr:npub1hge4uuggdfspu0wmffxqs9vj38m55238q3z2jzd907e8qnjmlsyql78hs2

🙏ขอขยายเพิ่มเติมเรื่อง “Diogenes ในสายตานักปรัชญายุคใหม่ Nietzsche กับ Foucault

nostr:npub1hge4uuggdfspu0wmffxqs9vj38m55238q3z2jzd907e8qnjmlsyql78hs2

ยังไงเฮีย พี่ งง

อ่านโน๊ตนายพรุนแล้วนึกถึงภาพเฮียเจนเมือวาน เลยงางแซวยานพรุน

(พี่ว่ามันสวยดีได้อารมณ์ กะจะใช้วางแซวเวลาอ่านนายพรุนโน๊ตบ่น ว่าจะให้เฮียเจนสีขาวให้ด้วย กะเอาไว้วางแซวแกมาหมวดธรรมะ) (( นายพรุนบอกถามตู nostr:npub18pm8veptt3t8tr2wtndhg688jgm944p9xh4e3gremmg46rjusc2qyuy6wn ด้วยว่า ok มั้ยยยที่แซว))

Replying to Avatar Ekaphol

เมื่อหมอบอกว่าคุณควรหยุดวิ่งตลอดชีวิต!

ผมก็แค่เปลี่ยนหมอ...เพราะเราคือหมอที่ดีที่สุดสำหรับตัวเรา

ทำไมถึงว่าอย่างงั้น..? เท้าความก่อนว่าก่อนหน้านี้ผมวิ่งไม่ได้มาเป็นสิบปี ตั้งแต่อายุสามสิบกลางๆ ทุกครั้งที่วิ่งแม้จะแค่1-2โลก็จะเจ็บเอ็นร้อยหวายตลอด และเจ็บแต่ละครั้งก็2-3เดือนขึ้นตลอด จะเตะบอล ตีแบต โดดเชือก หรือกิจกรรมใดก็ตามที่เกิดแรงกระแทกที่ข้อเท้าจะเจ็บตลอด

ผมก็ไปหาหมอรพ.เอกชนชื่อดัง รักษาสาระพัดวิธีร่วมๆปี เปลี่ยนรพ.ก็แล้ว หมดเฉียดแสนเมื่อสิบปีก่อน ตั้งแต่สแกนตรวจ ฉีดยา กินยา กายภาพ ประคบร้อนเย็น ทำหมดแล้วจนหมอเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อสรุปว่า เหลือทางเดียวคือผ่าตัดซ่อมเอ็นร้อยหวายที่อักเสบเรื้อรัง ซึ่งหมอบอกว่าถ้าเป็นหมอหมอจะไม่ทำ เพราะมันเรื่องใหญ่ต้องใช้เครื่องช่วยผยุงหลังผ่าตัดและต้องพักกิจกรรมเกี่ยวกับเท้าประมาณครึ่งปี เหมือนขี่ช้างเพื่อจับตักกะแตนหมอบอกอย่าผ่าเลย มันไม่คุ้ม

หมอเลยสรุปว่า "คุณก็แค่เลิกวิ่งตลอดไป" อยากออกกำลังกายก็ทำอะไรก็ได้ที่ไม่กระแทกข้อเท้า ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ อะไรพวกนั้น

มันคือคำพิพากษาของผู้เชียวชาญเฉพาะทางที่เราไม่ควรตั้งข้อสงสัย?

เสียใจมั๊ยก็ไม่เท่าไหร่นะ เราก็ใช้ชีวิตปกติแค่เลี่ยงการวิ่ง แต่มันก็คาใจมาตลอด จนมีคนชวนไปรักษาแบบแผนจีน ฝั่งเข็มแล้วช็อตไฟฟ้า ผมก็ไปลองเผื่อฟลุ๊ค สรุปจบครอสก็ไม่หาย วิ่งแล้วเจ็บเหมือนเดิม

ผมก็เลิกวิ่งมาหลายปีมาก รู้สึกว่าเป็นคนที่ไม่สมบูรณ์ ใช้ฟังชั่นได้ไม่ครบ แต่ก็บอกตัวเองว่าชั่งมัน จากนั้นก็หันมาเล่นเวทจริงจัง ปั่นจักรยานสปิ้นไบค์แทนเพื่อการคาดิโอบริหารปอดและหัวใจเรื่อยมาหลายปี

จนมาเมื่อสองเดือนก่อนลูกปิดเทอมแล้วมีคนนึงน้ำหนักตัวเยอะ ก็เลยปิ้งไอเดียชวนลูกลดน้ำหนัก ซึ่งปกติก็เวทกันประจำอยู่แล้วแต่อยากเพิ่มคาดิโอหนักๆหน่อยเพื่อช่วยเบิร์นแฟต แต่ถ้าเราบังคับให้ลูกวิ่ง โดยที่เราไม่วิ่งเชื่อว่ามันจะทำแบบไม่เต็มที่แน่ เหนื่อยก็หยุดอะไรทำนองนั้น สรุปคือจะให้เค้าเหนื่อยเราต้องเหนื่อยไปด้วยเป็นตัวอย่าง ทีนี้เลยรีบไปหาข้อมูลเพราะอยากรั่นหมออยากวิ่งอีกสักครั้ง มันคาใจว่าทำไมเราถึงทำไม่ได้ จนไปเจอข้อมูลชุดนึงว่าการเจ็บเอ็นร้อยหวายซ้ำซากอาจเพราะกล้ามเนื้อขาไม่แข็งแรงพอโดยเฉพาะกล้ามเนื้อน่องแถวๆหลังหน้าแข้งเพราะมันเป็นมัดที่ช่วยประคองเอ็นร้อยหวายลดแรงตึงจากการวิ่ง(ซึ่งหมอเฉพาะทางหลายคนที่ไปหาไม่เคยบอกเรา) เดิมเราก็เวทเล่นขาประจำอยู่แล้วหลายปี ก็เลยลองเพิ่มท่าบริหารกล้ามเนื้อน่องเข้าไป จนลูกกลับจากญี่ปุ่นและรองเท้าวิ่งก็มาส่งพอดี เอาว่ะเริ่มวิ่งแม่งเลย

วันแรกลองที่ระยะ2โล ซึ่งปกติจะปวดในวันรุ่งขึ้น100% ผลคือเฮ้ยไม่ปวดว่ะ ก็ค่อยๆขยับไปเรื่อยๆเพราะกลัวเจ็บ ค่อยๆเพิ่มเป็น3-4-5-6-7โล อ้าวไม่เจ็บจริงๆ ทีนี้ใจเริ่มมา ดีใจมากกกก ก็เพิ่มเป็น10โล 12โล และล่าสุด15โล โดยที่ไม่กลับมาเจ็บอีกเลย ผมคิดว่าน่าจะวิ่งฮาฟได้นะแต่แค่ยังไม่อยากเร่งมาก ค่อยเป็นค่อยไป กลัวเจ็บ

มันเป็นอะไรที่แบบโคตรจะดีใจเลย เหมือนได้ขากลับมาใหม่ จากขาที่มีตำหนิโดนหมอเฉพาะทางกาหัวไว้ว่า "จะวิ่งไม่ได้ตลอดชีวิต!" แล้ววันนี้กลับมาวิ่งได้อีกครั้งในวัยเกือบ45 บอกไม่ถูกว่าดีใจขนาดไหน แต่เอาเป็นว่ามันรู้สึกดีกว่าตอนได้ออกรถใหม่ที่ชอบแบบเทียบกันไม่ติดเลย และผมก็เห่อขาคู่ใหม่มาก ตื่นมาวิ่งแม่งเกือบทุกวัน ยืนพื้นวันละ5โล แล้วสิ่งที่เปลี่ยนไปคือรู้สึกว่าตลอดชีวิต"วันนี้ตอนนี้ ตอนที่อายุจะ45แก่สุดตั้งแต่เกิดมา แต่มันคือช่วงเวลาที่เราแข็งแรงที่สุดในชีวิต" ปอดและหัวใจมันดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมาก วิ่งไป15โล ชั่วโมงครึ่งแบบไม่หยุดก็ไม่ถึงกับเหนื่อยหอบ และปกติทุกอาทิตย์ผมจะว่ายน้ำในสระ1กิโล เดิมจะต้องหยุดพักหายใจทุก80-100เมตร เพราะเหนื่อยมากใจเต้นเร็ว แต่ล่าสุดสองครั้งที่ผ่านมา ผมว่ายแม่งรวดเดียวเลย1กิโล ประมาณ30นาทีแบบไม่หยุดพัก พอครบก็แปลกใจที่ยังหายใจแบบเรื่อยๆไม่หอบเหนื่อยตัวโยหรือใจเต้นแบบแรงๆ มันเหลือเชื่อมากกับสิ่งที่ร่างกายตอบสนองกลับมา

ดังนั้นทั้งหมดผมจึงอยากบอกว่า ร่างกายเรามันโคตรมหัศจรรย์ มันพร้อมจะแข็งแรงกลับขึ้นมาได้ตลอดไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ เพียงแค่เราฟังมันและให้เวลากับมัน โดยผมเชื่อว่าอีก5ปี 10ปี หรือมากกว่านี้ผมจะอยากแข็งแรงขึ้นกว่าวันนี้ คำตอบตอนนี้ยังไม่มีใครรู้แต่สักวันนึงมันจะเฉลยด้วยตัวมันเอง

เหมือนที่กล่าวข้างต้น เราคือหมอที่ดีสุดสำหรับตัวเรา" อย่าไปคาดหวังกับหมอตามตำรามากนัก เพราะหมอบางคนร่างกายเค้าเองยังอ่อนแอกว่าเราอีก อย่าไปหวังพึ่งเคมีหรือยาวิเศษอะไรมาก เพราะยาที่ดีที่สุดคือภูมิคุ้มกันที่ร่างกายเราสร้าง และมันผ่านการพิสูจน์มาแล้วกว่าแสนๆปี ในยุคก่อนที่มนุษย์จะรู้จักการแพทย์สมัยใหม่ เพราะบรรพบุรุษเราก็มีเพียงภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติที่พาเราส่งต่อเผ่าพันธุ์กันมาได้หลายพันชั่วรุ่นอายุคนจนถึงทุกวันนี้

แต่เราชอบมองข้ามหมอในตัวและภูมิคุ้มกันในตัวเรา แล้วไปฝากความหวังกับหมอตามตำราและเคมีสมัยใหม่ต่างๆ ทั้งที่เราก็เห็นอยู่แล้วว่าการแพทย์เจริญมากขึ้น แต่ทำไมคนยิ่งป่วยและยิ่งอ่อนแอมากขึ้นตาม มะเร็งเยอะขึ้น คนรอบตัวป่วยเรื้อรังมากขึ้น หลายคนต้องกินยาไปตลอดชีวิต

หมอในตำราไม่เคยรักษาเราที่ต้นเหตุแห่งความเจ็บป่วย แต่เค้าใช้วิธีที่ง่ายกว่าคือเอาเคมีไปกินทั้งๆที่เราป่วยด้วยตัวเราปากเรา แต่กลับไปแก้ที่เคมี ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ ดังนั้นก็รอกรอกยากันต่อไปนะ

สุดท้ายเมื่อหมอคนใดก็ตามพิพากษาว่าเราจะต้องเป็นอย่างนั้น ทำได้แค่นั้น เราก็แค่ลุกขึ้นมาขบถต่อคำตัดสินนััน แล้วรื้อสำนวนตัวเราขึ้นมาพิจารณาอีกรอบ ไม่แน่มันอาจจะมี "คดีพลิก" ก็อาจเป็นได้

เหมือนวลีที่เหล่าบิทคอยเนอร์ชอบพูดติดปากกันเสมอว่า don't trust verify.

#siamstr

💪💪

ต้องได้รับคำเชิญ หรืออนุญาต บ่

Replying to Avatar iPongphan ⚡️

nostr:nprofile1qqsyrvjea22crqy0y29w7lgk02w4d0gkusv7upqx7tjek02nftg0chqdqllew ชำระเป็น #THBK แต่ทอนเป็น SATs ได้มั้ยครับ 😁

#Siamstr

+1

Replying to Avatar maiakee

รักนั้นจะเน่าเสีย หากเจ้าสะสมมันไว้ — จงแจกจ่ายออกไป หรือปล่อยให้มันตายไปพร้อมเจ้า

“Whenever the ego raises its head, chop it off without hesitation.” — Osho

โอโชไม่ได้สอนให้คนสงบแบบครึ่งๆ กลางๆ

เขาไม่ได้ต้องการให้เจ้ารักโลกแล้วเก็บความรักไว้ในกระเป๋าเสื้อ

เขาไม่ได้ต้องการให้เจ้าสร้างอัตตาแล้วอวดว่าตนไม่มีมัน

เขาสอนว่า “เมื่ออัตตาผงกหัวขึ้นมา — จงตัดหัวมันซะ”

เดี๋ยวนั้นเลย ไม่ใช่พรุ่งนี้ ไม่ใช่หลังสมาธิ

เพราะอัตตาไม่เคยรอให้เจ้าพร้อม มันเข้ามา ตอนเจ้ากำลังรู้สึกดีเกินไป

ตอนที่เจ้าคิดว่า “นี่เราช่างดีเหลือเกิน”

นั่นแหละ — มันกำลังผงกหัว

และเมื่อเจ้ารู้ว่า “สิ่งดีงามบางอย่างเกิดขึ้นกับข้า”

นั่นคือบททดสอบต่อไป —

เจ้าจะแบ่งปันมัน หรือสะสมมันไว้?

รักต้องไม่สะสม เพราะมันจะเน่า

โอโชกล่าวว่า

“หากรักเกิดขึ้น… จงพร่างพรมมันออกไป

แม้ไม่มีผู้คน — ก็จงแบ่งปันมันกับต้นไม้ กับหิน กับท้องฟ้า”

เพราะถ้าเจ้าพยายามเก็บรักไว้เพื่อตนเอง

มันจะกลายเป็นพิษ มันจะกลายเป็นความกลัว มันจะกลายเป็นความยึดมั่น

ความรักที่ถูกขังไว้จะกลายเป็นความเป็นเจ้าของ

ความรักที่ไม่ไหลจะกลายเป็นความหลง

และที่สุด — มันจะกัดกินวิญญาณเจ้าเอง

เศรษฐศาสตร์ภายในนั้นตรงกันข้ามกับโลก

เศรษฐศาสตร์ของโลกคือ “ยิ่งเก็บไว้มาก ยิ่งมีมาก”

แต่เศรษฐศาสตร์ของจิตวิญญาณคือ

“ยิ่งให้มาก ยิ่งได้รับมาก”

ถ้าเจ้าอยากมีอิสรภาพ — จงให้มันกับคนอื่น

ถ้าเจ้าอยากมีรัก — จงแจกจ่ายรักนั้นโดยไม่เลือกหน้า

ถ้าเจ้าอยากถูกเข้าใจ — จงเริ่มเข้าใจผู้อื่นโดยไม่ต้องการตอบแทน

เจ้าให้ได้มากแค่ไหน — เจ้านั่นแหละ คือความมั่งคั่งที่แท้จริง

อย่าคลุมหัวด้วยความรู้สึกดีงาม — แล้วคิดว่ารอดแล้ว

โลกนี้มีแต่คนที่ “ดีมาก”

ดีเกินไปจนเป็นสนิม

แต่ไม่มีใครยอมเผาความดีนั้นจนบริสุทธิ์ไร้ตัวตน

โอโชเตือนอย่างตรงไปตรงมา

อย่าอวดดีในความดีของตน

อย่าเก็บดีไว้ใช้คนเดียว — เพราะมันจะเปรี้ยว

และเมื่อเจ้าปล่อยความดีออกไป —

เจ้าจะรู้รสของสิ่งที่เรียกว่า “ความว่าง” ที่หอมหวาน

ความว่างที่ไม่มีเจ้าของ ไม่มีชื่อ ไม่มีอัตตา

คือความรักที่บริสุทธิ์ที่สุด

“Be empty — and you will overflow”

“Be nobody — and you will become all”

โอโชไม่ได้สอนให้เจ้าบำเพ็ญธรรม — เขาสอนให้เจ้าระเบิดตัวตน

เขาไม่ได้ให้สูตรรัก — เขาสอนว่า ให้ไปเรื่อยๆ แล้วเจ้าจะกลายเป็นความรักเสียเอง

และนั่นคือการปฏิวัติเดียวที่แท้จริง —

ไม่ใช่เปลี่ยนโลก แต่เปลี่ยนวิธีที่เจ้าอยู่ในโลก

“เมื่อใดก็ตามที่อัตตาโผล่หัวขึ้นมา — จงตัดมันออกไปในทันที!”

“อย่าลังเล อย่าต่อรอง อัตตาคือปีศาจ มันจะล่อลวงให้เจ้ารักมัน”

“จงเผามันด้วยไฟแห่งสติ ด้วยดาบแห่งการรู้แจ้ง”

“และเมื่อใดก็ตามที่รักเกิดขึ้นกับเจ้า — จงพร่างพรมออกไปทันที!”

“อย่ากักเก็บ เพราะสิ่งใดก็ตามที่เจ้ากักเก็บไว้ จะกลายเป็นพิษ”

“รักที่ไม่ถูกแบ่งปัน จะเน่าเสียในหัวใจของเจ้าเอง”

“ไม่มีใครต้องการรักของเจ้าหรอก — โลกต้องการการพร่างพรม”

“แม้ไม่มีใครอยู่ จงพร่างพรมรักนั้นแก่ต้นไม้ แก่หินผา แก่ความว่างเปล่า”

“จงจำไว้ — เศรษฐศาสตร์ภายในคือกฎกลับด้าน”

“หากเจ้าให้ เจ้าจะได้มากขึ้น

หากเจ้ากักเก็บ เจ้าจะสูญสิ้นทุกสิ่ง”

“ผู้ใดสะสมความดี ผู้นั้นตกอยู่ในกับดัก

ผู้ใดไม่ยึดถือแม้ความดี ผู้นั้นหลุดพ้น”

“จงเป็นเหมือนเมฆฝน — เต็มแล้วก็ปล่อย

จงเป็นเหมือนแสงอาทิตย์ — สว่างโดยไม่เลือกเป้าหมาย”

“ผู้ใดที่ยึดมั่นในความดี — ผู้นั้นยังเป็นทาส

ผู้ใดที่กลัวความชั่ว — ผู้นั้นยังอยู่ในเงา”

“จงอย่าเป็นนักสะสม ไม่ว่าความรู้ หรือศีลธรรม

เพราะนั่นคือความโลภในคราบของธรรมะ”

“จงอย่ากลายเป็นภาพลวงตาของตนเอง

จงเปลือยใจต่อความว่างเปล่า — และยอมตายต่อมันในทุกลมหายใจ”

“สติคือมีดที่ตัดผ่านการหลอกลวงทุกชนิด

ความเงียบคือเสียงของความจริง”

“อย่าอธิบายตัวตนของเจ้า — จงเป็นมัน

อย่าอธิษฐาน — จงกลายเป็นคำอธิษฐานนั้นเสียเอง”

“ศาสนาแท้จริงคือการระเบิดจากภายใน ไม่ใช่กรอบจากภายนอก

มันไม่ต้องการศาลเจ้า มันต้องการหัวใจที่ว่างเปล่า”

“เมื่อเจ้าหยุดดิ้นรนเพื่อจะเป็นใครสักคน — เจ้าก็กลายเป็นทั้งหมด”

“เจ้าไม่ต้องการจุดหมาย

เจ้าเพียงต้องการความตื่นรู้ในทุกย่างก้าว”

#Siamstr #nostr #ปรัชญา #osho

🙏🙏🙏

เออละเนอะ ทางนี้บ่ตาวแล้วแหมเนอะ😆😆😆

เพิ่ง 3 ตอน เหมือนไขจบเลย🙏🙏🙏

https://youtu.be/TRJGH8UtnJo?si=hO3qoQf7DCW9JNP0

ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ.

วันนี้มาอวดความธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ว่าด้วยเรื่อง สุขภาพแข็งแรง ก่อนหน้านี้พรุนป่วยหนักมาก สารพัดจะรุมเร้า แต่ตอนนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ยืนหยัดจากโรคทั้งปวง ยังไม่เป็นไข้ ไม่ท้องเสีย อะไรเลยแม้จะอยู่ในกลุ่มเสี่ยงและคลุกคลีกะคนป่วยในบ้าน

เพราะนอนครบ 8 ชั่วโมง จิบน้ำทั้งวัน กินเนื้อเยอะๆ สลับผักและ วิตามินเม็ด กระทั่งนั่งเงียบๆ หายใจเข้าออกแค่สิบนาทีต่อวัน แค่นี้อะ

แล้วใจคือไม่หดหู่ สมองไวปรู้ดปร้าดถามได้ตอบได้ อับดุลย์เอ้ย ความคุมอารมณ์ไม่ให้วีนเป็นหมาบ้า ซึ่งพอเรานิ่งได้ อะไรก็ไม่ได้ยากเย็นอย่างที่เคยบ่นไว้

ขอให้ตัวเองคงสภาพนี้ไว้ได้เรื่อยๆ กำลังใจจากตัวเองมีมากจนล้นไปให้คนอื่นได้อีก มีเงินก็ดี แต่มีสุขภาพที่ดี มันดีกว่า

#siamstr

💪💪💪👍👍👍

Replying to Avatar SandRock46

โน๊ตนี้ผมอยากขอบคุณชาว siamstr ทุกคนรวมถึงที่เคยคุยกันและไม่เคย ทั้งตัวจริงและ hivetalk ผมอยากบอกว่า ช่วงเวลาเกือบ 1 ปีที่ผมเข้ามาในนี้ มันทำให้ผมค้นพบอะไรหลายอย่าง เป็นสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวผมมาก มันทำให้ผมได้มีประสบการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะได้มี เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงไม่เชื่อด้วยซ้ำ ว่ามันมีอะไรแบบนี้อยู่จริงๆ จนกระทั่งได้พบมันเอง

ในครั้งแรกๆ ที่ได้เจอมัน ผมบอกไม่ถูกว่ามันคืออะไร แต่ช่วงหลังมานี้ได้พบกับมันบ่อยขึ้นโดยไม่ได้เรียกหามัน แต่รู้สึกและโอบรับตอนมันมา

นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตผม แต่ไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรต่อไป มีทุกความรู้สึกผสมปนเปกันไปหมด แต่มีเรื่องนึงที่มั่นใจคือ เราจะทำได้ และได้รับมันอย่างแน่นอน ไม่ว่ามันคืออะไร เพราะเราพร้อมที่สุดแล้ว

ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนจริงๆ ครับ

#Sandrock46 #siamstr #เบียวความเงียบ

นอน

Replying to Avatar L.SUVANN

เคยรู้สึกมั้ย ชีวิตบางวันเหมือนเข้าใจธรรม เข้าใจทุกอย่าง มี”สติ“บ้าง รู้เนื้อรู้ตัวบ้าง รู้ความโกรธบ้าง ความรู้สึกเศร้าบ้าง มั่นใจว่ามีสมาธิบ้าง

แต่ หน้างานจริง หรือบางเหตุการณ์ กับลังเลสับสน มึนเมา พลาดไปทุกที

”อวิชา“ หมวดธรรม ข้อที่น่าจะไปค้นต่อจริง

หาก

สุข =สว่าง

ทุกข์=มืด

อวิชา = เงา

เงาที่ตามตัวของแต่ละคน เงาที่แตกต่างกันไปตามแต่บุคคล

บางท่านพยายาม หาทาง พ้นทุกข์กันต่างๆวิธี วิธีที่ลึก จนน่าเป็นห่วง คือการพิจารณา”สุข“ อันเนื่องมาจาก ความ

”รู้“ ที่เกิด ด้วย สมาธิ นิ่ง สงบ จนลืม พิจารณา”ทุกข์“ อันเกิดมาจาก ความ

”รู้“ ที่ผิด

เหมือนเป็น คนที่ฝึกฝน พยายามจะเปิดตาทิพย์ แต่ก็ยังมัวมองโลกผ่านแว่นตาดำ อยู่ดี

เหมือนดับทุกข์ด้วยการ ”เพิ่มสุข“

ไม่ยอม “ดับ”ตัวทุกข์

มาเข้าใจ มาเตรียม “รู้” เงาของตัวเองบ้าง มารู้ ”รู้ผิด“ คืออะไรจะได้ รู้ ถูก

อวิชา 8

1 ไม่รู้จักทุกข์

2 ไม่รู้จักเหตุของทุกข์

3 ไม่รู้จักความดับแห่งทุกข์

4 ไม่รู้จักทางดับทุก

5 ไม่รู้เรื่องอดีต

6 ไม่รู้เรื่องอนาคต

7 ไม่รู้เรื่องอดีต-อนาคต (ความเสื่อม)

8 ไม่รู้เรื่อง ปฏิจสมุปบาท

ความไม่รู้ที่ปลอมตัวเป็นความรู้

การรู้ ว่า ”ไม่รู้“ คือขั้นแรกของรู้

#siamstr

สาธุ 🙏🙏🙏

ละเอียด ปลอมมาได้เนียนซ้อนหลายชั้นหลุดในนั้นวนอยู่ว่ารู้แท้แต่แล้วไม่รู้สิ่งเลย