Jean-Honoré Fragonard, Le Progrès de l’Amour : Rêverie (détail)

Vincent Van Gogh, Roses (details)
1890




เป็นกึ่งHiit กับ weight training ครับ จับมามัดรวมกัน ต่อ ท่า พั้กแค่ Hr ลง ก็ลุยต่อ
ชอบสายนี้ body weight เหมือนกันครับ แต่ของ ผมโปรจะเปลี่ยน ทุก4-6เดือน เลย
แชร์ ท่าออกกำลังกาย ของเราเอง
เราใช้ ท่า พวกนี้ เป็นท่า มาตรฐาน ในการฝึกความฟิตของร่างกาย
1. Jumping jacks 100 ครั้ง
2. Biceps curls 💪 คว่ำมือ หงายมือ ตาม แต่อยากได้กล้ามเนื้อส่วนไหน มีการใช้
Preacher curls บ้าง จำนวน 14-16ครั้งต่อ Set
set ท้ายไปจะยกจนกว่าจะยกไม่ขึ้น
3. Burpees 24ครั้ง
4. Tricep หรือ shoulder ใช้ น้ำหนัก8-10 โล
ยก4set set ล้ะ12-18ที set ท้ายยกจนกว่าจะยกไม่ขึ้น
5. squat ปรับเปลี่ยนตามความถนัดและความอยากของแต่ละวัน
6. punches 100ครั้ง อาจจะปรับเปลี่ยนเป็นท่าที่ใช้อัตราการเต้นหัวใจสูงๆ
7. อาจจะ ปั้น ทรงตรงอื่นแล้วแต่ชอบ
ทำ ทุกท่า แล้ววน ใหม่ทั้งหมด 4 set ใช้เวลาประมาณ 10-15นาทีต่อ set
จะได้กราฟ หัวใจ เป็น แบบนี้เลย ⚡⚡⚡
#siamstr
#nostr

🥴

จะขายรถ บ้านไม่มีสองแถวผ่าน🥴
#siamstr
#nostr

Work out time 💪
#siamstr
#nostr

วัดบัคคัส (Temple of Bacchus) เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ตั้งอยู่ที่เมืองบาอัลเบก (Baalbek) ประเทศเลบานอน สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน ในสมัยจักรวรรดิโรมัน โบราณสถานแห่งนี้ได้รับการอุทิศให้กับเทพเจ้าแบคคัส เทพเจ้าแห่งไวน์และการเฉลิมฉลอง
[Image of Temple of Bacchus (Lebanon)]
วัดบัคคัสถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1898-1903 โดยคณะสำรวจชาวเยอรมัน และได้รับการบูรณะโดยรัฐบาลเลบานอนในปี ค.ศ. 1920 วัดแห่งนี้มีขนาดใหญ่โต มีความยาว 65 เมตร และกว้าง 35 เมตร สร้างขึ้นบนแท่นหิน และสามารถเข้าถึงได้โดยบันได ผนังของวัดได้รับการตกแต่งด้วยเสาแบบโครินเธียนจำนวน 42 ต้น ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียง 19 ต้นเท่านั้น แต่ละเสามีความสูง 19 เมตร และตัววัดมีความสูง 31 เมตร เหนือพื้นดิน
[Image of Temple of Bacchus (Lebanon) columns]
เหนือเสาเป็นหูฟังซึ่งรวมถึงหูฟังแม้ว่าหูฟังส่วนใหญ่จะแตกสลายไปแล้ว แต่ก็ยังสามารถมองเห็นรูปปั้นวัวและสิงโตได้บนพื้นผิวของหูฟัง
[Image of Temple of Bacchus (Lebanon) entablature]
ผู้มาเยือนวัดจะได้รับการต้อนรับที่ทางเข้าด้วยการตกแต่งด้วยเถาองุ่นและองุ่น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับไวน์และแบคคัส ภายในวัดซึ่งมีขนาด 30 เมตรยังเต็มไปด้วยรูปปั้นที่แสดงถึงพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับแบคคัส ต่อไปภายในวัดเป็นห้องลัทธิ์หรือศาลเจ้าภายในซึ่งมีขนาด 11 เมตร ห้องลัทธิ์ตั้งอยู่บนแท่นสูง 2 เมตร โดยมีบันได 13 ขั้นอยู่ด้านหน้า ภายในห้องลัทธิ์มีแท่นสองแท่น โดยแท่นหนึ่งสูงกว่าแท่นอื่น รั้วป้องกันภายในห้องลัทธิ์ประดับประดาด้วย Maenads ที่รื่นเริง ซึ่งในตำนานโรมันคือสาวกที่เมาของ Bacchus
[Image of Temple of Bacchus (Lebanon) cult room]
ตลอดหลายศตวรรษแผ่นดินไหวจำนวนมากได้ส่งผลต่อการสลายตัวของวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นดินไหวในปี พ.ศ. 2296 ทำให้เห็นความเสียหายที่เห็นได้ชัดต่อหินก้อนกลางของเชิงชายของวัด ทำให้มันเลื่อนลง 2 ฟุต หินก้อนกลางนี้ประดับประดาด้วยรูปปั้นอินทรีจับไม้เท้าของนักบุญ และอยู่ระหว่างเทพสององค์ ในช่วงทศวรรษที่ 1860 เสาคอนกรีตถูกวางเพื่อป้องกันไม่ให้หินก้อนกลางเลื่อนลงอีก อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้ว วัดบัคคัสยังคงอยู่ในสภาพดี ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากที่ตั้งในป้อมปราการทางทหารของบาอัลเบกยุคกลาง
[Image of Temple of Bacchus (Lebanon) earthquake]
ในปี ค.ศ. 1984 ยูเนสโกได้ประกาศวัดบัคคัสและซากปรักหักพังโดยรอบเป็นแหล่งมรดกโลก ดังนั้นการปกป้องและบูรณะซากปรักหักพังยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปัจจุบัน หลักฐานความดึงดูดใจของไซต์ในโลกปัจจุบันเห็นได้ชัดในปี 2016 เมื่อเทศกาลนานาชาติ Baalbeck ครั้งที่ 60 มีผู้เข้าร่วม 20,000 คนและขายห้องพักในโรงแรม 1,500 ห้องในบริเวณใกล้เคียง

Workshop of Rubens, Anne d’Autriche, reine de France (detail)
c.1625


