Avatar
Somnuke
30aeab00931a8a6d4a3f9e8cfa255abf5f87f3091a8efe0bf24afe8c2eec28f5
ผมชื่อสมนึก มาจากองค์การสร้างความปวดกบาลแห่งชาติ
Replying to Avatar Panai Lawasut

นี่คือบทความของเด็กอายุไม่ถึง 20 จริงๆหรือ ถ้าไม่ใช่เพราะน้อง nostr:npub1z7k4pffj7250eaydd3ya0v07mmzecylcq9cw5af68zu39q0k4u3qj6xre4 เป็นอัจฉริยะ ก็อาจจะคงเป็นเพราะสังคมที่บิดเบี้ยวอะไรบางอย่างที่ทำให้คนวัยเดียวกันไม่อาจมองเห็นภาพแบบนี้ได้

แต่อย่างน้อย nostr:npub1z7k4pffj7250eaydd3ya0v07mmzecylcq9cw5af68zu39q0k4u3qj6xre4 ก็ทำให้ข่วยเห็นภาพของคอมมูที่สดใส ที่เราสบายใจจะส่งให้ลูกหลานของเราเข้ามา

#siamstr

ปล.ซีรี่ย์ก่อนเข้านอนก็ยังเป็นความสุขของผมอยู่นะ 5555 nostr:note1jnqjmvh5xz2nxgplhqxs64wpyve2rup7r0hmwhpzex4v6r6re4yqa3xy3m

หมอนี่มีวิญญานตาลุงวัย 50 สิงสถิตอยู่ครับ

เขียนได้ดีมาก ๆ เลยครับ สรุปรวบตึงครบทุกเหตุการณ์ ทุกมิติ

ปล. พวกเขาจะรู้มั้ยว่า การออกไปกู้ยืมเงินมันคือการช่วยรัฐผลิตเงิน และทำลายการเก็บออมของพวกเขาในทางอ้อม

พวกเขาจะรู้มั้ยว่า ทุกครั้งที่พวกเขาออกไปกู้ยืมเงินมาใช้ในการซื้อสิ่งของที่ไม่จำเป็น เพียงเพราะความอยากได้อยากมี มันเป็นการทำลาย productivity ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

พวกเขาจะรู้มั้ยว่า เมื่อพวกเขาหยิบยืมมูลค่าในอนาคตมาใช้ โดยที่ไม่สร้าง productivty ในปัจจุบันให้เพียงพอหรือชดเชยกับอนาคตที่พวกเขาหยิบยืมมันมา มันมีค่าใช้จ่ายราคาแพงที่รอพวกเขาอยู่

ทุก ๆ สิ่งที่เลวร้ายเหล่านี้ที่พวกเขาก่นด่า ก็มาจากการหยิบยืมอนาคตมาใช้อย่างไร้ประโยชน์ของตัวพวกเขาเองนั้นแหละ

ความทุกข์ทรมานเหล่านี้เป็นเพียงการเอาคืนของอนาคต จากอดีตของการหยิบยืมโดยไม่ชั่งใจคิดให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจทำมันลงไป การแทรกแซงกลไกในเวลานี้เป็นเพียงแค่การยื้อเวลา พวกเขาจะยืนระยะอยู่ได้นานแค่ไหนกันเชียว

พวกเขาจะรู้หรือไม่ว่าหนี้ทุก ๆ หนี้ ล้วนต้องมีการชำระคืนเสมอ

ทั้งรัฐ ทั้งประชาชน ต่างก็เป็นลูกหนี้ของ “อนาคต” อย่าโทษกันเองเลย มันถึงเวลาชดใช้กรรมแล้ว :)

#siamstr

หลายคนรู้ทั้งรู้ แต่ก็เอาหน่า ตอนนี้ยังสบายดีนี่ เดี๋ยวไว้ว่ากัน ไปตายเอาดาบหน้า

Replying to Avatar Xsara8

## เศรษฐกิจไทยตกต่ำ เพราะพวกเรายังไม่เห็นแก่ตัวมากพอ.. ##

ประโยคดังกล่าว เป็นการสรุปเรื่องราวทั้งหมดที่ผมได้พบเจอบนแพลตฟอร์ม Mian stream ทั้งท่อแดง ท่อฟ้า เอาไว้ทั้งหมด ทำไมล่ะ มันเกิดอะไรขึ้น?

"ประเทศไทยเศรษฐกิจตกต่ำ" "ประเทศล้าหลัง" "คนอื่นเค้าไปถึงไหนกันแล้ว" นี่คือคำบ่นกร่นด่าของชาวไทยมรตลอดหลายปีถึงการดูถูกเหยียดหยามประเทศตัวเองซึ่งใช่ครับ มันเป็นความจริงในหลายๆแง่มุม รวมทั้งสาเหตุของปัญหาที่ชาวบิตคอยน์เนอร์ทราบกันดี นั่นคือการแทรกแซงของรัฐ และระบบทุนนิยมอุปถัมภ์ซึ่งเหล่านายทุนเข้าหาอำนาจรัฐเพื่อประโยชน์ของตน แต่สำหรับใครหลายคนตามแพลตฟอร์มสื่อกระแสหลักนั้น พวกเขาไม่ได้เข้าใจแบบนั้น

"ถ้าการเมืองดี..." "รัฐต้องช่วย..." รัฐต้องดูแล..." รัฐต้องสนับสนุน" "รัฐต้อง..." "รัฐต้อง..." "รัฐ...รัฐ" ทำไมการแก้ปัญหาสุดท้าย กลายเป็นทุกคนงอมืองอเท้าอ้าปากบอกให้ "รัฐ" เข้ามาแก้ไขในทุกปัญหาที่เกิดขึ้นได้ล่ะ? ทำไมความอยู่รอดของเขาเหล่านั้น ครอบครัว ธุรกิจ บริษัทของพวกเขาหลายล้านคน ถึงขึ้นอยู่กับปากและปากกาของคนไม่กี่พันคนนั้นหล่ะ โลกนี้มันผิดเพี้ยนมากแค่ไหน ถึงทำให้คนๆหนึ่ง สามารถไว้ใจผู้อื่นได้มากกว่าตนเองกัน

## Fiat = บัญชา อาญาสิทธิ์ ##

เมื่อเรามองย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของมันจะพบว่า นี่เป็นระยะเวลากว่า 110 ปีมาแล้ว ที่มนุษย์เราเริ่มการทดลองครั้งยิ่งใหญ่ระดับมนุษยชาติ โดยการทดลองประดิษฐ์ "นโยบายการเงิน" โดยมนุษย์ขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อสหรัฐอเมริกาประกาศตั้งองค์กร "Fed" ซึ่งเป็นธนาคารกลางสหรัฐซึ่งทำหน้าที่เป็น "แหล่งทุนกู้ยืมแหล่งสุดท้าย(Lender of last resort)" ให้กับบรรดาธนาคารพานิชย์ในสหรัฐฯ

ใช่ครับ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มนุษย์ทดลองสร้าง "เงินเฟียต" ขึ้นมา ตั้งแต่เงินกระดาษของจีน เหรียญลีร่า เหรียญกิลเดอร์ ตั๋วแลกทอง พดด้วง และอีกมากมายทั่วโลก แต่การทดลองนี้มันจะพิเศษกว่าครั้งไหนๆ ด้วยการมาของ "เคนส์" และแนวคิดแบบ "เคนส์เซี่ยน"

การมาถึงของเคนส์ได้สั่นสะเทือนแนวคิดทางเศรษฐกิจ ทฤษฎีของเขาคือ "ขงเบ้ง" ที่รัฐตามหา อาศัยวิกฤตปี 1929 ซึ่งซึ่งแท้จริงแล้วเกิดจากการ Leverage สร้างเงินในรูปแบบของหนี้ขึ้นมาจากอากาศในช่วง 1920 หรือที่เรียกว่า The Roaring 20s วิกฤต The Great Depression กลายเป็นผู้ร้าย และรัฐบาลในสมัยถัดมาอย่าง Franklin D. Roosevelt และนโยบายของเขา "New Deal" กลายเป็นอัศวินขี่ม้าขาวในสายตาคนอเมริกัน

หลังจากนั้น 10กว่าปี ในปี 1944 โลกก็ได้พบกับมาตรฐานทางการเงินใหม่ ซึ่งก็คือระบบ "Dollar Standard" เมื่อกว่า 44 ประเทศฝ่ายสัมพันธมิตร มารวมตัวเพื่อหารือกัน อีกทั้งในที่ประชุมแห่งนี้เองก็ได้ให้กำเนิดขุนพลพยัคฆ์อย่าง IMF และ IBRD ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของธนาคารโลกในเวลาต่อมา

Dollar Standard กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโลก ณ เวลานั้น แต่นั้นก็เพราะเขาให้สัญญาว่าจะสามารถแลกคืนดอลล่าร์เหล่านี้เป็น "ทองคำ" ได้ ถึงแม้ผู้คนภายในประเทศจะถูกริบ และห้ามครอบครองทองคำมาแล้วกว่า 10 ปีนับแต่การออก Executive Order 6102 ของประธานาธิบดี Franklin D. Roosevelt มาจนถึงช่วงข้อตกลง Bretton Wood ในปี 1944

ถึงอย่างนั้น Dollar เองก็ได้พัฒนาไปอีกขั้น ไปสู่จุดซึ่งไม่มีมนุษย์ผู้ใดเคยไปถึง นวัตกรรมใหม่แกะกล่องที่ยังไม่เคยมีใครได้ลิ้มลองคือการสกุลเงินซึ่ง "ไม่มีสิ่งใดแบ็คหลัง" หรือเป็น "อากาศธาตุ" เมื่อประธานาธิบดี Richard Nixon ประกาศ Nixon's Shock ยกเลิกการรับแลกดอลล่าร์เป็นทองคำ และปล่อยค่าเงินของแต่ละประเทศลอยตัว แลกเปลี่ยนกันอย่าง "เสรี" ภายใต้การควบคุมของธนาคารกลางแต่ละประเทศ

จนถึงตอนนี้นับเป็นเวลากว่า 50 ปีแล้ว ที่การทดลองขั้นสุดท้ายได้ถูกปล่อยสู่มนุษยชาติ และมันก็เป็นระยะเวลากว่า 50ปีเช่นกัน ที่เราได้ให้ความเชื่อใจทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ค่าอาหาร ค่าน้ำมันรถ ค่าผ่อนบ้าน ค่าเรียนลูก ค่าต่างๆนานา รวมไปถึงมูลค่าของ"เงิน" ที่เราใช้เวลาของเราไปแลกมันมา ฝากใจไว้กับกลุ่มคนใด ใครคนหนึ่ง

## ปัจเจกชน ปลดแอก ##

หลังจากประชาชนประสบกับการเป็นทาสมากว่าครึ่งศตวรรษ ทางออกของเป็นนี้ย่อมไม่ใช่การขอร้องอ้อนวอนให้หัวหน้าทาสปฏิบัติกับเราอย่างไร หากแต่เป็นการลุกขึ้นยืนหยัดต่อกรกับมันด้วยตนเองต่างหาก

การต่อสู้ ทำสงคราม หาใช่การรบราฆ่าฟัน อาศัยกำลังเข้าปะทะกันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยทั้งกลุยทธ์ กลอุบาย หลักการบริหารคน บริหารทรัพยากร และทุน เมื่อโอกาส เวลา และสถานที่มาถึง สงครามนั้นเราจึงได้รับชัย

สำหรับปัจเจกชนอย่างเราๆ ท่านๆ เราไร้ซึ่งอาวุธยุทโธปกรณ์ กองทุนหนุนหลัง ภาษีประชาชน และ กฎหมายซึ่งบังคับกลับคืน แต่สิ่งที่เรามีคือ "เวลา" และ "เจตจำนงค์เสรี" ซึ่งทั้งสองนั้นคืออาวุธซึ่งจะทำให้เราได้รับชัยชนะ เมื่อเจตจำนงค์เสรี นำมาซึ่งความสนใจเฉพาะด้าน(Self-interest) พัฒนาความสามารถนั้น(Specialization) และนำความสามารถดังกล่าวมาแลกเปลี่ยนกันในตลาดเสรี(Free market) และคุณค่าที่คุณมอบให้กับผู้อื่นได้รับกลับมาเหลือเป็นกำไร เก็บไว้ในเงินที่ไม่เสื่อมค่า (Hard Money) เงินซึ่งเป็นมาตรวัดทางเศรษฐกิจที่เที่ยงตรง คงที่ ไม่เปลี่ยนแปลง ไม้บรรทัดทางเศรษฐกิจที่มีความยาวเท่าเดิมตลอดไป การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากชนชั้นรากหญ้าหาใช่การปฏิวัติยึดอำนาจพิฆาตนายทุนอย่างที่ Marx หลอกลวง แต่เป็นการหวนคืนสู่ธรรมชาติของมนุษย์ สู่ระเบียบตามธรรมชาติ สู่เศรษฐศาสตร์ สู่การสื่อสารทางคุณค่า อย่างที่มันควรจะเป็น

Fix the money, Fix the world

เมื่อเราเริ่มเก็บออมได้ เราก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว...

GM #siamstr

สำบัดสำนวนร้ายกาจแท้ เจ้าเด็กหนุ่มวิญญานตาลุง

บัวลอยน่ากินมาก

รู้สึกคันหำครับ เลยเกาไปแล้ว 2 ที ชีวิตก็เป็นแบบนี้ ถูไถกันไป

Replying to Avatar Gawyn ⚡

เพิ่งได้ดู Farose Ep. นี้

https://youtu.be/x1U7Mvqelrc?si=wZrgtUuT7Rb9X5hP

เข้าใจว่าในฐานะกษัตริย์ ที่เป็น literally ”เจ้าของประเทศ“ จริงๆ ก่อนมี narrative ว่าประชาชนคือเจ้าของประเทศนั้นจะมองการณ์ไกล (low time preference) กว่าอายุของรัฐบาลประชาธิปไตยที่เข้ามาบริหารประเทศและอยู่ตามวาระทุก 4-8 ปี (high time preference)

กษัตริย์ ด้วยความที่มีประเทศเป็น asset แล้วต้องส่งผ่าน wealth นี้ถึงลูกหลาน ขณะเดียวกันก็ต้องบริหารความพึงพอใจของประชาชนไม่ให้เกิดการปฏิวัติขึ้น

ผลคือต้องใช้เงินเพื่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน วางรากฐานการศึกษา การแพทย์ การธนาคาร การกฎหมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เห็นผลในช่วงระยะเวลาอันสั้น แต่จะผลิบานให้อีกหลายสิบปีต่อมา

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ อย่างที่เรารู้กัน คณะราษฎร์ ตัดสินใจก่อการปฏิวัติ พ.ศ.2475 (ค.ศ. 1932) ด้วยความต้องการนำประเทศสู่อารยะ และ ยกเหตุผลของความยากลำบาก และ ล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล (กษัตริย์)

ซึ่งตรงนี้ต้องลองซูมดูรายละเอียดอีกที ว่าช่วงก่อน ค.ศ. 1932 คือสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เกิดเศรษฐกิจตกต่ำรุนแรง เกิดการพิมพ์เงินมหาศาลจนกลายเป็นช่วง rolling twenty (ค.ศ. 1920s) ในสหรัฐอเมริกา และฟองสบู่แตกเป็น the Great Depression ซึ่งในยุคนั้น เราไม่ได้เป็นประเทศโดดเดียวแล้ว แต่เราเพิ่งพากลไกเศรษฐกิจโลกเหมือนกัน

กลับมาสู่คำถามว่า จริงๆ ยุคนั้นเศรษฐกิจสยามแย่เพราะสถาบันกษัตริย์แค่ไหน หรือ จริงๆ แล้วก็เป็นไปตาม boom and bust cycle ซึ่งคือเรื่องปกติของตลาด ?

ปล. พิมพ์ตามความเข้าใจในหัว ไม่ได้รีเสิร์ชเพิ่ม ใครมีข้อมูลชี้แนะ แนะนำได้เลยครับ 🙏

#Siamstr

โดยธรรมชาติแล้ว "ความเป็นเจ้าของ" จะทำให้เราทำมันได้ดีกว่าการเป็นแค่ตัวแทนเสมอครับ

Replying to bdcdd365...

ผมหยุดเล่น Nostr ไปประมาณเดือนกว่าๆ เนื่องจากช่วงนั้นต้องเคลียร์งาน Fiatๆ เยอะแยะเต็มไปหมด พอเคลียร์เสร็จผมก็มีความคิดหนึ่งเข้ามาในหัวว่า " ไหนๆ ก็หยุดเล่น Nostr แล้วหรือเราจะลองหยุดเล่นไปสักพักใหญ่ดีนะ " ( ทดลองแปลกๆ อีกละ )

จากนั้นผมก็ใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือที่ซื้อมาดองไว้อย่าง Bitcoin Standard และหนังสืออื่นๆ ( ตอนนี้ก็ยังอ่านไม่หมด ) ดูอนิเมะที่ดองไว้หลายปี และช่วงนั้นมีโอกาสได้กลับบ้านก็ได้ไปช่วยงานที่บ้านหลายๆ อย่างเป็นช่วงเวลาที่สนุกมากครับ

เวลาที่ได้เห็นคนในบ้านช่วยกันทำงานและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ผมรู้สึกว่าความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ห่างเหินจากการที่ผมและเหล่าพี่น้องที่ต้องไปเรียนไปทำงานไกลๆ มันกลับมากลมเกลียวกันอีกครั้ง (สถาบันครอบครัวนี่สุดยอดจริงๆ) และผมก็ได้มีโอกาสป้ายยาส้มคนในบ้านจนเกือบสำเร็จ แต่ผลที่ได้กลับเป็นยาทองซะงั้น (สงสัยเรายังฝึกมาไม่พอ)

มีบางช่วงเวลาที่ผมรู้สึกเหมือนจะถูกดูดกลับเข้า Matrix อีกครั้ง จากการเข้าไปอยู่ร่วมกับเพื่อนร่วมงานในสังคม Fiat ผมรู้สึกสิ้นหวังและคล้อยตามไปบ้าง แต่พอนึกถึง Bitcoin และบทความเกี่ยวกับยาส้มต่างๆ ที่เคยอ่านมาก็กลับมาได้สติอีกครั้ง

ตอนนี้กลับมาเล่น Nostr ผมรู้สึกสิ้นหวังมากครับ มีแต่ Note และบทความที่มีสาระเต็มไปหมด ( #FuckIMF ก็ยังอ่านไม่หมดเลย ) ต้องหาเวลามาอ่านบ้างละดองไว้นานเกิน ( ชดใช้กรรม ) ใครจะหยุดเล่นแนะนำว่า " อย่าหาทำครับ " #siamstr

อย่าหายไปนานซี่ เราคิดถึง

ง่ายสุดก็เอากำไรไปล่อให้ตายใจก่อน แล้วค่อยๆ ยัดสาระไปครับ เมื่อเขามีส่วนได้เสีย เขาจะเริ่มรับฟัง

รัฐบาลห่วงใยประชาชนสุดหัวใจที่ต้องซื้อ "น้ำตาล" ในราคาแพง จึงเข้าควบคุมราคาและส่งผลให้มัน "ขาดตลาด" ไปเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งคุณไม่รู้ตัวเลยเหรอว่า 1 ในสาเหตุหลักที่ทำให้มันขาดตลาด เป็นผลพวงที่มาจากการเข้าควบคุมราคา

การควบคุมราคาสร้างผลกระทบหลายชิ่ง มันไม่เคยทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในตลาดได้ประโยชน์ แถมยังเสียประโยชน์เต็มๆ

1. ผู้ประกอบการ - แทนที่เขาจะมีรายได้มากขึ้นจากราคาตลาดที่พุ่งสูงขึ้น ได้เงินทุนเข้ามายกระดับกำลังการผลิตเพื่อรองรับสภาวะขาดตลาด เมื่อมีเงินมาลงทุนเพิ่มก็สามารถผลิตสินค้าได้เพิ่ม ปริมาณสินค้าก็จะไหลเข้าไปในตลาดให้ผู้คนซื้อได้มากขึ้น

คุณกลับกดให้เขาขายราคาเท่าๆ เดิม หรือต่ำกว่าราคาตลาดไปไกล ณ จุดนี้จะทำให้รายได้ของผู้ผลิตและกำลังการผลิตลดลงเนื่องจากในสภาวะขาดแคลน สินค้าจะมีราคาพุ่งสูง ซึ่ง 1 ในสาเหตุหลักคือต้นทุนปัจจัยการผลิตแพงขึ้นส่งผลให้ต้องราคาขายสูงขึ้นตาม

เมื่อคุณกดราคาขายเขาให้เท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่ควรจะเป็นในขณะที่ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นมาก มาร์จิ้นหรือกำไรต่อหน่วยของผู้ผลิตจะลดลง ความสามารถในการผลิตสินค้าเขาก็ย่อมลดลงตาม ยิ่งกลายเป็นกระทืบซ้ำสภาวะสินค้าขาเตลาดหนักหน่วงขึ้นไปอีก

2. ผู้ประกอบการ - ในระยะแรกผู้คนส่วนใหญ่จะหาซื้อน้ำตาลไม่ได้ หรือซื้อได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ มันจะส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อผู้ซื้อที่เป็นผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้น้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตสินค้า

ถึงแม้พวกเราจะรู้กันดี น้ำตาลคือยาเสพติดที่ถูกกฎหมาย มันสร้างผลเสียร้ายแรงให้สุขภาพของเราแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า น้ำตาล คือส่วนประกอบหลักในเกือบทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็น วงการอาหาร เครื่องดื่มหรือเบเกอรี่ ถ้าธุรกิจเราจำเป็นต้องใช้มันเราก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อควานหาและกว้านซื้อน้ำตาลมาให้เพียงพอต่อการผลิตโดยไม่เกี่ยงราคา เพราะหากหามันมาไม่ได้ ธุรกิจเราก็ชะงักทันที และสิ่งนี้มันสร้างความเสียหายมหาศาลยิ่งกว่า

3. ผู้บริโภค - ในระยะแรกอาจแทบหาซื้อไม่ได้เลย แต่ผ่านไปสักพักจะมี "พ่อค้าคนกลาง" นำมันมาปล่อยขายในตลาด ทำให้เราเริ่มหาซื้อได้แต่ในราคาที่แพงชิบหายซึ่งเกินราคาควบคุมไปไกล ถ้ารัฐไม่เข้ามาควบคุมราคาตั้งแต่แรก เผลอๆ เราอาจจะหาซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่านี้ด้วยซ้ำ

จะควบคุมราคาให้มันถูกไปทำไมในเมื่อถูกแล้วมันหาซื้อไม่ได้ หรือสุดท้ายแล้วเราก็ซื้อมันได้ในราคาที่โคตรแพงอยู่ดี

ยกตัวอย่างตอนแมสต์ขาดตลาดและรัฐบาลเข้าควบคุมราคาหน้าโรงงาน ห้ามขายเกินชิ้นละ 2 บาท แล้วประชาชนตาดำๆ อย่างพวกเราต้องหาซื้อมันในราคาเท่าไร ?

4. กำเนิดพ่อค้าคนกลางผู้ล่ำซำ - เมื่อราคาหน้าโรงงานกับราคาที่ผู้บริโภคซื้อมันต่างกันหลายเท่า มนุษย์แทบทุกคนก็เห็นโอกาสตรงหน้า ถ้าไปกว้านซื้อในราคาต่ำกว่าขายปลีกได้ กูคงจะร่ำรวยแน่นอน

จริงๆ เราโทษคนกลุ่มนี้ว่าเลวไม่ได้นะ เมื่อมีคนยินดีซื้อในราคาที่สูงมาก คนที่เห็นโอกาสหาเงินอยู่ตรงหน้าก็จะพยายามไปหาซื้อในราคาที่ต่ำกว่าเพื่อขายต่อ มันเกิดขึ้นตามกลไกของตลาด พวกเขาเป็นเพียงแค่ผู้ปรับสมดุล

แต่ขอโทษนะคนทั่วไปอย่างเราๆ แม้จะอยากทำก็ทำไม่ได้ ได้แต่มองตาปริบๆ เพราะผู้มีอิทธิพล คนวงในหรือผู้มีอำนาจระดับสูงได้กว้านซื้อในราคาหน้าโรงงานไปหมดแล้ว ถ้าเราจะเอาเราก็ต้องไปซื้อต่อเขาแพงๆ ระดับใกล้ๆ ราคาขาย ซึ่งเราต้องแบกความเสี่ยงที่จะขาดทุนสูงมาก คนที่ดิ้นรนจะเอาราคาหน้าโรงงานให้ได้สุดท้ายจะพบว่าถูกหลอก

สรุปคุณรัฐบาลครับ มึงจะเป็นตัวกลางในการสร้างความเจริญรุ่งเรือง หรือถ่วงความเจริญกันแน่ครับ

ปล. ไม่แน่ใจว่าปัญหาจริงๆ ที่ทำให้น้ำตาลขาดแคลนคืออะไร แต่เดาว่า ราคาน้ำตาลโลกแพงขึ้น 2 เท่าตัว แต่ในไทยเพิ่มขึ้นแค่ 30% ทำให้ผู้ผลิตแห่กันส่งออกเนื่องจากราคาดีกว่า นี่ก็เป็นหนึ่งในผลพวงที่มาจากการควบคุมราคา ราคาถูกแต่ไม่มีให้ซื้อ จะถูกเพื่อ?

#Siamstr #SiamesBicoiners

ลองให้เรายืมเงิน อาจจะดีขึ้นครับ

Replying to lungkaaichaoguay

เราเข้าใจคำว่าพอเพียงมากขึ้น แบบที่ไม่ได้อ้างอิงใคร แต่เป็นความเข้าใจด้วยรูปแบบพอเพียงในความหมายที่แท้จริงสำหรับเรา

แต่ก่อนอื่นเราพูดสั้นๆว่า ความพอเพียงไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง ในสถาวะที่ "ระบบการเงินเสื่อมมูลค่าอยู่เสมอ" ซึ่งถ้าพูดแบบนี้ ในโลกปัจจุบันมันสำหรับเรามันไม่มีความพอเพียงที่แท้จริง

ที่นี้มาอธิบายกันว่า ความพอเพียงสำหรับเราคืออะไร พอเพียงสำหรับเรา มันเกิดขึ้นได้เฉพาะในโลก ที่เงินมันสร้างยาก ไม่ใช่โลกที่เงินสร้างง่ายแบบโลกปัจจุบัน ที่ money supply มีปริมาณมหาศาล หนี้ต่างๆของรัฐบาลในโลก มีมากจนไม่สามารถใช้คืนได้อีกต่อไปแล้ว หรือโลกที่เงินขึ้นตรงกับอะไรบางอย่าง เช่น gold standard หรทอ bitcoin standard ที่มูลค่าของเงินเปลี่ยนแปลงตามกลไกตลาด

ทำไมต้องแบบนั้น เราไม่รู้ว่าจะใช้คำพูดอะไรให้ถูกต้อง แต่ขอใช้คำว่า จิตวิทยามั้ง คือทุกวันนี้เรารู้อยู่แก่ใจว่า เงินสดของเรา เสื่อมมูลค่าอยู่เสมอ มันทำให้เราผู้คนกอบโกย อยู่เสมอ ซึ่งก็คือไม่มีความพอเพียง เพราะพวกเขาไม่รู้เลยว่า เราต้องหาเงินอีกเท่าไหร่หรอจะพอ ถ้าพ่อแม่ ปู่ย่าเรา เก็บมรดกไว้ให้เราเป็นเงินสด เราก็จะพบว่า เงิกสดพวกนั้นในวันนี้ มูลค่าของมันเทียบไม่ได้กับ เวลาและพลังที่พวกเขาเสียไป เงินหลักสตางค์ หลักบาท ที่เคยใช้ได้ในอดีต ปัจจุบันเป็นเดียงแค่เศษตังทอนเท่านั้น และไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง ซึ่งการกอบโกยมันก็ส่งผลไปยังเรื่องๆอื่นๆ ทั้งทรัพยากรธรรมชานิที่ถูกทำลายเพราะต้องกอบโกย ที่ดินที่แพงเพราะจากหน้าที่ของมันที่เป็นที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่ทำมาหากิน แต่มันกลายเป็นสิ่งบองที่ใช้กลับมูลค่าของเงิน ที่ดินก็แพงเกินกว่าที่คนทำงานทั่วไปจะซื้อได้ เป็นต้น

แต่ถ้าเรายังอยู่ใน gold standard หรือ bitcoin standard ละ ปริมาณbtc ที่มีอย่างจำกัด ปริมาณทองที่อยากมีมากขึ้นก็ต้องลงทุนกับเหมืองนั้น มันสร้างยาก และมันคงกว่า เมื่อผู้คนรู้ว่า มูลค่าเงินของเขา ที่ได้มากกว่าใช้เวลาและพลังงาน เก็บสะสมมานั้นเสื่อมมูลค่าน้อย หรือาจจะเพิ่มมูลค่า ถ้าอัตราการเติบโตของจำนวนประชากรสูงกว่าการผลิต ทำให้คนเรารู้สึกเซฟ การอดออมที่แท้ก็เกิดขึ้น ผู้คนไม่จำเป็นต้องไปศึกษาการลงทุนเพิ่ม เพื่อหนี้เงินเฟ้อ ที่เกิดจาก money supply และนี้แหละคือความพอเพียง สำหรับเรา มันก็แค่การที่เรารู้สึกเซฟ แต่การที่เราจะเซฟได้ มันต้องมีความมั่นคงอยู่ข้างหลัง และผู้คนก็จะใช้ เวลาและพลังงาน ไปสร้างproductivityให้การสังคท งานวิจัย งานทดลองอะไรเจ๋งๆ ก็สามารถทำได้ เพราะเขารู้ว่าเขามีเงินที่ไม่เสื่อมมูลค่าที่เขาอดออมไว้ ครอบครัวที่มีความสุข คนอยากมีลูก ทรัพยากรธรรมชาติที่ดี ทะเล ป่าไม้ ที่สวยงาม จำนวนมหาศาลเพราะผู้คนไม่ต้องกอบโกย

ถ้ายกตัวอย่างให้ชัดขึ้น ก็คงเป็นเรื่องของตัวเอง ในวันที่เราไปสอบพนักงานราชการ มันมีความหวังว่า ถ้าเรามีโอกาส อยู่ประแสร์ เราอยากมีครอบครัววะ ได้อยู่กับคุณหมอ และสายใจ จากการนั่งคำนวณ เราพบว่ามันพอ สำหรับการเริ่มต้น เราพยายาม แม่ไม่สำเร็จ 55555 ซึ่งก่อนนั้นมันคือจุดเซฟมาแล้ว เราใช้เวลาและพลังงานที่เหลือ ในการทำในสิ่งที่อยากทำ งานวิจัย การสำรวจ กาแฟ เบียร์ อาหาร เราว่ามันสร้าง productivity ออกมาในระดับหนึ่ง มันทำให้เราพราวในตตัวเองด้วย 55555 แต่ผลสอบที่ออกมาก็นั้นแหละ จะด้วยเหตุอะไรก็ตามแต่ มันทำให้ความรู้สึกเซฟหายไปจนหมดสิ้น เรากลายเป็นคนดาดๆคนหนึ่ง ที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยจะมีคุณค่าเสียเลย ความพอเพียงมันอยู่ตรงที่ ที่เราไม่เห็นต้องรู้สึกว่าต้องเงินเดือนเท่าไหร่ก่อน แต่เราแค่รู้สึกเซฟว่า เราได้อยู่กับอนาคตครอบครัว งานที่เราสนใจและสนุก มันพอเพียงแล้ว

#siamstr

ผมมองว่าการรู้จักพอมันเกิดขึ้นได้ในทุกสถานการณ์ครับ เพียงแต่บนโลกทุกวันนี้มันยากเย็นมาก เราเข้าสู่จุดที่คนส่วนใหญ่มีรายได้จากการทำงานประจำไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐานของชีวิต ก่อนเราจะพอเพียงได้อย่างน้อยเงินที่เราหาได้มันต้องพอกับต้นทุนขั้นต่ำของชีวิต

แทนที่เราจะเอาเวลาไปคิดว่าเราจะสร้างเนื้อสร้างตัวอย่างไร เรากลับต้องใช้เวลาเกือบทั้งหมดมานั่งดิ้นรนว่าพรุ่งนี้จะกินอะไร จะมีชีวิตรอดมั้ย สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถทำให้เรามองการณ์ไกลและวางแผนชีวิตเพื่ออนาคตได้เลย

แต่สำหรับคนที่เริ่มหาเงินได้มากเกินกว่าค่าใช้จ่ายขั้นต่ำในชีวิตแล้ว เขาพอมีทางเลือก เมื่อรายได้มากขึ้นก็อาจจะใช้จ่ายได้มากขึ้น แต่ไม่ฟุ่มเฟือยจนเกินไป เก็บออมบางส่วนเพื่ออนาคตด้วย แต่โลกที่ขับเคลื่อนด้วยระบบเฟียตหล่อหลอมให้ผู้คนใช้เงินเกินตัว หาเงินได้มากเท่าไรก็ใช้มากเท่านั้น หรือหนักยิ่งกว่านั้นคือใช้เงินมากกว่าที่หาได้ ดึงเงินในอนาคตมาใช้ ผู้มีอำนาจหรือรัฐบาลก็คอยผลักดันให้ผู้คนใช้จ่ายเกินตัวให้มากที่สุดเพื่อให้ตัวเลขทางเศรษฐกิจดูดี

สำหรับคนที่เริ่มเก็บออมได้แล้ว มันก็ไม่ง่ายอีก เพราะนอกจากต้องสู้กับความอยากได้อยากมีของตัวเองแล้ว ยังต้องต่อสู้ดิ้นรนกับการเสื่อมค่าของเงินที่ลงโทษผู้เก็บออมอย่าแสนสาหัส ถ้าเราเก็บเงินไว้เฉยๆ มันไม่ต่างจากการยอมจำนนให้เขาปล้น เมื่อถึงเวลามันจะแทบไม่เหลือค่า

เราจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อและรักษาความมั่งคั่งนั้นไว้ด้วยการลงทุน แต่มันไม่ง่ายและเต็มไปด้วยความเสี่ยง หลายคนลงเอยด้วยการทำมันสูญหายทั้งหมดจากการลงทุนที่ผิดพลาด

โลกเราทุกวันนี้มันบิดเบี้ยวไปหมด และมันจะไปแบบนี้ต่อไป การเก็บออมจะเป็นเรื่องที่ยากขึ้นๆ ก่อนหน้านี้เราแทบไม่มีทางเลือก จำเป็นต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรม แต่วันนี้ไม่ใช่แล้วเพราะเรามีบิตคอยน์

ห่างหายกันไปสักพักกับการอัพเดทลิสต์อนิเมะ #siamanimestr

วันนี้ผมมีอนิเมะย้อนยุค เรื่องราวของวังหลังในราชสำนักจีนโบราณ งานภาพที่สวยงามตระการตา (การใช้แสงและสีในงานอนิเมะเรื่องนี้มันดีจริง ๆ ) บอกเล่าเรื่องราวการแก่งแย่งชิงดี และการสืบคดีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวังหลัง ผ่านตัวละครหลักที่มีความสามารถของหมอยา และเชี่ยวชาญในเรื่องของพิษ

Kusuriya no Hitorigoto : สืบคดีปริศนา หมอยาตำหรับโคมแดง

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_6077446028206729371700380138.webp

เหมาเหมา เด็กสาวชาวบ้านที่เติบโตในย่านโคมแดงที่มีความหลงไหลในศาสตร์ของการปรุงยาและการใช้พิษชนิดต่าง ๆ ถูกลักพาตัวไปขายเป็นคนรับใช้ในพระราชวังของจักรพรรดิ การเติบโตมาในย่านโคมแดงทำให้เธอถูกสอนสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับเด็กผู้หญิงในการใช้ชีวิตอยู่ในย่านโลกีแห่งนั้น เธอมีความเหลี่ยมจัดและทันโลกสมกับที่ ๆ เธอได้เติบโตมา ความสามารถต่าง ๆ ที่เธอหยิบเอามาใช้ ท่ามกลางความวุ่นวาย แก่งแย่งชิงดี และปริศนาของคดีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวังหลัง

เหมือนเนื้อเรื่องจะดำเนินโดยอิงประวัติศาสตร์จีน แต่ก็มีตัวละครบางตัวที่มีชื่อเรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นอยู่บ้าง บางฉากของราชวังภายในเรื่องทำให้รู้สึกถึงกลิ่นไอของความเป็นเกาหลี (ไม่แน่ใจว่าผู้สร้างตั้งใจผสมผสานวัฒนธรรมของชนชาติเหล่านี้เอาไว้ด้วยกันหรือไม่)

นอกจากเรื่องราวแฝงนัยยะทางประวัติศาสตร์เอาไว้ ยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยทางการแพทย์ ยาสมุนไพรต่าง ๆ รวมถึงศาสตร์ของพิษเอาไว้อีกด้วย

ตัวของนางเอก เหมาเหมา ที่เป็นตัวดำเนินเรื่องหลักที่มีความเฉลี่ยวฉลาด และรู้เท่าทันโลกภายนอกเป็นอย่างดี ส่วนตัวชอบความเหลี่ยมของตัวละครตัวนี้อย่างบอกไม่ถูก ดูแล้วรู้สึกชอบมาก ๆ ที่จะได้ดูว่าตัวของ เหมาเหมา จะทำอะไร ยังไง การตัดสินใจต่อสถานะการต่าง ๆ อย่างแยบคาย และความสามารถของเธอในการแก้ปัญหาและช่วยเหลือคนอื่น ๆ

หาดูลิขสิทธิ์แท้ได้ทาง Netflix

https://myanimelist.net/anime/54492/Kusuriya_no_Hitorigoto

ผมแนะนำอนิเมะเรื่องนี้

เจ้าขุนทอง